บักเคนทะลุมิติ ตอนที่173-174

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (173)

หลังจากเดินทางมาหลายสัปดาห์ วันนี้ได้ตั้งค่ายพักที่โอเอซีสใกล้กับเมืองจัฟฟาโดยมีพันเอกหญิง โคลเอ้ ได้มาเตรียมการไว้ก่อนล่วงหน้า ทำให้การเดินทางสะดวกราบรื่น

ที่พักในโอเอซีส บักเคนได้นั่งชมดาวกับซูซี่ โดยมองท้องฟ้าในทิศตะวันตก

          “พี่เคนดวงดาวสวยนะคืนนี้ ดาวมีหางด้วย” ซู่ซี่บอกกับบักเคน

“เขาเรียกดาวหาง ไม่ใช่ดาวมีหาง” บักเคนอธิบายบอกซูซี่

          “อ๋อดาวหาง แล้วดาวหางมีชื่อไหม” ซูซี่ถามบักเคน

                    “ไม่รู้ครับ เดี๋ยวจะตั้งชื่อให้ เรียกดาวหางว่า นีโอไวส์” บักเคนบอกกับซูซี่ทั้งคู่พลอดรักกันกลางทะเลทราย จนดึกอากาศเริ่มเย็นยะเยือกหลังจากกลางวันร้อนจนตับแลบ ก่อนแยกย้ายเข้าไปนอน ซูซี่นอนกับพันเอกหญิงโคลเอ้และกลุ่มทหารม้าหญิงที่ร่วมเดินทาง

          ส่วนบักเคนก็ไปนอนกับร้อยโทลูคัสพันเอกเจนัวร์

**************************************

รุ่งเช้าพระอาทิตย์ขึ้น นโปเลียนได้ให้รัสตัมมาตามบักเคนให้ไปพบ

          “คุณเคน นายให้มาตามคุณเคนไปพบครับ” รัสตัมเดินมาปลุกบักเคน

          “สักพักผมจะตามไปบักเคนบอกกับรัสตัม บักเคนลุกขึ้นมาไม่เห็นพันเอกเจนัวร์คงจะไปพบนโปเลียนก่อนตน”

บักเคนได้ไปพบกับนโปเลียนกำลังนั่งคุยกับเกลแบร์ พลเอกบอร์น พันเอกเจนัวร์

          “สวัสดีครับทุกท่าน” 

ผมมีเรื่องอยากจะหารือกับทุกคน “เมื่อเช้านี้มีจดหมายจากพลเอกกาลีเบอร์  ส่งโดยนกพิราบสื่อสารจากอียิปต์ เร่งให้พวกเราเดินทางกลับไปด่วนเพราะตอนนี้สถานการณ์ ที่อียิปต์กำลังวุ่นวาย มีการก่อการประท้วงของนักศึกษากับชาวบ้านที่เมืองอเล็กซานเดรีย มีการประชุมใหญ่หน้าห้องสมุดอเล็กซานเดรีย ประท้วงการยึดครองของผม”

 “ ที่ไคโรผมล้อมปราบจนสงบราบคาบ ไม่นึกเลย ชาวบ้านกับนักศึกษาเริ่มไม่พอใจก่อหวอดประท้วงอีกครั้ง ตอนที่ผมไม่อยู่  ม๊อบเริ่มกระจายไปยังเมืองต่าง ๆ”

“พวกนักศึกษาประท้วงขับไล่ผมกับทหารให้ถอนทัพออกไปจากอียิปต์ หาว่ามายึดครองอียิปต์” นโปเลียนบอกให้ทุกคนได้ทราบ

“สงสัยม๊อบมุ้งมิ้ง น่าจะมีคนอยู่เบื้องหลัง” บักเคนเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ

“จะม๊อบมุ้งมิ้ง ม่งเม้ง  ม๊อบอะไรผมจะจัดการให้เด็ดขาด เรายึดครองอียิปต์ เพื่อเป็นฐานต่อสู้กับอังกฤษ ถ้าเราไม่ยึดครองอังกฤษก็ยึดอยู่ดี ผมไม่สนใจ จะประท้วงก็จัดการเด็ดขาด” นโปเลียน บอกกับทุกคน

          วันนี้ผมจะเข้าไปในเมืองจัฟฟา ดูผลการทดลองของคุณหมอ และนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังค้นหายารักษากาฬโรค คุณเคนไปกับผมไหม” นโปเลียนถามบักเคน

“ไปครับ อยากไปดูว่า ไข้กาฬโรคที่เราผ่านมา คนล้มตายมากมาย นักวิทยาศาสตร์และคุณหมอได้ค้นคว้าวิจัยไปถึงไหนแล้ว”

“หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จ เราออกเดินทางไปดูความคืบหน้า” นโปเลียนบอกกับบักเคน

 เสียง กีบม้ากระทบพื้น หิน “กุบกับ กุบกับ กุบกับ ๆๆ นโปเลียนกับ พันเอกเจนัวร์ พันเอกหญิงโคลเอ้ และรัสตัม ได้ออกเดินทางไปดูนักวิทยาศาสตร์และหมอทหาร รวมทั้งหมอฮาเนมานน์ที่กำลังหาวิธีรักษาคนป่วยด้วยไข้กาฬโรค ม้าได้เดินไปบนถนนที่ปูด้วยหินทรายในเมืองจัฟฟา ที่ร้างไร้ผู้คน กลิ่นศพคนตายที่ไม่มีคนฝังทิ้งอยู่เกลื่อนกลาด ตามหน้าบ้านและถนนลอยมาแตะจมูกบักเคนถึงกับอยากอาเจียน

“ทำไมทหารไม่เก็บศพไปฝังหรือเผา” นโปเลียนเอ่ยขึ้น

“ผมว่าทหารคงกลัวติดเชื้อจากศพผู้ตาย น่าจะจุดไฟเผาถ้าไม่อยากจะสัมผัสศพ” เกลแบร์เสนอความเห็น

หลังจากมาได้สักพักเห็นอาคารตึกสี่เหลี่ยมหลังใหญ่ตั้งอยู่ข้างหน้า อดีตเป็นที่อยู่เชื้อพระวงศ์ แต่ต้องหลบภัยกาฬโรคหมอฮาเนมานน์จึงไปขอเช่าเพื่อเป็นที่พักและห้องทดลองรักษาคนป่วย อาคารหลังใหญ่มีอาคารเล็ก ๆ ตั้งเรียงรายที่ทำให้ด้วยหินทราย อาคารหลังใหญ่นี้ตั้งอยู่โดดเดี่ยว มีต้นอินผาลัมตั้งอยู่รายล้อม มีทหารหลายนายยืนรักษาการณ์อย่างเข้มแข็ง หมอได้ให้ตึกเล็ก ๆ เป็นที่พัก ทหารเสนารักษ์ และอาคารหลังใหญ่เป็นที่ทดลองรักษาคนไข้ที่เป็นกาฬโรค

เมื่อนโปเลียนมาถึงได้เดินขึ้นไปยังห้องทดลองพร้อมกับพันเอกเจนัวร์ พันเอกหญิงโคลเอ้ บักเคนและรัสตัม โดยมีทหารยามนำเดินขึ้นไป และได้บอกให้นโปเลียนกับพวกรออยู่ข้างนอกห้องทดลอง เพราะหมอฮาเนมานน์สั่งเอาไว้ ห้ามทุกคนเข้าไปในห้องรักษาถ้าไม่ใส่ชุดป้องกัน ทหารยามจึงไปหยิบเอาชุดป้องกันเชื้อโรคมาแจกจ่ายให้กับทุกคน

เมื่อเห็นชุดบักเคนถึงกับตาค้าง นี่มันชุดผีอีกาดำชัด ๆ  ถ้าเห็นกลางคืนคงวิ่งป่าราบแน่ นึกว่าผีอีกาออกมาหลอน สักพักหมอฮาเนมานน์ได้ออกมาพบพอดี “สวัสดีท่านนโปเลียน ท่านเกลแบร์ คุณเคน กลับมาถึงแล้วหรือ” หมอฮาเนมานน์กล่าวทักทาย

“ก่อนที่จะเข้าไปดูผู้ป่วยขอให้ทุกคนใส่ชุดป้องกัน ผมจะให้ทหารยามนำชุดมาให้ทุกคนได้ใส่ป้องกันตัว” หมอฮาเนมานน์ได้บอกกับทุกคน

ทหารยามได้นำชุดมาให้ทุกคนได้สวมใส่  หมอฮาเนมานน์ได้อธิบายให้ทุกคนได้ฟัง  “ชุดนี้ทหารเสนารักษ์ ชื่อ ชาร์ล เดอ โลม ได้ออกแบบ ประกอบด้วยเสื้อคลุมยาวหนาเคลือบด้วยขี้ผึ้งและหน้ากากที่มีจงอยสำหรับใส่เครื่องหอมหรือสมุนไพรและมีกระจกปิดที่ตา เครื่องหอมหรือสมุนไพรที่ใส่ในจงอยส่วนใหญ่ได้แก่ อำพันทะเล สะระแหน่ การบูร กานพลู เชื่อว่าช่วยป้องกันกลิ่นเหม็นที่ก่อให้เกิดโรคตามและช่วยกรองอากาศ ตรงจงอยปาก สวมหมวกทรงสูง และหน้ากากคล้ายอีกา ถือไม้เท้าโดยใช้วินิจฉัยอาการโดยไม่ต้องสัมผัสตัวผู้ป่วย” หมอฮาเนมานน์อธิบาย

“โอมหัศจรรย์มากชุดนี้ สามารถป้องกันไข้กาฬโรคได้จริงหรือ” นโปเลียนสงสัยสอบถามหมอฮาเนมานน์

“ผมคิดว่าก็ป้องกันได้ระดับหนึ่ง “ หมอฮาเนมานน์ได้ตอบ

นโปเลียน

ทุกคนเดินเข้าไปในห้องรักษาผู้ป่วย คนไข้ที่เป็นกาฬโรคนอนเรียงรายเต็มไปหมด บักเคนมองดูวิธีการรักษาด้วยความทึ่ง

คนไข้หลายคนนอนต่อมน้ำเหลืองโต ไอ หมอทหารได้ใช้ไม้เท้าจี้ไปที่ตัวผู้ป่วยและสั่งให้พลิกตัว  ถ้าใครเป็นหนองก็ใช้เข็มดูดเอาหนองบริเวณที่เป็นฝีออก ผู้ป่วยก็จะรอดชีวิต”

“การรักษาเป็นอย่างไรบ้างคุณหมอ” นโปเลียนสอบถาม

“ยารักษายังคิดค้นไม่ได้ แต่ถ้าผู้ป่วยมีฝีโตก็ใช้เข็มดูดเอาหนองออกมา และให้นอนพักฟื้นคนป่วยจะมีอาการดีขึ้น” หมอฮาเนมานน์ตอบ ทุกคนถึงกับทึ่งในการรักษา

“พวกเราออกไปนอกห้องรักษาดีกว่า อยู่ไปอันตรายอาจจะติดเชื้อได้ง่าย” หมอฮาเนมานน์บอกให้ทุกคนออกไปนอกห้องและบอกให้ทุกคนไปอาบน้ำ โดยให้แช่ตัวในน้ำผสมน้ำส้มสายชู เพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อน

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (174)

หลังจากอาบน้ำเสร็จทุกคนได้เข้ามาในห้องประชุม หมอฮาเนมานน์ได้สรุปการรักษาคนป่วยในเมืองจัฟฟา

“ผมคิดว่าเราควรจะแจ้งให้ชาวเมืองจัฟฟาที่มีความรู้ด้านการรักษาเบื้องต้นมาเรียนรู้วิธีการรักษาจากพวกเรา  เพราะการทดลองหายา รักษาไม่ประสบผลสำเร็จ ผมพยายามหาพืชต่าง เท่าที่หาได้โดยถามหมอพื้นบ้านว่าพืชหรือสมุนไพรตัวใดบ้างที่จะช่วยรักษาผู้ป่วยกาฬโรค หมอพื้นบ้านบอกว่าไม่มี ผมคิดว่าคงจะเสียเวลาถ้าจะอยู่ที่นี่ ท่านนโปเลียนคิดอย่างไร” หมอฮาเนมานน์ถามหยั่งเชิงนโปเลียน

“ภารกิจเราคือรบ ไม่ใช่การรักษา ผมเห็นด้วยกับคุณหมอ เราควรจะถอนทัพกลับไคโร เพราะสถานการณ์ที่เมืองอเล็กซานเดรียไม่ค่อยดี ผมอยากเร่งเดินทางกลับ อยากให้หมอทุกคนเตรียมตัวสักสามวัน ให้คนพื้นเมืองมารับผิดชอบแทน” นโปเลียนบอกกับหมอฮาเนมานน์

“ผมก็ว่าดีวิธีการรักษาก็ไม่ยุ่งยาก ผมสอนแค่ครึ่งวัน คิดว่าหมอพื้นบ้านก็รักษาได้”

“ก็เป็นความคิดที่ดีคุณหมอ” เกลแบร์เอ่ยสนับสนุน

“ในการรักษาที่นี่ผมได้ค้นพบบางสิ่งที่นับว่าน่าสนใจมาก” หมอฮาเนมานน์เอ่ยให้ทุกคนได้ยิน

“เรื่องอะไรครับคุณหมอ” บักเคนสอบถามหมอฮาเนมานน์ที่เป็นแพทย์ทางเลือก

“คนป่วยที่พักรักษาตัวที่นี่ อาหารการกินส่งผลต่อลักษณะนิสัยของคนไข้ และกาฬโรคน่าจะติดจากคนสู่คนมากกว่าคนติดต่อกับสัตว์ เช่นหนู แมว ผมสังเกตดู ถ้าคนไข้ไอ ถ้าหมอไปสัมผัสคนป่วย จะป่วย  ถึงต้องให้ใช้ไม้เท้า หมอที่สัมผัสคนป่วยก็ป่วยด้วยกาฬโรค ทั้งที่หมอไม่ได้สัมผัสกับหนู”  หมอฮาเนมานน์บอกกับนโปเลียน

“น่าสนใจมากคุณหมอ ท่าจะจริง เพราะคนป่วย ติดต่อกันได้ง่ายด้วยการสัมผัส หรือจามจากผู้ป่วย

“ฮะว่าอะไรน่ะ กาฬโรคติดต่อจากคนสู่คนมากกว่าไม่ใช่จากสัตว์ น่าสนใจมาก คุณหมอ แล้วที่หมอบอก ทานอาหารส่งผลต่อนิสัยคนไข้ แล้วคนไม่ป่วยส่งผลไหม” บักเคนสอบถาม

“โอพระเจ้า การทานอาหารส่งผลต่อนิสัยของคน การค้นพบที่ยิ่งใหญ่” เกลแบร์เอ่ยขึ้น

“มันเป็นอย่างไรทานอาหารส่งผลต่อนิสัย” นโปเลียนชักสนใจ

หมอฮาเนมานน์ได้อธิบาย ตามที่ผมสังเกตทหารที่มารบและคนไข้หลังจากสอบถาม ทหารและคนไข้ ผมพอจะสรุปได้ว่า” คนที่รับประทานอาหารที่ขาดวิตามิน ซีและ วิตามิน บี มักจะมีอารมณ์แปรปรวน ส่วนทหารหรือคนไข้ที่ลังเลตัดสินใจไม่เด็ดขาดจะขาดวิตามินและกรดอะมิโนแอคซิด ส่วนทหารและคนไข้ที่ชอบทานเนื้อสัตว์ อาหารที่มีไขมัน จะไม่ยอมคน เป็นคนดื้อรั้น ทหารหรือคนไข้ที่ขี้โมโห อารมณ์แปรปรวน ต้องให้ดื่มนมแพะ นมควาย ทานพืชตะกูลถั่วให้มาก  และให้ลดน้ำตาลและเกลือ ส่วนทหารและคนไข้ที่หวาดระแวงให้ดื่มนมเยอะ ๆ”

 “ส่วนคนไข้ที่วิตกกังวล ก็ให้ดื่มนม ไม่ควรทานเนื้อสัตว์มาก ส่วนพวกที่มองโลกในแง่ร้าย มีทัศนคติเป็นลบ ให้ลดของหวาน เพิ่มการทานเนื้อสัตว์ให้มากขึ้น ส่วนคนที่มีความอดทนไม่เพียงพอ ทำอะไรไม่เสมอต้นเสมอปลาย ให้ลดการทานเนื้อสัตว์หันมาทานผลไม้ ส่วนพวกที่เชื่องช้าทำอะไรไม่ว่องไวต้องทานวิตามิน เอและบีให้มาก ส่วนพวกหยิ่งยโส ต้องลดความเค็ม ทานอาหารรสจืด” หมอฮาเนมานน์อธิบายให้ทุกคนเข้าใจ

“โอเป็นความรู้แปลกใหม่” นโปเลียนอุทานออกมา ความรู้นี้ถ้าไปปรับการรับประทานอาหารของทหารน่าจะเป็นประโยชน์

บักเคนสนใจเลยถามหมอฮาเนมานน์ “คุณหมอถ้านักการเมืองที่ก่อนการเลือกตั้งบอกว่าจะไม่รับตำแหน่งจะทำเพื่อประเทศชาติพูดให้สัญญาต่อหน้าทุกคน พอได้เป็นนักการเมือง กลับลืมคำพูดแย่งตำแหน่งกันแสดงว่าขาดสารอาหารประเภทไหนต้องทานอาหารประเภทไหนเป็นพิเศษ” บักเคนถามหมอฮาเนมานน์ด้วยความสงสัย

“น่าสนใจคุณเคน พอดีผมไม่ได้สำรวจนักการเมืองที่ฝรั่งเศสมีแต่สอบถามทหารและคนไข้ ผมคิดว่านักการเมืองน่าจะขาดวิตามินบี และธาตุเหล็ก ทำให้หลงลืม จำคำพูดตนเองไม่ได้”หมอฮาเนมานน์บอกกับบักเคน

          “ผมว่าไม่ใช่ครับ คุณหมอ มันเป็นสันดานนักการเมืองมากกว่าโลภมากไม่รู้จักพอ บางคนถามอะไรก็ไม่รู้ ไม่ทราบ ขนาดบางคนกินเหล็กเป็นตัน ๆ ก็ยังมีอาการเลยคุณหมอ”บักเคนบอกกับคุณหมอฮาเนมานน์

“คุณเคนถามอะไรคุณหมอผมไม่เข้าใจ” นโปเลียนสอบถามบักเคน

“ผมถามคุณหมอนักการเมืองทำไมชอบลืมคำพูดที่ให้สัญญาไว้กับประชาชน ขาดสารอาหารตัวไหนและต้องรับประทานอาหารประเภทไหน”

“น่าสนใจมากค่ะ เพิ่งรู้นะค่ะ ว่าทานอาหารส่งผลต่ออารมณ์” พันเอกหญิงโคลเอ้เอ่ยขึ้นมาลอยๆ

“เอาละทุกคนกลับได้แล้วอย่ากวนคุณหมอมาก คุณหมอฮาเนมานน์ให้บอกกับหมอทุกคนอีกสามวันเราจะถอนทัพเดินทางกลับไคโร” นโปเลียนบอกหมอฮาเนมานน์

**********************************

การถอนทัพ โดยให้หมอทหารถอนตัวจากการรักษาคนป่วยที่เมืองจัฟฟา และกองหทารที่ตั้งค่ายอยู่นอกเมืองก็ได้เริ่มขบวนเดินทางมุ่งหน้าสู่อียิปต์ การถอนทัพกลับช่างแตกต่างจากการมารบ ทหารเสียชีวิตบาดเจ็บจำนวนมากปืนใหญ่ไม่มีเหลือ ถูกทำลายถูกยึด เหลือทหารเดินทัพกลับไปเพียงแปดพันกว่านาย เป็นความพ่ายแพ้ของนโปเลียนต่ออังกฤษและจักรวรรดิออตโตมันที่รุมกินโต๊ะทัพฝรั่งเศส

การเดินทางก็มาถึงกรุงไคไรไม่มีพิธีต้อนรับกลับ มีเพียงพลเอกกาลีเบอร์นำทหารออกมาต้อนรับก่อนเข้าเมือง โดยพลเอกกาลีเบอร์ได้ให้ทหารไปเก็บป้าย ใบปลิวขับไล่นโปเลียนออกไปให้พ้นจากอียิปต์ เพื่อไม่ให้นโปเลียนได้เห็นใบปลิวและป้ายโจมตี อาจจะทำให้นโปเลียนเกิดความไม่สบายใจ

“สวัสดีท่านนโปเลียน ยินต้อนรับกลับสู่ไคโร”

“สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง” นโปเลียนถามพลเอกกาลีเบอร์

“กรุงไคไรมีชาวบ้านเริ่มประท้วงประปราย แต่การประท้วงที่เมือง อเล็กซานเดรียจะรุนแรงกว่าทุกเมือง เพราะตอนนี้หลายเมืองเริ่มมีคนต่อต้านท่าน ผมได้ให้ทหารหน่วยสอดแนมไปสืบดูแล้ว น่าจะเป็นพวกมัลลุค และทหารอังกฤษอยู่เบื้องหลังการก่อหวอดในครั้งนี้ มีการให้นักศึกษาออกมาประท้วงแต่พวกครูที่สอนไม่เห็นมีใครออกมาประท้วงสักคน ส่วนชาวบ้านก็ได้รับการยุยงจากนักบวชอุลามาที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับราฮิม พวกนี้ต่อต้านตั้งแต่เริ่มแรก แต่ท่านนโปเลียนได้แต่งตั้งให้อุลามา ที่มีราฮิมเป็นผู้นำ ทำให้อุลามาที่นับถือคำสอนศาสนาอย่างตรงไปตรงมาไม่พอใจ ให้การสนับสนุนชาวบ้านออกมาต่อต้านท่าน” พันเอกกาลีเบอร์อธิบายให้นโปเลียนเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

“ช่างมันอยากประท้วงก็ประท้วงไป ใครคืออำนาจ นักศึกษา ชาวบ้านมีอะไรถ้าประท้วงมาก ก็คงจับไปประหารฐานก่อความวุ่นวาย เดี๋ยวผมจะประกาศภาวะฉุกเฉินห้ามจัดชุมนุมกันเกินห้าคนเพราะต้องป้องกันโรคระบาด ไข้กาฬโรค ที่อาจจะแพร่ระบาดในกรุงไคโร ที่เกิดจากการชุมนุมกันของพวกประท้วง” นโปเลียนบอกกับทุกคน