บักเคนทะลุมิติ ตอนที่137-138

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (137)

“ฮัดช่า เหมือนข้าเลือกนางสนมเข้าวังเลยท่าน นโปเลียน ข้าชักสนใจแล้วซินะ ท่านจะให้ข้าเลือกจากทหารของท่านทั้งสี่ร้อยคนเลยหรือ” สุลต่านทิปโพถามนโปเลียน

          “ผมต้องไปถามความสมัครใจของทหารหญิงดูก่อน ว่าพวกนางสนใจจะเข้าไปถวายการรับใช้ท่านสุลต่านหรือไม่ ถ้าพวกนางสนใจข้าก็จะนำพวกนางมาให้ท่านสุลต่านคัดเลือก”

          “ ฮะฮ่า ดี ดีมาก ท่านนโปเลียน สายสัมพันธ์ทางทหารมิตรภาพของเราต้องยั่งยืนนาน เพื่อต่อสู้กับอังกฤษ

“แล้วท่านจะให้คำตอบข้าได้วันไหนท่านนโปเลียน ชักอยากจะคัดเลือกแล้วซิ”

“ท่านสุลต่าน ท่านนโปเลียน การคัดเลือกทหารที่สมัครใจมันต้องสร้างบรรยากาศหน่อยให้องค์สุลต่านประทับใจ” บักเคนเสนอไอเดีย

“ทำอย่างไรคุณเคน”  นโปเลียนกับสุลต่านถามขึ้นพร้อมกัน

ขั้นตอนแรก ให้ท่านนโปเลียนไปถามทหารที่สมัครใจจะมารับใช้ท่านสุลต่านก่อน เมื่อได้จำนวนคนที่สนใจก็มาผ่านกระบวนการคัดเลือกนางงามทะเลทราย โดยขั้นตอนนี้ จะแบ่งการแต่งกายออกเป็น สามชุด ในชุดแรกให้ใส่ชุดทหารพร้อมรบ มาแสดงอาวุธและการออกกำลังกายผ่านเครื่องกีดขวาง ดูขีดความสามารถในการรบ และการยิงปืนเข้าเป้า

“ส่วนชุดที่ 2 จะให้พวกนางใส่ชุดพื้นเมืองอียิปต์ออกมาร่ายรำ ระบำหน้าท้อง”

“โอ สุดยอดมากคุณเคน คุณไปได้ความคิดนี้มาจากไหน ผมไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนในชีวิต” นโปเลียนถึงกับอุทานออกมา

“ฮัดช้าคุณเคน มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์มาก ที่ไมซอร์ไม่เคยมีมาก่อน เวลาข้าเลือกนางสนม ก็แค่ดูหน้าตาจะมีคนส่งมาให้ ถ้าไม่ชอบใจก็ปล่อยพวกนางกลับ ส่วนมากข้าจะรับพวกนางไว้ในวัง รับรองถ้าได้ทหารของท่านนโปเลียน เป็นองค์รักษ์ของข้า และหุ่นพวกนางเอวคงไม่หนาแน่นอน” สุลต่านถึงกับอึ้งกับไอเดียของบักเคน

ยังไม่จบครับผู้มีเกียรติทั้งสองท่าน ส่วนชุดที่สามก็จะให้ใส่ชุดซีทรู ออกมาเดินให้ท่านสุลต่านคัดเลือก แต่ผมต้องถามก่อนว่าท่านนโปเลียนจะจัดทหารให้สุลต่านจำนวนกี่นาย” บักเคนถาม

“ผมว่าจะให้ท่านสุลต่านสักสามคน”

“ถ้าอย่างนั้น รอบแรกมีทหารสมัครใจกี่คนก่อน ผมต้องดูว่ามีคนสมัครใจกี่คนก่อน”

“ทำไมหรือคุณเคนต้องทราบจำนวนก่อน” นโปเลียนสงสัยในความคิดของบักเคน

ถ้าพวกนางสมัครมากก็คัดเลือก พวกนางในรอบแรก ตามที่ผมบอก ถ้าสมัครมา 50 คนก็คัดความสวยก่อน เหลือไว้ 20 คนในรอบแรก แล้วรอบสองก็คัดเลือกไว้ 10 คน ส่วนรอบสามก็คัดเลือกไว้สามคนตามที่ท่านนโปเลียนมอบพวกนางให้กับสุลต่าน

“ช่างเป็นความคิดแปลกใหม่และน่าสนใจยิ่งนัก ไม่นึกว่าจะได้ยินในดินแดนกลางทะเลทรายไม่ใช่ที่ฝรั่งเศส”  เกลแบร์เดินเข้ามาและเอ่ยขึ้น

“ยังไม่จบ ผมต้องขอท่านนโปเลียน ว่าพวกนางที่ชนะการประกวดจะต้องได้รางวัลเป็นเงินหรือทอง เพราะพวกนางทำงานรับใช้ชาติเป็นทูตสัมพันธ์ไมตรี ระหว่างฝรั่งเศสกับแคว้นไมซอร์”

“แปะ แปะ ๆ ยอดเยี่ยมมาก วิเศษ มาก คุณเคน ผมมีรางวัลให้กับผู้ชนะและยศ พอใจไหมคุณเคน”

“คุณเคนผมมีรางวัลสมทบ เป็นผ้าไหม พลอย ทองคำสำหรับผู้เข้าประกวด และคนที่ชนะทั้งสามข้าจะรับเป็นนางสนม หรือจะสถาปนาเป็นพระชายาเลย” สุลต่านทิปโพบอกบักเคน

“ดีมากท่านสุลต่าน การประกวด รอบแรก รอบสอง พวกเราจะเป็นกรรมการคอยให้คะแนน ร่วมกับท่านสุลต่าน แต่ถ้าท่านสุลต่านเห็นนางใดถูกใจแต่พวก ผมไม่เห็นด้วย ถือว่าความเห็นท่านสุลต่านเป็นอันสิ้นสุด เราจะมีใบให้คะแนนโดยกรรมการ จะเป็นผม ท่านนโปเลียน ท่านเกลแบร์ และองค์สุลต่าน แล้วนำคะแนนมารวมกัน”

“ช่างยอดเยี่ยม ข้าถูกใจมากคุณเคน อยากให้คุณเคนเดินทางไปไมซอร์กับข้าดีกว่า ข้าจะแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแลวังของข้า ท่านนโปเลียนว่าอย่างไร” สุลต่านทิปโพเอ่ยกับนโปเลียน

“แล้วแต่คุณเคน ถ้าอยากเดินทางไปกับองค์สุลต่านก็ได้ หรือจะอยู่กับผมที่อียิปต์ก็ได้ ไม่มีปัญหา”

“การคัดเลือกในรอบสามทีเหลือเพียงสามนาง ก็ให้ท่านสุลต่านเป็นผู้คัดเลือกเพียงคนเดียว”

สุลต่าน นโปเลียน เกลแบร์ทำสีหน้างงงวยไม่เข้าใจในสิ่งที่บักเคนอธิบาย

“ก็ท่านนโปเลียนให้สุลต่านได้สามคนเมื่อเลือกได้สามคนแล้ว ทำไมต้องคัดเลือกต่อ ไม่เข้าใจ” เกลแบร์สงสัย

“ใช่ ทำไม่ต้องเลือกต่อ ก็ครบตามจำนวนที่ผมมอบให้องค์สุลต่านแล้วนี้” นโปเลียนเสริมขึ้นมา

“มันยังไม่จบกระบวนการท่าน การคัดเลือก ต้องให้องค์สุลต่านเป็นผู้คัดเลือกด้วยตัวพระองค์เอง ว่าพวกนางในสามคนใครสมควรจะเป็นผู้ชนะที่ 1 ที่สอง ที่สาม เพื่อพวกเราจะได้รู้” บักเคนอธิบาย

“น่าสนใจ มากคุณเคน ผมว่าแปลกดี คุณเคนมีกติกาอันใดอีกหรือไม่” นโปเลียนถาม

“มีท่าน ในรอบสาม จะให้พวกนางได้มาอยู่กับองค์สุลต่านคนละ 7 วัน โดยพวกนางจะต้อง ทำอาหารให้สุลต่านได้เสวย ปรนนิบัติเรื่องบนเตียง ดูแลห้องหอของท่านสุลต่าน”

“ทำไมต้องยุ่งยากขนาดนั้น สุลต่านมีคนรับใช้มากมาย เรื่องดูแลห้องหอ ทำอาหารไม่จำเป็น” นโปเลียนเอ่ยออกมา

“ท่านสุลต่านนำคนใช้ที่เป็นหญิง หรือนางสนมมาด้วยไหม” บักเคนถาม

“ไม่ เพราะการเดินทางมันลำบาก ต้องเดินทะเลทราย ทั้งร้อน ทั้งขาดน้ำ พวกนางไม่ยอมเดินทางมาแน่” สุลต่านบอกบักเคน

“เห็นไหมท่านนโปเลียน อย่างน้อยก็มีสตรีติดตามท่านองค์สุลต่านมาเป็นองค์รักษ์และคนรับใช้ คนดูแลนอกเหนือจากทหารผู้ชาย นี่คือข้อดี” บักเคนอธิบาย

“แล้วอย่างไรต่อคุณเคน ผมชักสนใจแล้วในวิธีการของคุณเคน”  เกลแบร์เอ่ยขึ้นด้วยความสนใจ

“หลังจากพวกนางมาปรนนิบัติดูแลองค์สุลต่านครบ 7 วัน สามคนก็ 21 วัน สุลต่านก็คอยบอกพวกผมว่าจะให้พวกนางคนใดเป็นอันดับหนึ่ง อันดับสอง อันดับสาม “

“สุดยอดคุณเคน แล้วพวกนางจะไม่ริษยากันหรือ” เกลแบร์ถามด้วยความสงสัย ผู้หญิงในสังคมฝรั่งเศสพวกนางคือเสียงส่วนนับที่ไม่ถูกนับเป็นเสียง พวกนางมียศ มีเกียรติ พวกนางสมควรยินดีและพอใจไม่มีปัญหา” บักเคนอธิบาย

“อะไรคือเสียงส่วนนับที่ไม่ถูกนับเป็นเสียง” นโปเลียนถามบักเคน เพราะไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน

“มันเป็นความเสมอภาค และเสรีภาพ ที่ทุกคนมีสิทธิมีเสียงเท่ากันไม่ว่าจะนายทุน เศรษฐี ทหาร นักบวช ทุกคนมีหนึ่งเสียงเท่าเทียมกัน ในการแสดงความคิดเห็นออกมา สตรี ทาส ในฝรั่งเศสไม่เคยมีสิทธิเรียกร้องความเป็นธรรมในสังคม เหมือนกับพวกนางหรือทาสไม่ใช่คนเช่น ท่าน เช่นผม เป็นการทำให้สังคมมีความเท่าเทียมกันในการแสดงความคิดเห็นออกมา” บักเคนอธิบายในแนวคิดของนักคิดชาวฝรั่งเศส ฌาคส์ ร็องซิแยร์ แนวคิดหลังทันสมัย

“ยอดเยี่ยมมากคุณเคน ปัญหาความวุ่นวายในฝรั่งเศสก็เกิดจาก เสรีภาพ ความเสมอภาคที่คุณเคนพูดมาทั้งหมด ผมกลับไป จะนำความคิดของคุณเคนไปใช้ในฝรั่งเศสคุณเคนไม่ต้องไปไมซอร์แล้ว กลับฝรั่งเศสกับผม มาช่วยผม เป็นแนวคิดที่แปลกใหม่มาก”

บักเคนคิดถึงเสรีภาพ ความเสมอภาคในเมืองไทย เสียงส่วนนับที่ไม่ถูกนับให้เป็นเสียงยังคงมีอยู่ กลุ่มคนเสื้อแดง การเรียกร้องต่อสู้ขอความเป็นธรรมให้กับคนที่สูญหายแต่ไม่ได้รับการเหลียวแลจากผู้มีอำนาจเท่าที่ควร นี่อาจจะเป็นเสียงส่วนนับที่ไม่ถูกนับให้เป็นเสียงของคนรากหญ้า หรือคนจน ที่มีแต่จิตวิญญาณ ประชาธิปไตย แต่ถูกหาว่ารับใช้ดูไบ หรือดูไบเอาเงินซื้อ

“เป็นอะไรคุณเคนเห็นเงียบไป” เกลแบร์ถาม

“ไม่มีอะไรครับท่าน ผมแค่คิดไม่มีอะไร

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (138)

“เรียนท่านนโปเลียน  มีโทรเลขถึงท่าน จาก ฐานทัพอ่าวอาบูกีร์    นโปเลียนได้หยิบเอาโทรเลขจากพลทหาร ซึ่งมีข้อความ “พลเอกมีโน กลับมาแล้ว ท่านได้รับบาดเจ็บ กองเรือฝรั่งเศส 400 ลำ ถูกกองเรืออังกฤษจม เหลือเรือรบเพียงสี่ลำ ลอร์ด เนลสัน ได้รับบาดเจ็บสาหัส แขนขาด”

“ทำไม เป็นอย่างงั้นไปได้ แสดงว่าเราถูกอังกฤษปิดล้อมทางทะเล” นโปเลียนพึมพำ  

          “มีอะไรรึท่านนโปเลียน” เกลแบร์ถามด้วยความสงสัย

          ทุกคนพยายามเงี่ยหูตั้งใจฟังว่า นโปเลียนจะพูดอะไร

“ทัพเรือฝรั่งเศสพ่ายแพ้แก่อังกฤษเรือรบจำนวน 400 ลำ ถูกอังกฤษจมเกือบหมด เหลือเพียง 4 ลำ พลเอกมีโน ได้บาดเจ็บจากการสู้รบ ลอร์ดเนลสัน แขนขาด”

          “พระเจ้าช่วย เป็นไปได้อย่างไร กองทัพเรือของฝรั่งเศสที่เกรียงไกรกลับพ่ายแพ้ต่ออังกฤษ” เกลแบร์อุทาน

           สุลต่าน ทิปโพ ถึงกับอุทานออกมา “องค์พระศิวะคุ้มครอง ท่าน

นโปเลียนจะทำประการใดดี”

          “เอาละ ผมตัดสินใจแล้วจะส่งทหาร สามหมื่นนายพร้อมปืนใหญ่เดินทางไปช่วยท่านรบกับอังกฤษที่แคว้นไมซอร์ ขอให้องค์สุลต่าน พักอยู่ที่นี่สักสองสามวัน แล้วท่านรีบเดินทางกลับไมซอร์ก่อนเพื่อเตรียมการ เมื่อทหารฝรั่งเศสถึงไมซอร์ ค่อยคัดเลือกทหารตามความคิดคุณเคน  ส่วนสิ่งที่คุณเคนเสนอขอระงับไว้ตอนนี้ ก่อน เรื่องเร่งด่วนต้องเตรียมกองทหาร ยกทัพทางบกเดินทางไปที่เปอร์เซียก่อน เพราะอีกสองวัน ชาร์ (Fath-Ali Shah Qajar) แห่งเปอร์เซียจะมาหารือกับผมเรื่องขับไล่อังกฤษ ผมจะไปร่วมรบกับชาร์แห่งเปอร์เซียเพื่อขับไล่อังกฤษ และจะขอเรือรบของชาร์เพื่อขนทหารฝรั่งเศสไปช่วยองค์สุลต่านที่แคว้นไมซอร์” นโปเลียนบอกกับสุลต่านทิพโพ”

          “ดีมาก ขอบคุณท่าน นโปเลียน” การที่นโปเลียนตัดสินใจร่วมมือกับชาร์แห่งเปอร์เซียเป็นการทำตามความฝันที่จะเจริญรอยตามวีรบุรุษ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช วันหนึ่งรบชนะจะได้สถาปนาตนเองเป็นสุลต่าน หรือเป็นจักรพรรดิ ครองดินแดนทั่วทั้งยุโรป อัฟริกาเอเชีย อเมริกาและ ลาตินอเมริกา

      ******************************

          อีกสองวันต่อมา ชาร์ (Fath-Ali Shah Qajar) แห่งเปอร์เซียได้มาหารือกับนโปเลียน ที่จวนของนโปเลียน โดยมีพลเอกบอร์น เกลแบร์ และบักเคน รอต้อนรับ   ส่วนสุลต่านทิปโพได้ขอตัวเดินทางกลับก่อนเพื่อไปเตรียมการ โดยนโปเลียนได้มอบนกพิราบสื่อสารให้กับสุลต่านทิปโพนำไปด้วย หลายสิบตัว ซึ่งนกพิราบสื่อสาร อียิปต์โบราณได้ใช้ในการติดต่อสื่อสารกันก่อนตั้งแต่ยุคฟาโรห์และแพร่หลายไปทั่ว ยุโรปและตะวันออกกลาง

          การใช้นกพิราบสื่อสารก็มีความเสี่ยง เพราะในอียิปต์เผ่าเบดูอิน และหลายชนเผ่าชอบเลี้ยงเหยี่ยวไว้คอยจับนกพิราบ เพื่อค้นหาข้อมูล นโปเลียนจึงต้องนำเอาระบบโทรเลขมาใช้งานในอียิปต์ แทนนกพิราบ

          “สุลต่านเอานกพิราบไปด้วยสักสิบคู่ถ้ามีข่าวด่วนอย่างไรให้ส่งนกพิราบทั้งหมดบินมาส่งข่าวที่อียิปต์” ส่วนการเดินทางไปช่วยรบหลังจากที่ผมรบชนะอังกฤษที่เปอร์เซียแล้ว จะเดินทางไปช่วยท่านรบที่แคว้นไมซอร์” นโปเลียนบอกสุลต่านทิปโพ

หลังจากสุลต่านทิปโพออกเดินทางกลับแคว้น  ชาร์แห่งเปอร์เซียก็เดินทางมาถึงจวนนโปเลียน

“ขออัลเลาะห์ทรงคุ้มครอง” ชาร์แห่งเปอร์เซียทักทายนโปเลียน

           ชาร์แห่งเปอร์เซียได้ให้ทหารรับใช้ นำพรมสีแดงผืนใหญ่ มีรูปของนโปเลียนอยู่บนผืนพรม ที่ช่างเปอร์เซียได้ทอ และชาร์ได้นำมามอบให้กับนโปเลียน

“ข้านำพรมมามอบให้ท่านนโปเลียน”

          “สวยงามมากขอบคุณท่าน”

          “ไม่เป็นไร ไว้ถึงเปอร์เซีย ยังมีอีกหลายสิ่งที่จะมอบให้ ท่าน(ชาวเปอร์เซียคืออารยันที่มาจากเอเชียกลาง มีเชื้อชาติเดียวกับอินเดียในสมัยโบราณ)

          “ผมยินดีที่จะไปเยือนเปอร์เซีย ผมขอแนะนำให้รู้จัก นี่พลเอกบอร์น นี่คุณเกลแบร์ และคุณเคนจากสยาม” นโปเลียนแนะนำทุกคนให้ชาร์ได้รู้จัก

          “ยินดีทีได้รู้จักทุกท่าน” ชาร์แห่งเปอร์เซียนได้เอ่ยทักทายกับทุกคน

          “เย็นนี้จะมีเลี้ยงต้อนรับท่าน” นโปเลียนบอกกับชาร์แห่งเปอร์เซีย

          “ด้วยความยินดีท่าน ผมได้ให้พ่อครัวที่มาด้วยมาทำอาหารให้ท่านนโปเลียนได้ลองชิมดู  ท่านนโปเลียนจะได้ชิมอาหารของเปอร์เซียดูบ้าง ว่าเป็นอย่างไร”

          “ดี ดีผมไม่เคยลอง คิดว่าไปถึงเปอร์เซียเมื่อไหร่จะลองอาหารเปอร์เซีย แต่เมื่อ ท่านนำพ่อครัวมาด้วยก็ลองทำอาหารเปอร์เซียให้พวกเราได้ลิ้มรส

          บริเวณหน้าจวน มีการจุดไฟสว่างไสว มีการทำเวทีเพื่อการแสดง โดยนโปเลียนได้จัดเลี้ยงต้อนรับ ชาร์อย่างยิ่งใหญ่  มีทหารระดับผู้บังคับบัญชา เจ้าเมืองไคโร คณะอุลามา ที่นำโดยราฮิมมาร่วมเป็นเกียรติเลี้ยงต้อนรับ ชาร์แห่งเปอร์เซีย

          อาหารที่ชาร์แห่งเปอร์เซียได้พ่อครัวมาปรุงอาหารเปอร์เซีย ให้กับนโปเลียนได้ทาน ได้แก่นาน แผ่นแป้ง กับ มะเขือพวงย่างคลุกกับนมแพะ  เคบาบ

 ส่วนอาหารพื้นเมืองอียิปต์ จะมีซาวารม่า (ขนมปังไส้เนื้อผสมมะเขือเทศและหัวหอม  ทามียา ทำจากถั่ว ทานกับขนมปังอียิปต์

          ส่วนนโปเลียสั่ง ลูกอูฐทั้งตัวย่าง วัวทั้งตัว แพะทั้งตัว ย่าง ส่วนเครื่องดื่ม เบียร์ ไวน์แดง พร้อม มีทหารหญิงมาเสริฟอาหาร ให้กับคณะของนโปเลียน มีการแสดงระบำหน้าท้อง โดยมีเฟาเรส ภรรยาของนโปเลียน เป็นผู้นำ การแสดงได้สร้างสีสันให้กับชาร์เป็นอันมาก

          นโปเลียนได้สนทนากับชาร์ ถึงเรื่องสถานการณ์ในดินแดนแถบนี้หลังจากอังกฤษเริ่มบุกยึดครอง

          “ท่านรู้ไหม สุลต่านทิปโพได้มาพบผมเพื่อขอให้ผมส่งทหารไปช่วยขับไล่พวกอังกฤษที่บุกอินเดียในเวลานี้ แต่ท่านโชคไม่ดี ไม่ได้พบสุลต่านทิปโพ เพราะองค์สุลต่านรีบเดินทางกลับก่อน”

          “ไม่เป็นไรท่านนโปเลียน ผมเจอกับสุลต่านทิปโฟบ่อยมาก เราทำการค้าต่อกันระหว่างสองแคว้น” ชาร์แห่งเปอร์เซียบอกนโปเลียน

          “ท่านนโปเลียนผมขออนุญาตคุยด้วยสักนิดได้ไหมท่าน” 

ราฮิมได้เอ่ยปากกับนโปเลียน

          “ได้มีอะไรว่ามาบนโต๊ะนี้ไม่มีความลับ คนกันเองทั้งนั้น” นโปเลียนบอกกับราฮิม

          “เอ้อ ถ้าท่านไม่สะดวก ไว้วันหน้าผมก็ค่อยบอกท่านก็ได้ ผมขอตัวก่อนนะครับ” ราฮิมบอกนโปเลียน

          “ผมขอตัวไปฉี่ก่อนเพราะดื่มไวน์ไปหลายแก้ว” ชาร์ได้เอ่ยปากด้วยมารยาท และลุกเดินไปข้างนอก มีทหารเดินติดตามไปสองสามนาย

          “มีอะไรหรือท่านราฮิม ที่ต้องรีบร้อนบอกผมในงานเลี้ยงคืนนี้”

          “ตอนนี้สถานการณ์รอบนอกไม่ค่อยดีครับท่าน ประชาชนพยายามต่อต้านท่าน มีการประท้วง มีการจุดไฟส่งสัญญานแจ้งข่าวกันแล้วก็มาพบกันประท้วงสักพักก็กระจายกันหายไป มีการประท้วงกันหลายจุดมาในเมืองต่าง ๆ รวมถึงหมู่บ้าน มีการเขียนโจมตีท่านว่าต้องการยึดครองอียิปต์ การประท้วงมีทุกที่ พอกล่าวโจมตีท่านก็สลายตัวไป”

          ราฮิมบอกนโปเลียน “อืมส์ สถานการณ์การประท้วงรุนแรงไหม” 

          “ไม่แต่ประชาชนไม่พอใจเริ่มรวมกลุ่มและเริ่มติดต่อกับเผ่า

เบดูอิน มัลลุคให้ข้อมูลเกี่ยวกับกองทหารท่านแก่เผ่าเบดูอิน และมัลลุค เพื่อให้โจมตีท่านและมีการติดต่ออีกหลายชนเผ่าเพื่อทำการต่อต้านท่าน”  ราฮิมบอกกับนโปเลียน

          “ท่านจะจัดการเรื่องนี้อย่างใด จงอย่าชักช้า”

          “ได้ ขอบใจมาก ผมมัวแต่มุ่งจะโจมตีอังกฤษเพื่อปลดปล่อยอียิปต์  เลยลงลืมประชาชนไม่เข้าใจในความคิดของผม” นโปเลียนบอกกับราฮิม