บักเคนทะลุมิติ ตอนที่ 93-95

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (93)

นโปเลียนพำนักอยู่บนเกาะคอร์ซิการ์นานถึงสี่เดือนเกินกำหนด เวลา ทางคณะปฎิวัติที่อนุญาตให้ลาได้เพียง 3 เดือนทางกองทัพได้ประกาศว่า ร้อยโท นโปเลียน ขาดราชการทหารเกินกำหนดให้ปลดเป็นชาวบ้าน หลังจากถูกปลดนโปเลียนเคยคิดว่าจะไปหาบักเคน เพราะเคยได้ยินชื่อเสียงของบักเคนในการทำร้านอาหารและเปิดผับ คิดจะชวนบักเคนมาเปิดผับหรือทำธุรกิจที่น่าสนใจบน เกาะคอร์ซิกา

*************************************

จดหมายร้องเรียนที่นโปเลียนอยู่เบื้องหลังส่งไปถึงคณะกรรมการปฎิวัติ ผลก็คือคณะกรรมการได้ทำการสอบสวน และมีคำสั่งปลด มิสเตอร์ บาแร็ง ออกจากเป็นผู้มีอำนาจในการปกครองเกาะ และเชิญ มิสเตอร์ เปาลี (Paoli) ที่ลี้ภัยไปอยู่ต่างแดนกลับมา และแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแลเกาะ

คณะกรรมการปฎิวัติ ต้องการให้คนในพื้นที่ได้ปกครองตนเอง และคณะกรรมการปฎิวัติก็รู้ว่า นโปเลียนอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่มีหลักฐานเอาผิด ทำให้ชื่อเสียงของนโปเลียนโด่งดังขึ้นมา

กลุ่ม จาโกแบงส์ กลุ่มยอดเขา และกลุ่ม ราดิกัล มีการปลุกระดมความคิดของชาวเกาะความวุ่นวายเริ่มรุนแรงขึ้น ลูเซียนได้พบกับ โอลิเวีย จาค๊อบ ในอดีตเคยเป็นเพื่อนของบิดา เมื่อได้รับการแต่งตั้งเป็นทูตประจำกรุงคอนสแตนติโนเปิล ได้แวะมาเที่ยวที่เกาะ คอร์ซิก้าและเยี่ยมเยียนลูก ๆ ของชาลส์

 “เรียนท่านทูต  จาค๊อบ  วันนี้ยินดีที่ท่านได้แวะมาเยี่ยมพวกเรา” ลูเซียนได้เอ่ยปากทักทายท่านทูตที่เป็นเพื่อนของบิดา และได้บ่นกับท่านทูตถึงพฤติกรรมของ เปาลี (Paoli)  ที่น่าจะกระด้างกระเดื่องต่อฝรั่งเศส เพราะเปาลี (Paoli)  ที่มารับตำแหน่ง มีความเจ็บแค้นฝังใจกับตระกูล โบนาปารต์ ต้องการมาทวงแค้นคืน ลูเซียนจึงบอกให้ จาค๊อบเพื่อนพ่อได้ทราบ

“ได้เดี๋ยวเราเดินทางถึง คอนสแตนติโนเปิล จะทำรายงานให้คณะกรรมการปฎิวัติได้ทราบและทำการสอบสวน” ท่านทูตจาค๊อบ บอกกับลูเซียน

ลูเซียนกลัวความไม่ปลอดภัยจะเกิดแก่มารดาและน้อง  จึงบอก นโปเลียนให้นำแม่และกับครอบครัวเดินทางออกจากเกาะมาพำนักที่ประเทศฝรั่งเศส 

เป็นช่วงกลียุคที่แท้จริงลามมาถึงเกาะคอร์ซิกา  ทั้งใบปลิวโจมตี จดหมายลูกโซ่ แพร่ระบาดไปทั่วบนเกาะ มีการกล่าวหากันใส่ร้ายโจมตีของทั้งสองฝ่าย จากเรื่องต่อต้านฝรั่งเศส ให้แยกตัวออกจากฝรั่งเศส และ พวกอยากอยู่กับฝรั่งเศส เป็นความสับสนอลหม่าน ที่ลามไปถึงการสนับสนุนการปฏิวัติ และสนับสนุนราชวงศ์

*******************************

หลังจากหลบหนีความวุ่นวายจากเกาะคอร์ซิกา นโปเลียนได้ให้ครอบครัว พี่น้องมาอาศัยอยู่ที่เมือง มาแซร์ นโปเลียนเคยไปถามหาบักเคนที่ร้านแต่ร้านปิดเพราะหลังจากกัปตันเสียชีวิต บักเคนก็ออกจากเมืองมาแซร์เข้าไปยังปารีสร่วมกับคณะปฏิวัติ เมื่อหาบักเคนไม่พบ นโปเลียนได้เดินทางเข้าไปยังกรุงปารีส และไปเยี่ยมเพื่อนฝูงที่เป็นทหารได้ทราบข่าวเพื่อนฝูงจบรุ่นเดียวกันได้ดิบได้ดีกันทุกคน 

บ่ายวันหนึ่ง ร้อยโทนโปเลียนได้ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะชานกรุงปารีส ได้ถูกเพื่อนร่วมชั้นที่พบกันโดยบังเอิญ “เฮ้ ใช่นโปเลียนไหม” นโปเลียนที่กำลังเดินใจลอยมีเรื่องราวหลายเรื่องวิ่งวุ่นอยู่บนหัว ก็หันหน้าไปมองเพราะเสียงคุ้น ๆ  “เอ้า ฟรังซัวร์มาทำไมที่นี่ ไม่ใช่อยู่ที่เมืองนีลไม่ใช่หรือ”

“ลาพักร้อนเพื่อน นายไปยังไงมายังไง ถึงมาเดินทางที่ชานเมืองปารีส ครั้งสุดท้ายได้ข่าวนายอยู่ที่ปารีส แล้วเห็นว่ากลับบ้านเกิด และถูกปลดเป็นชาวบ้าน” ฟรังซัวร์เอ่ยปากทักทาย  “เบื่อนะกับการปฏิวัติ มีความวุ่นวาย นโปเลียนบอกฟรังซัวร์ “ไม่เอาน่าพรรคพวก พวกเราเป็นทหารได้รับการสอนให้ทำตามคำสั่ง ของผู้บังคับบัญชา อย่าไปคิดมาก ดีใจนะพรรคพวก เย็นนี้ได้เจอนายไม่คาดฝัน จะบอกพรรคพวก ที่ติดต่อกันและอยู่ไม่ไกลมาก ให้มาดื่มสังสรรค์กันหน่อย หลังจากจบจากโรงเรียนนายร้อยก็ไม่ได้พบกันนานพอดู” ฟรังซัวร์บอกนโปเลียน  “ได้เลยพวก ก็อยากเจอพวกนายเหมือนกัน เดี๋ยวขอตัวก่อน “อย่าลืมนะ ไปพบกันที่ร้านผับดังที่ถนน ชองกาลีเซ่ ร้านนี้เป็นของขุนนางใหญ่ เป็นเจ้าของ แต่ไม่มีใครรู้ว่าหุ้นส่วนที่ไม่เปิดเผยคือ บักเคน

               บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (94)

ทั้งคู่ก็ได้แยกย้ายกันไป นโปเลียนเดินทางไปยังที่พัก และนั่งคุยกับครอบครัว แล้วเตรียมตัวไปพบกับเพื่อนฝูงที่เป็นทหาร ไปดื่มสังสรรค์กันหลังจากไม่ได้ดื่มด้วยกันมายาวนาน

“เอ๊าชนแก้ว เสียงฟรังซัวร์เรียกให้เพื่อนฝูงที่มาดื่มสังสรรค์กัน หกคน ร้อยเอกฟรังซัวร์ พันตรีนิโคลัส พันโทเอรอน พันโทลีออง พันตรีฟรานซิส และร้อยโท นโปเลียน นายทหารนอกราชการ

“เรียกน้องมานั่งไหมค่ะ” เสียงกัปตันสาวแสนสวยอายุ 18 ปีกำลังสวยสะพรั่ง แม้หล่อนจะเป็นแม่หม้ายลูกติด สามีตายในสงคราม ต้องหาเลี้ยงลูก ได้มาสมัครทำงานที่ร้าน ผู้จัดการร้านเป็นผู้รับเข้าทำงาน ตามคำสั่งของขุนนางที่ให้รับแม่หม้ายเป็นอันดับแรก เพื่อให้พวกนางมีงานทำมีรายได้เลี้ยงชีพ ตามคำบอกของบักเคน ส่วนเจ้าของคือขุนนางเป็นหุ้นส่วนใหญ่ ส่วน บักเคนเองถอยฉากไปอยู่เบื้องหลัง เพราะแทบไม่มีเวลามาดูร้าน เนื่องจากไปวุ่นวายอยู่ข้างนอกกับพวกปฎิวัติ

          “ก็ดีเรียกน้อง ๆ มานั่งดื่มเป็นเพื่อนหน่อย ขออวบ ๆ หน่อย เสียงพันโทฟรังซัวร์บอกกัปตันสาว เอ๊า พวกเราต้องการน้อง ๆ แบบไหนช่วยบอกกัปตัน พันตรีนิโคลัส ได้บอกกัปตันถึงสาว ตนเองต้องการ เป็นสาวสูงยาว เข่าดี  ส่วนร้อยเอกเอรอน ต้องการน้อง ๆ ที่สูงเท่ากันตน ร้อยโทลีออง ต้องการ สาวผิวคล้ำนิด พันตรีฟรานซิส ต้องการสาวหน้าตาใสซื่อ ส่วนร้อยโท นโปเลียน เห็นเพื่อน ๆ บอกสเป็คสาว กับกัปตัน ก็นั่งนึกว่าจะเอาสเป็คแบบไหนดี

เพราะตนเองเคยหลงรักสาวชื่อเดสิเร ที่เป็นน้องสาวของพี่สะใภ้ ซึ่งจูเรียแต่งงานกับโจเซฟพี่ชายคนโตของนโปเลียน  โดยโจเซฟได้ทำธุรกิจที่เมือง มาแซร์และ แต่งงานกับจูเรียลูกสาวคหบดีที่ร่ำรวยในเมืองมาแซร์ จูเรียแนะนำเดสิเร ให้นโปเลียน แต่เธอไม่สนใจนโปเลียน ทำให้นโปเลียนได้แต่แอบรักเขาข้างเดียว และวาดรูปเหมือนของเดสิเร พกเอาไว้ในกระเป๋าสตางค์ เอาไว้ดู รักครั้งแรกแปลกใจ ใยลืมยาก

ภายหลัง เดสิเรได้แต่งงานกับนายทหารชื่อแบอร์นาดอทท์ แล้วต่อมา เบอร์นาดอทท์ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินสวีเดนส่วนเดสิเร ได้เป็นราชินีของสวีเดน

 “เอ้อ ผมไม่มีสเป็ค แต่ที่ร้านมีสาวหน้าตาคล้ายแบบนี้มีไหม” นโปเลียนบอกกับกัปตัน พร้อมกับดึงรูปสาวที่ตนหลงรักข้างเดียวมาโชว์กัปตัน  เพื่อนพอเห็นนโปเลียน เอารูปสาวขึ้นมา ถามกัปตันสาว ทุกคนถึงกับร้อง อะฮ้า มาแปลกแฮะ เพื่อนเรา ไหนขอดูซิ พรรคพวกเริ่มพูดแซว นโปเลียน

“ไม่มีค่ะ กัปตันสาวพูดบอกนโปเลียน อยากได้หน้าตาแบบนี้ ที่ร้านไม่มี เดี๋ยวมีน้องมาใหม่ ให้มานั่งเป็นเพื่อนเอาไหมค่ะ เพิ่งมาทำงานที่ร้านเป็นวันแรก กัปตันสาวบอกนโปเลียน “ก็ได้” กัปตันได้เรียก บาร์บาร่าให้มานั่งคุยกับนโปเลียน “สวัสดีคะท่าน” เสียงบาร์บาร่าทักทาย นโปเลียน บาร์บาร่าเป็นสาวรูปร่างบอบบาง สูงปานกลาง ผมยาวแตกปลาย สีหน้าดูเศร้า ๆ เหมือนกับทานอาหารไม่เต็มอิ่ม ร่างกายเติบโตไม่ค่อยเต็มที่ เป็นเรื่องปรกติของฝรั่งเศสยุคนี้ “มานั่งคุยกับนายท่านนะ เอาอกเอาใจนายท่านหน่อย บาร์บาร่า น้องเขามาใหม่ถ้าผิดพลาดอะไรก็ขออภัยนะคะ” กัปตันสาวบอก นโปเลียน “ไม่เป็นไรครับ”

นโปเลียนแต่งตัวดีมาก ทำให้บาร์บารารู้สึกประหม่า และตื่นเต้น เป็นวันแรกที่มาทำงานและ นโปเลียนก็เป็นลูกค้ารายแรกของหล่อน”  บาร์บาราก็มานั่งใกล้กับนโปเลียน หล่อนได้ชงเหล้าให้กับนโปเลียน “เหล้าท่านจะใส่น้ำแข็งกับน้ำไหมค่ะ” บาร์บาร่าถามนโปเลียน “ไม่ขอบคุณผมชอบออนเดอะร็อค นโปเลียนก็ยกแก้วเหล้าแล้วดื่มเพียว ๆ เข้าไปท้องร้อนวาบ

ส่วนเพื่อนคนอื่น ก็คุยกับสาว ๆ ที่มานั่งคุยด้วยหลายคนสวมวิญญาณปลาหมึก มืออยู่ไม่สุข ล้วง โอบ ห้อมแก้ม สาวที่มานั่งคุยด้วย เสียงพูดคุยกันดังลั่นร้าน ส่วนนโปเลียนเป็นครั้งแรกที่สาวมานั่งด้วยก็ยังรู้สึกเขิน นโปเลียนนั่งตัวตรง ยังกับไปนั่งต่อหน้าผู้บังคับบัญชา กิริยาของนโปเลียนทำให้บาร์บาร่า แอบยิ้มเล็ก ๆ หล่อนเขินที่เจอสุภาพบุรุษ เมื่อหล่อนมองไปที่เพื่อน ๆ ที่ถูกเพื่อนนโปเลียน กำลังล้วงหาอะไรบางสิ่ง โดยไม่เกรงใจเพื่อนหรือแขกโต๊ะอื่นเลย

“เป็นอะไรไปหรือเปล่าค่ะ เห็นนั่งเงียบอย่างเดียว”  บาร์บาร่าพยายามชวนนโปเลียนคุย “ไม่พูดคุยอะไรเลยหรือค่ะ คุยได้นะค่ะ บาร์บาร่าฟังได้ค่ะ”   “เอ่อ เอ่อ…. อ้า… อ้า…” ไม่ต้องอ้าก็ได้นะค่ะให้บาร์บาร่าอ้าก็พอค่ะ”  บาร์บาร่าพูดแซวนโปเลียน “คือ ผมพูดไม่ค่อยเก่ง ครับ ชอบฟังมากกว่า” นโปเลียนบอกบาร์บาร่า ที่ผมมาวันนี้ ก็มาสังสรรค์ที่พบเพื่อนเก่า หลังจากแยกย้ายกันไปเป็นทหารตามหน่วยต่าง ๆ”  “ท่านอยู่หน่วยไหนค่ะ” บาร์บาร่าสอบถามนโปเลียน ผมจบมาก็ได้อยู่หน่วยทหารปืนใหญ่ ตั้งแต่จบ ดวงตาบาร์บาร่าเป็นประกาย แล้วถาม นโปเลียน สองแง่สองง่าม แล้วปืนของท่านอยู่หน่วยปืนใหญ่ด้วยไหมค่ะ นโปเลียนฟังแล้วก็งง เพราะไม่เคยเจอมุกนี้มาก่อน ก็อยู่นะครับ ผมอยู่หน่วยทหารปืนใหญ่ ปืนก็ต้องใหญ่ ถ้าปืนเล็กจะเรียกว่าหน่วยทหารปืนใหญ่ได้อย่างไร” นโปเลียนตอบบาร์บาร่า

ตอนที่นโปเลียนตอบ พอดีเพื่อนได้ยิน ทุกคนหัวเราะดังลั่น ฮะฮ่า ๆ ขำโว้ย “ทหารหน่วยปืนใหญ่ ต้องปืนใหญ่ทุกคน สงสัยต้องย้ายหน่วยจากทหารราบไปอยู่หน่วยปืนใหญ่ซะแล้ว ปืนจะได้ใหญ่ตามหน่วยที่สังกัด” พันตรีนิโคลัส พูดแซว นโปเลียน สาว ๆ พากันร้องบอก นี่เธอ ลองตรวจสอบดูซิ ว่าปืนใหญ่ของท่านใหญ่จริงไหม เสียงของ มิเชลดังขึ้นมา “เดี๋ยวปิดร้าน จะขออนุญาตท่านไปทดสอบปืนใหญ่ว่ายิงตรงเป้าแม่นไหม” มิเชลโชว์ความกร้านโลกีย์ออกมา ความอดอยาก ต้องดิ้นรนต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้แขกมานอนกับหล่อนให้ได้ มันหมายถึงค่าตัว และทิป ที่จะเลี้ยงตัวและครอบครัวให้อยู่รอด

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (95)

 ส่วนบาร์บาร่า หล่อนถึงกับหน้าแดง เพราะถูกรุ่นพี่ จะแย่ง

นโปเลียนไปจากเธอ เธอรีบสลัดความเขินอายกะเถิบร่างบอบบางเข้าไปใกล้นโปเลียน และโอบเอว นโปเลียนเอาไว้ เหมือนกับบอกว่า แขกข้าใครอย่าแตะ  ความหิว ความจนทำให้หล่อนต้องทำทุกวิถีทางที่จะต้องหาเงินให้ได้ แม้หล่อนจะไม่เคยทำอาชีพนี้มาก่อน แต่ก่อนจะมาทำงานหล่อนก็เคยเสียตัวให้กับเจ้าของที่ดินที่หล่อนกับครอบครัวอาศัยอยู่ เพื่อแลกกับการได้อาศัยอยู่ต่อ ส่วนพ่อแม่เสียชีวิตไปเพราะทำงานหนัก แล้วเจ็บป่วยไม่มีเงินรักษา ต้องตายจากไป เหลือเพียงเธอกับน้องชายอีกคนที่ปัญญาอ่อนที่เธอต้องเลี้ยงดู เธอต้องดิ้นรนมาหาเงิน เพราะเจ้าของที่ดินไม่ได้ให้เงินเพียงให้แต่ที่อยู่อาศัยหลังพ่อแม่เสียชีวิต และเรียกเธอไปบำเรอกามบางครั้ง เธอทนไม่ไหวเลยพาน้องชายปัญญาอ่อนเดินทางมาเช่าห้องเล็ก ๆ สกปรกอยู่ แล้วมาหางานทำที่กรุงปารีส เพื่อหาเลี้ยงน้องชายและตนเอง ซึ่งโชคดีได้ทำงานที่บาร์แห่งนี้

เสียงของลินดา “ว่าไงเพื่อน อยากลองปืนใหญ่ท่าน นังบาร์บาร่าคงไม่ยอม ไปดูแลแขกของหล่อนให้ดีก็แล้วกัน คู่ใครคู่มัน แล้วลินดาก็สอบถามทหารที่นั่งกอดมิเชลอยู่ว่า “ท่านอยู่หน่วยไหนค่ะ ร้อยเอก เอรอน บอกว่าผมอยู่หน่วยทหารม้า” แสดงว่าแข็งแรงเหมือนม้าซิค่ะ ลินดาแซวร้อยเอกเอรอน โดยไม่เกรงใจ พันโทฟรังซัวร์ที่นั่งโอบเอว

ลินดาอยู่  ลินดา แบดะ คือฉายาของหล่อนที่บาร์แห่งนี้

ซึ่งร้อยโท นโปเลียนก็ได้รับทราบข่าวดีว่า ทางกองทัพได้เรียกให้ตนกลับเข้ารับราชการอีกครั้ง เพราะทหารขาดแคลน จึงเป็นความโชคดีของนโปเลียนที่มาสังสรรค์กับเพื่อนฝูงได้รับทราบข่าว

          พันโทฟรังซัวร์ได้เอ่ยปาก “ นโปเลียน วันนี้เราไปประชุมที่กองพล ได้ยินข่าวว่า กองทัพกำลังจะเรียกนายเข้ารับราชการคืนยินดีด้วยนะเพื่อน”  สิ้นเสียงของ พันโทฟรังซัวร์ เอ๊าทุกคนดื่มให้กับนโปเลียน ฉลองการกลับคืนสู่กองทัพฝรั่งเศส เอ๊า ชนแก้ว เสียงพูดคุยแสดงความยินดีกับนโปเลียนดังเซ็งแซ่ ทั้งบาร์บ่าร่า มิเชล ลินดา โรส  ไดอาน่า ไอรีน ทุกคนแสดงความยินดีกับร้อยโท นโปเลียนได้คืนสู่กองทัพ วนเวียนกันชนแก้ว หลังเที่ยงคืนทุกคนก็แยกย้ายกันไปปฎิบัติกามกิจ

นโปเลียนเป็นครั้งแรกที่ขึ้นครูกับบาร์บาร่า นโปเลียนนอนอยู่กับบาร์บาร่า ความที่ไม่เคยเรื่องบนเตียง บาร์บ่าร่าจึงเป็นครูพี่เลี้ยง คอยสอนให้นโปเลียนได้ผ่านสนามฝึกกามกิจ ซึ่งร้อยโทนโปเลียนครั้งแรกยังเงอะงะ แต่ความที่ผ่านโรงเรียนทหารหลังจากผ่านการสอนก็ทำหน้าที่ได้ดี ยิงปืนใหญ่เข้าตรงเป้า ส่งบาร์บ่าร่าขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดหลายครั้ง บาร์บ่าร่าต้องส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความเสียวซ่านเหมือนกับทานพริกที่เผ็ด เสียงร้องให้เร่งความเร็ว โอ๊ว อ๊า ซี๊ด ดัง ตลอดเวลา เมื่อโดนปืนใหญ่ถล่มเป้าหมาย  ปืนใหญ่ระดมยิงจากข้างหน้ายันข้างหลัง สลับเปลี่ยนไป ตามชัยภูมิพื้นที่ สมรภูมิรบโยกย้ายสลับไปมาไม่ยอมแพ้ นโปเลียนต้องทำงานหนักเพื่อยิงปืนใหญ่ถล่มข้าศึกให้ยอมแพ้ หลังปืนใหญ่ยิงถล่มนานเข้าก็เกิดความร้อนสูง บาร์บ่าร่าต้องช่วยระบายความร้อนของปืนใหญ่ของร้อยโท นโปเลียนด้วยการใช้ลิ้นและปากเพื่อลดความร้อนของปืนใหญ่ที่ยิงไม่หยุด เพื่อให้ปืนใหญ่เย็นลงและกลับมายิงได้อีกไม่ปากกระบอกปืนแตกเสียก่อน

หลังจากเสร็จกามกิจ นโปเลียนทีพ่ายแพ้ในสมรภูมินี้ต้องม่อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลียเมื่อย่ำรุ่ง   เกือบเที่ยงนโปเลียนถึงตื่นขึ้นมา ส่วนบาร์บ่าร่าได้นอนสลบไสล เป็นครั้งแรกในชีวิตของหล่อนที่ได้ไปสวรรค์อย่างแท้จริง ก่อนหน้านั้นเป็นเพียงไปนรกกับนายเจ้าของที่ดิน  หลังจากตื่นนอน นโปเลียนได้บอกกับบาร์บ่าร่าว่า ตนเองสงสารในชีวิตของบาร์บ่าร่า ถ้าไม่รังเกียจ ตนเองจะเลี้ยงดูเอง ไม่อยากให้ทำงานโลกีย์ที่บาร์ ซึ่งนโปเลียนจะหาที่อยู่ให้บาร์บ่าร่าได้พักอาศัยกับน้องชายปัญญาอ่อน นับเป็นความโชคดี ของบาร์บ่าร่าหรือ เป็นโชคชะตา สวรรค์กำหนดให้หล่อนพ้นทุกข์ยาก เมื่อได้พบกับนโปเลียน