บักเคนทะลุมิติ ตอนที่131-132

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (131)

กองเรือของเกลแบร์เข้าเทียบท่าเรือที่อ่าวฐานทัพอ่าวอาบูกีร์ นโปเลียนหลังจากกลับจากเรือนรับรอง ได้ไปชักชวนบักเคนให้ ไปรอรับ เกลแบร์ ซึ่งอาจจะมาถึงในสองสามวันข้างหน้า นโปเลียนและบักเคน ร้อยโลลูคัส และทหารติดตาม 300 คน ส่วนมากจะเป็นกองดุริยางค์ ได้ขี่ม้าออกจากไคโร มุ่งตรงไปยังเมืองอเล็กซานเดีย เพื่อไปยังอ่าวอาบูกีร์ เพื่อรอต้อนรับเกลแบร์

“ท่านนำมาลัยดอกไม้มาทำไม”  นโปเลียนสงสัยในมือของบักเคนมีพวงมาลัยที่ทำจากดอกไม้ที่หาได้ในอียิปต์

“เอามาต้อนรับท่านเกลแบร์ ที่มาถึงอียิปต์” บักเคนบอกกับนโปเลียน”

มาลัยดอกไม้เขาเอาไว้ประดับประตูบ้าน เพิ่งเคยเห็นคุณเคนเอามาลัยดอกไม้มารับท่านเกลแบร์”

“มันเป็นประเพณีของสยามเวลาแขกมาเยือน หรือแขกออกเดินทางจะต้องต้อนรับด้วยมาลัยดอกไม้ แต่บ้านผมเรียกพวงมาลัย” บักเคนบอกนโปเลียน

กองเรือของเกลแบร์โผล่มาจากขอบฟ้า เสากระโดงเรือ มีธงชาติฝรั่งเศสปลิวไสว นโปเลียนได้สั่งให้ทหารกองดุริยางค์ มาบรรเลงเพลงรอต้อนรับเกลแบร์ เมื่อเรือใกล้เทียบท่า บักเคนและ

นโปเลียนยืนคุยกันที่ศาลารับรอง  รอบศาลายืนเรียงรายไปด้วยทหาร ในท่วงท่าเข้มแข็ง ทหารกองดุริยางค์ เริ่มเพลงบรรเลง เพลงมารซ์ เมื่อกองดุริยางค์บรรเลงเพลง หนึ่งบักเคนถึงกับสะดุดหูเพราะเป็นเพลงที่ตนเองเคยได้ยินมาจากที่ไหนสักแห่ง สมัยทำงานอยู่ที่ร้านอาหารฝรั่งเศสและไปทานอาหารอีสานที่ร้านลาบอุบล บริเวณฝั่งซ้ายของแม่น้ำแซนส์  ร้านลาบเปิดเพลงบรรเลงนี้ บักเคนนึกว่าเป็นเพลงบรรเลงธรรมดา   แต่เมื่อได้ยินจึงนึกสะดุดกับเสียงเพลง

“ท่านนโปเลียนผมเคยได้ยินเพลงบรรเลงนี้ มาจากที่ไหนสักแห่ง”

นโปเลียนมองหน้าบักเคน อย่างแปลกใจ ระคนสงสัย เคยได้ยินได้อย่างไร เพราะเพลงนี้ไม่แพร่หลาย “อ๋อเป็นเพลงที่ เบโธเฟน แต่งให้ผม” นโปเลียนบอกบักเคน

“ท่านว่าอะไรนะ เบโธเฟน นักดนตรีโด่งดังแต่งเพลงให้ท่าน”

บักเคนถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินจากปากนโปเลียน

“ผมพบกับเบโธเฟนที่ปารีส เบโธเฟนชื่นชมและประทับใจในตัวผม ที่ไม่ทำร้ายประชาชนในคราวชาวบ้านบุกพระราชวัง จึงแต่งบรรเลง ซิมโฟนี่หมายเลข 3 ใน อีแฟลทเมเจอร์ มอบให้ผม และยังเขียนด้วยลายมือของเบโทเฟ่น ว่า  Sinfonia Grande Intitulata Bonaparte  eroica  (อิโรอิกา วีรบุรุษ) เดี๋ยวผมจะให้ทหารนำต้นฉบับมาให้คุณเคนดู”

ก่อนมารบที่อียิปต์ ผมจึงมอบให้กองดุริยางค์ นำเพลงนี้มาบรรเลงในกองทัพ แล้วคุณเคนเคยได้ยินมาจากที่ไหน”

“เอ่อ … อ้า.. ผมรู้สึกว่าเคยได้ยิน อาจจะหูแว่วก็ได้ บักเคนชักสงสัยว่าเพลงที่ตนได้ยิน ทำไมมันคล้ายเพลงที่กองทหารบรรเลงในตอนนี้ ที่แท้ก็เพลงของเบโธเฟนนี่เอง”

“ท่านนโปเลียน ทำอย่างไรผมถึงจะได้พบกับเบโธเฟนบ้างครับ”

          “ไว้กลับไปปารีส ผมจะเชิญเบโธเฟนให้มาพบและแนะนำให้คุณเคนรู้จัก”

          “ขอบคุณครับ”

เกลแบร์กำลังเดินลงจากเรือรบ นโปเลียนและบักเคนได้เดินออกจากศาลาที่พักเพื่อไปต้อนรับเกลแบร์ที่ลงจากเรือ

“สวัสดีท่านเกลแบร์ ยินดีต้อนรับท่านสู่อียิปต์ บักเคนรีบเอาพวงมาลัยไปคล้องคอ ท่าเกลแบร์ “อะไรกันนี่ หมายความว่าอย่างไร” เกลแบร์เอ่ยปาก พร้อมกับความสงสัยว่าบักเคนทำอะไร

โทษทีท่าน นี่คุณเคนมาจากสยาม เพื่อนผมเอง ผมชวนคุณเคนมารอต้อนรับท่านคุณเคนเลยเอามาลัยดอกไม้ หรือที่เรียกว่าพวงมาลัย มาคล้องคอท่าน เพื่อความโชคดี และยินดีต้อนรับสู่อียิปต์” นโปเลียนอธิบายให้เกลแบร์ได้ทราบ

“อ่อ อย่างนี้นี่เอง ผมขอโทษที่เข้าใจผิด” เกลแบร์บอกบักเคน

“ไม่เป็นไรท่าน”

ท่านนโปเลียนผมได้เอาปืนใหญ่มาเพิ่มเติมให้ท่าน สองร้อยกระบอก ส่วนหนึ่งนำมาจากห้องใต้ดินที่แองวาลิด เพราะตอนนี้ปืนใหญ่ขาดแคลนต้องเอาปืนเก่าสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่เก็บไว้และสามารถใช้การได้นำมาใช้ ทหารได้ค่อยลำเลียงปืนใหญ่ขึ้นจากเรือ

และนำมาวางเรียงรายกันบนพื้น นำปืนมาติดตั้งบนล้อเลื่อน (เหมือนกับปืนใหญ่สมัยปัจจุบัน) และตามมาด้วยเกวียนสนาม ที่ไว้รับส่งทหารที่บาดเจ็บจากสงคราม ผลงานของหมอลาเรย์ ที่เกลแบร์ได้นำขึ้นเรือมาด้วย เพื่อนำมาใช้ในสงครามที่อียิปต์ “

“ยิ่งไปกว่านั้น คณะกรรมการดิเร็กตัวร์ ได้อนุญาตให้โสเภณีสมัครเป็นทหารมากับเรือประมาณ 500 คน เพื่อทำการปลอบขวัญทหารให้คลายนึกถึงบ้าน”  เกลแบร์บอกนโปเลียน

“แสดงว่าเรือท่านห้าลำมีทหารปลอม เป็นโสเภณีเกือบทั้งหมดแล้วทหารจริงที่มามีกี่คน มาไม่ถึงร้อยคน เพราะต้องลำเลียงปืนใหญ่และเกวียนขนผู้บาดเจ็บมีบางส่วนได้ลงที่เกาะมอลต้าเกือบร้อยคน “ นโปเลียนเอ่ยขึ้น  เกลแบร์บอกกับนโปเลียน “ไม่ใช่”

“หญิงที่มาคือทหารผ่านการฝึกเรียบร้อย สามารถป้องกันตนเองได้ “

 ส่วนบักเคนได้ยินถึงกับตาค้าง” 

“โอพระเจ้ามันเป็นไปได้อย่างไร”

“คณะกรรมการดิเร็กตัวร์ มีมติเห็นว่า เรื่องความต้องการทางเพศเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ทุกคน ทหารจากบ้านมารบนาน ๆ การมาทำสงครามทหารอาจจะมีอารมณ์ อาจจะปล้นสะดมข่มขืนหญิงชาวบ้านจะทำให้ชาวบ้านโกรธแค้น ที่ฝรั่งเศสเองก็มีหญิงหม้ายโสเภณีไม่มีลูกค้าจำนวนมาก คณะกรรมการเลยประกาศรับสมัครโสเภณีและทำการคัดเลือก ให้มาทำหน้าที่บริการแก่ทหารชาย โดยทางการจะจ่ายเงินล่วงหน้าเพื่อให้หญิงโสเภณีเหล่านั้นได้เงินมัดจำไปเลี้ยงครอบครัว และมาหารายได้ที่อียิปต์ กับทหารที่ต้องการใช้บริการ”  เกลแบร์อธิบายและพูดต่อว่า  “เปิดรับสมัครวันแรกมีสมัครห้าพันคนเลยต้องคัดออกส่วนหนึ่ง”

“ท่านใช้เกณฑ์อะไรในการคัดออก” บักเคนชักสนใจเพราะตนเองเป็นเจ้าของบาร์ที่มาเซย์ ไม่นึกเลยว่าคณะกรรมการดิเร็กตัวร์จะเลียนแบบความคิดตนในการสร้างงาน จากอาชีพเก่าแก่ที่สุดในโลก

“มีคนมาสมัครจำนวนมาก ทางคณะกรรมการเลยปรึกษาหารือกันกับทางทหาร เลยตั้งเกณฑ์ ให้หญิงโสเภณีเหล่านี้ต้องฝึกทหาร 6 เดือนก่อนมาทำอาชีพบริการที่อียิปต์ โดยใช้วิธีจับฉลากคัดเลือก คนที่จะได้เดินทางมาทำงานเป็นโสเภณีจำนวน 500 คน แต่เราจะคัดไว้ 800 คน การฝึกทำให้หญิงโสเภณีเหล่านี้กลายเป็นนักรบ ทางคณะกรรมการก็นึกไม่ถึงว่า ไม่เพียงแต่ผู้ชายเป็นทหารได้ ผู้หญิงก็เข้มแข็งไม่แพ้ผู้ชาย หญิงโสเภณี 400 คนนี้คุณเคนอย่าดูถูกนะ เพราะผ่านการฝึกอย่างหนักในการใช้อาวุธจากจำนวน 800 คนทีผ่านเพียงห้าร้อยกว่าคน เป็นหน่วยรบที่เป็นไม้ตายของฝรั่งเศส แต่ก็ไม่บังคับให้บริการเป็นสิทธิของพวกเธอที่จะขายบริการหรือไม่ขายบริการ ถ้าพวกเธอออกรบก็ได้เงินเดือนเหมือนกับทหารชาย แต่พวกเธอดีหน่อยได้เงินมัดจำครึ่งปีเรียบร้อย สัญญาจ้าง 1 ปี ส่วนการพักพวกที่สมัครใจขายบริการก็ให้อยู่ในค่าย แยกเป็นสัดส่วน ไม่ให้ปะปนกันเพื่อความเป็นระเบียบ”  เกลแบร์อธิบายให้นโปเลียนกับบักเคนฟัง

“อาเป็นไอเดียบรรเจิด” นโปเลียนเริ่มได้คิดว่าถ้าเรารับสมัครทหารหญิงบ้างก็จะดีไม่น้อย ส่วนบักเคนถึงกับอึ้ง การเกณฑ์ทหารครั้งแรกของโลกเกิดขึ้นที่ฝรั่งเศส แต่ไม่ใช่เกณฑ์ทหารชายแต่เกณฑ์ทหารหญิงด้วยวิธีการจับฉลากเพื่อเป็นทหาร ช่างแตกต่างจากเมืองไทยนักเกณฑ์ทหารด้วยการจับฉลากเพื่อให้ได้เป็นทหารหลายคนไม่อยากเป็นทหาร ต้องไปบนบานเพื่อให้ตนเองไม่ถูกทหาร

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (132)

กองเรือฝรั่งเศสเมื่อโดนอังกฤษใช้กลยุทธ์ใหม่ ก็เสียขบวน ถูกเรือรบอังกฤษรุมกินโต๊ะ จากเรือจำนวน สองร้อยกว่าลำ ทยอยจมลงสู่ท้องทะเลเรื่อย ๆ “บึ้ม ๆ หวี๊ด บึ้ม ๆ บึ้ม ๆ สิ้นเสียงปืนใหญ่ หมายถึงเรือรบฝรั่งเศสจมอีกลำ

“ไม่ไหวแล้วท่านนายพล จะทำอย่างไร เราเสียเรือรบจำนวนมาก” กัปตันเรือบอกกับพลเอกมีโน  อังกฤษมันเปลี่ยนยุทธวิธี ทำให้กองเรือเราเสียขบวน ไม่สามารถส่งสัญญานธงแจ้งหมู่เรือได้ชัดเจน “

“เอาอย่างนี้ เดี๋ยวแจ้งสัญญานธงว่าให้ทุกคนสู้ตาย ห้ามถอย กัปตันสังเกตเห็นอะไรไหม เรือที่มีธงนำหน้าตอนที่บุกเข้ามาน่าจะเป็นเรือธง ของข้าศึก แจ้งเรือที่เหลือ ให้นำเรือรีบบุกประชิด เพื่อหลบกระสุนปืนใหญ่ เราจะบุกขึ้นไปสู้กับมันเลย” นายพลมีโนบอกกัปตัน

          “ทุกคนสู้ตายเพื่อฝรั่งเศส เสียงตะโกนปลุกใจของกัปตันเรือ บอกให้ทหารหมุนพังงาเรือหันหาเรือข้าศึกที่มีธงอยู่บนยอดเสากระโดงเรือ เร่งความเร็วเต็มที่เราจะประชิดเรือมันเลย” เสียกัปตันร้องตะโกน

          “สู้ตาย สู้ตาย ทหารเรือฝรั่งเศสเห็นเพื่อนทหารถูกยิงจมไปทีละลำ เหลือเรือรบอยู่ไม่ถึง 40 ลำ ทุกคนตัดสินใจสู้ตาย เพื่อความยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศส เรือของพลเอกมีโนได้สั่งให้แล่นเรือประกบเรือของลอร์ดเนลสัน

“ทุกคนติดดาบปลายปืน เตรียมตะลุมบอน”  เสียงลอร์ดเนลสันตะโกนบอกทหารบนเรือ ทุกคนตามข้าพเจ้ามาสองฝ่ายสาดกระสุนเข้าหากันอุตลุต  ปัง ปังๆ ปัง ปังๆ …………….ปัง ๆ

เมื่อเรือของนายพลมีโนแล่นประชิดเรือของลอร์ดเนลสัน ที่เป็นหัวขบวนแรกที่บุกถล่มฝรั่งเศส ปัง ปังๆ ปัง ปังๆ …………….ปัง ๆ สาดกระสุนเข้าหากัน สองฝ่ายบาดเจ็บล้มตาย เมื่อหมดกระสุนทั้งสองฝ่ายก็วิ่งใช้ดาบปลายปืนต่อสู้กัน  “โอ้ย….” “ข้าถูกแทง อ๊ากซ์”

“ข้าหายใจไม่ออกถูกรัดคอ “เสียงทหารฝรั่งเศสที่เป็นคนดำ ร้องออกมา “อ๊ากซ์ ทหารอังกฤษได้เอามีดดาบปลายปืนแทงไปที่ท้องทหารฝรั่งเศสจนเสียชีวิต

ทหารฝรั่งเศสคนหนึ่งถูกยิงที่ท้อง โอ๊ย แต่กัดฝันโถมตัวเข้าไปแทงลอร์ดที่ใบหน้า แต่ลอร์ดเนลสันเบี่ยงตัวหลบ มีได้แทงถูกดวงตาของลอร์ดเนลสัน “โอ๊ย สิ้นเสียงร้องลอร์ดเนลสันก็เสียหลักล้มลงพร้อมกับเอากุมใบหน้า  ทหารฝรั่งเศสได้ทีก็ยกมีดฟันที่แขนลอร์ดเนลสันขาด อ๊าคส์……………     ทหารอังกฤษได้ยินเสียงร้องของลอร์ดเนลสัน รีบเข้ามาช่วยใช้ดาบฟันคอพลทหารฝรั่งเศสเลือดพุ่งกระฉูดขาดกระเด็น

 “ปัง ปัง “ โอ๊ย…เสียงพลเอกมีโนที่ถูกทหารอังกฤษยิงเข้าที่ท้องล้มลง ทหารฝรั่งเศสรีบไปพยุงร่างพลเอกมีโน และลำเลียงลงเรือรบ ทหารอังกฤษบนเรือเมื่อเห็นลอร์ดเนลสันได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็รีบเข้าไปคุ้มครอง ปล่อยให้ทหารฝรั่งเศสล่าถอยกลับไปที่เรือ

หลังยุทธนาวีสิ้นสุดลง ความพ่ายแพ้ของกองเรือฝรั่งเศสทุกอังกฤษโจมตีเสียหายยับเยินกองเรือฝรั่งเศสที่ออกตามล่าทัพเรืออังกฤษต้องแตกพ่าย เหลือเพียงเรือของพลเอกมีโนที่ได้บาดเจ็บจากการสู้รบได้แล่นหนีไปพร้อมกับเรืออีกสามลำ ส่วนอังกฤษเสียเรือรบเพียงสามลำ และกระสุนปืนใหญ่บนเรือก็หมดเกลี้ยง อาการบาดเจ็บของลอร์ดเนลสัน ทำให้ผู้การฟิลลิป สั่งให้เรือทุกลำไม่ต้องตามเรือฝรั่งเศส เพราะกองเรือฝรั่งเศสเสียหายหนักมาก ยากที่จะฟื้นกองทัพเรือขึ้นมาใหม่ได้ในเร็ววัน อังกฤษกลายเป็นเจ้าทะเล คลุมพื้นที่ทางทะเลทั้งหมด

**************************************

ปืนใหญ่วางเรียงรายบนแท่นล้อเลื่อน  นโปเลียน เกลแบร์ และบักเคนได้เดินตรวจปืนใหญ่ ที่วางเรียงรายและมีทหารหญิงยืนคู่กับปืนใหญ่ทั้งสองร้อยกระบอก เป็นการเดินตรวจพลสวนสนามครั้งแรกในชีวิตของบักเคน

เกลแบร์ นโปเลียน และบักเคนเดินตรวจแถวทหาร ปืนใหญ่ ที่ตั้งเรียงรายกันเป็นแนวยาว ขณะเดินผ่านบักเคนเหลือบไปเห็นปืนใหญ่ 2 กระบอก ที่ติดตั้งบนแท่นมีล้อ ฝังลายถมสีดำ มีภาษาไทย บักเคนถึงกับเสียมารยาท เดินเข้าไปจ้องดู ปืนใหญ่ 2 กระบอกเขียนใต้ฐานปืนใหญ่ ว่า ” เครื่องบรรณการจากพระนารายณ์มอบต่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14”

บักเคนถึงกับตาลุกโพลง “โอ้ปืนใหญ่ของพระนารายณ์ทำไมมาโผล่ที่ฝรั่งเศสได้” เกลแบร์ นโปเลียน เมื่อได้ยินบักเคนพูดขึ้นมาก็หยุดเดิน ทั้งคู่เหลียวหน้าหันมามองบักเคน “เกิดอะไรขึ้นคุณเคนถึงกับพูดออกมา” นโปเลียนเอ่ยถามบักเคน เกิดอะไรขึ้น

“ผมเห็นปืนใหญ่ของพระนารายณ์ทรงมอบเป็นของขวัญให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 บักเคนบอก”

“ไว้ตรวจแถวเสร็จก่อนผมจะเล่าให้ฟัง” นโปเลียนบอกบักเคนที่ไม่รู้จักมารยาท ถ้าเป็นทหารฝรั่งเศส นโปเลียนคงประหารชีวิตไปแล้ว แต่ด้วยเห็นบักเคนเป็นคนจริงใจเห็นอะไรก็พูดออกมาโดยไม่ทันคิดถึงกาละและเทศะ

 นโปเลียนและเกลแบร์เลยให้อภัย และทั้งสองก็เดินตรวจแถวปืนใหญ่จนจบและกลับไปที่ศาลา บักเคนถึงกับจ๋อยได้แต่เดินตาม

ทั้งคู่เข้าไปที่ศาลา

“คุณเคนปืนใหญ่นี่ผมเอามาจากฝรั่งเศสเป็นปืนใหญ่ที่ให้ทหารไปยึดมาจากชาวบ้าน ซึ่งเป็นปืนใหญ่ที่ราชทูตไทยนำมามอบให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แต่พระองค์เลยนำไปเก็บไว้ที่ห้องใต้ดิน และพวกชาวบ้านที่บุกเข้าไปปล้นอาวุธที่ แองวาลิดและนำปืนใหญ่นี้ไปยิงป้อมบาสติลเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 1789  เกลแบร์เล่าให้บักเคนฟัง

“หรือว่าท่านเกลแบร์ใบ้หวย 789” บักเคนนึกในใจ

“เอาละคุณเคนผมเล่าเสริมท่านเกลแบร์ ปืนใหญ่สองกระบอกนี้ ยาว 6 ฟุต ผ่านการกลึงด้วยช่างฝีมือดีชาวสยาม ด้วยมือและหลอมในเตาไฟทำเสร็จก็ทำปลอกเงินเพื่อให้ดูสวยงามและมีการแกะสลักเป็นอักษรแต่ผมอ่านไม่ออก ผมเคยใช้ปืนใหญ่กระบอกนี้ ยิงพวกชาวบ้านที่จะบุกพระราชวังตุยเลอรีส์ ปืนใหญ่ยังใช้ได้ดีแม้เวลาจะผ่านไปกว่าร้อยปี ผมเลยสั่งทหารเอาไว้ว่าถ้าจะนำปืนใหญ่มาเพิ่มเติมให้นำปืนใหญ่สองกระบอกนี้มาด้วย” นโปเลียนได้บอกกับบักเคนถึงที่มาของปืนใหญ่ที่บักเคนเจอที่อียิปต์

          “อา ปืนใหญ่ที่หล่อด้วยมือชาวบ้านคนไทย พระนารายณ์ทรงนำมาถวายพระเจ้าหลุยส์ ที่ 14 กลับมีส่วนร่วมในการล้มล้างราชวงศ์บูรบงส์ บักเคนถึงกับภูมิใจนอกจากปืนใหญ่ของพระนารายณ์แล้ว ตนเองก็มีส่วนร่วมในการปฏิวัติฝรั่งเศสด้วย คนไทยจะรู้ไหมหนอ”

          “เอาละท่านเกลแบร์คืนนี้พักที่เอล็กซานเดรียสักสองคืนพรุ่งนี้ค่อยเข้าไปในไคโร”

          นโปเลียนได้นำเกลแบร์และทหารที่มากับเรือเดินทางด้วยรถม้าเข้าไปพักที่อเล็กซานเดรีย

           **************************************

          เรือของนายพลมีโนแล่นได้แล่นกลับฐานทัพที่อ่าว หลังจากประสบความสูญเสียอย่างหนัก “เป็นอย่างไรบ้างท่าน…….นอนพักนิ่ง ๆ ผมได้ให้ยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดแผลเรียบร้อย ดีแต่กระสุนฝังไม่ลึก ผมได้ผ่าออกเรียบร้อยแล้ว ทานยาแก้ปวดแล้วก็นอนพักผ่อนเยอะ” เรือของพลเอกมีโนรอดพร้อมกับเรือของผู้การฟิลลิปและเรือรบอีกลำ ที่เหลือรอดจากการทำยุทธนาวี เป็นความสูญเสียอย่างมากมาย