บักเคนทะลุมิติ ตอนที่ 157-158

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (157)

          หนึ่งสัปดาห์ผ่านพ้นไป นโปเลียนนั่งคุยกับเกลแบร์ ถึงอนาคตของตนที่เดินทางมาอียิปต์

          “ครั้งแรกผมคิดว่าจะสามารถยึดครองอียิปต์และแผ่ขยายดินแดนออกไปได้ เพราะเรามีความร่วมมือ กับสุลต่าน ทิปโพแห่งแค้วนไมซอร์ และชาร์ แห่งเปอร์เซีย สุลต่านซาลิมที่ 3 แห่งจักรวรรดิออตโตมัน ทรงเปิดทางแต่วันนี้ทุกสิ่งกลับแปรผัน จักรวรรดิ ออตโตมันจับมือกับอังกฤษ ผมไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น” นโปเลียนมีสีหน้ากลัดกลุ้ม

          “ใจเย็นท่านนโปเลียน”

“ท่านครับมีข่าวด่วนจากอียิปต์ครับ นกพิราบเพิ่งนำข่าวสารมาถึงสักครู่” ร้อยโท ลูคัส รีบรายงานนโปเลียน

“ข่าวมีอะไรว่ามา”

          “ ท่านนายพลกาลีเบอร์มีข่าวแจ้งท่านด่วน ข่าวนี้ได้หลุดลอดเข้ามาในอียิปต์ เพราะกองเรืออังกฤษปิดล้อม อ่าวอาบูกีร์ มีเรือสินค้าของชาวเยอรมันคนหนึ่งแล่นเข้ามาในอียิปต์ ได้นำข่าวแตกตื่นมาด้วยครับ”

          “ร้อยโทลูคัสท่านพูดใหม่ซิ ว่า เรือสินค้าของชาวเยอรมันมาถึงอียิปต์ มันเป็นไปได้อย่างไร เยอรมันไม่เคยทำการค้ากับอียิปต์ เป็นเรื่องที่แปลกมาก”

          “ท่านนายพลกาลีเบอร์ยังแปลกใจ เหมือนท่านแต่กัปตันเรือได้นำจดหมายฉบับหนึ่งมายืนยัน ท่านนายพลกาลีเบอร์ถึงได้เชื่อสนิทใจ”

นโปเลียนมีสีหน้า งงงวย  “จดหมายอะไร” ร้อยโทลูคัสตอบ “จดหมายลายมือท่านครับ”

“เจ้าว่าอะไรนะ จดหมายลายมือผม ผมไปเขียนจดหมายให้กับกัปตันเรือเยอรมันตั้งแต่เมื่อไหร่ ใครมาแอบอ้างหรือเปล่า ท่านนายพลกาลีเบอร์ ได้ตรวจสอบให้แน่ชัดแล้วหรือยัง” นโปเลียนถามย้ำ 

“ตรวจสอบแน่ใจแล้ว ว่าเป็นลายมือผมจริง”

“ครับท่าน ก็จดหมายของท่านเขียนถึงภรรยาท่าน และให้รับ อาดัมกับคุณเคนให้เดินทางมาพบท่านที่เมืองตูลูส”

“อ๋อ จำได้แล้ว ผมยังแปลกใจไม่หายว่าผมเขียนจดหมายถึงชาวเยอรมันที่ไหน” นโปเลียนบอกกับทุกคน

“คุณอาดัมเพื่อนคุณเคนเป็นชาวเยอรมันที่ท่านต้องการอยากพบไม่ใช่หรือครับ” ร้อยโทลูคัสบอกกับนโปเลียน

“อืมส์ ทหารไปเรียกคุณเคนมาพบผมด่วน”

“ได้ครับท่านนายพล”

บักเคนกำลังนั่งมองกำไลที่ซูซี่ทำมากับมือและใจลอยไปถึงเกาหลีเหนือ ที่มีการปกครองแบบเผด็จการ อำนาจอยู่ที่คน คนเดียว ทำให้เกิดเหตุการณ์ชวนสังเวช บักเคนจำเหตุการณ์ได้ดี วันที่อ่านหนังสือพิมพ์ กลางฤดูหนาวปลายเดือนมกราคม ที่เถียงนาขณะออกไปหาหนูนา  พอเที่ยงก็ทานข้าวและอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ที่ซื้อมาจากในหมู่บ้าน พออ่านถึงข่าวเกาหลีเหนือถึงกับอยากอาเจียน เลิกกินข้าว ต้องหามะขามเปียกกับเหล้าขาว มากินแก้คลื่นไส้ บักเคนไม่อยากนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านไป แต่ก็อดคิดถึงไม่ได้ มนุษย์ทำไมเป็นไปได้ถึงขนาดนี้ 

บักเคนคิดถึงความอดอยากของชาวเกาหลีเหนือที่ประสบภัยพิบัติความแห้งแล้งมาเยือนเกาหลีเหนือ ช่างเหมือนที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศสในยุคที่ตนมาประสบ  ทำให้ตนต้องเสนอแนะให้แห่นางแมวขอฝน แต่ลูกเห็บดันตกหนัก ที่ฝรั่งเศสยังไม่เลวร้ายเหมือนกับยุคของตนก่อนประสบเหตุฟ้าผ่าทะลุมิติมาที่ฝรั่งเศส

บักเคนนึกถึงข่าวเกาหลีเหนือที่ตนอ่าน เกิดเหตุการณ์น่าสะพึงกลัวเกิดการฆ่าและกินเนื้อคนด้วยกันเองนี้ เริ่มลามจากการเล่นงานเหยื่อที่เป็นคนแปลกหน้าไปถึงคนในครอบครัวเดียวกัน เกิดฆาตกรรมสยองขวัญขึ้นเมื่อพ่อแท้ๆ โมโหหิว ไม่มีอะไรจะกิน จึงลงมือฆ่าลูกสาวของตนเองเพื่อทำเนื้อชาบู ระหว่างที่ผู้เป็นแม่ออกไปทำธุระข้างนอก จากนั้นก็ลงมือสังหารลูกชายเพื่อปิดปากในการเป็นผู้รู้เห็นฉากฆาตกรรมสุดสยอง ทันทีที่ภรรยากลับมาถึงบ้าน สามีจึงบอกให้ภรรยารับประทาน “เนื้อชาบู” แต่ภรรยาเกิดความเคลือบแคลงสงสัยจึงส่งชิ้นเนื้อให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และพบว่าเนื้อทั้งหมดเป็นชิ้นส่วนมนุษย์ ที่เป็นลูกสาวของตนเอง  พ่อใจเหี้ยมถูกทางการเกาหลีเหนือเด็ดชีพด้วยการยิงเป้าด้วยปืนต่อสู้อากาศยานเพื่อไม่ให้คนเลียนแบบตาม

เหตุการณ์ในเกาหลีเหนือ มีคนถูกฆ่าทานเนื้อไม่ต่ำกว่า หนึ่งหมื่นคน ตกเป็นเหยื่อเซ่นชีวิตให้กับพวกมนุษย์กินคน สาเหตุหลักก็มาจากภาวะแห้งแล้งหนักจนไม่สามารถผลิตอาหารเพียงพอเพื่อป้อนให้กับประชาชน

 อีกทั้งทางการเกาหลีเหนือก็มักจะกักตุนอาหารจากทั่วสารทิศไว้ให้แก่ประชาชนในกรุงเปียงยางเพียงเมืองเดียว ทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองอื่นๆ ไม่มีอันจะกิน สถานการณ์วิปริตถึงขั้นที่พ่อแม่และญาติมิตรบางรายต้องขุดศพของลูกหลานที่ตายไปนานแล้วขึ้นมากินด้วยความหิวโหย แต่ยังไม่เท่ากับบางกรณีที่มีการนำเด็กวัยไม่กี่ขวบไปต้มในน้ำเดือดเพื่อนำมารับประทาน และยังเฉือนเนื้อส่วนที่เหลือของร่างกายมนุษย์แบ่งขายให้แก่ผู้อื่นโดยอ้างว่าเป็นเนื้อแกะ การกินเนื้อคนไม่ใช่ครั้งแรก เคยเกิดเหตุการณ์นี้มาหลายครั้ง แม่น้ำลำคลองทั่วประเทศแห้งขอดจนไม่อาจทำการเพาะปลูกได้ อีกทั้งผู้นำก็นำงบประมาณไปพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ไม่นำมาช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน เมื่อมีไม่อาหารหลงเหลือในประเทศ ชาวเกาหลีเหนือจึงต้องฆ่ากันเองเพื่อประทังชีวิต

“เออ อ้วก ….แหวะ” บักเคนนึกแล้วคลื่นไส้ ถึงกับอาเจียนออกมา

“เป็นอะไรคุณเคน ไม่สบายหรือเปล่า ถึงกับอาเจียนเลยหรือไปหาหมอไหม” ร้อยโทลูคัสถามบักเคน

“ไม่ต้อง ผมคลื่นไส้ขอเหล้าสักเป๊กอาการคงดีขึ้น”

“ท่านนโปเลียนให้มาตามคุณเคนไปพบด่วน”

“ท่านนโปเลียนอยากพบผมด่วน ท่านมีอะไรพอทราบไหม” บักเคนถามร้อยโทลูคัส

“ผมไม่ทราบเห็นว่าเป็นจดหมายกัปตันเยอรมันส่งข่าวมา ท่าน

นโปเลียนเลยให้ผมมาตามคุณเคน”

“ได้ผมจะไปเดี๋ยวนี้ ขอแวะดื่มเหล้าสักเป๊กก่อน ท้องไส้มันปั่นป่วน” บักเคนบอกร้อยโทลูคัส

          “ไปพร้อมกับผม เดี๋ยวจะจัดการเหล้าขาวให้” ร้อยโทลูคัส

บอกกับบักเคน

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (158)

“เป็นอะไรคุณเคนหน้าซีด” นโปเลียนถามบักเคนหลังจากร้อยโทลูคัสนำ บักเคนมาพบตามที่สั่ง

“ไม่มีอะไรครับ แค่นึกถึงเหตุการณ์ที่ผมอ่านข่าวที่สยาม นึกถึงทีไรอยากอาเจียนทุกที” บักเคนบอกกับนโปเลียน

“ข่าวความแห้งแล้งเกิดความอดอยาก คนกินเนื้อคน พ่อกินเนื้อลูกสาว”

“โอพระเจ้าช่วย เรื่องจริงหรือพูดล้อเล่น คุณเคน” นโปเลียนถามบักเคน

“ท่านดูสีหน้าผมซิครับ หน้าซีด นึกถึงทีไรชวนอาเจียน แหวะ….”

“พอ พอ ๆ ไม่ต้องพูดต่อแล้ว ที่เรียกคุณเคนมาวันนี้ เรือพ่อค้าชาวเยอรมันมาที่อ่าวอาบูกีร์” นโปเลียนบอกกับบักเคน

“พ่อค้าชาวเยอรมันหรือครับ หรือว่าเป็นคุณอาดัมมาอียิปต์”

“อ้าว ทำไมคุณเคนเดาถูกละครับ” ร้อยโทลูคัสสงสัย

“พ่อค้าชาวเยอรมันมีคนเดียวที่บ้าระห่ำมาอียิปต์ มีเพียงคนเดียว อาดัมแน่นอน” บักเคนบอกกับทุกคน

“ผมถามคุณเคนตรง ๆ อย่าโกหกผมนะ คุณเคนบอกให้อาดัมมารับคุณเคนใช่ไหม” นโปเลียนถามบักเคน

“ไม่ใช่ท่าน ไว้ผมจะเล่าให้ท่านฟัง ที่นี่ไม่เหมาะ”

“ได้คุณเคน ผมเรียกมาเพราะ มีเรือสินค้าจากเยอรมันหลุดลอดกองเรืออังกฤษเข้ามาที่อ่าว และนำข่าวสารมาด้วย ผมเลยอยากจะปรึกษาคุณเคนถึงเรื่องข่าวสาร” นโปเลียนบอกบักเคน

“ข่าวสารอะไรบ้างครับท่าน”

“เกิดเหตุวุ่นวายในปารีสและอีกหลายหัวเมือง ชาวบ้านออกมาประท้วงการกระทำของคณะกรรมการดิเร็กตัวร์  เพราะคณะกรรมการได้ถอดสังฆราชแห่งโรมออกจากตำแหน่ง ถอดพระเจ้าแผ่นดินแห่งเนเปิล ออสเตรียและปรัสเซียจับมือเตรียมบุกฝรั่งเศส มีการก่อการของกลุ่มพิทักษ์ราชบัลลังค์  กลุ่มจีรองแดงส์ และสมาคมจาโกแบงส์ ได้ลุกฮือขึ้นนำชาวบ้านประท้วง ชาวบ้านไม่พอใจต่อการบริหารงานของคณะกรรมการดิเร็กตัวร์

 มีการกล่าวหาจากสมาคมจาโกแบงค์ และกลุ่มพิทักษ์ราชบัลลังค์ ว่าคณะกรรมการดิเรกตัวร์ เป็นพวกวัวขี้เกียจ เป็นลาโง่มาบริหารประเทศทำให้ประเทศย่ำแย่ เอะอะก็ขึ้นภาษี  เหมือนกับที่พวกคณะกรรมการดิเร็กตัวร์เคยกล่าวหาว่า โรแบสปิแยร์ เก็บภาษีชาวบ้านทุกคนที่ใช้แรงงาน เช่นภาษีประตูหน้าต่าง คนยากจนได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส แต่คณะกรรมการดิเร็กตัวร์กับเรียกเก็บเหมือนกันแต่เรียกเก็บภาษีตะปู ภาษีค้อนด้วย”

“ท่านนโปเลียนว่าอะไร เก็บภาษีตะปู ภาษีค้อนด้วย หมายความว่าอย่างไร” บักเคนชักงง

“ภาษีตะปู หมายถึงชาวบ้านซื้อตะปูมาซ่อมบ้านเรือนต้องจ่ายภาษี ถ้าซื้อค้อนมาตอกตะปูก็ต้องจ่ายภาษี” นโปเลียนอธิบายให้บักเคนฟัง

“โอ เหมือนกับสยามเลยท่านนโปเลียน ไม่เห็นแปลกอะไร สยามเก็บภาษีตะปู ภาษีค้อน ภาษีจิปาถะอยู่แล้ว ที่สยามยังเก็บภาษีขายบริการเลยท่าน ในรูปภาษีมูลค่าเพิ่ม”

“คุณเคนว่าอะไร เมืองสยามเก็บภาษีโหดกว่าฝรั่งเศสอีกหรือ มีภาษีบริการด้วย ภาษีบริการคืออะไรคุณเคน” นโปเลียนชักงง กับคำพูดของคุณเคน

“ท่าน นโปเลียนจำได้ไหม ที่ผับของผม ตอนที่ท่านกับเพื่อนท่าน ร้อยเอกฟรังซัวร์ พันตรีนิโคลัส พันโทเอรอน พันโทลีออง พันตรีฟรานซิส และท่านตอนที่ถูกปลดเป็นนายทหารนอกราชการได้ไปเที่ยวผับของผม”

“อ้าวผับคุณเคนเองหรือ ปัดโธ่นึกว่าผับของใคร” นโปเลียนบอกบักเคน

“คุณเคนไม่ต้องเล่าต่อแล้วผมเชื่อ” ผมจะยกตัวอย่างต่อ การเก็บภาษีของสยามสมมติว่าเป็นที่ปารีส ตอนจ่ายเงินค่าเหล้ากับค่าและค่าน้อง ๆที่มานั่งคุยกับเพื่อนท่าน เวลาจ่ายเงินทางร้านจะคิดภาษีค่ามูลค่าเพิ่มในการให้บริการ รวมถึงถ้าท่านนำน้องไปนอนค้างคืนก็ต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย ผมเรียกว่าภาษีโสเภณีโดยถูกกฎหมายแต่เลี่ยงไปใช้คำว่าบริการนอกสถานที่ โดยเขาจะมีบัญชีสองเล่ม ถ้าเจ้าหน้าที่มาตรวจบัญชี ส่วนมากจะตรวจพบ น้องที่ไปบริการนอกสถานที่ก็ต้องเสียภาษีย้อนหลัง” บักเคนอธิบายให้นโปเลียนเข้าใจ

นโปเลียนได้เล่าต่อไปว่า “นอกจากนี้คณะกรรมการดิเร็กตัวร์

ได้ยกเลิกกฎหมายปราบปรามการการกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร ขึ้นภาษีรายวัน  ลดค่าเงินตรา ทำให้สินค้าในชีวิตประจำวันถีบตัวสูงขึ้น การประท้วงมีขึ้นทุกวัน

“เหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมอีกแล้ว” บักเคนพูดพึมพำ

“ใช่ เย็นนี้ผมอยากให้คุณเคนไปพบผมที่ห้องทำงานส่วนตัวผมมีเรื่องจะคุยด้วย” นโปเลียนบอกบักเคน

“ได้ครับท่าน”

เกลแบร์กับร้อยโทลูคัสก็ได้ขอตัวจากนโปเลียนเพื่อไปทำภารกิจที่ตนยังทำไม่เสร็จ บ่อยให้บักเคนนั่งอยู่กับนโปเลียน โดยมีรัสตัมยืน อยู่ห่างๆ

“ไว้คุยกันตอนเย็นคุณเคน ผมขอตัวไปดูรายงานทางทหารก่อน” นโปเลียนบอกบักเคน

**********************************

อาดัมนั่งคุยกับพลเอกกาลีเบอร์

“เรียนท่านนายพลที่ผมเสี่ยงตายมาที่อียิปต์ก็เพราะมีพวกนายทุน พ่อค้าลงขันสนับสนุนให้ท่านนโปเลียนไปแก้ปัญหาความวุ่นวายที่ฝรั่งเศสที่กำลังทวีความยุ่งยากขึ้นทุกวัน เขาเลยให้ผมเป็นตัวแทนมาเจรจากับท่านนโปเลียน” อาดัมบอกกับพลเอกกาลีเบอร์

“ท่านนโปเลียนยกทัพไปชาม (ซีเรีย) แล้วจะไปต่อที่แคว้นไมซอร์”พลเอกกาลีเบอร์บอกกับอาดัม

“คงอีกนานกว่าท่านจะกลับ ทำอย่างไรถึงจะพบท่านได้ ท่านมีวิธีติดต่อกับท่านนโปเลียนหรือไม่” อาดัมถามพลเอกกาลีเบอร์

“มีแต่ท่านต้องรอผมจะส่งนกพิราบไปแจ้งข่าวให้ท่านนโปเลียนได้ทราบ ช่วงที่รอท่านก็พักอยู่ในค่ายอย่าออกไปไหนมันอันตราย ชาวอียิปต์เริ่มต่อต้านพวกเราแล้ว”

“ได้ถ้าผมจะออกไปข้างนอก จะแจ้งให้ท่านทราบ ขอบคุณมากท่านนายพล”