บักเคนทะลุมิติ ตอนที่ 209-210

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (209)

“สวัสดีพวกเราทุกคน” อาดัมเจรจาผ่านล่าม ใบหน้าอาดัมเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“พวกท่านมาประท้วงท่าน นโปเลียน ผมเข้าใจอยากทราบความต้องการ และข้อเรียกร้องของพวกท่าน ผมจะนำไปให้ท่าน

นโปเลียนที่กรุงไคโรได้ทราบถึงความต้องการของพวกท่าน” ล่ามได้แปลคำพูดของอาดัมให้กับพวกชุมนุนได้ทราบ

“ท่านเป็นใคร ถึงมาออกหน้ารับแทนนโปเลียน”  อาหมัด เจะแนร์ แกนนำคนหนึ่งได้ถามอาดัม” กลุ่มแกนนำที่นำมาประท้วงที่อ่าวอาบูกีร์ ได้แก่ อาหมัด เจะแนร์ ยูซุป อิบติซาม และ อิคลาส อาเหม็ด

“ผมเป็นเพื่อนสนิทของนโปเลียน ท่านสามารถยื่นข้อเรียกร้องผ่านผมได้ ผมจะนำไปแจ้งให้ท่านนโปเลียนได้ทราบ ขอให้พวกท่านเลิกประท้วง ถ้าปัญหาไม่ซับซ้อนมาก อยู่ในอำนาจตัดสินใจได้  ผมตัดสินใจแก้ไขปัญหาให้พวกท่านเอง” อาดัมบอกกับอาหมัด เจะแนร์ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ช่วยผ่อนคลายบรรยากาศตึงเครียดในการเจรจา

“ท่านตัดสินใจได้จริงหรือ” อิคลาส อาเหม็ด ได้ถามอาดัม

“ถ้าไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่เกินไป ผมสามารถตัดสินใจได้” อาดัมตอบด้วยเสียงนุ่ม ๆ แต่ชัดเจน ล่ามได้แปลคำพูดของอาดัมให้แกนนำผู้ประท้วงได้ทราบ

พันตรีหญิงนาตาช่า รู้สึกสงสัยว่าวันนี้ทำไมอาดัมถึงมีแต่รอยยิ้มในการเจรจาต่อรอง เพราะทุกครั้ง อาดัมจะไม่ค่อยยิ้มบ่อย และพูดด้วยน้ำเสียง สบาย ๆ ไม่ตื่นเต้น ต่างกับตนที่ยังมีความกังวลต่อสถานการณ์ของกลุ่มผู้ประท้วง ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

          กลุ่มผู้ประท้วงได้พูดภาษาอาหรับ เถียงกันวุ่นวายถึงข้อเรียกร้องที่ทุกคนต่างแย่งกันเสนอ ใช้เวลาตกลงกันนานพอสมควรเหมือนกับกลุ่มผู้ประท้วงไม่ได้เตรียมการกันมาก่อนในเรื่องข้อเรียกร้องในการชุมนุมครั้งนี้

ข้อเรียกร้องของพวกแกนนำที่ต่างเสนอข้อเรียกร้องเพื่อกลุ่มของตน เช่น

ต้องการให้นโปเลียนชดใช้ค่าเสียหาย จากการยึดครอง อียิปต์ เรียกร้องให้จ่ายเงินแก่ครอบครัวพวกที่ทหารฝรั่งเศสฆ่าตาย เรียกน้องให้นโปเลียนถอนทัพออกจากอียิปต์ เรียกร้องให้ฝรั่งเศสรับซื้อผลิตผลการเกษตรจากพวกตน เรียกร้องให้ยกเลิกกฎควบคุมชีวิตประจำวัน ฯลฯ

การเรียกร้องดูวุ่นวายในกลุ่มแกนนำ เพื่อนำเสนอขอเรียกร้อง อาดัมยืนฟังอย่างตั้งใจ แม้จะฟังไม่ออกก็ตาม แต่กลุ่มผู้ประท้วง รู้สึกว่า อาดัมมีความจริงใจที่จะเจรจา เพราะเห็นล่ามแปลข้อเรียกร้องใหอาดัมฟัง หลังจากถกเถียงกันสักพัก กลุ่มแกนนำก็ได้ข้อสรุปในการประชุมครั้งนี้

“พวกข้าอยากเรียกร้อง ข้อ 1 ให้ยกเลิกกฎบีบบังคับพวกเราในการใช้ชีวิตประจำวัน ข้อ 2 ต้องปล่อยคนที่ถูกจับทั้งหมดออกจากคุก ข้อ 3 นโปเลียนต้องออกไปจากอียิปต์โดยด่วน” ข้อเรียกร้องสามของกลุ่มแกนนำ ที่พวกแกนนำได้สรุป ออกมาได้ 3 ข้อใหญ่ได้เรียกร้องผ่านอาดัมตัวแทนของ นโปเลียน

“ข้อเรียกร้องทั้งสามข้อของพวกท่าน ผมยอมรับได้เพียง 2 ข้อ ผมจะแจ้งให้ท่านนโปเลียนได้ทราบ แต่พวกท่านต้องเลิกประท้วงทั้งหมดในอียิปต์จะทำได้ไหม” อาดัมตอบด้วยความมั่นใจหลังจากตั้งใจฟังเงื่อนไขคำขอที่กลุ่มผู้ประท้วงต่างถกเถียงกันโดยอาดัมฟังไม่ออกแต่ล่าม แปลให้อาดัมฟัง

“ท่านตัดสินใจได้ในข้อไหน ลองบอกมาดู” อาหมัด เจะแนร์ถามอาดัม

“ผมสามารถแจ้งให้นโปเลียนทราบได้ในสองข้อ คือ ข้อ 1 ยกเลิกกฎ ข้อ 3 นโปเลียนออกจากอียิปต์” อาดัมบอกกับกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยรอยยิ้ม เหมือนกับพูดคุยกับเพื่อนฝูงที่สนิทสนมกัน ไม่มีบรรยากาศตึงเครียดแม้แต่น้อย

“มันจะเป็นไปได้หรือว่ะ นโปเลียนจะออกจากอียิปต์ พวกข้าไม่เชื่อ”  ยูซุป อิบติซาม

“ผมรับปากได้ นโปเลียนจะออกจากอียิปต์ในเร็ววันนี้ ไม่เกินหนึ่งเดือนนโปเลียนจะออกจากอียิปต์แน่นอน ส่วนข้อแรก ผมจะแจ้งท่านนโปเลียน อีกไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ จะยกเลิกกฎบังคับ แต่พวกท่านต้องเลิกชุมนุมก่อน” อาดัมบอกกับกลุ่มผู้ประท้วงด้วยความมั่นใจในคำตอบของตน

พันตรีหญิงนาตาช่าถึงกับงงในคำตอบของอาดัม ที่อาดัมด่วนรับปากกลุ่มแกนนำ แทนนโปเลียน โดยไม่ถามความเห็นของนโปเลียนหรือ พลเอกมีโน่แม้สักนิดเดียว

“ พวกข้าจะเชื่อคำพูดของท่านได้มากน้อยแค่ไหน” ยูซุป อิบติซาม ถามอาดัม

“ถ้าพวกท่านไม่เชื่อ ก็รอฟังข่าวอีก 1 สัปดาห์ คงจะยกเลิกข้อเรียกร้องในข้อแรก ถ้าไม่จริงพวกท่านค่อยมาชุมนุมกันใหม่ ก็ไม่เสียงหายอะไร แต่พวกท่านต้องเลิกชุมนุมประท้วงโดยเด็ดขาด” อาดัมบอกกับกลุ่มผู้ประท้วง

“พวกเราจะทำอย่างไรดี เดี๋ยวพวกข้าขอตัดสินใจก่อนเจ้ารออยู่ที่นี่” กลุ่มแกนนำประท้วงได้บอกอาดัมกับพันตรีหญิงนาตาช่า ให้รอ ส่วนพวกกลุ่มแกนนำได้เดินแยกตัวห่างออกไป รวมกลุ่มซุบซิบถึงข้อเสนอของอาดัม

หลังจากกลุ่มแกนนำได้แยกตัวไปหารือกันถึงข้อเสนอของอาดัม พันตรีหญิงนาตาช่า อดรนทนไม่ไหวถึงกับเอ่ยปากถามอาดัม “คุณอาดัมทำไมด่วนรีบรับปากพวกประท้วงไวจังค่ะ ทำไม่ไม่แจ้งให้พลเอกมีโน่ได้ทราบก่อน ถึงแม้ท่านจะเป็นเพื่อนกับท่านนโปเลียนก็ตาม ก็ไม่น่าด่วนตัดสินใจไวขนาดนี้ ถ้าเกิดพลเอกมีโน่ หรือท่านนโปเลียนไม่เห็นด้วยมันก็จะยุ่งนะค่ะ จริงอยู่พวกเราต้องเดินทางกลับฝรั่งเศสแต่ถ้ารับปากแล้วทำไม่ได้ มันจะเกิดปัญหาใหญ่ให้กับท่านนายพลนะค่ะคุณอาดัม”

ใบหน้าอาดัมเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็นไรอย่ากังวลเกินกว่าเหตุ ผู้พัน การเจรจา ต้องผ่อนคลายอย่าให้เกิดความตึงเครียดได้ไม่ได้ มันอยู่ที่คนตัดสินใจ ที่จะให้คำตอบในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า แต่พวกเรา ต้องออกเดินทางกลับฝรั่งเศส ถ้าเจรจาให้พวกแกนนำประท้วงยอมถอยพวกเราก็ขนเสบียงน้ำดื่มเตรียมออกเดินทางไม่ดีกว่าหรือ ถ้าพวกกลุ่มประท้วงไม่ยอมลุกฮือใช้อาวุธ การเดินทางอาจจะเลื่อนออกไปอีก ผมไม่อยากให้การเดินทางต้องเลื่อนออกไป  การเจรจาต่อรอง ให้พวกประท้วงยอมถอยก่อนน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด” อาดัมบอกกับผู้พันนาตาช่า

“มันก็จริงค่ะ แต่ถ้าเราใช้กำลัง ก็ได้ไม่มีปัญหาอะไรกับพวกประท้วง อย่างมากก็ฆ่ากลุ่มแกนนำทิ้ง พวกชาวบ้านที่มาประท้วงเห็นกลุ่มแกนนำ ถูกฆ่าคงเลิกประท้วงไปเอง ถ้าขัดขืนก็ฆ่าพวกชาวบ้าน” พันตรีหญิงนาตาช่าตอบอาดัม

“มันไม่ง่ายอย่าที่ผู้พันพูดหรอกนะ คนที่ถูกฆ่าก็มีญาติพี่น้องมันต้องตามแก้แค้นไม่จบไม่สิ้น และการยึดครองอียิปต์ก็จะมีปัญหา เพราะท่านนโปเลียนต้องการที่จะยึดครองอียิปต์ต้องการขุดคลองเชื่อมทะเลให้สำเร็จ ความคิดของผมที่ยอมรับกลุ่มผู้ประท้วงผมคิดว่า ท่านนโปเลียนต้องเห็นด้วยกับผม ที่ผมรับปาก เพียงสองข้อ เพราะ กฎยกเลิกได้ แต่ก็ออกใหม่ได้ ไม่มีปัญหา ให้สถานการณ์มันลดความรุนแรงลงไปก่อน ส่วนข้อ 3 ท่านนโปเลียนก็จะกลับฝรั่งเศสในอีกไม่ช้า ทำไมผมจะรับปากข้อเรียกร้องไม่ได้ ส่วนในข้อ 2 ผมไม่กล้าตัดสินใจ ต้องให้ท่านนโปเลียนหารือกับท่านเกลแบร์พลเอกมีโน พลเอกกาลีเบอร์ ก่อน” อาดัมตอบให้พันตรีหญิงนาตาช่า ได้รู้คำตอบที่ตนมั่นใจว่านโปเลียนต้องยอมรับความคิดเห็นของตนในการรับปาก กลุ่มผู้ประท้วง

บักเคนทะลุมิติ ภาค 1 (ตอนที่ 210)

หลังจากอาดัมอธิบายให้ผู้พันนาตาช่าได้ทราบเหตุผล แกนนำประท้วงได้เดินมาให้คำตอบ
“พวกเรายอมรับเงื่อนไข จะยกเลิกการชุมนุม แต่ถ้าท่านผิดสัญญาเราจะมาชุมนุมกันอีกครั้ง และจะไม่ยอมรับเงื่อนไขใด ๆ อีกแล้ว” อาหมัด เจะแนร์ ได้มาให้คำตอบแก่อาดัมและ พันตรีหญิงนาตาช่า
“ขอบคุณมากที่เชื่อใจพวกเรา” อาดัมตอบขอบคุณใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ
“เห็นแก่พวกท่านที่ยอมรับฟังพวกเรา พวกเราจะถอยเลิกชุมนุม พวกท่านต้องรักษาสัญญา ยกเลิกกฎบังคับ และให้นโปเลียนออกจากอียิปต์ และพวกเรารอฟังคำตอบในข้อที่สอง ที่ปล่อยนักโทษที่ถูกคุมขัง” อาหมัด เจะแนร์ ย้ำกับอาดัม
“ขอบคุณอีกครั้ง พวกผมจะรักษาสัญญา คอยดูอีกหนึ่งสัปดาห์ จะมีการยกเลิกกฎ แน่นอน ส่วนนโปเลียนจะเดินทางกลับ เดี๋ยวค่อยแจ้งให้ทราบทีหลัง” อาดัมพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“พวกเราถอย ยกเลิกชุมนุม ข้อเรียกร้อง ได้รับการยอมรับแล้ว อีกหนึ่งสัปดาห์ ถ้าไม่มีการยกเลิกกฎ พวกเราจะมาชุมนุมใหญ่อีกครั้ง” หลักจากพูดจบ แกนนำได้เดินหันหลังกลับ ไปพบกลุ่มผู้ประท้วง ส่วนอาดัมและพันตรีหญิงนาตาช่าได้แต่มองดู กลุ่มผู้ประท้วงเริ่มเลิกประชุม แยกย้ายกันกลับออกไปจากอ่าว ท่ามกลางความสงสัยของทหารที่กำลังลำเลียง สเบียง น้ำดื่ม ขึ้นบนเรือ
บริเวณหัวเรือ กลุ่มของเฟาเรส ซูซี่ ญันนะฮ์ และพ่อเฝ้ามองดู เหตุการณ์การเจรจาของอาดัมกับพันตรีหญิงนาตาช่าที่กับกลุ่มผู้ประท้วงแม้ไม่ได้ยินเสียงเพราะอยู่บนเรือ แต่ก็มองเห็นเหตุการณ์ตลอด ทหารที่อยู่บนเรือก็เตรียมพร้อมถ้าพวกประท้วงขึ้นมาบนเรือ ก็คงต่อสู้กัน โชคดีเหตุการณ์จบลงด้วยดี ทุกฝ่ายแยกย้ายกันไปไม่เกิดความรุนแรง
“คุณอาดัมนี่สุดยอดเลยนะค่ะ” ซูซี่คุยกับกาซิม พ่อของญันนะฮ์
“คุณอาดัมมีประสบการณ์มองโลกเด็ดขาด ถ้าเป็นผม คงแก้ปัญหาไม่ได้แน่นอน” กาซิมเอ่ยขึ้นมา
หลังจากแยกย้ายกันกลุ่มผู้ประท้วงก็ออกจากอ่าวอาบูกีร์ ร้อยตรีหญิงเอเวริน ก็กลับไปสั่งการให้ทหารรีบขนของขึ้นเรือ พันตรีหญิงนาตาช่าและอาดัมก็ได้เดินมาและขึ้นบันไดที่ท่าเทียบเรือขึ้นเรือที่พร้อมจะออกเดินทางกลับฝรั่งเศส
“วันนี้คุณอาดัมแปลกนะค่ะใช้ผ้าเช็ดหน้าสีส้ม ฉันไม่เคยเห็นผู้ชายใช้ผ้าเช็ดหน้าสีส้มเลยค่ะ”
“ผมใช้ผ้าเช็ดหน้าแล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคลครับ” อาดัมบอกกับผู้พันนาตาช่า
กัปตันเรือได้ตรวจดูความพร้อม และสั่นกระดิ่งให้กาลาสีเรือเอาบันไดขึ้นเรือ พลแตรเดี่ยวได้เป่าแตรให้สัญญาน ได้ให้สัญญานพลเรือสามร้อยนาย พายเรือ ออกจากท่าเรือ เรือค่อย ๆ แล่นออกจากท่าเทียบเรืออ่าวอาบูกีร์ ท่ามกลาง สายตาทหารที่ยกมือโบกไปมา “โชคดีนะเพื่อน” “เดี๋ยวเราจะตามไป” “เดินทางปลอดภัย”
อาดัมโบกมือมีผ้าเช็ดหน้าสีส้มสดใสสะดุดตา พันตรีหญิงนาตาช่า กาซิม เฟาเรส ซูซี่ และญันนะฮ์ ได้ยืนข้างกราบเรือพร้อมกับโบกมือไปมาให้กับทหารบนฝั่ง ที่อวยพรขอให้เดินทางโดยปลอดภัย
เรืออออกจากอ่าวได้สักพัก ลมได้พัดแรง กัปตันได้สั่งให้ลูกเรือกางใบเรือลงมา เรือได้กินลมเต็มที่ได้วิ่งบ่ายหน้าไปยังฝรั่งเศส
“ลมทะเลพัด แรง เรือใบกินลมเต็มที่ ในห้องกัปตันเรือ อาดัม นั่งสนทนากับ พันตรีหญิงนาตาช่า ร้อยตรีหญิงเอเวลิน กาซิม เฟาเรส ซูซี่ และญันนะฮ์ ได้นั่งสนทนากัน
“ฉันยอมรับว่ากลัวมาก ตอนที่คุณอาดัม สนทนากับกลุ่มแกนนำ” พันตรีหญิงนาตาช่าบอกกับทุกคน
“คุณอาดัมรู้สึกอย่างไรค่ะ ตอนคุยกับพวกกลุ่มแกนนำ” ซูซี่ถามความรู้สึกอาดัม
“ผมเฉย ๆ ผู้พันสังเกตไหม ตอนที่ผมเจรจา ผมถือหลัก ยิ้มเข้าไว้ แล้วคุยช้าๆ เพื่อสร้างความเป็นกันเองกับผู้พูดคุยด้วย ผมถึงยิ้มตลอด เพราะคนที่เห็นเรายิ้มด้วยความจริงใจ จะทำให้ผู้ที่เราพูดคุยด้วยผ่อนคลาย รู้สึกว่าเราเป็นมิตร การพูดคุยก็จะราบรื่น เพราะผมสังเกตเห็นเด็กเมื่อแรกเกิดจะยิ้ม แม้ยังพูดไม่ได้ รอยยิ้มของเด็ก ๆ ทำให้คนประทับใจ และชอบผมเลยนำยิ้มของเด็ก ๆ มาใช้เวลาพูดคุยกับใคร ยิ่งในการสนทนากับคนที่ต้องเจรจาด้วย ผมเลยเปิดฉากด้วยการยิ้มแสดงความประทับใจและจริงใจก่อน” อาดัมอธิบายถึงรอยยิ้มให้ทุกคนเข้าใจ
“ฉันละเครียดแทบตายแต่คุณอาดัมยังยิ้มสู้เสืออยู่ได้ เก่งมากคุณอาดัม” พันตรีหญิงนาตาช่าเอ่ยชมอาดัม
“คุณอาดัมเจรจาอย่างไรค่ะ ถึงคลายสถานการณ์ได้” เฟาเรสถามด้วยความสงสัย
อาดัมได้พูดถึงสถานการณ์ในการเจรจาให้ทุกคนได้ทราบ “กลุ่มผู้ชุมนุมมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ 1 ให้ยกเลิกกฎบีบบังคับพวกเราในการใช้ชีวิตประจำวัน ข้อ 2 ต้องปล่อยคนที่ถูกจับทั้งหมดออกจากคุก ข้อ 3 นโปเลียนต้องออกไปจากอียิปต์โดยด่วน”
ผมได้ตอบข้อเรียกร้องทั้งสามข้อของกลุ่มแกนนำเพียง 2 ข้อ ผมจะแจ้งให้ท่านนโปเลียนได้ทราบ แต่พวกท่านต้องเลิกประท้วง และ ข้อ 3 นโปเลียนออกจากอียิปต์”
“ผมรับเพียงสองข้อ เราต้องมองโลกในแง่ดี ตามที่ผมบอกผู้พันนาตาช่าไปก่อนหน้านั้น ต้องผ่อนคลายอย่าให้เกิดความตึงเครียดในการเจรจา ถ้าเราทำรุนแรงใช้กำลัง สถานการณ์มันจะบานปลาย จะกระทบต่อแผนการเดินทาง และการยึดครองอียิปต์ของท่านนโปเลียนก็จะมีปัญหา เพราะท่านนโปเลียนต้องการขุดคลองเชื่อมทะเลให้สำเร็จ ส่วนข้อเรียกร้องเรื่องกฏ กฎยกเลิกได้ ก็ออกใหม่ได้ ไม่มีปัญหา ให้สถานการณ์มันลดความรุนแรงลงไปก่อน ส่วนในข้อ 2 ที่ให้ปล่อยนักโทษจากคุก ผมไม่ตัดสินใจ ปล่อยให้คนรับผิดชอบ เป็นคนตัดสินใจ เพราะผมสังเกตดวงตาของกลุ่มผู้ชุมนุมต้องการให้นโปเลียนออกจากอียิปต์ เลิกยึดครองอียิปต์คือสิ่งที่พวกชุมนุมต้องการ จากสามข้อ ผมให้ได้เพียงสองข้อ ผมคิดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมยอม สุดท้ายก็เป็นความจริง” อาดัมบอกให้ทุกคนเข้าใจ
“ในการเจรจา อย่าพูดคำว่า แต่ว่า แต่จงมองโลกในแง่ดี ว่าเราทำได้ ผมรู้ตัวดี ว่าในวิสัยที่ตัดสินใจได้ แล้วพูดออกไป ทำให้แกนนำยอมรับ สิ่งสำคัญเราต้องยอมรับตัวเราเองก่อน เชื่อมันในตนเองว่า มีความสามารถตัดสินใจได้ ผู้พันสังเกตไหม ผมถือผ้าเช็ดหน้าสีอะไรในการเจรจา” อาดัมถามผู้พันนาตาช่า
“ผ้าเช็ดหน้าของผู้พันสีส้มสด ครั้งแรกก็แปลกใจว่าทำไมคุณอาดัมถึงใช้ผ้าเช็ดหน้าสีส้ม ไม่เคยเห็นผู้ชายใช้มาก่อน” ผู้พันหญิงนาตาช่า บอกอาดัม
“ผมถือเคล็ดเกี่ยวกับสี ปรกติผมใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาว หมายถึง เอาจริงเอาจัง ยึดมั่นในความยุติธรรม แต่ในสถานการณ์เจรจาต่อรอง ผมเลยเลือกใช้ผ้าเช็ดหน้าสีส้ม ซึ่งในกระเป๋าผมจะมีผ้าเช็ดหน้าเกือบทุกสี” อาดัมบอกผู้พันนาตาช่า
“อะไรนะ คุณอาดัม” ทุกคนอุทานขึ้นพร้อมกัน “เหลือเชื่อ เป็นไปได้อย่างไร คนอะไรใช้ผ้าเช็ดหน้าเกือบทุกสี” ซูซี่ถึงกับอุทานออกมา
“โอ พระเจ้าทรงคุ้มครอง กาซิมถึงกับอุทานเมื่ออาดัม
บอกว่าเตรียมผ้าเช็ดหน้าไว้หลายสี” เป็นความแปลกใหม่ที่เพิ่งเคยได้ยินครั้งแรก
“ผมถือเคล็ดต้องใช้ผ้าเช็ดหน้าตามสีแล้วแต่สถานการณ์ครับ” เพราะแต่ละสีมีความหมายในตัวเอง เช่นสีแดง มุ่งมั่น กระตือรือร้น สีชมพู ใส่ใจ ชอบช่วยเหลือ ที่ผมใช้สีส้มในการเจรจา เพื่อให้เข้ากับกลุ่มผู้ประท้วงได้ง่าย เป็นความเชื่อของผม” อาดัมบอกกับทุกคน