บักเคนทะลุมิติ ตอนที่119-120

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (119)

เสียงกองดุริยางค์เริ่มบรรเลงเพลง ลามาร์แซแยช (La Marseillaise) เรือธงเปิดหวูดประจำเรือก่อนค่อยเคลื่อนพลออกจากท่าเมืองตูลูส  ประชาชนนับแสนคนมาร่วมส่งทหารจำนวน 36,000 คนออกเดินทางไปทำสงครามที่อียิปต์ เสียงร่ำไห้ของหญิงที่เป็นแม่มีบุตรชายเพียงคนเดียวไปร่วมสงคราม หญิงบางคนอุ้มลูกมาโบกมือให้กับสามี พ่อแม่ มาส่งลูกชาย ผู้คนโบกมืออำลาทหารบนเรือรบที่กำลังแล่นออกจากท่าเรือหลายคนสวดอ้อนวอนภาวนาให้ลูกชาย สามีตนกลับมาอย่างปลอดภัย

กองเรือได้แล่นสู่ทะเลเมติเตอร์เรเนียน บักเคนนั่งฟังนักวิทยาศาสตร์ คุณหมอ นักคณิตศาสตร์คุยกัน ส่วน นโปเลียนนั่งคุยกับหมอสองคน บักเคนไม่สนิทกับใครได้แต่ออกไปนั่งใกล้กราบเรือมองท้องทะเลที่ริ้วคลื่นสีขาวแตกกระจายเป็นฝอยเมื่อเรือแล่นผ่านไป เห็นฝูงปลาโลมาแล่นตามเรือรบ เหมือนกับจะไปส่งทหารออกไปสงคราม บักเคนชักนึกสนุก อยากจะกระโดดน้ำไปว่ายแข่งกับปลาโลมา

“คุณเคนนั่งมองอะไร มานั่งคุยกับคุณหมอ ลาเรย์ กับคุณหมอ ฮาห์เนมานน์หน่อย ” เสียงนายพลนโปเลียนเอ่ยปากชวนบักเคน  “สวัสดีครับคุณหมอ ลาเรย์ และ คุณหมอ ฮาห์เนมานน์” ยินดีได้รู้จักครับ นโปเลียนได้แนะนำคุณหมอสองท่านให้กับบักเคนได้รู้จัก

คุณหมอ ฮาห์เนมานน์ได้ถามบักเคนว่า “คุณเคนเป็นหมอเหมือนกันหรือครับมาจากที่ไหน”  

“เปล่าครับ ผมเป็นคนสยาม แต่อยู่ ที่ฝรั่งเศสนานแล้วครับ ผมชอบหมอครับ ผมชอบหมอนวด” บักเคนบอกคุณหมอสองคน

“หมอนวดคืออะไร และรักษาโรคเกี่ยวกับอะไร” คุณหมอ ฮาห์เนมานน์ ถามบักเคน  

บักเคนเลยอธิบายหมอนวด ในสยามมีสองแบบ คือนวดแผนโบราณกับแผนปัจจุบัน “หมอนวดแผนโบราณใช้รักษาอาการปวดเมื่อย เกิดมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว กรุงสยามนั้นถ้าใครป่วยไข้ลงก็จะเริ่มทำเส้นสายยืด โดยให้ผู้ชำนาญหรือหมอที่เชี่ยวชาญในทางนี้ขึ้นไปบนหลังแล้วใช้เท้าเหยียบ กล่าวกันว่า หญิงมีครรภ์มักใช้เด็กเหยียบ เพื่อให้คลอดบุตรง่าย ใครเส้นพลิก ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดเมื่อยตัว ก็ใช้การบีบนวดเพื่อรักษาอาการ”

โอมายก็อด การนวดของสยามช่างลึกล้ำ สามารถบีบนวดรักษาอาการได้ หมอ ลาเรย์ และ คุณหมอ ฮาห์เนมานน์ ถึงกับทึ่งและอุทานพร้อมกันความก้าวหน้าทางการแพทย์ของสยาม” 

บักเคนยังกล่าวต่อไปว่า “ ยังมีการหล่อรูปฤาษีดัดตนในท่าต่าง ๆ รวม 80 ท่าไว้ที่วัดพระเชตุพนฯ  และยังมีการวาดแผนภูมิโครงสร้างมนุษย์ แสดงที่ตั้งของเส้นประสาทการนวด 14 ภาพ และภาพเกี่ยวกับการนวดแก้ขัดยอก แก้เมื่อยและโรคต่าง ๆ 60 ภาพ”

โอมายก็อด หมอทั้งสองอุทานอ้าปากหวอ ยิ่งทึ่งหนัก เมื่อบักเคนพูดจบ “ช่างก้าวหน้ายิ่งนักการแพทย์ของสยาม

คุณเคนเป็นไปได้ไหมกลับจากอียิปต์ คุณเคนกลับไปสยามแล้วไปคัดหมอนวดเก่ง มาสอนที่โรงเรียนแพทย์ของผม” คุณหมอ ฮาร์เนมานน์เอ่ยปากชวนบักเคน

“ขอโทษครับคุณหมอ ฮาร์เนมานน์ คุณหมอรักษาโรคอะไรครับ” บักเคนถามคุณหมอ “ผมเป็นแพทย์ทางเลือก โฮมีโอพาธีย์ (Homeopathy) ผมสังเกตหมอที่เยอรมัน และฝรั่งเศสรักษาคนไข้ด้วยการให้ยารักษา สำหรับคนไข้ที่อาการอย่างเดียวกัน ด้วยตัวยาแบบเดียวกัน ซึ่งบางครั้งก็ใช้ยาแรง ทำให้คนไข้แพ้ยาและเสียชีวิต

ผมเลยคิดสูตรปรุงยา ด้วยการนำตัวยาที่ใช้รักษามาทำให้มันเจือจางอย่างมีระบบ เช่น 1 ต่อ 10 หรือ 1 ต่อร้อย ไปเรื่อย ๆ ทำให้ตัวยามันเจือจางทำหลายรอบ แต่ตัวพลังงานของยา ก็จะยิ่งมากในทุกรอบ ๆ ของการเจือจาง ผมสนใจพลังงานของยา ไม่ใช่ฤทธิ์ของยา ผมสังเกตคนเป็นมาลาเรียที่กลับมาจากประเทศเขตร้อน เป็นไข้ป่า ผมให้ยาควินโซนา ที่ได้จากเปลือกต้นซิงโคนา รักษาโรคมาลาเรีย แต่เมื่อให้ยาจำนวนน้อย ๆ กับคนปรกติ กลับทำให้คนนั้นมีอาการเป็นมาลาเรีย ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ถูกยุงกัด ผมเลยตั้งกฎของความคล้าย Like cures Like เหมือนรักษาเหมือน”

“ผมมาสังเกตอาการของคนไข้ โฮมิโอพาธีย์เหมาะกับการรักษาทุกโรค ในการรักษาแบบโฮมิโอพาธีย์ ผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด 10 ราย อาจจะใช้ยา 10 ตัวที่แตกต่างกัน เนื่องจากผู้ป่วย 10 รายนี้มีลักษณะเฉพาะ  ที่ไม่เหมือนกัน แม้ว่าจะไม่ได้เน้นที่โรคเป็นหลัก ไม่ใช่ป่วยด้วยโรคนี้ต้องรักษาด้วยยาตัวเดียวเสมอ”

“น่าสนใจมากครับ แสดงว่ารักษาแบบหนามยอกเอาหนามบ่ง” บักเคนเอ่ยปาก เมื่อฟังคุณหมอเล่า ซึ่งเป็นแพทย์แผนทางเลือกที่เกิดขึ้นในช่วงสมัยนโปเลียน

 คุณหมอฮาร์เนมานน์ ได้เล่าต่อไปว่า “สารแต่ละอย่างจะถูกนำมาบด โม่ หรือทำให้เป็นผงละเอียด โดยใช้วิธีการที่ละเอียดเชื่องช้า ทำให้เป็นตัวยาที่สามารถละลายและดูดซึมเข้าร่างกายได้ดี  เมื่อนำสารจากพืชที่บดละเอียดแล้วไปผสมกับน้ำ ก็จะได้สารละลายขึ้นมาอีกชนิดหนึ่ง นำสารละลายนี้ 1 หยดไปผสมกับน้ำ 99 หยด เพื่อให้ได้อัตราส่วน 1 ต่อ 100 ส่วนผสมนี้จะถูกนำไปเขย่าแรงตามกระบวนการที่เรียกว่า ซัคคัสชั่น (succession) แล้วติดป้ายไว้ว่า “1 C” หนึ่งหยดของ 1 C จะถูกนำไปผสมกับน้ำ 100 หยด แล้วนำไปผ่านกระบวนการอย่างเก่าซ้ำอีก ทำให้ได้เป็น 2 C เมื่อไปถึงขั้นตอนของ 3 C ความเจือจางก็จะกลายเป็น 1 ส่วนต่อล้านส่วน กระบวนการพิเศษนี้ จะได้ตัวยาที่มีความเจือจางมาก จึงไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายแต่อย่างใดและยังมีความปลอดภัยมาก ซึ่งตัวยาแนวโฮมีโอพาธีจะทำงานเพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและระบบฟื้นฟูอย่างอื่นๆ ในร่างกาย”

คุณหมอ ฮาร์เนมานน์ ยังอธิบายต่อไปอีกว่า นอกจากรักษาคนที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังแล้ว ต้องสังเกตพฤติกรรมของคนไข้ การใช้ชีวิต การทานอาหาร หลายสิ่งประกอบกันเพื่อกำหนดสูตรยารักษาให้คนไข้แตกต่างกันออกไป ไม่จำเป็นต้องเป็นยาแบบเม็ด อาจจะเป็นแบบน้ำ หรือใช้สมุนไพรร่วมด้วยในการรักษาเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายของคนไข้ให้แข็งแรง”

“เยี่ยมมากคุณหมอ ฮาร์เนมานน์ ผมดีใจที่คุณหมอร่วมเดินทางกับผม คุณหมอจะได้เรียนรู้ศาสตร์ในการรักษาที่แตกต่างออกไปจากการเดินทางในครั้งนี้” นโปเลียนบอกหมอ ฮาร์เนมานน์

“ใช่ครับ ท่านนายพล ผมถึงยอมมากลับท่าน ผมสนใจศาสตร์ในการรักษาของอียิปต์โบราณ และก็ดีใจที่ได้พบกับคุณเคนที่ทำให้ผมได้รู้การรักษาด้วยการนวด ผมอยากไปเรียนรู้การรักษาแบบยูนานิ (Unani) การรักษาแพทย์ทางเลือกของอาหรับ”

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (120)

หลังจากนโปเลียนออกเดินทาง ไป บนเกาะคอร์ซิก้า โจเซฟินและตัลเลียง ออกไปงานปาร์ตี้บนเกาะทุกคืนโดยไปกับหนุ่ม ๆ คู่ขาหน้าตาดี เมื่อทราบข่าวว่าสัปดาห์หน้า ท่านบาราสจะมาที่เกาะคอร์ซิก้าเพื่อมาพบตัลเลียง โจเซฟินถึงกับบอกคู่ขาว่าไม่ต้องมารับ เพราะตนไม่ว่างทั้งสัปดาห์ และห้ามมาหาตนที่บ้านโดยเด็ดขาด ถ้าไม่เชื่อฟัง จะให้คนอุ้มไปทิ้งทะเล ทำให้คู่ขาของโจเซฟิน ถึงกับต้องหลบฉาก เพราะรู้กิตติมศักดิ์ของโจเซฟินดีว่า หล่อนเป็นภรรยาของนายพลหนุ่ม ทุกวันนี้ก็แอบเป็นชู้กับเมียนายพล โดยที่ท่านนายพลไม่รู้ ถ้าเกิดรู้คงจะหายไปในท้องทะเลแน่นอน คู่ขาของโจเซฟินและตัลเลียงเลยต้องยุติบทบาท รอให้พวกหล่อนติดต่อมาเอง

          วันนี้ ท่านสมาชิกสภาผู้แทน บาราสได้มาหาตัลเลียงที่เกาะคอร์ซิก้า เพราะรู้ดีว่านโปเลียนได้ออกเดินทางไปทำสงครามที่อียิปต์

          “สวัสดีค่ะ ปะป๋าลมอะไรหอบปะป๋ามาหา”  ตัลเลียงทำเสียงออดอ้อน บาราส  “คิดถึงป๋าจังเลย หนูนอนทุกคืนก็คิดถึงแต่หน้าป๋า” ตัลเลียงทำเสียงอ่อนออเซาะบาราส “ป๋ามาเหนื่อย ๆ เดี๋ยวหนูจะอาบน้ำอุ่นให้ป๋า จะได้สดชื่น”

บาราส ได้บอกกับตัลเลียง “ป๋ามาเหนื่อย ขอดื่มนมอุ่น ๆ รองท้องก่อนได้ไหม”  “ได้ค่ะปะป๋า นมสดจากเต้าของหนู เดี๋ยวปะป๊าดื่มตอนอาบน้ำก็ได้ จะช่วยทำให้สดชื่น” ตัลเลียงใช้เลห์มายา ทำให้ตัลเลียงถึงกับหลงเสน่ห์ จนถอนตัวไม่ขึ้น

“ป๋าขา เพื่อนหนูโจเฟซินเขาอยากรู้จักป๋า ป๋าจะว่าอย่างไร”

“โจเซฟินไม่ใช่ภรรยาของนโปเลียนไม่ใช่หรือ” บาราสแกล้งถามถามตัลเลียง บาราสไม่ชอบนโปเลียนที่กำลังเป็นนิยมของประชาชนและคณะกรรมการกรรมการดีเร็กตัวร์

ใช่ค่ะปะป๋า แต่นโปเลียนไปสงครามปล่อยให้โจเซฟินอยู่คนเดียว หล่อนเหงา อยากให้มีใครสักคนมาคลายความเหงา” ตัลเลียงบอกบาราส “แล้วใครจะช่วยโจเซฟินคลายเหงา เอาไหมป๋าจะแนะนำเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนให้”

          “โจเซฟินบอกไว้แล้วว่า ไม่ต้องแนะนำใครให้ หล่อนอยากได้ป๊ะป๋า” อ้าวและเธอไม่หึงหรือ ที่จะยกป๋าให้เป็นสามีชั่วคราวของโจเซฟิน” บาราสถามตัลเลียง

“ไม่หึงค่ะป๋า เราสองคนรักกันมาก มีของกินก็แบ่งกันทาน มีอะไรก็แบ่งปัน ไม่เห็นเสียหายอะไรถ้าจะให้ป๊ะป๋าเป็นสามีร่วมของหนู แต่หนูขออย่างเดียว ป๋าต้องรักตัลเลียงมากกว่าโจเซฟินนะป๋า” ตัลเลียงออดอ้อนบาราส  

“โอ้ยอดรักของป๋าเธอช่างมีน้ำใจกว้างกว่ามหาสมุทรแอตแลนติก เป็นโชคดีของป๋าที่ได้ยอดทูนหัวมาเป็นภรรยา (น้อย)”

“ป๋าขา ตัลเลียงอยากได้ปราสาท มงเชลมิเชล (Mont Saint Michel) ไว้เป็นที่พักเวลาป๋ามาหาหนูเราจะได้มีความสุข หนูชอบอยู่เกาะ มันสงบเงียบดี”

“ได้ ได้ เดี๋ยวกลับไปจะคุยกับเจ้าของปราสาทให้เขาย้ายออกไปแล้วหนูค่อยเขาไปอยู่แทน” “ว๊าว ทูนหัวของตัลเลียง รักป๋ามากที่สุดในโลกเลย ขอจุ๊บที ป๋าอยากได้อะไรเดี๋ยวหนูจัดให้”

หลังจากนั้น บาราสเริ่มใช้อิทธิพลทางการเมืองบีบเจ้าของปราสาทให้ย้ายออกจากปราสาทเพื่อแลกกับการได้สิทธิพิเศษในการทำการค้าทาสกับอัฟริกาและน้ำตาล จากลาตินอเมริกา

“ปะป๋าขา คืนนี้เรามาสนุกแบบแซนวิสดีไหมค่ะ”  ตัลเลียงบอกบาราส

“อะไรแซนวิส จะกินขนมปังแซนวิสของอังกฤษ ชาติศัตรู ป๋าไม่ทานหรอก อาหารของชาติศัตรู พวกทหารเรือ กับพวกเล่นไพ่ชอบทานกันนัก มันสะดวก ป๋าไม่ชอบ ป๋าเกลียดอะไรที่เป็นอังกฤษ”   โถป๋าก้อ แซนวิส ไม่ใช่ขนมปังอังกฤษคะป๋า ป๋าเชยจัง”

“อ้าว แซนวิสไม่ใช่ขนมปังอังกฤษหรือ แล้วมันคืออะไร ป๋าชักงง”

“แซนวิสของหนูก็ หนูกับโจเซฟินเป็นขนมปัง ส่วนป๋าก็เป็นแฮม หนูทั้งสองจะประกบป๋า เหมือนกับแซนวิสคะป๋า”

“ฮะฮ้า กิน กิน อยากกินมานาน ไม่เคยกิน แซนวิสพิเศษ วันนี้ยอมเสียสัตย์ กินอาหารศัตรู แล้วจะได้กินเมื่อไหร่กันละจ๊ะทูนหัว”

บาราสหัวเราะด้วยความสดชื่นผสมหื่น เหมือนปลากระดี่ได้น้ำ เมื่อได้ยินตัลเลียงบอกว่า จะได้ทานแซนวิสแสนอร่อยที่บาราสไม่เคยทานมาก่อนในชีวิต

ได้กินตอนอาบค่ะป๋า พูดเสร็จ โจเซฟินก็เดินออกมา หล่อนมาในชุด ซีทรู อกอวบใหญ่ หย่อนคล้อยไปนิดเพราะมีลูก และผ่านศึกสงครามโลกีย์ แทบทุกคืน “โอ ซี๊ด ซี๊ด บาราสถึงกับตาลุกวาว ท่อนล่างเริ่มผงกแข็ง เมื่อผิดกลิ่น “พูดไม่ทันขาดคำ ว่าแล้วเชียวป๋าต้องถูกใจแน่เลย ตัลเลียงรีบลุกแล้วเอามือมากุมเป้ากางเกงบาราส  “ใจเย็นๆ  บาราส น้อย คืนนี้เจ้าต้องเจอศึกหนักแน่ ขอให้เข้มแข็งสู้ศึกให้ตลอดรอดฝั่งอย่าล่มปากอ่าวก่อนก็แล้วกัน

“สวัสดีค่ะท่านบาราส” โจเซฟิน เอ่ยปากทักทายบาราส “ไม่ต้องเรียกทงเรียกท่านหรอก เรียกป๋าก็ได้ป๋าอยากอาบน้ำและกินนมแล้วล่ะ” 

“ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูสองคนจัดให้ ป๋าจะได้ดื่มนมสดจากเต้าทั้งสี่เลยป๋า ป๋าจะได้แข็ง ๆ แต่ไม่รู้จะมีแรงไหม” ตัลเลียงพูดแซวบาราส

โจเซฟินได้ไปจูงมือบาราสไปยังอ่างอาบน้ำโรมันที่สั่งทำเป็นพิเศษ ไว้สำหรับแช่ตัวเพื่อรักษาสุขภาพและทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี  โจเซฟินสั่งทำอ่างอาบน้ำแบบโรมัน แต่ใหญ่สามารถลงไปแช่ตัว ได้สามสี่คน เธอทำเพื่อจะได้ไว้แช่ตัวกับนโปเลียน แต่นโปเลียนไม่มีโอกาสได้มาแช่ตัวในอ่างที่เธอสั่งทำเป็นพิเศษ  มีเพียงชู้รักแต่เป็นศัตรูทางการเมืองของสามีหล่อนได้มีโอกาสมาแช่ตัวในอ่างใบนี้ 

โจเซฟินให้บาราส ลงไปแช่ในอ่าง พร้อมกับตัลเลียง ส่วนน้ำอุ่นเป็นน้ำแร่ที่ต่อท่อเอาน้ำพุร้อนจากบนเขาไหลเข้าสู่บ้านของ นโปเลียนเพียงหลังเดียว มีเงิน มีอำนาจดลบันดาลได้ทุกสิ่งในโลก