บักเคนทะลุมิติ ตอนที่121-222

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (121)

คุณเคน นวดแผนโบราณ ผมพอเข้าใจแล้วนวดแผนปัจจุบันคืออะไร หมอ ลาเรย์ ถามบักเคน “อ๋อนวดแผนใช้คำพูดให้ดูดี เช่นนวดน้ำมัน หมอเขาจะเอาน้ำมันมาทาถูตัว แล้วหมอนวดเขาก็ถอดผ้าออกหมด แล้วเอานมถูตัวคนที่มาใช้บริการ”

 บักเคนอธิบาย นโปเลียนรีบหันมาฟัง เพราะไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต “มันศาสตร์รักษาปวดเมื่อยแบบไหนกันนี่ไม่เห็นมหาวิทยาลัยแพทย์ที่ฝรั่งเศสที่ไหนเคยเปิดสอนมาก่อน” คุณหมอ ฮาห์เนมานน์ เอ่ยปากออกมา  บักเคนเลยกล่าวต่อ “ มันเป็นสูตรลับมีแห่งเดียวในสยาม สูตรนี้จะทำให้ผู้ชายลดความเครียด ผ่อนคลาย เพราะเขาจะอาบน้ำ ถูตัวให้ และให้ปลดปล่อยความเป็นชายออกมาด้วยปากหรือการร่วมรัก” บักเคนบอกด้วยความเหนียมอายในชื่อเสียของประเทศสยาม

“นี่มันการค้าประเวณีนี่คุณเคนแล้วทำไมเรียกหมอนวดแผนปัจจุบัน” คุณหมอ ฮาห์เนมานน์ เอ่ยด้วยความโกรธ ที่เอาวิชาชีพหมอ มาย่ำยี

“ผมก็ไม่ทราบ เห็นเขาเรียกกันว่าหมอนวดแผนปัจจุบัน

คนทั่วไปในสยาม ทุกคนรู้จัก ยกเว้นคุณหญิงคุณนาย หรือผู้หลักผู้ใหญ่ในแผ่นดินที่บอกว่า ไม่มีการค้าประเวณีในประเทศสยาม เพราะมันผิดกฎหมาย แต่ความเป็นจริงค้าประเวณีมีมากในประเทศสยาม” บักเคนบอก คุณหมอ ฮาห์เนมานน์

“คุณเคน ผมได้ฟังคำพูดของคุณเคนแล้ว ประเทศสยาม มีอะไรที่พวกเรายังไม่รู้อีกมาก นับว่าน่าสนใจ เดี๋ยวผมขอให้คุณหมอ

หมอ ลาเรย์ นำเสนอสิ่งที่คุณหมอได้คิดอันจะเป็นประโยชน์ต่อการสงครามกับอังกฤษและอาณาจักรออตโตมันก่อน” นโปเลียนบอกบักเคน ที่พูดถึงเรื่องไม่เกี่ยวกับสิ่งที่เป็นประโยชน์ในทางทหาร นอกจากเรื่องกามารมณ์ที่นโปเลียนไม่สนใจ

สิ่งที่นโปเลียนสนใจได้แก่การลดความสูญเสียของทหาร และชัยชนะต่อศัตรู นโปเลียนอุตสาห์เชิญหมอลาเรย์ ร่วมเดินทาง เพราะ คิดว่ามันจะเป็นประโยชน์ในสงคราม และส่งผลต่อ อนาคตที่โนเปลียนไม่คาดคิดว่า สิ่งที่หมอลาเรย์คิดค้น จะช่วยชีวิตทหารนับสิบล้านคนในทุกสงครามในโลกใบนี้ นโปเลียนได้แสดงวุฒิภาวะความเป็นผู้นำออกมา เป็นผู้ฟังที่ดี และเป็นนักสื่อสารที่มีทักษะได้แสดงความเด็ดขาดในการตัดสินใจ เพื่อประโยชน์สูงสุดของกองทัพออกมา

************************************

          “คุณหมอลาเรย์เชิญ”  นโปเลียนบอกหมอลาเรย์ “ท่านนายพล ผมสังเกตการณ์รบที่ผ่านมาทุกครั้ง ทหารที่บาดเจ็บจะต้องเสียชีวิตในการสงครามเป็นจำนวนมาก ทหารที่บาดเจ็บ ไม่มีใครเข้าไปปฐมพยาบาลเบื้องต้น ต้องรอให้เพื่อนทหารที่รบกับศัตรู ช่วยเหลือออกจากพื้นที่ต่อสู้  นับเป็นการสูญเสียจำนวนมหาศาล”

“ทหารที่บาดเจ็บจากการสู้รบไม่ควรเสียชีวิตเพราะไม่ได้รับการช่วยเหลือเบื้องต้นหลังจากได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้” หมอลาเรย์พูดเสร็จ นโปเลียน ถึงกับปรบมือ “ แปะ แปะ ยอดเยี่ยมมากคุณหมอ ถ้าลดการตายของทหารได้ก็มีคำพูดแล้ว ต่อญาติพี่น้องของทหาร ผมไม่ได้นำลูก พ่อ เขามาตาย การบาดเจ็บเป็นเรื่องธรรมดาของการต่อสู้ แต่ทำอย่างไรให้เขามีชีวิตอยู่ ไม่ต้องตายในสงคราม” 

“ผมสังเกตเห็นปืนใหญ่สนามที่เคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็ว เพราะลากด้วยม้า 2 ถึง 4 ตัว ในการย้ายจุดยิง ผมจึงอยากจะดัดแปลงรถเลื่อนไว้ขนทหารที่บาดเจ็บออกจากสมอภูมิ ผมจะนำเกวียนเทียมด้วยม้า ไว้ขนทหารที่บาดเจ็บออกจากสนามรบ แทนที่จะให้เพื่อนทหารช่วยเหลือกันออกมา เราช่วยทหารที่บาดเจ็บได้ไวเท่าไหร่ โอกาสรอดชีวิตก็สูง” หมอลาเรย์ ได้อธิบายให้ นโปเลียนและบักเคนฟัง

“ความคิดหมอนี่ยอดเยี่ยมมาก ผมจะให้ทหารช่างเตรียมทำเกวียน ไว้สำหรับช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บจากการสู้รบ”

“ขอบคุณที่ชม ผมอยากจะตั้งหน่วยหมอสนามเพื่อช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บ โดยเอาทหารที่สนใจอยากจะเป็นหมอสนาม มาสอนให้เรียนรู้การรักษาพยาบาล  ผมจะสอนให้จำแนกทหารที่ได้รับบาดเจ็บ บาดเจ็บสาหัสต้องรีบนำออกจากสนามรบ บาดเจ็บเล็กน้อยยังสามารถทนอยู่ได้ ก็ให้รอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขนย้ายผู้บาดเจ็บและรักษาชีวิตทหารที่บาดเจ็บสาหัสให้ได้มากขึ้น  และผมจะขอท่านว่า หมอต้องรักษาคนป่วย คนเจ็บโดยไม่แยกว่าเป็นมิตรหรือศัตรู ถือว่าเขาคือเพื่อนร่วมโลก แม้ไม่อยากมารบแต่ขัดคำสั่งของประเทศไม่ได้ ผมถือว่า ทหารที่บาดเจ็บจากการรบไม่มีมิตร หรือศัตรู ทุกคนคือคนป่วยที่ต้องช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นทหารชาติไหนก็ตามเมื่อเขาได้รับบาดเจ็บก็ต้องช่วยเขา”  หมอลาเรย์ ได้บอกนโปเลียน

“โอ สุดยอดครับ คุณหมอ ผมถือว่า นี่คือการเกิดของหมอเสนารักษ์ หรือหมอทหารครั้งแรกในโลก” บักเคนบอกหลังจากได้ยิน หมอลาเรย์เอ่ยขึ้นมา

“เยี่ยมมากคุณหมอ ผมดีใจที่เชิญคุณหมอมาในสงครามครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตทหารจำนวนมาก หลังจากถึง อเล็กซาน

เดรีย ผมจะสั่งให้ทหารช่างรีบต่อเกวียนสนามเพิ่มเติม แต่ช่วงการเดินทางนี้อยากเชิญคุณหมอ ลาเรย์เป็นผู้อบรมบนเกาะมอลต้า” นโปเลียนบอกหมอ ลาเรย์ “ได้เลยครับท่านนายพล”

กองเรือของนโปเลียนถึงเกาะมอลต้าได้บุกโจมตี แบบสายฟ้าโดยปราศจากการต่อสู้นโปเลียนแวะพักที่เกาะสามวัน นับเป็นโชคดีของกองเรือฝรั่งเศสที่ไม่ได้เปิดยุทธนาวีกับกองเรือของอังกฤษ ที่กำลังค้นหากองเรือฝรั่งเศส เพราะกองเรือโฮราชิ เนลสัน ได้แตกกระจายเพราะเกิดพายุพัดอย่างรุนแรง ทำให้เรือรบ ต้องกระจายกันไปกว่าจะรวมตัวกันได้นโปเลียนก็ยึดเกาะมอลต้าเรียบร้อยแล้ว

นโปเลียนได้ให้พันเอก เจนัวร์ เป็นผู้บังคับการ พร้อมทหารจำนวน 5,000 นาย  โดยมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นหน่วยส่งกำลังบำรุงจาก ฝรั่งเศส เกาะมอลต้า และอียิปต์ ทั้งอาหารและอาวุธโดย มอบหมายให้ทหาร 300 นายที่หมอลาเรย์คัดไว้ ให้ฝึกเป็นทหารเสนารักษ์บนเกาะมอลต้าภายใต้การอบรมของหมอลาเรย์

เกาะมอลต้านับเป็นโรงเรียนแพทย์เสนารักษ์แห่งแรก  เมื่ออบรมเสร็จเรียบร้อย นโปเลียน ได้สั่งให้พันเอก เจนัวร์ ส่งทหารเสนารักษ์ที่อบรมเรียบร้อยเดินทางไปสมทบ กับนโปเลียนที่อียิปต์

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (122)

ขณะที่กองเรือของนโปเลียนออกจากเกาะมอลต้าแล่นอยู่ในทะเลเมดิเตอเรเนียน เพื่อมุ่งสู่อียิปต์ แต่อีกฝากหนึ่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ราชนาวีของอังกฤษ นำโดยโฮราชิ เนลสัน กำลังตรวจตราเพื่อหากองเรือฝรั่งเศส แต่ก็คลาดกันหวุดหวิด กองเรือนโปเลียนได้รอนแรมในทะเลเกือบ หนึ่งเดือน ช่วงเวลาในการแล่นในทะเล บักเคนได้สนทนากับนักวิทยาศาสตร์ นักโบราณคดี หลายท่านโดยการแนะนำของนายพล นโปเลียน ส่วนใหญ่จะเรื่องที่บักเคนฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ บักเคนจึงอาศัยช่วงเวลาที่อยู่บนเรือขอยืมหนังสือหานเฟย จื้อของนโปเลียนที่ติดตัวมาด้วย มาอ่านฆ่าเวลา สิ่งไหนไม่เข้าใจก็สอบถามนโปเลียน

“คุณเคนอ่านหนังสือแล้วมีส่วนไหนที่ไม่เข้าใจบ้างไหม” นโปเลียนถามบักเคน

“ก็มีหลายตอนในหนังสือของหานเฟยจื้อที่ไม่เข้าใจลึกซึ้ง แต่ก็พยายามทำความเข้าใจ ผมคิดว่าความคิดของหานเฟยจื้อ คล้ายกับ มาเคียเวลลี “แนวคิดของหานเฟย มองธรรมชาติมนุษย์ชั่วร้าย ต้องสะกดเอาไว้ด้วยกฎหมาย มากกว่าแนวคิดของมาเคียเวลลี”  

“ใช่ผมก็เชื่ออย่างนั้น ผมก็อ่านแนวคิดหานเฟยและผมก็นำมาใช้ในกองทัพ กฎหมายและระบบกฎหมาย ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีข้อยกเว้น และสังคมฝรั่งเศสไม่ควรยกเว้นฐานันดรใดฐานันดรหนึ่งที่อยู่เหนือกฎหมาย เพราะจะเกิดความไม่เป็นธรรมในสังคม”

นโปเลียนยังพูดต่อไปว่า “ สิ่งหนึ่งที่ประทับใจแนวคิดของหานเฟย  ได้แก่ตัวมอดทั้ง 5” นักวิชาการไม่ควรตีความกฎหมายเข้าข้างตนเอง นักการทูตไม่ควรยกย่องต่างชาติว่าดีกว่าชาติตนเอง และ ข้าราชการ นักการเมือง ไม่มุ่งเพียงแต่เกียรติยศชื่อเสียงของตน แต่หลงลืม ประชาชน  และประชาชนจะต้องมีความภูมิใจในชาติมากกว่าเป็นคนของเจ้าของที่ดิน หรือเจ้าเมือง แต่ควรจะเป็นทหารของแผ่นดิน  ถ้ากลับไปฝรั่งเศส ผมจะเสนอรูปแบบการเกณฑ์ทหารแก่ชายชาวฝรั่งเศส เพราะประชาชนต้องมีพันธะต่อชาติไม่ใช่เรื่องของกษัตริย์ หรือเจ้าเมืองอีกต่อไป เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อประเทศฝรั่งเศส เพราะประชาชนคือส่วนหนึ่งของประเทศไม่ใช่แค่คนของขุนนางหรือเจ้าของที่ดิน

และมอดของสังคมตัวสุดท้ายพ่อค้าช่างฝีมือที่ผลิตของที่ไร้ประโยชน์ฉวยโอกาสเก็งกำไร เท่ากันซ้ำเดิมสังคมให้ได้รับความทุกข์ยากเพิ่มมากขึ้น พวกนี้จะต้องลงโทษให้หนัก”

                “ท่านผมขอถาม มอดตัวสุดท้าย การที่ช่างทำของเลียนแบบ และไม่มีคุณภาพ รวมถึงด้วยไหม” บักเคนถามนโปเลียน

          “แน่นอน ช่างผลิตของไร้ฝีมือ ฉวยโอกาสขายของแพง ต้องถูกลงโทษ”

          “แล้วเราจะวัดอย่างไร ใช้อะไรเป็นเกณฑ์มีไม่มีประโยชน์ หรือไม่มีคุณภาพ เพราะถ้าไม่มีประโยชน์เขาก็ไม่ผลิตออกมาแน่นอน และคุณภาพก็ไม่มีเกณฑ์อะไรมาวัด” บักเคนถามนโปเลียน

          “เอ่อ………เยี่ยมมากที่สนทนากับคุณเคน  ทำให้ผมได้คิด เรื่องมอดตัวสุดท้าย มันต้องมีหน่วยงานควบคุมของที่ผลิตออกมา ในการใช้สอยถ้าไม่มีคุณภาพก็ไม่อนุญาตให้ออกมาใช้” นโปเลียนบอกบักเคน

          “ไม่จำเป็นท่าน ควรปล่อยให้เป็นไปโดยเสรี ช่างผลิตของไม่มีคุณภาพ ไร้ประโยชน์ก็ไม่มีคนเอาไปใช้ แต่ท่านต้องควบคุมสิ่งของที่ทุกคนต้องใช้ทุกบ้าน ให้ช่างผลิตของมีคุณภาพตามเกณฑ์ ท่านต้องตั้งเกณฑ์เพื่อให้พ่อค้าได้ทราบเกณฑ์ของท่านว่าสมควรจะผลิตและมีต้นทุนการผลิตเท่าไหร่” บักเคนพยายามอธิบาย นโปเลียนได้ทราบแนวคิดของตนเอง

แต่ผมก็ขอถามเรื่องส่วนตัวท่านสักเรื่อง ท่านมีแรงบันดาลใจอะไรถึงต้องรอนแรมมาบุกอียิปต์เป็นสถานที่แรกแทนที่จะบุกอังกฤษหรือบุกยุโรป” บักเคนสงสัยจึงสอบถาม นโปเลียน

“ คุณเคน “พวกเราหลาย ๆ คนไม่ได้ใช้ชีวิตตามความฝัน เพราะเราใช้ชีวิตอยู่บนความกลัว ผมอ่านหนังสือพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช พระองค์ทรงทำสงครามยึด อัฟริกา เอเชีย และยุโรป ผมจึงมีความฝัน อยากยึดครองอียิปต์และให้อียิปต์เป็นศูนย์กลางเพราะอียิปต์ช่วงนี้อยู่ภายใต้จักรวรรดิออตโตมันกำลังอ่อนแอ การยึดอียิปต์ไม่ยาก   ถ้ายึดอียิปต์ผมจะเริ่มทำการขุดคลองที่อียิปต์เพื่อเป็นเส้นทางลัดไปยังเอเชียและสร้างป้อมปืนบริเวณช่องแคบสุเอช เพื่อไม่ให้อังกฤษได้ใช้เป็นทางลัดไปสู่อินเดีย ซึ่งผมได้ให้ทหารไปสำรวจเส้นทางเดินเรือของอังกฤษไปอินเดียมาแล้ว เส้นทางที่สั้นที่สุดต้องขุดช่องแคบสุเอซที่อียิปต์ ทำให้อังกฤษต้องแล่นเรืออ้อมแหลมกู๊ดโฮปไปอินเดีย”

“ผมอยากจะสร้างประวัติศาสตร์ให้โลกจารึกต่อจากพระเจ้า

อเล็กซานเดอร์ ขยายดินแดนไปทั่วโลก เพราะผมเชื่อว่าการมองโลกในแง่ดีนับเป็นกลยุทธ์ในการสร้างอนาคตที่ดีกว่า เพราะถ้าไม่เชื่อว่าในอนาคตจะดีกว่านี้ ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำให้มันเป็นเช่นนั้น นี่คือเหตุผลที่ต้องเดินทางมาอียิปต์ และผมจะส่งกองทหารฝรั่งเศสไปช่วยทหารอินเดียรบกับอังกฤษ ผมได้ส่งคนไปเจรจากับสุลต่าน ทิปโพ ชาฮิบ (Tippo Sahib) ที่แคว้นไมซอร์ (รัฐกรณาฎกะ มีเมืองบังกาลอร์เป็นเมืองหลวงในปัจจุบัน) ว่าจะส่งทหารไปช่วยรบกับอังกฤษ”

“สุลต่านท่านยินดีในความร่วมมือมาก เพราะท่านกำลังสู้กับอังกฤษและท่านขอร้องให้ผมส่งทหารบางส่วนไปช่วยฝึกสอนและแนะนำกลยุทธ์การรบกับอังกฤษให้กับทหารของท่าน”

นโปเลียนพูดจบบักเคนเลยได้คิด คลองสุเอซขุดสำเร็จในสมัยจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ซึ่งเป็นเหลนของนโปเลียน

“สิ่งหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลที่ผมต้องมายึดอียิปต์ เพราะท่านสมาชิกสภา บาราสไม่ชอบผม ได้เสนอให้ผมโจมตีอังกฤษ ถ้ายึดอังกฤษได้ผมก็สามารถยึดได้ทั่วยุโรป แต่ผมได้แอบไปสำรวจช่องแคบของอังกฤษ แล้ว ถ้าจะยึดต้องใช้กองเรือของฝรั่งเศสเป็นหัวหอก แต่กองเรือฝรั่งเศสไม่เข้มแข็งที่จะยึดอังกฤษได้ ผมจึงปฏิเสธไป เพราะถ้าทำไม่สำเร็จชื่อเสียงของผม ก็เสียหาย”

บักเคนได้ยิน สมาชิกสภา บาราสก็นึกขึ้นได้ว่าเคยได้ยินโจเซฟินเคยเอ่ยถึงว่าเป็นสามีของตัลเลียง แต่บักเคนไม่รู้ว่า บาราสกับโจเซฟินจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งขนาดไหน