บักเคนทะลุมิติ ตอนที่ 213-214

               บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (213)

          สายตาจ้องไปยัง แกนนำที่พูดปลุกใจ นิ้วกำลังเหนี่ยวไกปืน สักพัก “ฟุบ” เสียงลูกดอกได้ปักใส่คอของสิบตรีหญิงลิซ่า ปืนได้หลุดตกลงกับพื้น  สักพักร่างของเธอก็ล้มลง  ท่ามกลางสายตาของ สิบตรีหญิงวิเวียน และ ทหารที่อยู่ในห้องอีกสองนายกับล่าม  ที่กำลังมองไปยังกลุ่มผู้ประท้วง “โอ้พระเจ้าช่วย” “พระผู้เป็นเจ้า”

สิบตรีหญิงวิเวียนถึงกับช็อคที่เพื่อนที่กอดคอร่วมรบกันมาต้องจากเธอเป็นผีรุ่นพี่ไปก่อน

          “ทุกคนสู้ตาย” สิ้นเสียงคำพูดของสิบตรีหญิงวิเวียน กลุ่มผู้ประท้วงได้บุกเข้ามา ได้ใช้ปืนสั้นยิงใส่ สิบตรีหญิงวิเวียน “เปรี้ยง”

สิบตรีหญิงวิเวียนได้ยิงต่อสู้กับกลุ่มผู้ประท้วง “ปัง”  “โอ๊ย ผมถูกยิง” เสียงล่ามร้องตะโกน ผู้ประท้วงได้วิ่งเอาดาบฟันซ้ำ ทำให้ล่ามเสียชีวิต ส่วนทหารอีกสองนายก็ถูกกลุ่มผู้ประท้วงเป้าลูกดอกใส่  “ฟุป”  “ฟุบ” สิ้นเสียงลูกดอก ทหารที่เหลือ ก็ส่งเสียง“อ๊อคส์” แล้วค่อยทรุดร่างลงกับพื้น

          สิบตรีหญิงวิเวียนโชคไม่ดี เธอถูกกลุ่มผู้ประท้วงฟันเข้าไปที่ร่างกาย  ในขณะที่เธอกำลังเอาดาบปลายปืนจ้วงแทงกลุ่มผู้ประท้วงที่บุกเข้ามาเพราะไม่มีเวลาบรรจุกระสุน  “โอ๊ย ๆ ” เสียงร้องสุดท้ายก่อนที่ร่างของเธอจะถูกฟันนับร้อยแผล

          โรงพยาบาลสนาม ทหารฝรั่งเศส ที่บาดเจ็บนอกพักรักษาตัว ทหารยามรักษาการณ์ คนในโรงพยาบาลทั้งหมด เกือบร้อยชีวิต เสียชีวิตในการต่อสู้ นับเป็นความสูญเสียของฝรั่งเศสจากการประท้วงอย่างรุนแรงต่อต้าน นโปเลียน ไฟสงครามลุมลามโชนทั่วท้องฟ้า กลุ่มควันดำลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า มองเห็นได้ไกลหลายกิโลเมตร ท่ามกลางเสียงโห่ร้องดีใจของกลุ่มผู้ประท้วง

          “ฝรั่งเศสจงพินาศ พวกเราชนะแล้ว” เสียงโห่ร้อง ตะโกนด้วยความดีใจ อาหมัด ซาฮิบ แกนนำผู้ประท้วง ร้องตะโกนปลุกใจ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของกลุ่มผู้ประท้วง ก่อนจะแยกย้ายกันไป ท่ามกลางเปลวไฟลุกไหม้โรงพยาบาล ไม่คนใครที่จะดับไฟ ปล่อยให้ไฟโหมเผาโรงพยาบาลเป็นโศกนาฏกรรมอีกบทหนึ่งบนแผ่นดินอียิปต์

          ***************************************

          นโปเลียนนั่งอยู่ที่บ้านพักรับรองกำลังสนทนากับบักเคน โดยมีรัสตัมยืนอยู่ห่าง ๆ

“คุณเคนคิดอย่างไรกับสถานการณ์ประท้วงที่อียิปต์ ที่เริ่มรุนแรงขึ้นทุกวัน ผมเคยสั่งปราบผู้ประท้วง ก็เงียบไปสักพัก ทำไมช่วงนี้ถึงกับมาสร้างความวุ่นวายอีกครั้ง” นโปเลียนถามบักเคน

          “ผมคิดว่า เป็นการยุยงของอังกฤษ กับออตโตมัน ที่ต้องการแผ่ขยายเพื่อยึดครองอียิปต์ เพราะอียิปต์เป็นฐานการขยายอำนาจออกไปยังเอเชีย อินเดีย  ใครยึดครองอียิปต์ได้ ก็แผ่ขยายไปยังเอเชียได้สะดวก ผมสนับสนุนแนวคิดท่านที่จะขุดคลอง เชื่อมทะเลทั้งสองฝั่ง ถ้าขุดคลองเรียบร้อยใครคุมคลอง กุมเส้นทางเดินเรือ เงินทองก็จะไหลมายังประเทศที่ขุดคลอง” บักเคนบอกกับนโปเลียน

          “ผมเห็นด้วยกับคุณเคน ทำไมผมถึงต้องมาอียิปต์ เป้าของผมคือ เจริญรอยตามพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ ในการแผ่อำนาจไปทั่วโลก แม้จะเป็นความฝันของผมที่จะเจริญรอยตามพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ แต่เวลาเปลี่ยน  ผมต้องอยู่กับความจริง”

นโปเลียนบอกกับบักเคน จากสถานการณ์ในปัจจุบันมันแตกต่างจากสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ ยุคนั้นไม่มีอังกฤษที่ต้องแย่งชิงความเป็นใหญ่

“สิ่งที่ผมมีความฝันเป็นสิ่งที่ผมคิดและเข้าใจไปเอง แต่ผมก็จะพยายามเดินไปสู่เป้าหมายตามอย่างพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ ผมไม่พยายามออกนอกเส้นทาง ที่ผมมุ่งหวัง ผม มีความหวังว่าสักวันจะต้องยิ่งใหญ่ให้ได้ ต้องเหนืออังกฤษ ปรัสเซีย ให้ได้ แต่ผมก็ไม่ใช้ชีวิตอยู่บนความคาดหวัง” นโปเลียนบอกกับบักเคน

“ก็ดีครับท่าน ความคาดหวังของท่านจะมากหรือน้อยก็อยู่กับท่านตั้งมาตรฐานความสำเร็จอย่างไร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอังกฤษ หรือศัตรูของท่าน” บักเคนบอกกับนโปเลียน

“ก็น่าคิดนะคุณเคน ผมเฉย ๆกับเหตุการณ์ที่เมือง เอเคอะ แม้เราจะพ่ายแพ้แต่ก็เป็นบทเรียน เพื่อแก้ไขไม่ให้ผิดพลาดซ้ำสอง  ผมเลือกที่จะเสี่ยงบุกมากกว่าที่จะไม่ทำ ผมทำเต็มที่แม้ผลลัพธ์  จะไม่ดีล้มเหลว แต่ผมก็ยอมรับ สิ่งที่ผมตัดสินใจไป บางครั้งผมก็ไม่แน่ใจว่าถูกหรือผิดที่ตัดสินใจไป แต่ผมก็ไม่สนใจเสียงเห่าหอนของคนที่ไม่เห็นด้วย ผมไม่สนคนวิจารณ์ผมว่าตัดสินใจผิดพลาด เพราะเขาไม่รู้ข้อมูลดีเท่ากับผม” นโปเลียนบอกกับบักเคน

 “ก็ใช่ท่าน ท่านเป็นผู้นำที่อำนาจตัดสินใจอยู่ที่ท่าน” บักเคนบอกกับนโปเลียน

          “การเป็นนักรบที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้มาจากการรับมรดก แต่มาจากการต่อสู้ นิสัยการเป็นคนจริง พูดจริงทำจริง คือกฎธรรมชาติ ผมต้องวางแผนใหม่เพื่อให้รบชนะ ทำไมผมต้องอ่านหนังสือพิชัยสงครามทุกวัน เพื่อให้มันซึมซับในสมองผม เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทำให้ผมวางแผนการรบอย่างเป็นธรรมชาติ ผมเชื่อในเรื่องมายส์เซ็ต( Mindset) ” นโปเลียนบอกกับบักเคน

          “ ผมเห็นด้วย การเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ไม่ได้มากจากการรับมรดก ประสบการณ์ต้องเรียนรู้ ไม่สามารถถ่ายทอดกันได้ เพียงแค่คำพูดแต่ต้องไปหาประสบการณ์เอาเอง “ บักเคนบอกกับนโปเลียน

          “ก็จริงคุณเคน แสดงว่าคุณเคนเข้าใจชีวิตอย่างถ่องแท้ มายส์เซ็ตสำคัญที่สุด อย่ากลัวความผิดพลาด คนเราจะกลัวทำผิด และไม่ยอมรับการทำผิด ถ้าเราไม่เคยทำผิด จะทำถูกได้อย่างไร ผมไม่เคยเปรียบเทียบว่าผมจะต้องเหมือนพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ แต่ผมจะหาจุดแข็งในตัว ผมมุ่งมั่นที่จะขยายความยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศสออกไปทั่วโลก ทุกสิ่งสำหรับผมไม่มีคำว่าสมบูรณ์ เพราะคำว่าสมบูรณ์เลอเลิศ ไม่มีอยู่จริง ผมจะทำให้ดีที่สุดแม้จะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม

มีปัญหาก็แก้ไข น้ำมาก็สร้างคันกั้นน้ำ ศัตรูมาก็ตั้งป้อมสู้” นโปเลียนบอกกับบักเคน   “น่าคิดนะท่าน คนเราจะอยู่ในที่ ที่คิดว่าความปลอดภัยสำหรับตน แตกต่างจากสมัยวัยรุ่นห้าวไม่กลัวกล้าลุย กล้าทำ แต่พอ อายุมาก ก็กลัวไปหมด กังวลกับทุกสิ่ง คนเราไม่กล้าก้าวออกจาก สิ่งที่ตนเองคิดว่าปลอดภัย (Comfort zones) คนเราพออายุมาก ก็จะใส่ใจความรู้สึกของคนรอบข้าง บางครั้ง กังวลกับคนรอบข้าง จะนินทา ว่าร้าย” บักเคนบอกกับนโปเลียน

          “ผมว่าคุณเคนอย่าไปสนใจความรู้สึกของคนรอบข้างมากเกินไป ควรสนใจในสิ่งที่คุณเคนควรสนใจและเลิกสนใจในสิ่งที่ไม่ควรสนใจ คนทุกคนเขามีปัญหาส่วนตัวก็มากพออยู่แล้ว เขาไม่สนใจคุณเคนจะคิดอย่างไร เขาคิดแต่ปัญหาของเขาที่ยังแก้ไขปัญหาส่วนตัวยังไม่ได้ ดังนั้นคุณเคนอย่าไปกังวลว่าคนรอบข้างจะมองคุณเคนอย่างไร” นโปเลียนบอกกับบักเคน

     บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (214)

“ขอบคุณในคำแนะนำครับ ผมจะเก็บคำพูดของท่านไปไว้ใช้เป็นหลักการใช้ชีวิต เพราะผมมัวแต่ห่วงกลัวคนรอบข้าง จะมองผมไม่ดี ผมไม่อยากให้พวกเขามองผมในแง่ลบครับ” บักเคนบอกกับนโปเลียน

 กุ๊บ กุ๊บ ๆๆๆเสียงม้าควบม้าอย่างรีบร้อน  ทหารนายหนึ่งรีบควบม้ามาแจ้งข่าวด่วนต่อนโปเลียน  ทหารลงจากหลังม้าก็รีบวิ่งมาพบรัสตัม ทั้งสองพูดคุยกันด้วยน้ำเสียงรีบร้อน  “ข้าอยากไปรายงานต่อท่านนโปเลียนถึงข่าวด่วน”

“บอกผมก็ได้ทหาร ผมจะไปรายงานท่านนโปเลียนเอง” รัสตัมบอกนายทหารที่มาแจ้งข่าว

“ก็ได้ท่านรีบไปรายงานท่านนโปเลียนด่วนด้วย และขอการตัดสินใจจากท่าน ผมจะรอที่นี่” ทหารบอกกับรัสตัม

“โปรดรอสักครู่ เดี๋ยวผมมาแจ้งข่าว” รัสตัมบอกกับทหาร

 “นายท่าน มีข่าวด่วน จากโรงพยาบาลสนาม” รัสตัมบอกกับนโปเลียน

“มีข่าวอะไร หรือรัสตัม” นโปเลียนถามรัสตัม

“โรงพยาบาลสนามถูกพวกกลุ่มต่อต้าน บุกเข้าไปทำลาย ฆ่าผู้ป่วย ทหารที่เฝ้าโรงพยาบาลทั้งหมด โรงพยาบาลถูกเผาเสียหายทั้งหมด” รัสตัมบอกกับนโปเลียน

“พระเจ้าช่วย มันเกิดเหตุการณ์นี้ตั้งแต่เมื่อใด” นโปเลียนถามรัสตัม

“ นายท่าน ผมขออนุญาตให้ทหารที่มาแจ้งข่าว มาเล่ารายละเอียดให้ท่านฟังดีกว่าครับ” 

“รีบไปนำทหารที่มาแจ้งข่าวมาพบผมด่วนเลย” นโปเลียนบอกกับรัสตัม

          “ได้ครับนายท่าน” ทหารที่มาแจ้งข่าวได้เดินเข้ามาพบ

นโปเลียนในห้องพร้อมกับรัสตัม

          “สวัสดีครับท่านนโปเลียน มีข่าวด่วนจากโรงพยาบาลสนามตอนนี้กลุ่มผู้ประท้วงได้เผาโรงพยาบาลเสียหายหมดครับ ทหารที่เฝ้ารักษาการณ์ พร้อมคนไข้เสียชีวิตทั้งหมด” นายทหารได้รายงานนโปเลียน

“ขออนุญาตแจ้งข่าวครับ” ทหารสื่อสารได้รีบมารายงานข่าวด่วนต่อนโปเลียน

“ให้เข้ามา พลเอกมีโนได้รับรายงานโทรเลขด่วนจากโรงพยาบาล ว่ามีกลุ่มผู้ประท้วงล้อมโรงพยาบาล ท่านกำลังจะส่งทหารไปช่วย” ทหารสื่อสารได้รายงานต่อนโปเลียน

“แล้วพลเอกมีโน่ไปช่วยแล้วหรือยัง” นโปเลียนถามทหารที่มาส่งข่าว

“ไปแล้วครับหลังจากได้รับแจ้งโทรเลขไปกับกองทหารห้าร้อยนายครับท่านนโปเลียน” ทหารสื่อสารตอบนโปเลียน

 “ใครก็ได้ไปตามพันเอกอาร์รอนมาพบผมด่วน” นโปเลียนบอกรัสตัม

“ได้ครับผมจะให้พลทหารนาธาเนียลไปตามพันเอกอาร์รอนมาพบท่านโดยด่วนครับ”  รัสตัมบอกกับนโปเลียน

“ไม่ต้องไปตามครับท่านนโปเลียน พันเอกอาร์รอนไปกับพลเอกมีโน่ครับ” ทหารที่มารายงานข่าวได้บอกกับนโปเลียน

 “ เป็นความสูญเสียอย่างมาก ผมเพิ่งสั่งให้พันเอกเจนัวร์กับพันเอกอาร์รอนไปค้นหาหัวโจก ยังมาเกิดเหตุการณ์เผาโรงพยาบาลอีก ถ้าไม่จัดการเด็ดขาดปัญหาความวุ่นวายไม่สงบแน่” นโปเลียนบอกกับบักเคน

“ผมขออนุญาติท่านไปสำรวจดูความเสียหายของโรงพยาบาล” บักเคนบอกกับนโปเลียน

“ไปด้วยกันคุณเคน ผมอยากรู้จิตใจพวกก่อการทำด้วยอะไร คนป่วยยังไม่ละเว้น สถานที่โรงพยาบาลเขาไม่ให้ทำลาย จับได้ต้องยิงทิ้งให้หมด แล้วนำศพมาประจาน” นโปเลียนบอกกับบักเคน

“ทหารที่มารายงานข่าว ช่วยนำทางให้ด้วย”

“ได้ครับท่านนโปเลียน” ทหารที่มาแจ้งข่าวบอกกับนโปเลียน

“ไปคุณเคนไปสำรวจความเสียหายกัน”

“ได้ครับ”

นโปเลียนกับบักเคนเดินออกมาจากห้องรีบเดินตรงไปยัง รถม้า โดยมีทหารเฝ้าเวรหน้าห้องเดินนำหน้า นโปเลียนพร้อมกับบักเคนได้ขึ้นรถม้าโดยมีรัสตัมเป็นสารถี ขับรถม้าให้ออกไปมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลที่ถูกไฟไหม้ โดยมีกองทหารม้าติดตามนโปเลียนไปสองร้อยนาย ปืนใหญ่สามกระบอกติดตั้งบนเกวียนมีม้าลากจูงไป พร้อมหน่วยเสนารักษ์ ติดตามไปช่วยเหลือผู้รอดชีวิต

ขบวนรถม้า และกองทหารม้าของนโปเลียนได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุไฟที่ลุกลามไหม้โรงพยาบาลเริ่มมอดดับ  พลเอกมีโน่และพันเอกอาร์รอน ได้สั่งให้ทหารหลายร้อยนาย ร่วมกับชาวบ้านหลายสิบคนช่วยกันดับไฟ หลังจากฝูงชนที่ก่อจลาจลได้แยกย้ายกันหลบหนี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ได้เข้ามาช่วยกันสาดน้ำดับไฟ ชาวบ้านเหล่านี้อาศัยอยู่บริเวณรอบ ๆ โรงพยาบาล เวลาเจ็บไข้ได้ป่วย ก็ได้อาศัยยารักษาโรคจากทางโรงพยาบาลรักษาตัว และค้าขายเล็กน้อย ๆ ให้กับทหารทีเป็นทหารยาม ความสัมพันธ์ก็ไม่ได้เลวร้าย แม้ว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่รอบโรงพยาบาล จะไม่เห็นด้วยกับกลุ่มผู้ประท้วง

แต่กลุ่มผู้ประท้วงมีจำนวนมาก อาวุธครบมือ ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ ไม่มีปัญญาไปสู้รบปรบมือด้วย เมื่อเห็นกลุ่มผู้ประท้วงมาประท้วง ได้มีพลเมืองดี รีบขี่ม้าไปรายงานทหารที่ป้อม ที่เฝ้าอยู่บนเส้นทางจากเมือง อเล็กซานเดรีย กับเมือง ชาม ห่างจากโรงพยาบาลหลายกิโลเมตร ทหารที่ได้ทราบข่าวจากพลเมืองดี รีบควบม้ามาดูเหตุการณ์ และเมื่อเห็นไฟไหม้กำลังลุกไหม้โรงพยาบาล ก็รีบควบม้าไปแจ้งข่าวต่อนโปเลียน

หลังจากขบวนรถม้าของนโปเลียนมาถึง นโปเลียนถึงกับรำพึงออกมา “ช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก โรงพยาบาลยังไม่เว้น”

พลเอกมีโน่และพันเอกอาร์รอนได้รอต้อนรับ และรายงานสถานการณ์ให้กับนโปเลียนได้ทราบเหตุการณ์

ทหารหลายร้อยนายได้ช่วยกันดับไฟและค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เผาโรงพยาบาล เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากไฟดับสนิท มีเพียงควันสีเทาลอยขึ้นฟ้า ทหารที่ค้นหาผู้รอดชีวิตได้มารายงานต่อ นโปเลียน พลเอกมีโน่ และพันเอกอาร์รอน “ไม่มีผู้รอดชีวิตครับท่าน นับศพได้ทั้งหมด หนึ่งร้อยแปดสิบห้าศพครับท่าน บางศพหัวขาด ร่างถูกเผาไหม้เกรียม จำแนกไม่ออกครับว่าเป็นชายหรือหญิง บางคนยังนอนอยู่บนเตียงอยู่ครับ” ทหารที่ไปค้นหาได้รายงานต่อนโปเลียน

“ชาวบ้านที่มาช่วยดับไฟ ลองไปตามมาให้ผมสอบถามดูหน่อยว่าเหตุการณ์มันเป็นอย่างไร” “ได้ครับท่านนโปเลียน” ทหารที่ค้นหาได้เดินไปตามกลุ่มชาวบ้านที่ช่วยดับไฟให้มาพบกับนโปเลียน