บักเคนทะลุมิติ ตอนที่ 155-156

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (155)

การเดินทัพ ผ่านทะเลทรายยามเช้า พระอาทิตย์สีแดงกลมโต กองทหารม้า เจนิสซารี่ (Janissaries) ที่นำทัพโดยอะห์มัดปาชา อัล-ญาซาอิร (Ahmad Pasha Al-Jasaar) ผู้บัญชาการทหารออตโตมันประจำเมืองเอเคอร์ (Acre)  ทหารหนึ่งหมื่นห้าพันนายสวมชุดผ้าต่วนสีขาวมีขนนกปักบนหมวกสีน้ำเงินเข้ม ทิวธงโบกไสว ปืนคาบศิลาที่ทหาร เจนิสซารีพร้อมรบ ปืนทุกกระบอกติดดาบปลายปืน เตรียมรบประจันบาน ปืนใหญ่ นับร้อยกระบอก ที่ตั้งเรียงราย มีนายทหารอังกฤษเป็นผู้ควบคุม รออยู่ในสมอภูมิที่เป็นทะเลทรายสุดลูกหูลูกตา มีต้นอินผาลัม และหญ้าขึ้นสลับเป็นระยะกองทหารได้มาตั้งทัพรอตั้งแต่ตีสาม เมื่อหน่วยสอดแนมแจ้งว่านโปเลียนจะบุกโจมตีเช้าตรู่วันนี้

เมื่อกองทหารนโปเลียนเดินทางมาถึง อากาศยามเช้าในทะเลทรายรู้สึกเย็นสบายกำลังจะเปลี่ยนเป็นนรกบนผืนทะเลทราย ทหารทั้งสองฝ่ายเมื่อมองเห็นกันแต่ไกล ก็เปิดศึกทันทีด้วยการตะลุมบอนระหว่างทหารม้าและทหารราบของ นโปเลียนกับกองทหารม้า เจนิสซารี่ (Janissaries) ที่นำทัพโดยอะห์มัด พลแตรของทหารอังกฤษได้เป่าให้สัญญานให้ ทหารอังกฤษ เตรียมยิงปืนใหญ่ “ยิงได้” หวีด บึ้ม บึ้ม….. กระสุนปืนใหญ่ตกด้านหน้ากองทหารของนโปเลียน

นโปเลียนได้สั่งการให้ พลโทอเล็ก ที่คุมทหารปืนใหญ่ ได้ยิงโต้ตอบกลับไป หวีด หวีด บึ้ม บึ้ม….. การสาดกระสุนปืนใหญ่เข้าใส่กันดังสนั่นทะเลทราย ฝุ่นทรายฟุ้งกระจาย ทหารม้า ของอะห์มัดได้สั่งให้แปรขบวน และควบม้าเข้าโจมตี หวังตะลุมบอนทหารอังกฤษ “พวกเราบุก” เสียงตะโกนสั่งการของ “เฮ้ ทหารม้าเจนีสซารี่ นับหมื่นตัว บุกเข้าหากองทัพนโปเลียน

 “ทหารม้าทุกท่าน พวกท่านจะได้รับใช้ชาติ ชื่อเสียงของท่านจะได้รับการจารึก ขอให้ทุกคนสู้ตาย”  พันเอก เจนัวร์  ได้ตะโกนสั่งการ  ทหารม้าฝรั่งเศสได้ควบเข้าตะลุมบอนกับทหารม้า เจนีสซารี่ที่แข็งแกร่งในดินแดนทะเลทราย  “พวกเราบุก” “ไป สู้ตาย…. ปัง ปัง ปัง ปัง ๆ ปัง ๆ….ปัง เสียงปืนไรเฟิล สาดใส่กัน สลับกับปืนใหญ่ทั้งสองฝ่ายที่ยกถล่ม ทหารราบฝรั่งเศสได้ยิงปืน ครก ใส่ทหารม้าเจนีซารี  ตูม… ตูม….ตูม…. ทหารม้าที่โดนปืนครกหล่นใส่ กระเด็นตกจากหลังม้า ร่างการแหลกเหลว ทหารม้าใกล้เคียงที่ถูกสะเก็ดปืนครก ร้องออกมา… โอ๊ย…ๆๆๆ. เสียงปืนไรเฟิลของทหารอังกฤษ ที่เข้าร่วมรบด้วย ยิงต่อเนื่องใส่ทหารราบและทหารม้าของฝรั่งเศส ปัง ๆๆๆๆๆปัง ๆๆๆๆๆๆๆๆ ปัง ๆๆๆๆ ทหารม้าฝรั่งเศสร่วงจากหลังม้า ระเนระนาด สลับกับเสียงปืน ไรเฟิล ของฝรั่งเศส ปัง ปัง ปัง ทั้งสองฝ่ายสาดกระสุนใส่กัน พันเอก เจนัวร์  ได้ร้องตะโกน “บุกเข้าไป ยิงเข้าไป เป็นศึกตะลุมบอน ที่ทหารอังกฤษมีอาวุธปืนดีกว่า สามารถยิงได้ต่อเนื่อง ผิดกับฝรั่งเศสที่ยิงได้ทีละนัด  ส่วนปืนครก ของฝรั่งเศส ก็ยังอยู่ในช่วงทดลอง การยิงยังหวังผลแม่นยำมากไม่ได้ แต่ก็ยิงถูกทหารฆ่าตายไปหลายร้อยนาย “ บึ้ม ๆ โอ๊ย ๆๆๆ ปืนครก ปากกระบอกปืนแตก” ทหารฝรั่งเศสร้องตะโกนเมื่อปืนครกยิ่งต่อเนื่องกันทำให้ปากกระบอกปืนแตก ทำให้ทหารฝรั่งเศสได้รับบาดเจ็บสาหัสไปหลายนาย

เสียงปืนใหญ่ของฝรั่งเศสระดมยิง ใส่ทหารม้า และปืนใหญ่ทหารอังกฤษ ตูม… ตูม…. อ๊ากซ์ อ๊ากซ์ ร่างทหารปืนใหญ่ฝรั่งเศสสี่นาย กระจายขึ้นท้องฟ้าเพราะถูกปืนใหญ่ของทหารอังกฤษเป็นเพียงชิ้นส่วนเล็ก ๆ เลือดกระจายนองทะเลทราย กลิ่นคาวเลือด สลับกับกลิ่นดินปืน คลุ้งกระจายสนามรบ ตูม ตูม…..

นโปเลียนสั่งการให้พลตรี โรเบอร์โต “ยิงถล่มปืนใหญ่ด้านขวากำจัดให้สิ้นซาก  “30 องศา ด้านขวา ยิง” ตูม ….ตูม ตูม…

พลโท ฟรานซิส เวียร์ได้ตะโกนสั่งการให้ ทหารราบเคลื่อนพลตะลุมบอน ติดดาบปลายปืน ตั้งเป็นแถวรูปขนมเปียกปูน เคลื่อนพล  “ทหารบุกจัดการข้าศึก “ครับท่านนายพล”  ปัง ปัง ๆๆๆ ปัง ๆๆๆ การสาดกระสุนใส่กันทั้งสองฝ่ายทหารม้า ยิงกับทหารม้า และทหารราบอังกฤษประมาณ หนึ่งพันนายพร้อมปืนไรเฟิล

“ปัง ๆ ปัง ๆ …..กองกำลังผสมด้ยิงถล่มทหารม้าและทหารราบ ฝรั่งเศส “ท่านนายพลสู้ไม่ไหวแล้ว มันยิง เร็วมาก พวกเราตายยังกับใบไม้ร่วงเลย “ เสียงทหารรายงานพลโท ฟรานซิส เวียร์ “อืมส์เราเสียเปรียบด้านอาวุธ ทหารอังกฤษสั่งการออกไปให้พวกเราถอย

เกวียนพยาบาลได้ขนทหารที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และทหารที่เสียชีวิต ขนขึ้นเกวียนพยาบาล ทหารเสนารักษ์ต้องทำงานอย่างหนักในการลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ ทหารที่เสียชีวิต ที่ไม่สามารถนำศพไปได้ ก็เอาไปเพียงสัญลักษณ์บ่งบอกว่าเป็นใคร เพื่อนำไปแจ้งให้ญาติได้รับทราบที่ฝรั่งเศส

ต่อสายผมจะคุยกับทหารนโปเลียน “ท่านครับ ทหารเราล้มตายยังกับใบไม้ร่วง พวกอังกฤษมีปืนมีประสิทธิภาพดีกว่าพวกเรามาก ยังไม่ทันจะสู้ประชิดตัว ก็ถูกยิงเสียชีวิต ผมว่าพวกเราต้องถอนทัพก่อนนะท่าน” พลโท ฟรานซิส เวียร์ รายงานนโปเลียน

“ได้ท่านนายพล สั่งการให้ทุกหน่วยถอยทัพก่อน” นโปเลียนสั่งการออกไป และให้ทหารหน่วยเสนารักษ์ นำผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตกลับไปให้ได้มากที่สุด” เสียงนโปเลียนสั่งการ

“พวกเราถอย” ทหารฝรั่งเศสเริ่มถอยทัพ

“เฮ้… ทหารฝรั่งเศสถอยทัพแล้ว เสียงทหารม้าเจนีสซารีร้องตะโกนอย่างดีใจ พวกเราตามไปฆ่ามันให้สิ้นซาก เสียงตะโกนของทหารม้าเจนีสซารี ตะโกน “ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามันให้หมด ไอ้พวกฝรั่งเศส” เสียงตะโกนกระหึ่ม

อะห์มัดได้ตะโกนสั่งการ ไม่ต้องตาม ปล่อยไป  ให้หน่วยพยาบาลนำทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบไปรักษาในเมือง” ข้าเห็นพวกมันใช้เกวียนสามารถขนคนเจ็บได้มาก พวกเราต้องเลียนแบบบ้าง” อะห์มัด ได้เอ่ยขึ้น  “สั่งการให้หน่วยส่งกำลังบำรุงไปเก็บศพทหารที่เสียชีวิตฝ่ายเรานำไปฝังในเมือง อย่างสมเกียรติ ส่วนทหารฝรั่งเศส ก็ฝังในผืนทรายแถวนี้ เพื่อให้เกียรติพวกเขาที่เป็นนักรบเช่นเดียวกับพวกเรา”

พวกเรากลับเข้าไปในเมือง ทหารม้า เจนีซารี่นำโดย อะห์มัดได้เคลื่อนพลกลับเข้าไปในเมือง ทหารราบอังกฤษ ตั้งแถวเดินทัพ พร้อมทหารปืนใหญ่ ได้เดินเข้าไปในเมือง ศึกวันนี้ ทหารฝรั่งเศสพ่ายยับ เป็นการพ่ายแพ้การศึกในทะเลทรายของนโปเลียน เมื่อเจอกองทหารม้าเจนีสเซอรี่ที่ยอดเยี่ยมและทหารอังกฤษที่มีอาวุธดีกว่า ทำให้นโปเลียนต้องถอยทัพไปตั้งหลัก

“ศึกนี้พวกเราได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงใด ให้ทุกหน่วยทำรายงานขึ้นมา” นโปเลียนได้สั่งการออกไป “ได้ครับท่านนายพล

*********************************

เซอร์ ซิดนีย์  “เอ้าพวกเราดื่มให้พระเจ้าจอร์จ ที่ทรงประทานชัยชนะในการรบครั้งนี้ และดื่มในชัยชนะอันงดงามของท่าน อะห์มัด ที่ได้ทำการรบได้อย่างยอดเยี่ยม “เอ้าดื่ม” ทุกคนดื่มให้กับชัยชนะครั้งแรก

“พวกเราเสียทหารม้าไปสามพันนาย ครับท่านเซอร์”

“ทางอังกฤษ ก็เสียทหารราบไป ห้าสิบคน ทหารปืนใหญ่ สิบนาย ปืนใหญ่  2 กระบอก 

แผนการรบวันนี้เป็นไปตามแผน ฝ่ายฝรั่งเศสดูไปแล้วอาวุธยังสู้ทางฝั่งเราไม่ได้ ถ้าบุกมาอีก ให้ถล่มด้วยปืนใหญ่ และซ้ำด้วยทหารม้า” เซอร์ซิดนีย์ วางแผนการรบให้

“ท่านครับ ทางผมอยากได้ปืนไรเฟิลที่มันมีประสิทธิภาพดีกว่าปืนที่พวกผมใช้ ผมจะขอซื้อมาประจำการในหน่วยทหารม้าจะได้ไหมครับ ถ้าทหารม้าของผมใช้ปืนเหมือนทหารราบท่านใช้ รับรองทางฝรั่งเศสไม่เหลือรอดแน่”  อะห์มัดได้บอกกับเซอร์ซิดนีย์

“ผมไม่กล้าตัดสินใจต้องไปกราบทูลพระเจ้าจอร์จก่อนว่าพระองค์จะทรงอนุญาตหรือไม่ เพราะเป็นปืนรุ่นใหม่เพิ่งนำเข้าประจำการ เป็นปืนที่ดีที่สุดในขณะนี้

“ไว้ผมทำรายงานกราบทูลให้พระองค์ทราบก่อน ได้ข่าวอย่างไรจะแจ้งท่านแล้วกัน”

ทางผมก็จะทำหนังสือถึงสุลต่าน ถึงความสำเร็จในการร่วมมือขับไล่อังกฤษออกจากดินแดนแถบนี้

“เอ้า พวกเราดื่ม” ทุกคนดื่มเพื่อชัยชนะ” “พระเจ้าจอร์จทรงพระเจริญ ไชโย ไชโย ไชโย”

งานเลี้ยงฉลองชัยชนะ เป็นอันสิ้นสุดทุกคนหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการสู้รบ ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (156)

“เรียนท่านนโปเลียน ทหารราบเสียชีวิต หนึ่งพันนาย ทหารม้าเสียชีวิต แปดร้อยนาย ทหารปืนใหญ่เสียชีวิต ห้าสิบนาย บาดเจ็บสาหัส สองร้อยนาย บาดเจ็บเล็กน้อยสามพันนาย  ปืนใหญ่เสียหาย 15กระบอก ปืนครก ปากกระบอกปืนแตก 20 กระบอก” พันเอก เจนัวร์ นายทหารม้าและนายทหารเสนารักษ์ ที่ได้รับการถ่ายทอดจากหมอลาเรย์  นโปเลียนได้ให้คุมทหารราบและหน่วยเสนารักษ์ ควบคู่กันไปทั้งสองตำแหน่ง ได้รายงานผลการสู้รบให้กับทุกคนที่มาร่วมประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

          “สงครามเปลี่ยน เมื่ออังกฤษเข้าร่วมด้วย อังกฤษมียุทธวิธี และอาวุธที่ดีกว่าพวกเรา พวกเขาได้รับการส่งกำลังบำรุงจากประเทศอังกฤษ และเมืองขึ้น พวกเราเสียเปรียบ ที่กองทัพเรือถูกทำลาย ไม่สามารถส่งกำลังบำรุงได้อย่างอังกฤษ” เกลแบร์ได้เอ่ยขึ้น

          “มันก็จริงครับท่าน ทำอย่างไรได้ คณะกรรมการดิเร็กตัวร์ เล่นการเมืองมากเกินไป ไม่มีข่าวคราวจากทางฝรั่งเศสบ้างเลยหรือ หรือปล่อยให้พวกเรามาทำการรบเพียงลำพัง หาอาวุธ อาหารเอง และหวังว่าพวกเราจะกวาดต้อนเชลยมาเป็นทหาร พวกทหารเชลยจะมีความจงรักภักดีได้อย่างไร “ นโปเลียนเอ่ยให้ทุกคนถึงความลำบากใจ

บักเคนที่เข้าร่วมประชุมด้วย ถึงกับนั่งมึนตึ้บเมื่อความสูญเสียช่างมากมายนักในสงครามครั้งนี้  ชีวิตของทหารต้องจากดินแดนบ้านเกิดมาฝังร่างอยู่ต่างแดน เพื่อเหตุผลอะไรกัน ไม่ใช่ปกป้องผืนแผ่นดินเกิด แต่เป็นการรบสนองตัณหา อยากยิ่งใหญ่เหมือนพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ มหาราช ความอยากของคนทำให้หลายพัน หลายหมื่นชีวิตต้องมาตายที่ไม่สามารถหาเหตุผลมารองรับได้ ว่าตายเพื่ออะไร ไม่ว่าจะเกิดสงครามที่ใด นั่นหมายถึงว่าจะมีชีวิตที่ต้องสังเวย การทำลายล้าง พลัดพรากจากครอบครัว รอยยิ้มที่หดหาย น้ำตาที่อาบแก้มบนใบหน้าของญาติที่สูญเสีย และแม่หม้ายเต็มเมือง

“เราจะสู้ต่อไปจนกว่าจะชนะ” นโปเลียนได้เอ่ยขึ้น

“แล้วท่านจะวางแผนอย่างไร” เกลแบร์เอ่ยปากถามนโปเลียน

“ให้ท่านพลเอกบอร์นทำหนังสือไปยังเปอร์เซียให้ชาร์ (Fath-Ali Shah Qajar) ส่งปืนใหญ่มาให้อีกสักหนึ่งร้อยกระบอกไม่ใช่ส่งปืนครก ที่ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์มาให้พวกเราใช้ทำสงคราม และส่งทหารมาช่วยรบสักห้าหมื่นนาย และส่งจดหมายกลับไปยังอียิปต์ถามข่าวความคืบหน้ามีข่าวสารอะไรบ้างจากฝรั่งเศส” นโปเลียนสั่งการ

“ครับผม เดี๋ยวจะรีบไปจัดการ” พลเอกบอร์น ได้รีบไปทำหนังสือและส่งให้ทหารติดตามไปส่งให้กับหน่วยสื่อสารที่ใช้นกพิราบในการส่งข่าวสารที่รวดเร็วกว่าการใช้ม้าหรืออูฐเดินผ่านทะเลทราย

“ผมจะไปเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ” นโปเลียนได้นำเกลแบร์ พลโท ฟรานซิส เวียร์ พลโท อเล็ก พลตรี โรเบอร์โต  บักเคนและรัสตัมไปเยี่ยมทหารที่บาดเจ็บจากการสู้รบ ในโรงพยาบาลสนาม พันเอกเจนัวร์ ได้ให้หมอทหาร และหมอฮาห์เนมานน์ รักษาทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ

“เสียงร้องโอดโอยของทหารหลายนายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลายนายทนพิษบาดแผลไม่ไหว ก็เสียชีวิตไป พลทหารต้องนำถุงผ้ามาใส่ศพทหาร และนำไปฝัง โรงพยาบาลสนามวุ่นวายกับการรักษา ทหารหญิงหลายนางได้กลายเป็นนางพยาบาลจำเป็นในการดูแลทหารที่ได้บาดเจ็บ

“ท่านนโปเลียนทหารได้รับบาดเจ็บคราวนี้มาก ยาที่นำมาอาจจะไม่พอเพียงทีจะใช้รักษา ถ้าเราไม่สามารถบุกยึดเมืองเอเคอร์ (Acre)  ได้ เราก็จะมีอาหารและยาไม่เพียงพอ” หมอฮาห์เนมานน์บอกกับนโปเลียน

“อืมส์ ผมไม่คาดคิดว่าศึกครั้งนี้อังกฤษจะเข้าร่วมด้วย ต้องวางแผนการรบใหม่” นโปเลียนบอกกับหมอฮาห์เนมานน์

“ขอบคุณหมอมากที่ช่วยผมดูแลทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ”

“ไม่เป็นไรเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง ขอให้ท่านอย่าได้กังวลใจไปเลย” หมอฮาห์เนมานน์บอกกับนโปเลียน

********************************

ซูซี่จะเป็นอย่างไรบ้างบักเคนเริ่มอ้างว้าง บักเคน คิดถึงคนรักที่ข้าวใหม่ปลามัน เพียงสองสัปดาห์ต้องออกเดินทางมากับนโปเลียน ข้าวใหม่เริ่มจะบูดไหมหนอ ปลาคงหายมันไปแล้ว บักเคนเริ่มคิดฟุ้งซ่านและทบทวนทำสงครามไปเพื่ออะไรกัน สนองตัณหาของนโปเลียน ที่มีนโยบายการทำสงครามเพื่อให้มีอำนาจเหนือประเทศอื่นและมีความฝัน อยากจะเดินรอยตามพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ หรืออยากได้ความนิยมจากประชาชนชาวฝรั่งเศสในฐานะวีรบุรุษที่สามารถยึดอัฟริกาได้   หรือการผลักดันของคระกรรมการดิเรกตัวร์ ที่ต้องการสร้างสงครามเพื่อเบี่ยงเบนปัญหาทางเศรษฐกิจในประเทศฝรั่งเศส เพื่อให้คนลืมปัญหาปากท้อง เมื่อยึดประเทศต่างๆ ได้ ก็กอบโกยผลประโยชน์ต่าง ๆทรัพย์สินเงินทอง เงินชดใช้สงครามมาจุนเจือในประเทศ สงครามเพื่อแก้ปัญหาปากท้องประชาชน หรือเป็นสร้างอุดมการณ์ลัทธิชาตินิยม ของคณะกรรมการดิเร็กตัวร์ และนโปเลียนต้องการทำสงครามเพื่อประกาศ ศักดาความเก่งของตนเองเหนือประเทศอื่น สงครามประเภทนี้มักจะเกิดในประเทศเผด็จการ เพราะอำนาจตัดสินใจอยู่ในมือคนไม่กี่คน บักเคนนึกถึงเกาหลีเหนือขึ้นมาทันใด

“เผด็จการทำให้เกิดสงคราม” บักเคนพูดขึ้นมาลอย ๆ

การเดินทัพ ผ่านทะเลทรายยามเช้า พระอาทิตย์สีแดงกลมโต กองทหารม้า เจนิสซารี่ (Janissaries) ที่นำทัพโดยอะห์มัดปาชา อัล-ญาซาอิร (Ahmad Pasha Al-Jasaar) ผู้บัญชาการทหารออตโตมันประจำเมืองเอเคอร์ (Acre)  ทหารหนึ่งหมื่นห้าพันนายสวมชุดผ้าต่วนสีขาวมีขนนกปักบนหมวกสีน้ำเงินเข้ม ทิวธงโบกไสว ปืนคาบศิลาที่ทหาร เจนิสซารีพร้อมรบ ปืนทุกกระบอกติดดาบปลายปืน เตรียมรบประจันบาน ปืนใหญ่ นับร้อยกระบอก ที่ตั้งเรียงราย มีนายทหารอังกฤษเป็นผู้ควบคุม รออยู่ในสมอภูมิที่เป็นทะเลทรายสุดลูกหูลูกตา มีต้นอินผาลัม และหญ้าขึ้นสลับเป็นระยะกองทหารได้มาตั้งทัพรอตั้งแต่ตีสาม เมื่อหน่วยสอดแนมแจ้งว่านโปเลียนจะบุกโจมตีเช้าตรู่วันนี้

เมื่อกองทหารนโปเลียนเดินทางมาถึง อากาศยามเช้าในทะเลทรายรู้สึกเย็นสบายกำลังจะเปลี่ยนเป็นนรกบนผืนทะเลทราย ทหารทั้งสองฝ่ายเมื่อมองเห็นกันแต่ไกล ก็เปิดศึกทันทีด้วยการตะลุมบอนระหว่างทหารม้าและทหารราบของ นโปเลียนกับกองทหารม้า เจนิสซารี่ (Janissaries) ที่นำทัพโดยอะห์มัด พลแตรของทหารอังกฤษได้เป่าให้สัญญานให้ ทหารอังกฤษ เตรียมยิงปืนใหญ่ “ยิงได้” หวีด บึ้ม บึ้ม….. กระสุนปืนใหญ่ตกด้านหน้ากองทหารของนโปเลียน

นโปเลียนได้สั่งการให้ พลโทอเล็ก ที่คุมทหารปืนใหญ่ ได้ยิงโต้ตอบกลับไป หวีด หวีด บึ้ม บึ้ม….. การสาดกระสุนปืนใหญ่เข้าใส่กันดังสนั่นทะเลทราย ฝุ่นทรายฟุ้งกระจาย ทหารม้า ของอะห์มัดได้สั่งให้แปรขบวน และควบม้าเข้าโจมตี หวังตะลุมบอนทหารอังกฤษ “พวกเราบุก” เสียงตะโกนสั่งการของ “เฮ้ ทหารม้าเจนีสซารี่ นับหมื่นตัว บุกเข้าหากองทัพนโปเลียน

 “ทหารม้าทุกท่าน พวกท่านจะได้รับใช้ชาติ ชื่อเสียงของท่านจะได้รับการจารึก ขอให้ทุกคนสู้ตาย”  พันเอก เจนัวร์  ได้ตะโกนสั่งการ  ทหารม้าฝรั่งเศสได้ควบเข้าตะลุมบอนกับทหารม้า เจนีสซารี่ที่แข็งแกร่งในดินแดนทะเลทราย  “พวกเราบุก” “ไป สู้ตาย…. ปัง ปัง ปัง ปัง ๆ ปัง ๆ….ปัง เสียงปืนไรเฟิล สาดใส่กัน สลับกับปืนใหญ่ทั้งสองฝ่ายที่ยกถล่ม ทหารราบฝรั่งเศสได้ยิงปืน ครก ใส่ทหารม้าเจนีซารี  ตูม… ตูม….ตูม…. ทหารม้าที่โดนปืนครกหล่นใส่ กระเด็นตกจากหลังม้า ร่างการแหลกเหลว ทหารม้าใกล้เคียงที่ถูกสะเก็ดปืนครก ร้องออกมา… โอ๊ย…ๆๆๆ. เสียงปืนไรเฟิลของทหารอังกฤษ ที่เข้าร่วมรบด้วย ยิงต่อเนื่องใส่ทหารราบและทหารม้าของฝรั่งเศส ปัง ๆๆๆๆๆปัง ๆๆๆๆๆๆๆๆ ปัง ๆๆๆๆ ทหารม้าฝรั่งเศสร่วงจากหลังม้า ระเนระนาด สลับกับเสียงปืน ไรเฟิล ของฝรั่งเศส ปัง ปัง ปัง ทั้งสองฝ่ายสาดกระสุนใส่กัน พันเอก เจนัวร์  ได้ร้องตะโกน “บุกเข้าไป ยิงเข้าไป เป็นศึกตะลุมบอน ที่ทหารอังกฤษมีอาวุธปืนดีกว่า สามารถยิงได้ต่อเนื่อง ผิดกับฝรั่งเศสที่ยิงได้ทีละนัด  ส่วนปืนครก ของฝรั่งเศส ก็ยังอยู่ในช่วงทดลอง การยิงยังหวังผลแม่นยำมากไม่ได้ แต่ก็ยิงถูกทหารฆ่าตายไปหลายร้อยนาย “ บึ้ม ๆ โอ๊ย ๆๆๆ ปืนครก ปากกระบอกปืนแตก” ทหารฝรั่งเศสร้องตะโกนเมื่อปืนครกยิ่งต่อเนื่องกันทำให้ปากกระบอกปืนแตก ทำให้ทหารฝรั่งเศสได้รับบาดเจ็บสาหัสไปหลายนาย

เสียงปืนใหญ่ของฝรั่งเศสระดมยิง ใส่ทหารม้า และปืนใหญ่ทหารอังกฤษ ตูม… ตูม…. อ๊ากซ์ อ๊ากซ์ ร่างทหารปืนใหญ่ฝรั่งเศสสี่นาย กระจายขึ้นท้องฟ้าเพราะถูกปืนใหญ่ของทหารอังกฤษเป็นเพียงชิ้นส่วนเล็ก ๆ เลือดกระจายนองทะเลทราย กลิ่นคาวเลือด สลับกับกลิ่นดินปืน คลุ้งกระจายสนามรบ ตูม ตูม…..

นโปเลียนสั่งการให้พลตรี โรเบอร์โต “ยิงถล่มปืนใหญ่ด้านขวากำจัดให้สิ้นซาก  “30 องศา ด้านขวา ยิง” ตูม ….ตูม ตูม…

พลโท ฟรานซิส เวียร์ได้ตะโกนสั่งการให้ ทหารราบเคลื่อนพลตะลุมบอน ติดดาบปลายปืน ตั้งเป็นแถวรูปขนมเปียกปูน เคลื่อนพล  “ทหารบุกจัดการข้าศึก “ครับท่านนายพล”  ปัง ปัง ๆๆๆ ปัง ๆๆๆ การสาดกระสุนใส่กันทั้งสองฝ่ายทหารม้า ยิงกับทหารม้า และทหารราบอังกฤษประมาณ หนึ่งพันนายพร้อมปืนไรเฟิล

“ปัง ๆ ปัง ๆ …..กองกำลังผสมด้ยิงถล่มทหารม้าและทหารราบ ฝรั่งเศส “ท่านนายพลสู้ไม่ไหวแล้ว มันยิง เร็วมาก พวกเราตายยังกับใบไม้ร่วงเลย “ เสียงทหารรายงานพลโท ฟรานซิส เวียร์ “อืมส์เราเสียเปรียบด้านอาวุธ ทหารอังกฤษสั่งการออกไปให้พวกเราถอย

เกวียนพยาบาลได้ขนทหารที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และทหารที่เสียชีวิต ขนขึ้นเกวียนพยาบาล ทหารเสนารักษ์ต้องทำงานอย่างหนักในการลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ ทหารที่เสียชีวิต ที่ไม่สามารถนำศพไปได้ ก็เอาไปเพียงสัญลักษณ์บ่งบอกว่าเป็นใคร เพื่อนำไปแจ้งให้ญาติได้รับทราบที่ฝรั่งเศส

ต่อสายผมจะคุยกับทหารนโปเลียน “ท่านครับ ทหารเราล้มตายยังกับใบไม้ร่วง พวกอังกฤษมีปืนมีประสิทธิภาพดีกว่าพวกเรามาก ยังไม่ทันจะสู้ประชิดตัว ก็ถูกยิงเสียชีวิต ผมว่าพวกเราต้องถอนทัพก่อนนะท่าน” พลโท ฟรานซิส เวียร์ รายงานนโปเลียน

“ได้ท่านนายพล สั่งการให้ทุกหน่วยถอยทัพก่อน” นโปเลียนสั่งการออกไป และให้ทหารหน่วยเสนารักษ์ นำผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตกลับไปให้ได้มากที่สุด” เสียงนโปเลียนสั่งการ

“พวกเราถอย” ทหารฝรั่งเศสเริ่มถอยทัพ

“เฮ้… ทหารฝรั่งเศสถอยทัพแล้ว เสียงทหารม้าเจนีสซารีร้องตะโกนอย่างดีใจ พวกเราตามไปฆ่ามันให้สิ้นซาก เสียงตะโกนของทหารม้าเจนีสซารี ตะโกน “ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามันให้หมด ไอ้พวกฝรั่งเศส” เสียงตะโกนกระหึ่ม

อะห์มัดได้ตะโกนสั่งการ ไม่ต้องตาม ปล่อยไป  ให้หน่วยพยาบาลนำทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบไปรักษาในเมือง” ข้าเห็นพวกมันใช้เกวียนสามารถขนคนเจ็บได้มาก พวกเราต้องเลียนแบบบ้าง” อะห์มัด ได้เอ่ยขึ้น  “สั่งการให้หน่วยส่งกำลังบำรุงไปเก็บศพทหารที่เสียชีวิตฝ่ายเรานำไปฝังในเมือง อย่างสมเกียรติ ส่วนทหารฝรั่งเศส ก็ฝังในผืนทรายแถวนี้ เพื่อให้เกียรติพวกเขาที่เป็นนักรบเช่นเดียวกับพวกเรา”

พวกเรากลับเข้าไปในเมือง ทหารม้า เจนีซารี่นำโดย อะห์มัดได้เคลื่อนพลกลับเข้าไปในเมือง ทหารราบอังกฤษ ตั้งแถวเดินทัพ พร้อมทหารปืนใหญ่ ได้เดินเข้าไปในเมือง ศึกวันนี้ ทหารฝรั่งเศสพ่ายยับ เป็นการพ่ายแพ้การศึกในทะเลทรายของนโปเลียน เมื่อเจอกองทหารม้าเจนีสเซอรี่ที่ยอดเยี่ยมและทหารอังกฤษที่มีอาวุธดีกว่า ทำให้นโปเลียนต้องถอยทัพไปตั้งหลัก

“ศึกนี้พวกเราได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงใด ให้ทุกหน่วยทำรายงานขึ้นมา” นโปเลียนได้สั่งการออกไป “ได้ครับท่านนายพล

*********************************

เซอร์ ซิดนีย์  “เอ้าพวกเราดื่มให้พระเจ้าจอร์จ ที่ทรงประทานชัยชนะในการรบครั้งนี้ และดื่มในชัยชนะอันงดงามของท่าน อะห์มัด ที่ได้ทำการรบได้อย่างยอดเยี่ยม “เอ้าดื่ม” ทุกคนดื่มให้กับชัยชนะครั้งแรก

“พวกเราเสียทหารม้าไปสามพันนาย ครับท่านเซอร์”

“ทางอังกฤษ ก็เสียทหารราบไป ห้าสิบคน ทหารปืนใหญ่ สิบนาย ปืนใหญ่  2 กระบอก 

แผนการรบวันนี้เป็นไปตามแผน ฝ่ายฝรั่งเศสดูไปแล้วอาวุธยังสู้ทางฝั่งเราไม่ได้ ถ้าบุกมาอีก ให้ถล่มด้วยปืนใหญ่ และซ้ำด้วยทหารม้า” เซอร์ซิดนีย์ วางแผนการรบให้

“ท่านครับ ทางผมอยากได้ปืนไรเฟิลที่มันมีประสิทธิภาพดีกว่าปืนที่พวกผมใช้ ผมจะขอซื้อมาประจำการในหน่วยทหารม้าจะได้ไหมครับ ถ้าทหารม้าของผมใช้ปืนเหมือนทหารราบท่านใช้ รับรองทางฝรั่งเศสไม่เหลือรอดแน่”  อะห์มัดได้บอกกับเซอร์ซิดนีย์

“ผมไม่กล้าตัดสินใจต้องไปกราบทูลพระเจ้าจอร์จก่อนว่าพระองค์จะทรงอนุญาตหรือไม่ เพราะเป็นปืนรุ่นใหม่เพิ่งนำเข้าประจำการ เป็นปืนที่ดีที่สุดในขณะนี้

“ไว้ผมทำรายงานกราบทูลให้พระองค์ทราบก่อน ได้ข่าวอย่างไรจะแจ้งท่านแล้วกัน”

ทางผมก็จะทำหนังสือถึงสุลต่าน ถึงความสำเร็จในการร่วมมือขับไล่อังกฤษออกจากดินแดนแถบนี้

“เอ้า พวกเราดื่ม” ทุกคนดื่มเพื่อชัยชนะ” “พระเจ้าจอร์จทรงพระเจริญ ไชโย ไชโย ไชโย”

งานเลี้ยงฉลองชัยชนะ เป็นอันสิ้นสุดทุกคนหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการสู้รบ ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (156)

“เรียนท่านนโปเลียน ทหารราบเสียชีวิต หนึ่งพันนาย ทหารม้าเสียชีวิต แปดร้อยนาย ทหารปืนใหญ่เสียชีวิต ห้าสิบนาย บาดเจ็บสาหัส สองร้อยนาย บาดเจ็บเล็กน้อยสามพันนาย  ปืนใหญ่เสียหาย 15กระบอก ปืนครก ปากกระบอกปืนแตก 20 กระบอก” พันเอก เจนัวร์ นายทหารม้าและนายทหารเสนารักษ์ ที่ได้รับการถ่ายทอดจากหมอลาเรย์  นโปเลียนได้ให้คุมทหารราบและหน่วยเสนารักษ์ ควบคู่กันไปทั้งสองตำแหน่ง ได้รายงานผลการสู้รบให้กับทุกคนที่มาร่วมประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

          “สงครามเปลี่ยน เมื่ออังกฤษเข้าร่วมด้วย อังกฤษมียุทธวิธี และอาวุธที่ดีกว่าพวกเรา พวกเขาได้รับการส่งกำลังบำรุงจากประเทศอังกฤษ และเมืองขึ้น พวกเราเสียเปรียบ ที่กองทัพเรือถูกทำลาย ไม่สามารถส่งกำลังบำรุงได้อย่างอังกฤษ” เกลแบร์ได้เอ่ยขึ้น

          “มันก็จริงครับท่าน ทำอย่างไรได้ คณะกรรมการดิเร็กตัวร์ เล่นการเมืองมากเกินไป ไม่มีข่าวคราวจากทางฝรั่งเศสบ้างเลยหรือ หรือปล่อยให้พวกเรามาทำการรบเพียงลำพัง หาอาวุธ อาหารเอง และหวังว่าพวกเราจะกวาดต้อนเชลยมาเป็นทหาร พวกทหารเชลยจะมีความจงรักภักดีได้อย่างไร “ นโปเลียนเอ่ยให้ทุกคนถึงความลำบากใจ

บักเคนที่เข้าร่วมประชุมด้วย ถึงกับนั่งมึนตึ้บเมื่อความสูญเสียช่างมากมายนักในสงครามครั้งนี้  ชีวิตของทหารต้องจากดินแดนบ้านเกิดมาฝังร่างอยู่ต่างแดน เพื่อเหตุผลอะไรกัน ไม่ใช่ปกป้องผืนแผ่นดินเกิด แต่เป็นการรบสนองตัณหา อยากยิ่งใหญ่เหมือนพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ มหาราช ความอยากของคนทำให้หลายพัน หลายหมื่นชีวิตต้องมาตายที่ไม่สามารถหาเหตุผลมารองรับได้ ว่าตายเพื่ออะไร ไม่ว่าจะเกิดสงครามที่ใด นั่นหมายถึงว่าจะมีชีวิตที่ต้องสังเวย การทำลายล้าง พลัดพรากจากครอบครัว รอยยิ้มที่หดหาย น้ำตาที่อาบแก้มบนใบหน้าของญาติที่สูญเสีย และแม่หม้ายเต็มเมือง

“เราจะสู้ต่อไปจนกว่าจะชนะ” นโปเลียนได้เอ่ยขึ้น

“แล้วท่านจะวางแผนอย่างไร” เกลแบร์เอ่ยปากถามนโปเลียน

“ให้ท่านพลเอกบอร์นทำหนังสือไปยังเปอร์เซียให้ชาร์ (Fath-Ali Shah Qajar) ส่งปืนใหญ่มาให้อีกสักหนึ่งร้อยกระบอกไม่ใช่ส่งปืนครก ที่ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์มาให้พวกเราใช้ทำสงคราม และส่งทหารมาช่วยรบสักห้าหมื่นนาย และส่งจดหมายกลับไปยังอียิปต์ถามข่าวความคืบหน้ามีข่าวสารอะไรบ้างจากฝรั่งเศส” นโปเลียนสั่งการ

“ครับผม เดี๋ยวจะรีบไปจัดการ” พลเอกบอร์น ได้รีบไปทำหนังสือและส่งให้ทหารติดตามไปส่งให้กับหน่วยสื่อสารที่ใช้นกพิราบในการส่งข่าวสารที่รวดเร็วกว่าการใช้ม้าหรืออูฐเดินผ่านทะเลทราย

“ผมจะไปเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ” นโปเลียนได้นำเกลแบร์ พลโท ฟรานซิส เวียร์ พลโท อเล็ก พลตรี โรเบอร์โต  บักเคนและรัสตัมไปเยี่ยมทหารที่บาดเจ็บจากการสู้รบ ในโรงพยาบาลสนาม พันเอกเจนัวร์ ได้ให้หมอทหาร และหมอฮาห์เนมานน์ รักษาทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ

“เสียงร้องโอดโอยของทหารหลายนายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลายนายทนพิษบาดแผลไม่ไหว ก็เสียชีวิตไป พลทหารต้องนำถุงผ้ามาใส่ศพทหาร และนำไปฝัง โรงพยาบาลสนามวุ่นวายกับการรักษา ทหารหญิงหลายนางได้กลายเป็นนางพยาบาลจำเป็นในการดูแลทหารที่ได้บาดเจ็บ

“ท่านนโปเลียนทหารได้รับบาดเจ็บคราวนี้มาก ยาที่นำมาอาจจะไม่พอเพียงทีจะใช้รักษา ถ้าเราไม่สามารถบุกยึดเมืองเอเคอร์ (Acre)  ได้ เราก็จะมีอาหารและยาไม่เพียงพอ” หมอฮาห์เนมานน์บอกกับนโปเลียน

“อืมส์ ผมไม่คาดคิดว่าศึกครั้งนี้อังกฤษจะเข้าร่วมด้วย ต้องวางแผนการรบใหม่” นโปเลียนบอกกับหมอฮาห์เนมานน์

“ขอบคุณหมอมากที่ช่วยผมดูแลทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ”

“ไม่เป็นไรเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง ขอให้ท่านอย่าได้กังวลใจไปเลย” หมอฮาห์เนมานน์บอกกับนโปเลียน

********************************

ซูซี่จะเป็นอย่างไรบ้างบักเคนเริ่มอ้างว้าง บักเคน คิดถึงคนรักที่ข้าวใหม่ปลามัน เพียงสองสัปดาห์ต้องออกเดินทางมากับนโปเลียน ข้าวใหม่เริ่มจะบูดไหมหนอ ปลาคงหายมันไปแล้ว บักเคนเริ่มคิดฟุ้งซ่านและทบทวนทำสงครามไปเพื่ออะไรกัน สนองตัณหาของนโปเลียน ที่มีนโยบายการทำสงครามเพื่อให้มีอำนาจเหนือประเทศอื่นและมีความฝัน อยากจะเดินรอยตามพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ หรืออยากได้ความนิยมจากประชาชนชาวฝรั่งเศสในฐานะวีรบุรุษที่สามารถยึดอัฟริกาได้   หรือการผลักดันของคระกรรมการดิเรกตัวร์ ที่ต้องการสร้างสงครามเพื่อเบี่ยงเบนปัญหาทางเศรษฐกิจในประเทศฝรั่งเศส เพื่อให้คนลืมปัญหาปากท้อง เมื่อยึดประเทศต่างๆ ได้ ก็กอบโกยผลประโยชน์ต่าง ๆทรัพย์สินเงินทอง เงินชดใช้สงครามมาจุนเจือในประเทศ สงครามเพื่อแก้ปัญหาปากท้องประชาชน หรือเป็นสร้างอุดมการณ์ลัทธิชาตินิยม ของคณะกรรมการดิเร็กตัวร์ และนโปเลียนต้องการทำสงครามเพื่อประกาศ ศักดาความเก่งของตนเองเหนือประเทศอื่น สงครามประเภทนี้มักจะเกิดในประเทศเผด็จการ เพราะอำนาจตัดสินใจอยู่ในมือคนไม่กี่คน บักเคนนึกถึงเกาหลีเหนือขึ้นมาทันใด

“เผด็จการทำให้เกิดสงคราม” บักเคนพูดขึ้นมาลอย ๆ