บักเคนทะลุมิติ ตอนที่127-128

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (127)

การประกาศสงครามของรัฐบาลออตโตมาน อังกฤษ รัสเซีย ก่อความตื่นตระหนกต่อประชาชนในประเทศฝรั่งเศส หลายครอบครัว รีบอพยพหนีภัยสงคราม ความยากจน ความวุ่นวาย ไปยังสหรัฐอเมริกา ลาตินอเมริกา ข่าวการเป็นพันธมิตรของสามประเทศจะรุมกินโต๊ะฝรั่งเศส นโปเลียนยังคงไม่ได้ทราบนี้ เพราะการสื่อสารเป็นไปด้วยความยากลำบากใช้เวลานับเดือน

นโปเลียนก็วางแผนทำในสิ่งที่ตนตั้งใจไว้ก่อนออกเดินทางมาอียิปต์ โดยให้นักชีวิทยาไปสำรวจพันธ์พืชสัตว์ ในทะเลทราย ส่วน นโปเลียน บูรชาร์ด และบักเคนก็ออกไปสำรวจปิรามิด ตามที่เคยรับปากบักเคนและอยากทำในสิ่งที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ เคยทำมาก่อน

ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นขบวนม้า อูฐ เดินเรียงรายเป็นทิวแถว บนผืนทะเลทราย บักเคนเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ขี่อูฐ ส่วน นโปเลียนก็ขี่ม้ามุ่งตรงไปยังมหาปิรามิดกิซ่า ที่ฟาโรห์คูฟู เป็นผู้สร้างสิ่งมหัศจรรย์  

 “ช่างใหญ่โตมโหฬาร ยิ่งนัก สร้างได้อย่างไร หินแต่ละก้อนใหญ่ ๆ ทั้งนั้น” บักเคนนั่งพึมพำบนหลังอูฐ

นโปเลียน หยุดม้าและจ้องมองปิรามิดที่แสงแดดส่อง แล้วสะท้อนแสงสีทองขณะท้องฟ้ามีสีฟ้าสว่างไร้เมฆหมอก ขบวนอูฐ ม้า ต้องหยุดตามเพราะนโปเลียนหยุด บักเคนบังคับอูฐเข้าไปใกล้นโปเลียน “ท่าน นโปเลียน ท่านหยุดม้าทำไม”

“มองดูความยิ่งใหญ่ของปิรามิด ช่างยิ่งใหญ่มนุษย์ยุคโบราณสามารถสร้างปิรามิดได้ ผมต้องสร้างความยิ่งใหญ่ให้โลกจารึกเหมือนกับปิรามิด”

ออกเดินทางเถอะท่านเดี๋ยวจะสำรวจปิรามิดเสร็จมันจะมืดเสียก่อน” มูซา บอกกับนโปเลียน

ขบวนสำรวจก็เคลื่อนขบวนมุ่งตรงไปยังมหาปิรามิด กิซ่า ที่มองเห็นตั้งแต่ไกล มีต้นอินทผาลัม ขึ้นเป็นหย่อม ๆ เมื่อถึง มูซา ผู้นำทางได้เดินนำหน้าเข้าไปยังปิดรามิด คูฟู โดยมี บูรชาร์ด นโปเลียน บักเคน เดินตามกันเข้ามา โดยทางเข้าที่แท้จริงถูกซ่อนไว้ แต่มูซาจำได้เพราะเคยเข้าออกเป็นประจำตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ “ทางเดินนี้เรียกว่า แอล มามูน ที่ถูกขุดเจาะโดยคณะสำรวจของ สุลต่าน แอล มามูน ( Caliph Al Mamoun ) โดยทางเข้านี้ถูกเจาะห่างจาก ทางเข้าจริง ไปทางซ้าย ประมาณ 7 เมตร  และต่ำลงมาจากทางเข้าจริงประมาณ  17 เมตร บรรยากาศภายในปิรามิด เย็นยะเยือก เสียงเดินของ มูซา บูชาร์ด นโปเลียนและบักเคน ดังสะท้อน ตามอุโมงค์ ทางเดิน บักเคนรู้สึกวังเวง เลยนึกถึงหนังผีที่เคยดู จะมีผีมัมมี่ลุกขึ้นมาจากปิรามิด และแมลงคีเปรา มีปีกแข็งสีดำเดินเต็มในปิรามิด บักเคนขนแขนลุก

“ตุ๊กแก ตุ๊กแก ๆ”  บักเคนหูแว่ว ได้ยินตุ๊กแก ร้อง “อะไรว่ะ ในปิรามิด กลางทะเลทรายมีตุ๊กแกด้วยหรือ

“เสียงลมมันพัดถูกไม้ ทำให้เกิดเสียงประหลาดเหมือนกับเสียงสัตว์อะไรซักอย่าง ไม้นี้คนโบราณสร้างไว้ป้องกันทรายไม่ให้พัดเข้ามา ลมพัดเลยเกิดเสียงขึ้น” มูซาบอกบักเคน

“ประตูทางเข้าที่แท้จริงจะถูกซ่อนไว้ คนที่ไม่รู้ ถ้าเปิดประตูผิด หลงเข้าไป จะตายในปิรามิด มีพวกลักลอบ เปิดประตูผิดและหลงเข้าไป ไม่สามารถออกมากได้ คนภายนอกก็ไม่กล้าเข้าไป เคยมีคนเข้าไปช่วยสุดท้ายก็ออกมาไม่ได้ ต้องตายตาม” มูชาบอกกับทุกคน พวกท่านต้องเดินตามผมถ้าเจอทางอย่าแยกตัวออกไปสำรวจโดยเด็ดขาด เพราะทางเข้าที่แท้จริง แต่ถูกซ่อนไว้  ก่อสร้างเป็นประตูกลเป็นหินรูปสามเหลี่ยมโดยมีน้ำหนักที่สมดุลกัน ถ้าหากมีผู้บุกรุกจากภายนอก แล้วใช้แรงดันประตูเข้าไป มันก็จะเปิดง่ายมาก พอเดินเข้าไปประตูมันจะปิดทันที จะไม่สามารถดันให้เปิดออกได้ เนื่องจากประตูกลจะไปดันกับเพดานทำให้ไม่สามารถดันเปิดได้ ถ้าให้คนภายนอกดันเปิดอีก แล้วให้คนภายในออกมา ก็ทำไม่ได้ ประตูนี้ต้องรอเวลาหนึ่งเดือนถึงจะเปิดได้อีกครั้ง”  มูซาอธิบายถึงเหตุผล

“ทำไม่ท่านรู้ละเอียดมาก” บักเคนชักสงสัยว่าทำไมมูซาถึงรู้เส้นทางเข้าปิรามิด ปู่ของปู่เล่าให้ฟังคณะสำรวจของ สุลต่าน แอล มามูน  (Caliph Al Mamoun ) มาสำรวจปิรามิดแห่งนี้ และผมก็เคยมากับพ่อ หลายครั้งเพื่อหาสมบัติ แต่ก็ไม่เคยเจอ คิดว่าในปิรามิดยังมีห้องซ่อนอยู่อีกมาก แต่หาทางเข้าไม่เจอ” มูซาบอกบักเคน

เป็นไปได้ บักเคนเคยอ่านเจอนักโบราณคดีค้นพบห้องลับที่ซ่อนอยู่ในปิรามิดคูฟูเมื่อสามปีที่ผ่านมาใหญ่ขนาดเครื่องบินสองร้อยที่นั่งน่าจะมีสมบัติอยู่ภายในอีกมากมาย บักเคนนึกในใจ

“ทุกคนเดินระวังหน่อยนะ ทางเดินแคบ ค่อยลาดลง กว้างเพียง 1. สูง 1.2 เมตร ทางเดินนี้มีความยาวจากปากทางถึง ห้องโถงใต้ดิน เป็นระยะทางกว่า 100 เมตร”

มูซานำเดินไปสักพักก็บอกให้ทุกคนหยุด

“หยุดก่อนพวกท่าน เรามาถึงทางเดินขึ้นไปยังห้องเก็บพระศพฟาโรห์แล้ว ต้องเดินขึ้นไปทางขึ้นจะชัดนิดหน่อย ชันเหมือนกับตอนเดินลง”

มูซาชูคบไฟขึ้น และบอกนโปเลียน “ท่านเพดานเป็นหินแกรนิตขนาดใหญ่ จำนวน 3 ก้อนเรียงต่อๆกันมา  และก้อนแรก มันเหมือนกับเป็นกลอนประตู เพราะสามารถผลักได้ ท่านลองมาผลักดู มันผลักได้ง่าย ไม่กินแรง แต่แปลก ผลักไปแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น” หลังจากฟังมูซาจบ ทุกคนมาลองผลักหินแกรนิตดู แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริง

“ผมคิดว่า ทางเดินสมัยก่อนคงเป็นหินแกรนิตตามเส้นทางนี้ ทำให้   คณะของ สุลต่าน แอล มามูน  ไม่สามารถขุดได้ ต้องเลี่ยงมาขุดเจาะบริเวณด้านผนังด้านข้างที่เป็นหินปูนซึ่งเป็นหินที่อ่อนกว่าแล้วอ้อมไปเชื่อมต่อกับ อุโมงค์ทางเดินแบบชันขึ้น แทน”

“แสดงว่าฟาโรห์คงต้องซ่อนอะไรในห้องแน่นอน ถึงเอาหินแกรนติมาทำเป็นทางเข้าและประตู” บักเคนตั้งข้อสันนิฐาน “ไม่ทราบ ไม่เคยมีใครอธิบายครับ” มูซาบอกบักเคน

ในระหว่างเดินทางบักเคนสังเกตเห็นขอบทางเดินริมผนัง มีรูสี่เหลี่ยมเรียงรายเป็นจำนวนมากนั้น เลยถามบูชาร์ด “ท่านบูชาร์ด ผนังขอบทางเดินทำไมมีรูสี่เหลี่ยมเรียงรายเป็นจำนวนมาก รูนี้ไว้ทำอะไร” 

บูชาร์ด บอกบักเคน “น่าจะเป็นช่องสำหรับติดตั้งไม้เพื่อทำเป็นสะพานชั่วคราว หรือใช้ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับชักลาก สิ่งของขนาดใหญ่บางอย่าง ผมก็ไม่แน่ใจ” บูชาร์ด บอกทุกคน

“น่าสนใจ รูมันเรียงราย หรือว่าปิรามิดจะสร้างจากข้างในไปข้างนอก โดยลากเอาก้อนหินใหญ่ขึ้นมา ตามทางเอียงวนรอบปิรามิด น่าจะเป็นไปได้ เพราะคงไม่เครื่องช่วยอะไรที่จะก้อนหินขนาดยักษ์ไปสร้างปิรามิด มันวางข้างนอกซ้อนกันเป็นไปไม่ได้” นโปเลียนสันนิษฐาน เมื่อเห็นมีรูเรียงราย”

“น่าจะใช่ครับท่าน นโปเลียน ท่านเก่งจริง ๆ ผมยังนึกไม่ถึงเลย” บูชาร์ดตอบนโปเลียน

ส่วนบักเคนนึกไปคนที่ไหนจะลากกินก้อนเบ้อเริ่ม หินแต่ละก้อนก็ใหญ่เท่ากันเป๊ะ ๆ  มนุษย์จะต้องใช้แรงงานจำนวนกี่ร้อยคนมาชักลากหินก้อนยักษ์ และจะผลักมันเขยื้อนออกไปวางเป็นรูปทรงปิรามิดได้อย่างไร คงเป็นมนุษย์ต่างดาว สร้างแน่นอน ไว้พบกับลอร่ากับพาราซิทอลจะถามข้อสงสัยนี้

          บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (128)

ห้องโถงแห่งกษัตริย์ เป็นห้องที่เก็บพระศพของฟาโรห์คูฟู ก่อนที่เราจะมุ่งสู่ ห้องโถงแห่งกษัตริย์ จะต้องผ่านช่องทางเดินเล็กๆ ขนาดกว้าง 1 เมตร สูง 1 เมตร มูซานำทุกคนที่ก้มตัวค่อยๆ เดินมาจนจนถึงห้องเก็บพระศพ ฟาโรห์

“ถึงแล้วห้องเก็บพระศพฟาโรห์” มูซาบอกกับทุกคน

          เป็นห้องโถงภายในห้องมีกลิ่นอับชื้นและเย็นยะเยือก แม้ข้างนอกจะเป็นกลางวันก็ตาม  ภายในห้องโล่ง ไม่มีอะไรนอกจากฐานโลงหินแกรนิต ตั้งอยู่ ส่วนโรงศพ รัฐบาลอียิปต์

          “หลังจากสำรวจทุกที่ในปิรามิดเสร็จแล้วคืนนี้พวกเราจะนอนพักที่นี่” นโปเลียนบอกกับทุกคน

          “อะไรนะท่าน ไหนพูดใหม่ซิท่าน”

          “ผมบอกว่าคืนนี้จะนอนพักที่ห้องเก็บพระศพฟาโรห์”

          “มันจะดีหรือท่าน ห้องเก็บศพเขาถือ ไม่ให้นอนที่เก็บศพ มันจะหมิ่นพระเกียรติฟาโรห์นะท่าน” บักเคนพยายามบอกนโปเลียน

          บูชาร์ด และมูซา หันมามองหน้ากัน ตั้งแต่เกิดมาและเข้ามาในปิรามิด มูซาไม่เคยค้างคืนในปิรามิดเลยสักครั้ง  เมื่อได้ยินนโปเลียนบอกว่าจะค้างคืน มูซาถึงกับอึ้ง “อัลเลาะห์ทรงคุ้มครอง”

          นโปเลียนได้ชูคบไฟ และมองไปบนเพดานเพดานห้องโถงแห่งกษัตริย์ “น่าทึ่งมากสุดยอดในการออกแบบทางวิศวกรรม สมัยนี้ยังทำไม่ได้ การวางคานช่างเต็มไปด้วยเทคนิคของสถาปนิค” 

มีการออกแบบห้องโถงแห่งกษัตริย์โดยด้านบนสุดวางหินเป็นคานหิน เอียงเพื่อถ่ายแรงออกด้านข้าง ด้านล่างเป็นคานหินซ้อนกัน 5 ชั้น เพื่อรับน้ำหนัก หินจำนวนมหาศาลที่วางอยู่ด้านบน กว่า ล้านตัน เพื่อป้องกันห้องโถงแห่งกษัตริย์พังทลายลงมา

          “เป็นการออกแบบด้านวิศวกรรมที่ยอดเยี่ยมมากในสมัยโบราณ ที่เทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้า ยังทำได้ขนาดนี้” นโปเลียนบอกกับบูชาร์ด

          “ใช่ครับท่าน การสร้างพระราชวังแวร์ซายส์ดูกระจอกไปเลย”

บูชาร์ด บอกนโปเลียน

          “ไปสำรวจต่อดีกว่า นโปเลียนบอกให้มูซา นำคณะเดินไปสำรวจ

ยังห้องอื่น ในปิรามิด มูซานำเดินก้มตัวไปตามทางอุโมงค์แคบเดินไปสักพักทางลงก็ลาดลงสู่ห้องโถงราชินี

          “ทำไมเรียกห้องโถงราชินี เพราะผมเคยอ่านดูจะไม่มีการเก็บศพ ฟาโรห์กับราชินีอยู่ในปิรามิดเดียวกัน” บูรชารด์ถามมูซา

          “ไม่ทราบ เห็นเขาเรียกกันอย่างนั้น อาจจะเรียกตามช่างเพราะ สุสานผู้ชายจะมีเพดานเรียบ ส่วนสุสานผู้หญิงจะมีเพดานแบบจั่ว ท่านลองมองดูเพดาน จะมีลักษณะเพดานแบบจั่วเลยเรียกห้องโถงราชินี” มูซาอธิบายตามความเข้าใจของตน

          “ห้องนี้สร้างเพื่ออะไร เห็นโล่ง เมื่อก่อนมีทรัพย์สมบัติเก็บอยู่ไหม” นโปเลียนถามมูซา

          “ไม่ทราบเห็นเขาลือว่าห้องนี้ใช่ประกอบพิธีศพ เพราะคนที่มาพบครั้งแรก บอกว่าที่ผนังห้องเคลือบด้วยเกลือหนา” มูซาบอกนโปเลียน  “เพราะมันจะมีแท่นบูชา เป็นร่องลึกลงไปในผนัง”

          “มีห้องอะไรอีกไหมมูซา”

“หมดแล้วท่าน” อย่างนั้นพวกเราก็ออกไปข้างนอกปิรามิดถึงตอนเย็นค่อยกลับเข้ามานอนค้างแรมในปิรามิดในห้องเก็บศพฟาโรห์” นโปเลียนบอกกับทุกคน

             *************************************

ที่อ่าวอาบูกีร์ เรือรบฝรั่งเศสจอดทอดสมอเรียงรายกันทั้งหมด สี่ร้อยลำ เป็นแนวยาว บริเวณชายหาด ทหารฝรั่งเศส นั่งพักผ่อน พูดคุยกันบริเวณชายหาด “นั่น ดูอะไรที่เส้นขอบฟ้า” ทหารนายหนึ่งบอกกับเพื่อนเมื่อสังเกตุวัตถุกำลังเคลื่อนเข้าหาฝั่ง  

“เฮ้ย เรือ เรือรบ กำลังมุ่งมาที่อ่าว” ไหนเอากล้องส่องทางไกลมาส่องดูหน่อย ทหารนายหนึ่งตะโกนบอกเพื่อน เฮ้ย รีบไปรายงานท่านนายพลด่วน เมื่อกล้องจับธงเรืออังกฤษโบกสะบัดอยู่บนยอดเสา ทหารนายหนึ่งรีบวิ่งไปกองบัญชาการเพื่อส่งโทรเลขแจ้งจอมพล นโปเลียนด่วน เลยว่าอังกฤษกำลังจะโจมตีแล้วให้ท่านสั่งการด่วน

          นาวาเอก จอห์น ฟูโกต์ เมื่อได้รับรายงานจากทหารที่เห็นกองเรือรบอังกฤษกำลังมุ่งตรงมา ได้สั่งให้ทหารเรือทุกคนรีบขึ้นเรือ เพื่อทำการสู้รบ การใช้เวลาเตรียมตัวนานมาก เพราะทหารเรือและทหารที่อยู่ที่หาด อ่าวอาบูกีร์   ได้ทำตัวตามสบายไม่นึกว่ากองเรืออังกฤษจะบุกโจมตีเพราะไม่ทราบข่าวมาก่อน

“ท่านครับมีโทรเลขด่วนจากฐานทัพอ่าวอาบูกีร์” จ่านายสิบนายหนึ่งรายงาน พลเอกมีโนที่รักษาการณ์แทน นโปเลียน

          “ว่าอะไรนะทหาร มีโทรเลขด่วน เรื่องด่วนอะไร”

          “โทรเลขส่งข่าวมาว่าตอนนี้กองเรืออังกฤษกำลังจะโจมตีเรือที่ทอดสมออยู่ที่อ่าวครับผม”  

          “อะไรนะ กองเรืออังกฤษโจมตี รีบแจ้งไปที่อ่าวด่วนให้นำเรือรบออกไปสู้กับกองเรืออังกฤษ ให้นาวาเอก ฟูโกต์เป็นแม่ทัพ”

พลเอกมีโนรีบรายงาน “ทหารรีบไปแจ้งท่านนายพลพลเอกกาลีเบอร์และพลเอกบอนท์ด่วน”

“ครับท่านนายพล” ทหารรีบไปแจ้งข่าว

          “มีอะไรด่วนหรือท่านนายพลมีโน” พลเอกกาลีเบอร์เอ่ยปากถามพลเอกมีโน” 

“พวกอังกฤษบุกโจมตีกองเรือของพวกเรา”  ท่านนายพล

“งั้นสั่งการไปเลยผมจะนำทหารสองหมื่นนายไปช่วยที่อ่าว” พลเอกบอนท์ เอ่ยปากบอกสองนายพล “มีใครรายงานท่านนโปเลียนแล้วหรือยัง ท่านไปสำรวจปิรามิดอยู่

“ยังครับ งั้นก็รีบให้ทหารขี่ม้าไปแจ้งข่าวให้ท่านนโปเลียนได้ทราบว่ากองเรืออังกฤษบุกโจมตีแล้ว”

          “ครับผม”

          **********************************

หวี๊ด บึ้ม ๆ หวี๊ด บึ้ม ๆ บึ้ม ๆ เสียงกระสุนปืนใหญ่ยิงถล่มจากกองเรืออังกฤษ ใส่เรือรบฝรั่งเศส บึ้ม …..บึ้ม ควันดำโขมงลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ดำทะมื่น หวี๊ด บึ้ม ๆ หวี๊ด บึ้ม ๆ บึ้ม ๆ เป็นการระดมยิงฝ่ายเดียว

ทหารเรือฝรั่งเศส กำลังเตรียมตัวต่อสู้ เรือรบที่จอดทอดสมออยู่ในอ่าว ถูกยิงจมทีละลำ พร้อมกับทหารเรือกระโดดหนีลงน้ำ “ไฟไหม้ ไฟไหม้ เรือกำลังจะจมแล้ว สละเรือ”

ส่วนเรือรบที่พร้อมแล้วเริ่มยิงปืนใหญ่สู้กับกองเรืออังกฤษ หวี๊ด บึ้ม ๆ หวี๊ด บึ้ม ๆ บึ้ม ๆ.. กระสุนปืนส่วนใหญ่จะตกน้ำทะเล แต่กระสุนปืนใหญ่ของฝรั่งเศสกับยิงแม่นกว่า ด้วยอานุภาพของปืน กระสุนถูกเรือรบฝรั่งเศสจมทีละลำ

เรือรบฝรั่งเศสหลายสิบลำที่พร้อมก็พยายามแล่นออกจากอ่าวเพื่อไปรบกับกองเรืออังกฤษ “ยิง” หวี๊ด บึ้ม ๆ หวี๊ด บึ้ม ๆ บึ้ม ๆ “เย้ เย้ เย้” ถูกเรืออังกฤษแล้ว ควันดำลอยขึ้น “ยิงอีก” หวี๊ด บึ้ม ๆ หวี๊ด บึ้ม ๆ บึ้ม ๆ

เสียงต่อสู้การดวลด้วยปืนใหญ่ เป็นยุทธนาวีปิดประตูตีแมวที่อังกฤษยิงถล่มทหารเรือฝรั่งเศสไม่มีทางสู้