บักเคนทะลุมิติ ตอนที่ 207-208

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (207)

นโปเลียนได้เดินทางมุ่งเข้าเมืองอเล็กซานเดรียเลียบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน การเดินทางเลียบชายทะเล ลมทะเลพัดพาไอทะเลทำให้นโปเลียนมีความสุขเป็นพิเศษ หลายเดือนที่ไม่ได้สัมผัสน้ำทะเล เมื่อขบวนทัพถึงประตูเมือง อเล็กซานเดรียก็มีประชาชนมารอต้อนรับหลายพันคน ด้วยป้ายประท้วง และการปราศรัยโจมตีการยึดครองอียิปต์

นโปเลียนได้ให้พันตรีเอ็ดเวิร์ดจากหน่วยทหารช่าง ร้อยเอกโจซัวร์และรัสตัมไปเจรจากับผู้ประท้วงให้ทำการเปิดทาง เพื่อทัพจะได้เคลื่อนผ่านเข้าไปในเมือง

“พวกท่านมาปิดกั้นทัพนโปเลียนเพื่ออะไร” รัสตัมถาม อาเหม็ด  กาซิม  โดยมีแกนนำ ประท้วง 4 คน นำโดย อาเหม็ด กาซิม อาลี นาบี  ซาอิด ชีเลาะ และ โมฮัมหมัด ซาเน่  ยืนด้านหลัง ฟัง อาเหม็ด กาซิมเจรจากับ รัสตัม ส่วนพันตรีเอ็ดเวิร์ด และร้อยเอกโจซัวร์ ยืนด้านหลัง รัสตัม

“พวกเราไม่พอใจที่กดขี่ ออกฎห้ามไม่ให้พวกเราใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปรกติ” อาเหม็ด บอกกับรัสตัม

“พวกท่านช่วยเปิดทางให้ก่อน ท่านนโปเลียนจะเข้าไปในเมือง” ร้อยเอกโจซัวร์ เจรจากับอาเหม็ด แกนนำผู้ประท้วง

“ไม่เปิด จนกว่านโปเลียนจะรับปากว่ายกทัพออกไปจากอียิปต์ พวกข้าถึงจะยอมเปิดทางให้”

“เดี๋ยวจะไปแจ้งท่านนโปเลียนก่อน” รัสตัมบอกตัวแทนที่ตนเองมาเจรจาด้วย

รัสตัมได้ขี่ม้ากลับมายัง กองทหารที่ตั้งทัพห่างจากพวกเจรจาประมาณ 500 เมตร รัสตัมได้ไปบอกกับนโปเลียน

“นายท่าน พวกประท้วงไม่ยอมเปิดทางจนกว่านายท่านจะรับปากยกทัพออกไปจากอียิปต์ครับนายท่าน”

“ไปบอกผู้ประท้วง กฎบังคับห้ามชุมนุมประท้วง ถ้ายอมถอยก็จะยกเว้นโทษให้ แต่ถ้าไม่ยอมถอยจะใช้กำลังจัดการโดยเด็ดขาด เราจะไม่ยอมให้พวกชาวบ้านมาข่มขู่” นโปเลียน บอกกับรัสตัม

“ได้ครับนายท่าน” รัสตัม ได้ขี่ม้าไปหากลุ่มผู้ประท้วง ที่ปักหลักเรียกร้องให้นโปเลียนรับปาก

“ท่านนายพลกาลีเบอร์ ท่านสงสัยไหมทำไมชาวบ้านถึงมา

รอประท้วงอยู่หน้าบริเวณประตูเมือง แสดงว่ามีการเตรียมการมาอย่างดี อย่าให้ผมสืบรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังจะจัดการโดยเด็ดขาด” นโปเลียนบอกกับพลเอกกาลีเบอร์ ถึงกลุ่มผู้ประท้วง

“ท่านนโปเลียนผมว่าน่าจะเป็นตอนที่เราเดินทัพ อาจจะมีพวกชาวบ้านไปแจ้งข่าวว่าพวกเรากำลังเดินทางกลับ จึงได้ระดมคนมาขวางทางเข้าเมือง” พลเอกกาลีเบอร์บอกกับนโปเลียน

“การเจรจายืดเยื้อ นโปเลียนเริ่มหงุดหงิด จึงบอกร้อยโทเดนนิส ให้ ไปตามรัสตัมกับทหารที่เจรจากลับมา และสั่งให้ทหารราบที่รอทัพอยู่ ออกมาข้างหน้าเตรียมอาวุธเพื่อปราบผู้ประท้วงโดยเด็ดขาด พันตรีเอ็ดเวิร์ด ร้อยเอกโจซัวร์ ร้อยโทเดนนิส และ รัสตัม ก็ขี่ม้ากลับมาหา นโปเลียนที่รออยู่ท่ามกลางเสียงโห่ร้องขับไล่

พวกชาวบ้านนึกไม่ถึงว่านโปเลียนจะเด็ดขาด ใช้กำลังจัดการกับชาวบ้านที่ไม่มีอาวุธนอกจากถือ มีด ไม้

ชาวบ้านเมื่อเห็นกองทหารเดินออกมาข้างหน้าและยกปืนขึ้นเล็งมายังกลุ่มชาวบ้าน พวกชาวบ้านพากันวิ่งหลบหนีกันจ้าละหวั่น มีพวกไม่กลัวตายหลายคนที่ยังไม่หลบหนี นโปเลียนได้สั่งให้ทหารระดมยิงพวกที่ไม่ยอมเปิดทางปักหลักประท้วง พวกแกนนำ มีความเชื่อว่านโปเลียน คงไม่ใช้กำลังรุนแรงในการจัดการชาวบ้านที่ไม่มีอาวุธ แต่แกนนำชาวบ้านคิดผิดเพราะนโปเลียนมีความเด็ดขาด ต้องการปราบปรามให้เด็ดขาด หลังจากเคยสั่งให้ทหารล้อมปราบ จนชาวบ้านเงียบไม่ต่อต้านมาสักพัก

หลังจากนโปเลียนยกทัพไปรบออกจากอียิปต์ พวกต่อต้านได้ก่อหวอดประท้วงอีกครั้ง โดยได้รับการสนับสนุนจาก จักรวรรดิออตโตมันที่ต้องการมีอิทธิพลในอียิปต์

กองทหารนโปเลียนได้เริ่มเดินเข้าหาผู้ประท้วง จากระยะ ห้าร้อยเมตร เดินเข้าไปเรื่อย กลุ่มผู้ประท้วงหลายร้อยคน ยังไม่ยอม เปิดทาง แต่กลุ่มคนส่วนใหญ่เมื่อเห็นทหารออกมา ได้ลุกฮือวิ่งหนี กลับเข้าไปในเมือง ร้อยโทเดนนิสได้นำทหารสามร้อยคนออกเดินกวาดล้างกลุ่มผู้ประท้วง กองทหารเดินเข้าไปห่างจากกลุ่มผู้ประท้วง เหลือระยะ 50 เมตร ร้อยโทเดนนิส ได้สั่ง ยิง “ปัง ปัง ปัง ปัง” สิ้นเสียงปืน ดังระรัว กึกก้อง  เสียงร้องเจ็บปวดดังโหยหวน “โอ๊ย อากซ์ โอ๊ย ผู้ชุมนุมหลายสิบคนถูกกระสุนล้มลงยังกับใบไม้ร่วง “ โอ๊ย” เสียงตะโกนด่าสาปแช่งนโปเลียน ของพวกที่เหลืออยู่ “อำมหิตฆ่าคนไม่มีทางสู้” “ไอ้หน้าตัวเมีย” เสียงสาปแช่งสลับกับเสียงปืน ดัง “ปัง ปัง ปังๆๆๆๆๆ”  กลุ่มคนที่ยังไม่เสียชีวิต บางส่วนได้วิ่งหันหลังวิ่งหลบหนีกระสุน แต่มีบางส่วนยอมตายวิ่งถือไม้ มีด เข้าหากองทหาร

ทหารฝรั่งเศสได้ยิงหน้ากระดานเรียงหนึ่ง เมื่อยิงปืนเสร็จได้ถอยไปข้างหลัง ให้เพื่อนทหารที่เดินตามมา ออกมายิงกลุ่มผู้ประท้วง “ปัง ปัง ปัง ปัง” หลายสิบชีวิตต้องด่าวดิ้นถูกกระสุนที่ระดมยิงอย่างไม่ปราณี “ปัง ปัง ปัง” โอ๊ย อ้ากซ์ โอ๊ย” เสียงร้องครวญครางของกลุ่มผู้ประท้วงที่ยังไม่เสียชีวิต ดังขึ้น การระดมยิงดำเนินต่อไป “ปัง ปัง ปัง ปัง ๆๆๆๆ”

กลุ่มผู้ประท้วงจากหลายพันคนหนีหายเข้าไปในเมือง เกือบหมด สิ้นเสียงปืน กลุ่มผู้ประท้วงที่ไม่ยอมหนีบ้างก็ถูกยิงตาย บาดเจ็บนอนร้องครวญครางอย่างเจ็บปวดอยู่ที่พื้น

อาเหม็ด  กาซิม ผู้นำประท้วง อาลี นาบี  ซาอิด ชีเลาะ และ โมฮัมหมัด ซาเน่  กลุ่มแกนนำผู้ประท้วงได้อาศัยที่ทหารฝรั่งเศสยกปืนและเดินเข้าหากลุ่มผู้ประท้วง  ค่อย ๆ ถอยไปด้านหลัง หาผ้ามาคลุมศรีษะหลบฉากปะปนไปพร้อมกับกลุ่มผู้ประท้วงที่กลัวตาย กลุ่มผู้ประท้วงได้รับการว่าจ้างให้มาร่วมชุมนุมขับไล่นโปเลียน ได้หลบหนีเข้าเมืองไปตั้งแต่แรก

หลังเสียงปืนสงบ  ชาวบ้านที่ใจกล้าไม่ยอมหลบหนีกองทหารฝรั่งเศสได้ล้มลงทั้งหมด

“รัสตัมเจ้าลองไปค้นหาแกนนำผู้ประท้วงอยู่ไหม ถ้าตายแล้วก็เอาศพมาอยากจะรู้หน้าตาพวกประท้วง ถ้าบาดเจ็บก็นำมา จะสอบสวนว่าใครอยู่เบื้องหลัง” นโปเลียนสั่งรัสตัม

“ได้ครับนายท่าน” รัสตัมได้ไปค้นหาแกนนำประท้วง

ที่ตนยืนเจรจาด้วย หลังการค้นหา ชาวบ้านที่บาดเจ็บ และชีวิตที่ทหารฝรั่งเศสได้ลากศพมากวางเรียงรายนับได้ 223 ศพ บาดเจ็บ 30 คน รัสตัมเดินดูหน้าศพแต่ละศพ และดูหน้าผู้บาดเจ็บ ไม่พบแกนนำผู้ประท้วงสักคน

          “ท่านนโปเลียนผมตรวจดูแล้ว ศพที่ตายไม่มีแกนนำประท้วงสักคน ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บก็ไม่มีแกนนำเหมือนกัน” รัสตัมได้รายงานนโปเลียน

               บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (208)

          หลังจากปราบปรามผู้ประท้วงโดยเฉียบขาด นโปเลียนได้สั่งเคลื่อนกองทหารเข้าไปในเมืองอเล็กซานเดรีย มีพลเอกมีโน พันเอกเจนัวร์ พันเอกอาร์รอน ร้อยโทลูคัส นำกองทหารเดินทางมารอต้อนรับนโปเลียน

ระหว่างนโปเลียนเดินทัพเข้าไปยังกองบัญชาการ ร้านค้าสองฝั่งถนนปิดร้านเงียบเมื่อได้ยินเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวหน้าประตูเมืองชาวบ้านเมืองอเล็กซานเดรีย ไม่อยากจะยุ่ง และกลัวโดนลูกหลงจากทั้งสองฝ่าย

          ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำเหล่าพ่อค้าที่เปิดร้าน พ่อค้าเร่ที่วางแผงขายของต่างรีบเก็บของหลบหนีไปซ่อนตัว ชาวบ้าน พ่อค้าไม่ค่อยอยากยุ่งการเมือง เพราะใครมาปกครองก็ไม่แตกต่างกัน พวกเขาถูกขูดรีดภาษี และให้สนับสนุนกองทัพ ตั้งแต่การปกครองของพวกมัลลุค จนถึงฝรั่งเศส

          การเดินทัพเข้าเมืองนโปเลียนเห็นร้านค้าปิดตัวเงียบ ประชาชนต่างก็อยู่ในบ้าน บนถนนมีแต่แพะ อูฐ ไก่ เดินเต็มถนน เมื่อเห็นกองทหารนโปเลียนเดินใกล้เข้ามา เหล่าแพะ อูฐ ไก่ต่างมีสัญชาติญาน รับรู้ รีบส่งเสียงร้องบอกเพื่อนสัตว์ให้รีบหนีกันวุ่นวาย เพราะไม่อยากโดนฆ่าเป็นอาหารถ้าขืนมาเพ่นพ่านในขณะกองทหารเดินทัพผ่าน

นโปเลียนมองเห็นกองทหารพลเอกมีโนกำลังรีบมาต้อนรับ  พลเอกมีโนมองเห็นนโปเลียนจึงเอ่ยคำทักทาย

          “สวัสดีท่านนโปเลียน การเดินทางราบรื่นดีไหม” พลเอกมีโนถามนโปเลียน

          “มีผู้ประท้วงประปรายก็ได้ปราบผู้ประท้วง ก่อนเข้าเมือง แต่จัดการตัวการก่อประท้วงไม่ได้ ผมต้องสืบหาใครอยู่เบื้องหลังกันแน่” นโปเลียนบอกกับพลเอกมีโน

          นโปเลียนมองเห็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ตนคุ้นเคย จึงยิ้มให้

          “ผู้พันเจนัวร์  ผู้พันอาร์รอนกับร้อยโทลูคัส ผมมอบหมายให้ไปสืบหาผู้ก่อการประท้วง โดยผมให้รัสตัมบอกให้ทหารที่วาดรูปเก่งวาดภาพออกมา ถ้าวาดภาพเสร็จไปเอารูปภาพแล้วไปสืบหาผู้ยุยงให้ได้ ผมให้เวลา 14 วันต้องจับตัวผู้ก่อการประท้วงมาให้หมด” นโปเลียนได้สั่งการออกไป

          “ครับผม” พันเอกเจนัวร์ พันเอกอาร์รอน และ ร้อยโทลูคัส ได้ตอบรับคำสั่งนโปเลียนพร้อมกัน

          นโปเลียนเมื่อสั่งการเสร็จก็เดินทางเข้าเมืองไปพักผ่อนที่บ้านพักรับรองในเมืองอเล็กซานเดรีย

          “รัสตัมไปตามคุณเคนมาพบผม” บักเคนบอกรัสตัมให้ไปตามบักเคนมาพบ

          “ได้ครับนายท่าน”

“บักเคนได้ชวนพลทหารนาธาเนียลมาพบกับนโปเลียนพร้อมกัน”

“ว่าอย่างไรครับท่านนโปเลียน” บักเคนถามนโปเลียน

“ผมถามคุณเคนมาพบ อยากถามความคิดเห็นของคุณเคนเกี่ยวกับสถานการณ์ผู้ประท้วงในวันนี้ คุณเคนคิดอย่างไร มันแปลกไหมที่ชาวอียิปต์มาประท้วงผม”

“ผมว่าไม่แปลก ที่ใดมีอำนาจที่นั่นย่อมมีการต่อต้านขัดขืนอยู่ด้วย” บักเคนบอกแนวคิดมิเชล ฟูโกต์ นักคิดฝรั่งเศสออกมา

ที่สยามมีการต่อต้านแบบนี้ไหม นโปเลียนถามด้วยความสงสัย

“มีเป็นประจำครับท่าน การประท้วงไม่พอใจผู้ปกครอง การปฏิวัติรัฐประหารโดยชนชั้นผู้นำ และทหาร คือหนึ่งในวัฒนธรรมการเมืองไทยบักเคนอธิบายให้นโปเลียนเห็นภาพการเมืองสยาม

หลังจากพูดจบ บักเคนนึกถึงภาพการเมืองไทย การแย่งชิงอำนาจคือปัจจัยหนึ่งของการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2310 และการการปกครองต่อมา การเกิดการรัฐประหารเกิดจากชนชั้นผู้นำ ไม่พอใจ การปกครองของอีกฝ่าย ก็ทำรัฐประหารแล้ว ก็ให้ร่างรัฐธรรมนูญ จัดให้มีการเลือกตั้ง เพื่อให้ภาพสยามเป็นประชาธิปไตย

วิกฤตการณ์การเมืองสยามไม่มีวันจบสิ้น รัฐประหารยังคงมีอยู่คู่สังคมสยาม ถ้าชนชั้นผู้นำไม่เคยฟังเสียงชาวบ้าน เหมือนกับ

นโปเลียนที่ไม่เคยฟังเสียงชาวอียิปต์ ออกกฏระเบียบมากดหัวชาวอียิปต์

“คิดอะไรคุณเคน นโปเลียนถามบักเคนเห็นบักเคนตอบแล้วก็เงียบไป”

“เปล่าครับท่าน ผมนั่งนึกภาพในสยาม การประท้วงก็เหมือนกับเหตุการณ์ในวันนี้ครับท่าน ผมว่าต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง แน่นอน เพราะเห็นรัสตัมบอกผมว่า แกนนำที่นำประท้วงไม่มีใครเสียชีวิตสักคน” บักเคนบอกกับนโปเลียน

“ผมก็ว่าอย่างนั้น ผมถึงมอบหมายให้สองผู้พันไปตามจับหัวโจกมาให้ได้” นโปเลียนบอก

“แล้วท่านจะทำอย่างไรต่อ” บักเคนถามด้วยความสงสัย

“ผมต้องจับแกนนำให้ได้ อยากรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังในการก่อการประท้วงในครั้งนี้ เพราะพวกประท้วงเหมือนกับมีการจัดตั้งขึ้นมา”

“ครับท่าน

****************************************

อาดัมได้ยินพันตรีหญิงนาตาช่า บอกว่าให้เจรจาก่อนใช้กำลัง

“ก็ดี ผมขอเข้าไปเจรจาก่อนได้ไหม” อาดัมบอกกับพันตรีหญิงนาตาช่า

“มันจะดีหรือท่าน ท่านเป็นคนสนิทของท่านนโปเลียนถ้าเกิดเป็นอะไรไป ฉันคงรับผิดชอบไม่ไหว เดี๋ยวฉันไปเจรจากับผู้ประท้วงเองก็แล้วกัน” ผู้พันนาตาช่าบอกกับอาดัม

“ผมขอไปด้วย” อาดัมยืนกรานจะไปเจรจาให้ได้

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวให้เอเวรินมาคอยสั่งการแทนฉัน” ผู้พันนาตาช่าบอกกับอาดัม

“ก็ดีครับ”

“เอเวรินลงมาพบหน่อย”

“ได้ค่ะผู้พัน” ร้อยตรีหญิงเอเวรินรีบลงมาจากเรือมาพบกับผู้พันหญิงนาตาช่าและอาดัม

“เดี๋ยวฉันกับคุณอาดัมและล่ามจะเจรจากับพวกประท้วง คุณคอยสั่งการแทนฉัน ถ้าเห็นไม่ดีก็สั่งยิงได้เลย” นาตาช่า

บอกกับร้อยตรีหญิงเอเวริน

“แล้วผู้พันกับคุณอาดัมจะไม่ตกอยู่ในอันตรายหรือให้ทหารไปเป็นเพื่อนอีกสักหลายนานดีไหมค่ะ”

“ไม่ต้อง ฉันดูแลคุณอาดัมได้”

“ไม่เป็นไรคุณเอเวรินผมดูแลตัวเองได้ไม่ต้องเป็นห่วง”

เสียงผู้ประท้วงร้องตะโกน “ไอ้เตี้ยออกไป”  “นี่มันอียิปต์ไม่ใช่ฝรั่งเศส อียิปต์ปกครองกันเองได้ ไม่ต้องยุ่ง” “ออกไปไอ้เตี้ย”

เสียงตะโกนด่าทอนโปเลียนดังไปทั่วท่าเรืออาบูกีร์

“ไปยังท่านผู้พัน” อาดัมชวนพันตรีหญิงนาตาช่าออกไปเจรจากับผู้ประท้วง

“ไปค่ะคุณอาดัม”

ผู้พันหญิงนาตาช่าได้เดินคู่กับอาดัมและล่ามไปพบกับผู้ประท้วง

“ล่ามได้ตะโกนบอกกับผู้ประท้วงด้วยภาษาอาหรับ หยุด พวกเรามาสันติ ต้องการมาเจรจากับพวกท่าน นโปเลียนไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่พวกเราจะรับฟังปัญหาของพวกท่านไปบอกกับนโปเลียน” ล่ามได้ตะโกนบอกกับกลุ่มผู้ประท้วง ตามคำบอกของอาดัม

ทั้งสามคนค่อยเดินไปหากลุ่มผู้ประท้วง “พวกเรามาดีไม่มีอาวุธ พันตรีหญิงนาตาช่ายกมือ อาดัมยกมือ ส่วนล่ามได้ยกมือและร้องบอกกลุ่มผู้ประท้วง “เอ๊าพวกเราเงียบก่อน ฟังไม่ค่อยได้ยิน”  แกนนำกลุ่มผู้ประท้วงได้ร้องตะโกนบอกกับผู้ชุมนุมประท้วงให้เงียบเสียง