บักเคนทะลุมิติ ตอนที่123-124

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (123)

ทะเลบริเวณอ่าวอาบูกีร์   เรือหาปลาของ ชาวบ้านที่อาศัย บริเวณอ่าวอาบูกีร์เป็นที่จับปลาหาเลี้ยงครอบครัว วันนี้เงียบสงบเป็นพิเศษ ชายสองคนได้ออกหาปลาไม่ห่างจากชายฝั่ง มากนัก

“กาเซ็ม เจ้าลองดำน้ำไปฟังดูซิปลาบริเวณนี้มีมากไหม” เซ็บได้ถามกาเซ็ม

“ได้ข้าจะดำไปฟังเสียงปลา กาเซ็มพูดจบก็กระโดดหายไปในทะเล สักพักก็โผล่พรวดขึ้นมาด้วยความตกใจ อัลเลาะห์ทรงคุ้มครอง ข้าได้ยินฝูงปลาฝูงใหญ่ แต่ละตัวใหญ่ มาก ๆ  กำลังว่ายตรงมาทางนี้”

“ล้อเล่นน่ากาเซ็ม ปลาอะไรจะมาเป็นฝูงและเป็นปลาตัวใหญ่ ก็เป็นโอกาสของเราจะได้จับปลาตัวใหญ่ไปกินและแจกทั้งหมู่บ้าน “ข้าว่าไม่น่าจะใช่ เพราะมันแปลก ๆ ไม่น่าจะใช้คลื่นจากครีบปลา เพราะคลื่นมันรุนแรงจนข้าสัมผัสได้ จะเป็นปลายักษ์ในตำนานแต่ทำไมมันมีจำนวนมหาศาล หรือจะเป็นปลาฉลามยักษ์” เซ็บได้บอกกาเซ็ม

ดูอะไรโน่นเซ็บ เจ้าเห็นเหมือนกับข้าไหม อัลเลาะห์ทรงคุ้มครอง”  กาเซ็มมองตรงเส้นขอบฟ้า ก็เห็นเสากระโดงเรือใบ กำลังเคลื่อนเข้ามาในระยะสายตา จากเห็นเพียงลำเดียวก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ แล่นตรงมายังอ่าว มันตรงกับที่กาเซ็มบอกว่าจะมีปลายักษ์กำลังเคลื่อนตรงมาทางนี้ แต่มันไม่ใช่ปลายักษ์แต่เป็นกองทัพเรือของนโปเลียน เซ็บกับกาเซ็ม ก็ตกใ รีบพายเรือกลับเข้าฝั่งเพื่อไปแจ้งให้นายบ้านได้ทราบ

“เมื่อสามวันก่อนก็เห็นกองเรืออังกฤษหลายลำแล่นออกไปจากอ่าว หรือกองเรืออังกฤษจะแล่นกลับมา” เซ็บบอกกับกาเซ็ม

“ไม่น่าจะใช่ ข้าได้ยินนายบ้านบอกว่า นายพลเนลสันจะเดินทางไปโจมตีฝรั่งเศส”  “ดูโน่น ธงบนเสากระโดงเรือไม่ใช่ธงเรืออังกฤษ แต่เป็นชาติไหนข้าเห็นไม่ชัด” 

“เร็วๆ รีบพายเข้าฝั่งเร็ว ๆ”  เซ็บบอกกับกาเซ็ม “ข้าก็รีบแล้ว”

ทั้งสองรีบจ้วงพายลงทะเลอย่างรวดเร็ว เพื่อให้เรือรีบเข้าหาฝั่ง เมื่อทั้งคู่ถึงฝั่งก็วิ่งตรงไปยังหมู่บ้านเพื่อรายงานหัวหน้าหมู่บ้านได้ทราบถึงสิ่งที่ทั้งสองเห็นมา มันเป็นกองเรือรบที่ไม่รู้สัญชาติไหนกำลังแล่นตรงมายังอ่าวอีกไม่นานคงถึงฝั่งแน่นอน

หลังจากเรือแล่นถึงท่าเรือที่อ่าวบูกีร์ในเวลา 11 โมง นโปเลียนได้สั่งให้ทหารรวมพล ที่ท่าเรือ และได้กล่าวกับทหารที่ยืนแถวเรียงรายนับหมื่นคน มีทหารหลายสิบนายคอยถ่ายทอดคำพูดของนโปเลียนให้ทหารทุกนายได้ยิน

“ทหารที่รักทุกท่าน รัฐบาลฝรั่งเศสเป็นหนี้บุญคุณของพวกท่าน แต่เขาไม่ได้ให้อะไรท่านเลย ความอดทนและความกล้าหาญของพวกท่านทุกคน ข้าพเจ้ามีความซาบซึ้งมาก และมีความเห็นอกเห็นใจในความเหนื่อยยากของพวกท่าน แต่รัฐบาลไม่ได้ให้สิ่งที่ดีแก่ท่าน ความอดทนและความกล้าหาญของพวกท่านเป็นสิ่งที่น่าชมเชย แต่ความกล้าหาญและความอดทนไม่อาจนำมาซึ่งเกียรติและความรุ่งโรจน์ ข้าพเจ้าจะนำท่านไปยังที่สมบูรณ์ด้วยสมบัติที่ร่ำรวยและรุ่งเรืองมาจากในอดีต  ณ  ที่ข้าพเจ้าจะทำท่านไปจะตกอยู่ในอำนาจของท่านและที่นั่นจะเป็นสถานที่ ที่พวกท่านจะได้รับเกียรติยศ ชื่อเสียง ความรุ่งโรจน์ ทรัพย์สินเงินทอง จงแสดงศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ออกมา” จบคำพูดปลุกใจของนโปเลียน ทหารทุกคนได้เปล่งเสียง ฝรั่งเศสจงเจริญ ฝรั่งเศสจงเจริญ ฝรั่งเศสต้องยิ่งใหญ่ เราจะทำตามคำสั่งของท่าน นโปเลียน

หลังจากการพูดปลุกใจของนโปเลียนจบลง เวลาบ่ายสามโมง “ทหารม้า ทหารราบและทหารปืนใหญ่ได้เริ่มเคลื่อนทัพออกเดินทางเพื่อโจมตียึดเมือง เมืองอเล็กซานเดรียไว้ (Alexandria)  ซึ่งการเดินทัพ นโปเลียนได้แบ่งทัพออกเป็นสามทัพใหญ่ โดยทัพแรกปีกซ้ายมีนายพลเอกมีโนเป็นผู้นำ ทัพกลาง มีพลเอกกาลีเบอร์เป็นผู้นำ และปีกขวามีพลเอกบอนท์เป็นผู้นำ การเดินทัพเพื่อโจมตีทหารอียิปต์  ที่ออตโตมัน ให้ทหารแจนีสซารี ที่ดูแลเมืองอเล็กซานเดรีย ก็ยอมแพ้ต่อนโปเลียนไม่มีการต่อต้านแต่อย่างใด

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (124)

“ป๋าขา ลงมาแช่น้ำเร็วเข้า เสียงของโจเซฟินเรียก บาราสให้ลงมาอาบน้ำด้วยกัน โจเซฟิน ในชุดวันเกิดในอ่างอาบน้ำโรมัน อกอวบหย่อนคล้อย ปลายถันเริ่มคล้ำ เพราะถูกใช้งานหนัก โผล่พ้นผิวน้ำ  รูปร่างของหล่อนก็ยังมีความงดงามเหนือกว่าสตรีในวัยเดียวกันที่ต้องตากตรำทำงานหนักเพื่อเลี้ยงชีพ ส่วนตัลเลียง รูปร่างสูงระหงกำลังก้าวลงในอ่างอาบน้ำ ขนไรสีทองเต็มแขนขา เนินสามเหลี่ยมโหนกนูนเป็นเนินหลังเต่า มีขนสีทองขึ้นปกคลุมเต็มไปหมด หุ่นตัลเลียงดูงดงามกว่าโจเซฟิน ปทุมถันเป็นรูปบัวตูม คล้อยแต่พองาม บาราสน้อยเห็นโจเซฟินและตัลเลียงถึงกับผงกหัว เหมือนกับเป็นสัญญานว่าพร้อมรบแล้ว 

“ป๋าลงมาเดี๋ยวจะให้ตัลเลียงถูหลังให้ ส่วนหนูจะถูแขนอาบน้ำข้างหน้าให้ป๋านะ”

“ได้ ได้ ดีจัง ป๋าชอบ บาราสเอื้อมมือไปจับปลายปทุมถันของโจเซฟินถึงกับฟูเป็นตุ่มไตแข็งค้างด้วยความเสียวซ่าน อูยส์ๆเสียวจังป๋าขา เบา ๆ หน่อยป๋า” เสียงโจเซฟินครางออกมา ส่วนตัลเลียง ได้ลงอ่างและไปนั่งข้างหลังบาราส แล้วโอบคอบาราส จากด้านหลังใช้อกสองข้างส่ายไปมาเพื่อถูหลังให้กับบาราส ทำให้บาราส ถึงกับ อุทานออกมา

“โอมายก็อด สวรรค์ทำไมข้าถึงได้โชคดีถึงเพียงนี้ “

“ทำอย่างไร ถึงจะได้มีเธอสองคน มาอยู่ร่วมกันตลอด ชีวิตคงจะมีความสุขมากที่สุดในโลก” บาราสบอก ตัลเลียงและโจเซฟิน

“ถ้าท่านไม่รังเกียจ ว่าหนูมีสามี แล้ว หนูทำผิดพลาดไปที่ไปชอบนโปเลียน เพราะคิดว่านโปเลียนจะช่วยหนูได้มากมาย แค่ช่วยให้พ้นโทษไม่ต้องถูกประหารจากโรแบสปิแยร์  และนำหนูมาอยู่ที่เกาะแห่งนี้ ไม่ได้ไปไหน โจเซฟินได้บอกกับบาราส

“บางครั้ง ชีวิตก็อาจมีโอกาสครั้งที่สองเพราะเวลาอาจไม่พร้อมสำหรับโอกาสครั้งแรก ถ้าป๋าให้โอกาสอีกครั้ง”  โจเซฟินบอกกับบาราส แต่ในความเป็นจริงมันเป็นครั้งที่ร้อยเพียงพูดให้ดูดีในสายตาบาราส

“ถ้าไม่รังเกียจก็เลิกกับนโปเลียน แล้วมาอยู่กับป๋า ป๋าจะให้ความสุขทุกเวลา มีทั้งทรัพย์สินเงินทอง บ้าน จะเอาอะไรป๋าหาให้” บาราสบอกโจเซฟิน ส่วนตัลเลียงก็มองค้อนบาราส “แหม ป๋าก้อ ได้เพื่อนหนูแล้วลืมหนู” 

“ป๋า ไม่ลืม ไม่ลืม เธอสองคน ทำให้ป๋ามีความสุข”

ทั้งสามคนอาบน้ำเสร็จก็ไปปฏิบัติกามกีฬาต่อในห้อง บาราส พักอยู่บ้านโจเซฟินหนึ่งสัปดาห์ก็กลับปารีส ด้วยความอ่อนเพลียในการทำสงครามใต้สะดือ เพราะทุกการรบจะจบลงด้วยบาราสเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ศึก

หลังจากสมาชิกสภาบาราสกลับปารีส โจเซฟินและตัลเลียงก็ออกไปนัดหนุ่มคู่ขาตามปรกติ ไปงานเลี้ยงสังสรรค์ ไม่มีไฟก็ไม่มีควันฉันใด ข่าวลือที่โจเซฟินมีชู้กับหนุ่มและสมาชิกสภา ได้ลือไปถึงปารีส ทำให้ทหารคนสนิทของนโปเลียนที่ไปส่ง อาดัมและซิลแวงส์อดทนไม่ได้เมื่อได้ยินข่าวลือและสืบข่าวจนแน่ชัดว่าเป็นความจริง ต้องรีบไปแจ้งข่าวให้นโปเลียนได้ทราบถึงเรื่องไม่ดีงาม ที่เกิดขึ้น

**************************************

หลังจากบุกยึดอเลกซานเดรียได้ 1 สัปดาห์ นโปเลียนได้ออกคำสั่งให้บุกยึด กรุงไคโร หลังจากออกจากอเล็กซานเดรีย นโปเลียนได้ขี่ม้าคู่กับบักเคนพร้อมกับทหารที่เดินทัพเรียงราย นโปเลียนได้หยุดม้าพร้อมกับบักเคน และจ้องดูตัวสฟิงคซ์ และเอ่ยว่า

“นานมาแล้ว ณ ที่ตรงนี้ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ เคยมายืนอยู่ที่นี่ และจอมทัพ จูเลียส ซีซาร์ ก็ได้มายืนอยู่ตรงนี้เหมือนกัน” ก่อนที่นโปเลียนกับบักเคนจะขี่ม้าเดินทางต่อไปยังกรุงไคโร ซึ่งต้องผ่านเมืองเอมบาเบห์  สงครามระหว่างทหารทหารแจนีสซารี กับนโปเลียนกำลังใกล้จะเปิดฉากขึ้น

กองทหารม้ามัมลุคจำนวน 8,000 นาย ยืนเรียงรายพร้อมที่จะบดขยี้ทัพของนโปเลียน

ทหารที่ออกมารบนโปเลียนได้วางแผนให้ทหารราบและทหารปืนใหญ่บุกโจมตีกรุงไคโร ส่วนทหารม้า ให้เป็นกองหนุน เมื่อพบกับกองทหารม้าของมัมลุค ที่ยืนเรียงราย นโปเลียนได้สั่งการให้ทหารปืนใหญ่ เข้าไปอยู่ตรงกลาง โดยให้ทหารราบยืนแถวเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนซ้อนกันหลาย ๆ ชั้นล้อมทหารปืนใหญ่เอาไว้ ทำให้กองทหารม้ามัมลุคไม่สามารถขี่ม้าบุกเข้ามาทำลายปืนใหญ่ของนโปเลียนได้

 มูแรด แม่ทัพของราชวงส์มัมลุค ได้ตั้งทัพรอนโปเลียน อยู่ที่เมืองเอมบาเบห์ ริมฝั่งแม่น้ำไนล์ด้านตะวันตก ซึ่งตัวเมืองเอมบาเบห์ อยู่กึ่งกลางระหว่างปิรามิดกับกรุงไคโร“

“ บุก สู้ตาย ขอให้ อัลเลาะห์ทรงคุ้มครอง พวกเราบุกโจมตีเลย   เสียงม้าจำนวนแปดพันตัววิ่งควบเข้าใส่กองทหารของนโปเลียน  ฝุ่นคลุ้งกระจายเต็มท้องฟ้า เสียงทหารม้ามัมลุคได้ร้องตะโกนรับกับเสียงรองของมูแรดที่ให้ทหารม้าทำการโจมตีนโปเลียน

“ซ้าย 40 องศา ยิง”  ตั้ม วี๊ด …หวี๊ด บึ้ม บี้ม ๆ เสียงปืนใหญ่ ดังสนั่น กึกก้องทะเลทราย หวี๊ด บึ้ม บี้ม ๆ.. ทหารม้าของมูแรด ได้ควบตรงเข้ากองหา ทหารของนโปเลียน ทหาร ราบที่ยืนล้อมปืนใหญ่ก็ยกปืนยาวและยิงทหารม้าของมูแรด ส่วนทหารของมูแรด ก็ใช้ยืนยาวยิงใส่ทหารของนโปเลียน ที่รายล้อมรอบทหารปืนใหญ่ แต่ไม่สามารถบุกทำลายปืนใหญ่ได้ เพราะกระสุนปืนยุคนี้ การยิงไม่ค่อยแม่นยำ และกระสุนไม่มีความรุนแรงที่จะยิงได้ไกล

“ปัง ปัง ๆๆๆ” โอ๊ย ข้าถูกยิง เสียงของทหาร นโปเลียนร้องออกมา 

“ปัง ปัง ๆๆๆ บุกทำลายปืนใหญ่ให้ได้” เสียงของมูแรด ร้องตะโกน บุกเข้าไป ใครบุกทำลายปืนใหญ่ได้ ข้าจะให้รางวัล”

          “โอ๊ย โอ๊ยๆๆๆๆ “ทหารม้าถูกยิงร่วงจากหลังม้า หลายสิบคน การสู้รบทวีความดุเดือด

          บักเคนเห็นการต่อสู้ที่ดุเดือดเลือดพล่าน ของทั้งสองฝ่าย การสู้รบเป็นไปท่ามกลางกลิ่นควันปืน ที่ลอยตามลม กระสุนปืนใหญ่ตกถูกทหารม้า มัมลุค ทั้งม้าและทหารตายเกลื่อน

          ส่วนทหารเสนารักษ์ ที่หมอลาเรย์คัดไว้ เคยเป็นหมอมาก่อนก็ได้อาศัยรถพยาบาลที่ดัดแปลงเกวียนที่มีล้อแล้วใช้ม้า เข้าไปไปขนทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบเข้ามารักษาใกล้กับปืนใหญ่ ที่นโปเลียนบัญชาการอยู่ มีการตั้งค่ายสนามเพื่อรักษาทหารบาดเจ็บ มีหมอเสนารักษ์บางส่วนก็นำทหารม้ามัมลุคที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงมารักษาด้วยไม่มีการแบ่งแยกว่าเป็นมิตรหรือศัตรู แต่ต้องรักษาเพื่อจรรยาบรรณแพทย์