บักเคนทะลุมิติ ตอนที่163-164

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (163)

ในเมืองเอเคอร์ มีการส่งเสียงชาวเมือง เฉลิมฉลองการรบได้ชัยชนะเหนือฝรั่งเศส ที่วังสุลต่าน อะห์มัดปาชา อัล-ญาซาอิร (Ahmad Pasha Al-Jasaar) ได้มีการล้มแพะ อูฐ เลี้ยงฉลองชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ โดยมี เซอร์ ซิดนีย์  ได้มาร่วมแสดงความยินดีในการรบประสบชัยชนะงดงาม  “เอ้าพวกเราดื่มให้พระเจ้าจอร์จ ที่ทรงประทานชัยชนะในการรบครั้งนี้ และดื่มในชัยชนะอันงดงามของท่าน อะห์มัด ที่ได้ทำการรบได้อย่างยอดเยี่ยม “เอ้าดื่ม” ทุกคนดื่มให้กับชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ ที่รบชนะนโปเลียน

“บอกแล้วนโปเลียนต้องพ่ายแพ้ อนาคตของนโปเลียนหมดแล้วในอัฟริกาและอินเดีย”  เซอร์ซิดนีย์ได้เอ่ยขึ้น

งานเลี้ยงจัดขึ้นทหารอังกฤษและทหารม้าเจนีสซารี่ได้ดื่มกินอย่างมีความสุขในชัยชนะอันงดงาม

************************************

นโปเลียนถอยทัพเป็นหน่วยสุดท้าย  นโปเลียนได้ทิ้งปืนใหญ่ทั้งหมด เพราะมันเป็นภาระในการถอยทัพ ในการนำปืนใหญ่กลับไป ส่วนกระสุนสามสิบนัด นโปเลียนได้เอาไปด้วย

หน่วยเสนารักษ์ได้เดินทัพพร้อมกับนำทหารที่บาดเจ็บนับร้อยนายออกเดินทางด้วยเกวียน มีทหารราบและทหารม้าคอยให้ความคุ้มกัน การเดินทางต้องประสบกับการขาดแคลนอาหาร และน้ำดื่ม เพราะบ่อน้ำดื่มที่ขุดเอาไว้ ได้ถูกพายุทรายพัดกลบหมด ทำให้ไม่ทราบว่าบ่อน้ำอยู่ตรงไหน กองทหารนโปเลียนเหลือเพียง เจ็ดพันนาย ทหารหญิงที่เดินทัพมาเป็นทหารปืนใหญ่ได้เสียชีวิตสามสิบนาง  อีกสองร้อยนางเป็นผู้ช่วยทหารเสนารักษ์

เหล่านักวิทยาศาสตร์เมื่อเห็นสงครามรบดุเดือดในครั้งแรก และเห็นว่าตนคงไม่มีส่วนช่วยเหลืออะไรได้อีกในการรบตะลุมบอน จะเป็นเครื่องกีดขวางมากกว่า ได้ขออนุญาติ นโปเลียนเดินทางไปพักรอที่เมืองจัฟฟา นโปเลียนได้ให้ทหารหญิงห้าสิบนายและทหารราบสองพันนายคุ้มครองนักวิทยาศาสตร์เดินทัพกลับล่วงหน้าไปก่อนให้ไปพักรอที่เมืองจัฟฟา

“หมอน้ำ ข้าหิวน้ำ ขอน้ำข้าหน่อย” เสียงทหารบาดเจ็บร้องขอน้ำ

“ทหารได้เอาน้ำจากกระติกให้ทหารดื่มแก้กระหาย

ขณะนั้นนโปเลียนได้ถอยทัพตามมาทันกองทหารที่ได้ถอยทัพล่วงหน้า ซึ่งการถอนทัพ ต้องเดินในทะเลทรายที่ร้อนระอุ เพราะต้องรีบเดินทัพเพราะกลัวฝ่ายอังกฤษจะมาโจมตีซ้ำเติมโดยเฉพาะทหารม้า ทหารม้าเจนีสซารี ที่มีความเชี่ยวชาญในการรบในทะเลทราย อาจจะมาซ้ำเดิมทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ขึ้นไปอีก

          กองทัพนโปเลียนโชคดี เพราะทหารม้าเจนีสซารีอยู่ฉลองชัยชนะไม่ได้สนใจที่จะโจมตีซ้ำเดิม อาจจะเป็นด้วยเหตุผลทางการเมือง  ระหว่าง อะห์มัดปาชา อัล-ญาซาอิร  กับเซอร์ ซิดนีย์ สมิท เพราะ อะห์มัดก็หวาดระแวงอังกฤษ การเป็นพันธมิตรเป็นเพียงผลประโยชน์ร่วมกันในการต่อต้านฝรั่งเศส ลึก ๆแล้ว อะห์มัดไม่ได้เชื่อใจอังกฤษ เพราะอังกฤษยึดครองอียิปต์และพยายามแผ่ขยายอำนาจออกไปโลก เหมือนกับเหยียบตาปลา อาณาจักรออตโตมัน ที่เคยยิ่งใหญ่

เมื่ออังกฤษวัดรอยเท้าสุลต่านซาลิมที่  3 ทำให้สุลต่านซาลิม ที่3 ต้องยอมเป็นพันธมิตรกับอังกฤษเพราะกลัวนโปเลียนมากกว่ากลัวอังกฤษ เพราะอังกฤษมีความเหนือด้านอาวุธ ทำให้จักรวรรดิ ออตโตมันต้องยอมเปลี่ยนมิตรเป็นศัตรูกับฝรั่งเศสมาเป็นอังกฤษ ตามทฤษฎีผลประโยชน์ของชาติ เพื่อความอยู่รอด

************************************

เมื่อถอนทัพและติดตามมาทัน นโปเลียนได้ไปเยี่ยมทหารได้รับบาดเจ็บจากการรบ มีทหาร ห้าสิบนายที่อาการสาหัสมาก โอกาสรอดน้อยกว่า สามสิบเปอร์เซ็นต์

“ขอให้พันเอกเจนัวร์มาพบผมกับหมอที่รับผิดชอบดูแลทหารที่บาดเจ็บ ไม่ต้องไปตามคุณหมอฮาเนมานน์” นโปเลียนบอกหมอทหารที่รักษาทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการรบ

“ผมเรียกมาประชุมวันนี้ ผมเหตุผลที่จำเป็น ที่จะให้พันเอกเจนัวร์ ในฐานะผู้บังคับบัญชาหน่วยแพทย์ ผมอยากจะให้ทหารที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ได้พักผ่อนตลอดไป เพื่อไม่ให้เป็นภาระในการเดินทางที่ยากลำบากและขาดแคลนยารักษา ใจจริงผมไม่อยากจะทำแต่ด้วยความจำเป็นที่ทุกท่านรู้ดีอยู่แล้ ว ในระหว่างถอยทัพหนีเราไม่รู้วันใด กองทหารอังกฤษและทหารออตโตมันจะติดตามมาทันและโจมตีพวกเรา  และพวกเราต้องถอยทัพล่าช้าเพราะต้องดูแลทหารที่ได้รับบาดเจ็บ สาหัส

นอกจากนี้พวกเราขาดแคลนอาหารและน้ำ ถ้าลดจำนวนทหารส่วนหนึ่งก็จะมีอาหารเหลือ ทำให้เราถอยทัพได้ไกลขึ้นไปอีกถ้าข้าศึกตามมาทันเราจะตายกันหมด ผมไม่อยากให้ทหารที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส  เป็นภาระในการดูแลรักษา ผมอยากให้หลับสบาย อยากให้คุณหมอผสมยาพิษในน้ำให้ทหารที่ได้รับบาดเจ็บได้หายทรมาน” นโปเลียนบอกทหาร

“ท่านนโปเลียน มนุษยธรรม หมอ ทำไม่ได้ หมอต้องรักษาคนป่วย ทหารที่ได้รับบาดเจ็บก็ทำตามคำสั่งของท่าน ทำไมต้องให้ทหารเหล่านั้นต้องตายด้วย มันไม่ยุติธรรม ผมทำไม่ได้” พันเอกเจนัวร์บอกับนโปเลียน

“ผมก็ทำไม่ลง”  ทหารเสนารักษ์บอก มัน “ไม่ใช่ความผิดของทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ผมอยากให้คำนึงถึงความเมตตาด้วย ได้โปรด อย่าให้ทหารเหล่านี้ต้องตายด้วยคำสั่งของท่าน”

“คุณหมอทั้งหลาย แม้จะเป็นลูกของผม ผมก็จำเป็นต้องทำ เพราะผมสงสารดูอย่างไรเขาก็ไม่มีโอกาสรอด เครื่องมือรักษาก็ไม่มี ยาก็ขาดแคลน เขาอยู่ ก็อยู่อย่างทรมาน ผมให้ทหารที่รบผมต้องมาตายผมเจ็บปวดหัวใจไม่น้อยกว่าคุณหมอ  มันเหมือนกับผมฆ่าลูกชายที่รักของผม” นโปเลียนพยายามเกลี้ยกล่อมหมอ กับทหารเสนารักษ์

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (164)

“ได้โปรดเถิดคุณหมอ อย่าให้ทหารที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส มาเป็นภาระในการถอยทัพ มันจะทำให้เราสูญเสียมากกว่านี้ ถ้าทหารอังกฤษและออตโตมัน ตามมาทัน พวกเราต้องทิ้งปืนใหญ่ทั้งหมดไว้ที่สมรภูมิ เพราะมันเป็นภาระในการถอยทัพ รักษาชีวิตส่วนใหญ่พวกเราไว้ดีกว่า เรายังมีโอกาสกลับมาแก้แค้น ดีกว่าถ้าฝ่ายอังกฤษตามมาทัน เราจะพากันตายทั้งหมด กระสุนปืนเราก็เหลือน้อย อาหาร น้ำก็เริ่มหมดไป ผมให้สัญญา ว่ากลับไปฝรั่งเศสจะดูแลครอบครัวทหารที่เสียชีวิตในสงคราม อย่างดีที่สุด พวกเขาเหล่านั้นคือวีรบุรุษของชาวฝรั่งเศส มีแต่ความกล้าหาญ เสียสละ”

“มันก็จริงท่านนโปเลียน แต่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ที่ยังพอรักษาได้ท่านจะทำอย่างไร “ พันเอกเจนัวร์ ถามนโปเลียน

“ผมจะให้ทหารที่ร่างกายแข็งแรงและพอเดินไหว สละม้าให้ทหารที่ได้รับบาดเจ็บได้ขึ้นไปขี่ม้าแทน ผมจะเดินด้วยเท้าเพื่อให้ทหารที่ได้รับบาดเจ็บได้ขี่ม้าแทนผม” นโปเลียนบอกกับพันเอกเจนัวร์

“เราต้องเดินทัพอีกไม่น้อยกว่าห้าวัน เพื่อถึงเมืองจัฟฟา เราคงเดินทัพไปช้า ๆ ผมจะให้ทหารม้าและพลเอกบอร์น คุมทัพหลังเพื่อป้องกัน ทหารอังกฤษติดตาม  ส่วนทัพหน้าให้เกลแบร์ นำทหารเสนารักษ์ และทหารที่ได้รับบาดเจ็บเดินทัพไปก่อน “ นโปเลียนบอกกับเสนารักษ์ทุกคน

รัสตัมไปตาม พลตรีโรเบอร์โต และร้อยโทลูคัส ให้มาพบผม” นโปเลียนได้บอกรัสตัม

“ครับนายท่าน”

“คุณหมอตัดสินใจว่าอย่างไร ผมต้องการคำตอบก่อนที่ พลตรีโรเบอร์โตและร้อยโทลูคัสจะมาพบผม

“ เออ เอาละ แม้มันจะเจ็บปวด แต่เพื่อรักษาส่วนใหญ่ ทหารที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ผมจะฉีดยาพิษให้หลับไปเลย” ทหารเสนารักษ์ ได้ตอบนโปเลียน

“ดีมาก ท่านทำถูกแล้ว ไม่มีใครว่าพวกท่าน  การเสียสละ ทำสิ่งที่ขัดกับมโนธรรม เป็นสิ่งที่ตัดสินใจได้ยาก แต่พวกท่านได้ทำสิ่งที่ทำได้ยากกว่า คุณธรรม จริยธรรม พวกท่านสูงส่งยิ่ง ผมในฐานะตัวแทนชาวฝรั่งเศสขอขอบคุณ คุณหมอทุกท่าน ที่ได้ทำสิ่งยิ่งใหญ่ ท่านไม่ต้องบอกกับหมอฮาเนมานน์ในเรื่องที่เกิดขึ้น” นโปเลียนบอกกับหมอเสนารักษ์ 

“อย่างนั้นผมขอไปปฎิบัติหน้าที่ต่อ” พรุ่งนี้ท่านก็เคลื่อนทัพได้

          สักพักพลตรีโรเบอร์โตและร้อยโทลูคัสได้มาพบกับนโปเลียน

          “ร้อยโทลูคัส บอลลูนสามารถใช้งานได้อีกไหม” นโปเลียนถามร้อยโทลูคัส

          “ก็ยังใช้ได้ยังมีก๊าซเหลือพอที่จะบินได้อีกประมาณ หนึ่งวัน”

ร้อยโทลูคัสตอบนโปเลียน

          “ผมจะให้พวกท่านเป็นหน่วยสอดแนม ให้พวกท่านนำบอลลูนขึ้นบินอีกครั้ง เพื่อคอยตรวจการณ์ว่าจะมีข้าศึกติดตามมาอีกหรือไม่ เมื่อพวกเราถอยทัพ ก็ให้ท่านนำบอลลูนขึ้นตรวจการณ์ โดยมีทหารม้าและทหารราบ อยู่กับผม ผมจะเป็นหน่วยคอยระวังหลัง เวลานี้มีทหารที่พอจะรบได้ประมาณ สี่พันนาย ผมจะอยู่คุมเพื่อป้องกันทหารอังกฤษและทหารม้าเจนีสซารีติดตามมา”

          “ได้ครับท่านนโปเลียน”

          “ดีมาก อย่างนั้น เย็นนี้ก็ให้ทหารเสนารักษ์ถอยทัพได้” ส่วนพวกท่านก็ไปเตรียมบอลลูน และให้พลตรีโรเบอร์โต ไปดัดแปลงลูกกระสุนปืนใหญ่ ให้เป็นระเบิดเพลิง ผมจะทำกับดัก เพื่อพวกทหารอังกฤษติดตามมา” นโปเลียนได้บอกกับร้อยโทลูคัส

          “อ้าวคุณเคนมาทำไม” นโปเลียนมองเห็นบักเคนกำลังเดินมาหานโปเลียน

          “ผมคุยกับท่านเกลแบร์แล้ว ผมจะอยู่กับท่านนโปเลียนในการคุมทัพหลัง ในการถอยทัพ” บักเคนตอบนโปเลียน

          “คุณเคนไม่กลัวพวกอังกฤษกับทหารม้าเจนีสซารี่เลยหรือ” นโปเลียนถามบักเคน

          “ผมกลัวจนหายกลัวแล้วครับ ผมขออาสาขึ้นบอลลูนกับร้อยโทลูคัส เพื่อบินตรวจการดูว่ามีพวกทหารอังกฤษหรือไม่”

          ถ้าเจอทหารอังกฤษแล้วคุณเคนจะทำอะไร

          “ผมจะทิ้งระเบิดใส่ทหารอังกฤษ “

          “ระเบิดมันไม่มีเหลือแล้ว คุณเคน มีแต่กระสุนปืนใหญ่ ผมให้ พลตรีโรเบอร์โต ไปดัดแปลงลูกกระสุนปืนใหญ่ ให้เป็นระเบิดเพลิง”

          “นั่นแหละท่านระเบิดเพลิง แบ่งให้ผมสัก 10 ลูก ผมจะระเบิดกองทหารอังกฤษ” บักเคนบอกกับนโปเลียน

          “อย่างนั้นก็ได้ คุณเคน”

          “ท่านนายพลแบ่งระเบิดเพลิงให้คุณเคนสัก 10 ลูกนะ” นโปเลียนบอกพลตรีโรเบอร์โต

          “ได้ครับท่าน”

          พระอาทิตย์เริ่มโรยแสงตะวันเริ่มลาลับ เหมือนกับความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของนโปเลียนเริ่ม โรยราในแผ่นดินอัฟริกา ความพ่ายแพ้ในการรบสองครั้ง ทำให้ทหารฝรั่งเศสที่ทำทัพโดยนโปเลียนเสียชีวิตสองหมื่นคน ทั้งป่วยด้วยไข้กาฬโรค บาดเจ็บจากการสู้รบ ถูกกองทัพเรืออังกฤษโจมตีกองเรือฝรั่งเศส ทหารเสียชีวิตหลายพันนาย นโปเลียนตอนนี้เหลือทหารอยู่ในอียิปต์ทั้งหมดไม่เกินหนึ่งหมื่นคน ทหารหลายหมื่นนายต้องฝังร่างในผืนดินทะเลทรายที่แห้งแล้ง บางส่วนก็จมสู่ท้องทะเล กับการทำหน้าที่เพื่อสนองตัณหาผู้นำ โดยอ้างเพื่อความยิ่งใหญ่ให้โลกจารึกไว้

มันเป็นรอยเท้าของผู้ยิ่งใหญ่เพียงคนเดียวที่เหยียบไปบนซากศพของทหารนับหมื่น ไม่ใช่เพื่อปกป้องประเทศแต่เป็นรุกรานชาติอื่น เพื่อขยายดินแดน

          กองทหารเสนารักษ์หลังจากได้ร่วมฝังทหารที่บาดเจ็บสาหัส และได้ฉีดยาพิษให้ตายอย่างสงบ ได้เริ่มออกเดินทัพ ท่ามกลางความสงสัยของทหารหลายนายว่าทำไมทหารที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถึงมาเสียชีวิตพร้อมกัน ทุกคนได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ เพราะยังไม่ปลอดภัยไม่รู้ว่าทหารอังกฤษจะตามมาโจมตีเมื่อใด ทุกคนก็ได้เริ่มถอยทัพกลางคืน มีเพียงดวงดาวเป็นตัวนำทาง

 นโปเลียน พลตรีโรเบอร์โต และกองทหารม้า ทหารราบอีกสามพันคน ได้ตั้งทัพรอเพื่อสกัดกั้นกองทัพอังกฤษ ได้ตั้งทัพรอ ทุกคนได้พักผ่อนเพื่อเอาแรง มีการเปลี่ยนเวรยาม

พลตรีโรเบอร์โต ได้ให้ทหารไปทำกับดัก ม้า และวางระเบิดเพลิง ไว้ตามเส้นทางที่คาดว่ากองทหารอังกฤษและทหารม้าเจนีสซารีจะผ่าน

ส่วนบักเคนและร้อยโทลูคัส นโปเลียนได้สั่งให้ไปพักผ่อน พรุ่งนี้เช้าจะได้ขึ้นบอลลูนตรวจการณ์

“ดวงดาวยามค่ำคืนสวยนะ หมวด” บักเคนเอ่ยปากกับร้อยโทลูคัส

“ใช่ครับคุณเคน ผมคิดถึงบ้าน แล้วคุณเคนล่ะ”

“ผมคิดถึงซูซี่ อีกไม่กี่วันก็จะพบซูซี่แล้ว ผมคิดจะนำซูซี่ไปใช้ชีวิตร่วมกับผมที่ฝรั่งเศส” บักเคนบอกร้อยโทลูคัส

“อืมส์ก็น่าจะดีคุณเคนควรจะมีครอบครัวได้แล้ว  ชีวิตจะได้ไม่ต้องเร่ร่อน”

“ หมวด ผมขอถามอะไรหน่อย ทำไมพวกทหารม้าเจนีสซารีมันใช้ม้าศึกพันธุ์อะไรพอจะทราบไหม”

“ ผมพอทราบเพราะในโรงเรียนทหารได้มีการสอน ม้าที่ใช้ในการศึกสงครามส่วนมากจะเป็นม้าอารเบีย สายพันธุ์ลูซิตาโน มันมีมานานแล้วตั้งแต่ยุคกรีก กองทัพกรีกได้เดินทางมายังไอบีเรียและนำม้าสายพันธุ์ลูซิตาโน ไปขยายพันธุ์ที่กรีก ที่กองทัพเราก็ใช้ม้าสายพันธุ์เดียวกัน จนโฮเมอร์ กวีแห่งกรีก ว่ามันคือ “บุตรแห่งสายลม”

ม้าพันธุ์นี้ก็ไปผสมกับม้าท้องถิ่นจะได้สายพันธุ์ที่แตกต่างออกไป แต่สายพันธุ์ลูซิตาโน คือต้นกำเนิดม้าศึก” ร้อยโทลูคัสบอกกับบักเคน