บักเคนทะลุมิติ ตอนที่ 115-116

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (115)

“คุณเคนเอาเครื่องนี้ไว้ติดต่อกับผม ถ้าอยากกลับบ้านก็กดปุ่มเพียงครั้งเดียว สัญญาณมันจะส่งตรงถึงผมเลย” พาราซิทัลบอกบักเคน “แล้วมันใส่ถ่าน มันจะเสียไหม บักเคนชักสงสัย” “ไม่พังแน่นอน เป็นระบบติดต่อที่ส่งสัญญาณได้ทั่วกาแล็กซี่ ที่พวกเราใช้แจ้งเหตุฉุกเฉิน แต่ใช้ได้เพียงครั้งเดียวนะคุณเคน ห้ามหาย ห้ามกดเล่น มิฉะนั้นคุณเคนก็จะไม่ได้กลับโลกยุคปัจจุบันแน่นอน” พาราซิทัลบอกกับบักเคน

“ถ้าคุณเคนยังไม่กลับผมจะส่งคุณเคนลงจากยานแต่จะขออนุญาตลบเหตุการณ์ที่เราพูดคุยกันในเวลานี้แต่ คุณเคนจะจำได้คลับคล้ายคลับคลา เหมือนกับนอนหลับฝันไป แต่ตัวติดต่อคุณเคนเก็บไว้ดี อย่าบอกใครเด็ดขาด และห้ามหาย” พาราซิทัล ย้ำอีกครั้งกับบักเคน

สักพักมีแสงจากยานบินส่องลงมาตรงที่บักเคนนั่งและบักเคนก็ลอยลงมา ในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่น โดยนอนพิงท่อนไม้ และยานก็บินจากไป

สักพักบักเคนก็สะดุ้งตื่น แล้วสงสัยตนเองว่านั่งมองดวงดาว ดูระลอกคลื่นในทะเลระยิบระยับ เห็นจานบินผี ฝันว่าตนเองคุยกับมนุษย์ต่างดาวบนจานบิน แล้วตนเองก็ผล็อยหลับไป บักเคนชักงงตนเอง เหล้าก็ไม่ได้ดื่ม มันจะหลับง่ายขนาดนี้เลยหรือแค่นั่งมองดวงดาว บักเคนเหลือบไปเห็นวัตถุสีเทาเล็ก ๆ รูปสี่เหลี่ยมมีปุ่มกดแค่ปุ่มเดียว บักเคนเริ่มมึน ตอนมาก็ไม่ได้เอาวัตถุสิ่งนี้มา แล้วมาได้อย่างไร บักเคนเลยนั่งทบทวนความฝัน พอจำได้ลาง ๆ มนุษย์ต่างดาว ให้วัตถุไว้ติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวถ้าบักเคนอยากกลับบ้าน

บักเคนเลยเดินลงจากเขากลับไปบ้านพร้อมกับความสงสัยว่าฝันไปแต่ทำไมมีวัตถุประหลาดอยู่ข้างกาย บักเคนเก็บความสงสัยไว้ในใจ เมื่อถึงก็ตรงไปห้องนอนแล้วนอนคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วม่อยหลับ หลังเสียงพูดคุยของโจเซฟินกับตัลเลียงสนทนากัน สลับกับเสียงไก่ขันยามเช้า ก่อนเสียงสนทนาจะหายไปพร้อมกับเสียงเปิดประตูห้องของทั้งคู่

******************************************

พระอาทิตย์ส่องแสง เริ่มต้นวันใหม่  ซิลแวงส์ กับอาดัมยังไม่กลับ บักเคนกว่าจะหลับก็ย่ำรุ่ง พลิกตัวกระสับกระส่ายตลอดทั้งคืน เพราะเป็นครั้งแรก ที่ได้รู้ว่า วิธีการกลับไปสู่โลกปัจจุบัน สิ่งที่มีค่าสำหรับบักเคนคงเป็นวัตถุประหลาดที่มนุษย์ต่างดาวมอบให้และให้รักษาไว้เท่าชีวิต

“เฮ้อ ชีวิตไม่สิ้น ก็ต้องโบยบินต่อไป

มีใครที่ไหน เป็นผู้หยั่งรู้ดินฟ้า

เส้นทางชีวิต เราขีดและเลือกเดินมา

ธงชัยรออยู่ข้างหน้า ต้องคว้ามาได้สักวัน

ชีวิตไม่สิ้น ก็ต้องโบยบินกันต่อ

ถอยได้อย่าท้อ รอได้แต่ไม่เลิกฝัน

กำลังใจ ยิ่งใหญ่ที่ให้แก่กัน

เติมไฟฝ่าฟัน สร้างฝันอันบรรจง” บักเคนครวญเพลง ศิรินทรา นิยากร ในยามเช้า

“ร้องเพลงอะไร ค่ะคุณเคน” เสียงโจเซฟิน เอ่ยปากทักทายบักเคน

“ อรุณสวัสดิ์ ตื่นเช้ายังครับ” บักเคนทักทาย

“ไม่เช้าแล้วนะค่ะ พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว” เสียงโจเซฟินสดใส เอ่ยปากตอบบักเคน “เมื่อคืนงานเลี้ยงสนุกมาก มีคนใหญ่คนโตจาก บนเกาะและจากปารีสมาร่วมงานเลี้ยงหลายคน ไว้โอกาสหน้า จะชวนคุณเคนไปร่วมงานปาร์ตี้ด้วย คุณเคนจะได้รู้จักคนใหญ่คนโตในปารีสที่มางานนี้”

“ขอบคุณครับ” ผมคงไม่กล้าไปครับ ชอบปลีกวิเวก” บักเคนแสร้งตอบเพราะไม่อยากจะพบคนใหญ่คนโต กลัวจะถูกจับเอาคอไปพาดกิโยติน เพราะมีหมายจับว่อน จากคณะกรรมการดีเร็กตัวร์ ดีแต่ นโปเลียนช่วยเอาไว้

เสียงกีบม้ากระทบพื้นดัง กั๊บ กั๊บ พร้อมเสียงล้อรถม้าบดถนนดังอยู่ถนนหน้าบ้าน บักเคนเห็นรถม้าหยุด และอาดัมและซิลแวงส์กำลังลงจากรถม้า “เฮ้ อาดัม กลับเช้าเลยนะ หลงทางหรืออย่างไร นึกว่าจะไม่กลับมาอีกแล้ว” บักเคนแซว

“เมื่อคืนคุยธุระจนเกือบตีสาม ก็เลยพักนอนกับโจฟิน” อาดัมบอกบักเคนและเห็นโจเซฟิน ยืนคุยกับบักเคน เลยเอ่ยปากทักทาย “ไปงานเลี้ยงสนุกไหมครับ”

          “สนุกค่ะ เย็นนี้จะไปอีก เพราะวันนี้ ท่าน สมาชิกสภาผู้แทน บารราส จากปารีสจะมารับ แฟนของท่านกลับบ้าน”

“ใครครับ แฟนท่านบารราส” อาดัมถามด้วยความสงสัย

“ก็ตัลเลียงเพื่อนโจเซฟินเอง เป็นแฟนของท่านตัลเลียง”

“อะฮ้า ช่างยิ่งใหญ่ยิ่งนัก ไม่รู้เลยเพื่อนของคุณโจเซฟินเป็นภรรยาของท่าน ผู้มีอิทธิพลในสภาดีเร็กตัวร์”

“จุ๊ จุ๊ อย่าเอ็ดไป ท่านบารราสหลงเสน่ห์ตัลเลียงมาก อยากได้อะไรก็จะหาให้ คุณเคนต้องทำความรู้จักกับท่านบารราส ท่านสามารถช่วยคุณเคนให้ไม่ต้องถูกประหารได้” โจเซฟินบอกบักเคน

“ขอบคุณ ครับ”

          “ผมมีเรื่องจะบอกคุณเคนว่า ผมและซิลแวงส์ได้ปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางใหม่ ไหน ๆ แล้ว ผมก็จะขอลาคุณเคนและคุณ โจเซฟินเลย ผมจะออกเดินทางเที่ยงนี้พร้อมกับซิลแวงส์”

          “อะไรกันนะ อาดัมไหนลองพูดใหม่ซิ จะเดินทางตอนเที่ยงของวันนี้เลยหรือทำไมไวจัง เห็นว่าเป็นวันอาทิตย์ช่วงบ่ายทำไมเลื่อนมาเป็นเที่ยงนี้”

          “ใช่ ใช่ คุณอาดัมจะรีบไปไหน ว่าจะชวนไปเลี้ยงสังสรรค์กับท่านบารราส หน่อยเย็นวันนี้” โจเซฟินบอกอาดัม

          “ขอบคุณ ผมติดงานด่วน เรือจะออกช่วงบ่าย ๆ วันนี้ผมเลยต้องเปลี่ยนแผนการเดินทาง”

          “ไว้โอกาสหน้านะค่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าโอกาสหน้าพวกเราจะมีโอกาสพบกันอีกหรือไม่ค่ะ”

          “ครับ ไม่เป็นไร ถ้าคุณโจเซฟิน มีโอกาสไปเยอรมันก็บอกข่าวผมจะดูแลเอง ต้องขอบคุณให้ที่พัก ที่หลับที่นอน ไว้ไปเยอรมันผมจะนำเที่ยวเอง” อาดัมบอกโจเซฟิน

          “ค่ะ โอกาสหน้าจะเดินทางไปกับ นโปเลียนแน่นอน”

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (116)

เสียงม้าหลายสิบตัวที่ทหารเต็มยศควบมาตามถนนด้วยความรวดเร็ว บักเคนถึงกับเสียวแว๊บ บักเคนกลัว คณะกรรมการดีเร็กตัวร์ จะส่งทหารมาจับตนเองกับพวก สักพักรถม้าก็แล่นตามมาบักเคนค่อยโล่งอก เพราะรถม้าดูหรูหราไม่น่าจะน่าจะเป็นรถม้ามาจับพวกตน อาจจะเป็นนโปเลียนมาหาโจเซฟินก็ได้

“สวัสดีครับคุณนาย โจเซฟิน” ทหารหนุ่มนายหนึ่งลงจากหลังม้าแล้ววิ่งเยาะ ๆ มาทำการตะเบ๊ะ โจเซฟิน

“มีอะไร ท่าน นโปเลียนจะมาหาหรือค่ะ” โจเซฟินถามนายทหารที่ตะเบ๊ะตน

“ไม่ใช่ครับ ท่านนายพลให้มารับคุณเคนกับพวกไปลงเรือออกไปทำสงครามครับ”

“ท่านจะไปนานไหมค่ะ”

“ไม่ทราบครับผม”

“ท่านไปออกศึกที่ไหน ค่ะ”

“เห็นว่า คณะกรรมการดีเร็กตัวร์ มีมติให้ท่านเป็นแม่ทัพนำกองทหารไปทำสงครามยึดดินแดนอียิปต์ครับผม”

“ แล้วจะไปเมื่อไหร่” โจเซฟินถามย้ำ

“มีคำสั่งเตรียมทัพพร้อมเมื่อไหร่ก็ให้ออกเดินทางทันที ตอนนี้ท่านนายพลได้สั่งการให้ทหารทุกหน่วยเตรียมความพร้อม ทั้งอาวุธ เรือรบครับผม”

“เอ้อ…นี่ท่าน ผมเคนที่ท่านนายพลให้มารับ แต่ เพื่อนผมสองคนไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วย เพราะเขาจะเดินทางกลับบ้าน” บักเคนเอ่ยปาก

“ผมร้อยโท ลูคัส สังกัดหน่วยปืนใหญ่ที่ 16 ครับ คุณเคน”

“อ๋อ หมวด ลูคัส อุ๊บ !!!” บักเคนเผลอเรียกนายทหารลูคัสเป็นหมวด

          “ หมวดคืออะไรครับคุณเคน”

          “คำเรียกย่อยศทางทหารน่ะ”

          “แปลกดี เรียกหมวด ดีกว่าเรียกร้อยโทน่ะคุณเคน”

          “ถ้าไม่ว่ากันผมก็จะเรียกหมวดแล้วกัน” บักเคนบอกร้อยโทลูคัส

“ท่านนโปเลียนมีคำสั่ง ให้คุณเคนกับพวกต้องไปลงเรือด้วยกัน ส่วนรายละเอียดอื่น คุณเคนค่อยไปพูดกับท่านนายพล”

“เพื่อนผมมีนัดกับเพื่อนไว้แล้วเที่ยงวันนี้จะต้องไปลงเรือ แล้วจะทำอย่างไร” บักเคนบอกร้อยโทลูคัส

“ท่านนายพลมีคำสั่ง ไว้ต้องไปทุกคนครับ ขออภัยอย่าทำให้ผมลำบากใจเลยครับคุณเคน”

สักพักอาดัมก็เดินออกมาพร้อมกับซิลแวงส์ “คุยอะไรกันคุณเคน”

นี่อาดัมและซิลแวงส์เพื่อนผมที่จะไปลงเรือตอนเที่ยงวันนี้” บักเคนบอกร้อยโทลูคัส

 “สวัสดีคุณอาดัม คุณซิลแวงส์ ผมร้อยโทลูคัสได้รับคำสั่งท่านนายพลมาเชิญคุณเคนกับคุณอาดัม และคุณซิลแวงส์ไปลงเรือกับท่านนายพลครับผม”

          “อาดัม หมวดแกไม่ยอมบอกว่าเป็นคำสั่งท่านนายพลต้องไปพร้อมกันให้ได้แล้วเรื่องที่จะไปลงเรือจะว่าอย่างไร” บักเคนหารือกับอาดัม

“ไม่มีปัญหา ผมขอไปบอกกับเจ้าของเรือก่อนได้ไหมไปบอกให้เขาทราบ เดี๋ยวเขาจะรอ” อาดัมบอกกับร้อยโทลูคัส

อาดัมรู้แล้วว่าการเดินทางลงเรือไปยังเกาะ ซาร์ดิเนียน (Sardinia) กับเรือประมงยังมีความเสี่ยง แต่ถ้าไปกับ นโปเลียนออกทะเลจากเมืองท่า ตูลูส แค่เดินทางถึงเมืองตูลูส ตนจะแยกย้ายกับบักเคนแล้วให้คนของสมาคมอัลลูมาตินำเดินทางข้ามพรมแดนจะง่ายและปลอดภัยกว่า เพราะสีผิว รูปร่างตนเองกับซิลแวงส์ไม่เป็นที่สะดุดตา เหมือนกับบักเคน ที่ผมสีดำ ผิวเหลือง จะเป็นที่สะดุดตา กว่า ง่ายต่อการถูกจับ

“ได้เลยคุณอาดัม คุณอาดัมขี่ม้าเป็นไหม ผมจะให้คุณอาดัมขี่ม้าไปและให้ทหารไปเป็นเพื่อน” ร้อยโทลูคัสบอกอาดัม

“ได้ครับ”  จ่าโจนส์ ลงจากหลังม้าแล้วให้คุณอาดัมขี่ม้าแทนเพื่อไปบอกเพื่อนของคุณอาดัม”

“ครับผม” จ่าโจนส์ลงจากหลังม้า อาดัมก็ขึ้นมาแทนจ่าโจนส์ อาดัมอดีตคือเจ้าของคอกม้า มีทักษะขี่ม้าเป็นเลิศ

“จ่ารอยส์ พลทหารลีออง พลทหารโคนิก พลทหารคาทูรซ์ ไปเป็นเพื่อนคุณอาดัม” เสียงร้อยโทลูคัสสั่งการ

“ครับผม”

อาดัมกับทหารของร้อยโทลูคัสก็ควบม้าจากไป “เชิญเข้ามาพักรอในบ้านก่อนค่ะ” โจเซฟินออกปากชวนร้อยโทลูคัส

หายไปเกือบชั่วโมง เสียงม้าก็ดังขึ้น จ่าโจนส์ ขี่ม้านำหน้าและอาดัมขี่ตามมาพร้อมกับทหารที่ไปเป็นเพื่อน เมื่อถึงบ้านอาดัมก็ลงจากหลังม้า บักเคนเอ่ยปากถาม “เรียบร้อยไหม” เรียบร้อย ผมบอกเจ้าของเรือแล้วว่าผมจะไปพร้อมคุณเคนกับท่านนายพล นโปเลียน”

อาดัมบอกกับบักเคน

          “พักเหนื่อย ให้ม้าได้พักสักครู่เราจะออกเดินทางไปลงเรือเพื่อกลับปารีสเลย” ร้อยโทลูคัสบอกกับบักเคนและทหารที่นั่งรอ บริเวณบ้านของโจเซฟิน ทหารเข้ามาพักผ่อน ตัลเลียงได้ออกมาพูดคุยกับ โจเซฟินและร้อยโทลูคัส ซึ่งโจเซฟินได้แนะนำให้ร้อยโทลูคัสรู้จักกับตัลเลียง

          โจเซฟินและตัลเลียงได้มาโบกมืออำลาบักเคนและอาดัม จากกันคราวนี้ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่จะได้พบกัน โชคชะตาของแต่ละคน แล้วแต่สวรรค์กำหนด

การเดินทางของบักเคนกับพวกได้นั่งรถม้าไปลงเรือและเดินทางต่อไปยังเมืองท่าตูลูสเป็นไปโดยสะดวกราบรื่น มีด่านหลายด่านตรวจตราผู้ผ่านทางอย่างเข้มขวด และข่าวการประหารชีวิตด้วยกิโยติน ก็มีทุกวัน บางเมืองประหารชีวิต 10 -20 รายเพราะมีความคิดเห็นแตกต่างจากคณะกรรมการดีเร็กตัวร์  ถึงแม้ว่าจะผ่อนคลายความเข้มงวดลงไปกว่าสมัยโรแบสปิแยร์ที่เป็นมหากลียุค แต่ก็ต้องรักษาความเที่ยงตรงของกฎหมาย  พวกปล้น ขโมยทรัพย์สิน จับได้ก็ประหารชีวิตทันที คนที่ถูกประหารมีทั้ง หญิง ชาย  ส่วนคนแก่ เด็ก ที่กระทำความผิด ขโมยขนมปัง ลักไข่ไก่ ก็ทำโทษโดยการเฆี่ยนแล้วปล่อยไป ถ้าทำผิดซ้ำก็จะประหารชีวิต เพราะชาวบ้านที่ถูกจับคงไม่มีเงินเสียค่าปรับ และจับขังคุกก็เปลืองขนมปัง

บักเคนนั่งอยู่ในรถ คนขับรถม้า ได้เล่าให้บักเคนฟังถึงสถานการณ์ในปารีสและเมืองต่าง ๆที่บักเคนผ่าน

เมื่อได้ยินบักเคนรู้สึกหดหู่กับผู้คนในช่วงลำเค็ญ ของฝรั่งเศสยิ่งนัก คนรวยอยู่ประสาทมีกองกำลังของตนเอง มีข้าทาสบริวาร ส่วนคนจน ยากไร้ไม่มีที่อยู่ ต้องอาศัยที่ดินของนายทุน ทำมาหาเลี้ยงชีพ ถูกกดขี่ทุกอย่าง ตนพยายามช่วยหญิงม่าย ให้มีงานทำแต่แล้วก็ถูกยึดทรัพย์สิน ผับ บาร์ ต้องถูกสั่งปิด การเมืองเป็นแบบนี้ทุกแห่งในโลก ถ้าไม่ใช่มิตรก็เป็นศัตรู ตามยึดทรัพย์ จองล้างจองผลาญเพื่อไม่ให้กลับคืนมามีอำนาจอีกครั้ง เพราะกลัวจะฝ่ายที่พ่ายแพ้จะกระทำคืน การเมืองเหมือนขี่บนหลังเสือ วันใดลงจากหลังเสือ เสือขบหัวแน่

ทำให้บักเคนนึกถึง หนังสือ เรื่อง เจ้าชาย (The Prince) ที่มาเคียเวลลีเขียน มาเคียเวลลี เห็นด้วยกับการฆ่าฟัน หากมันนำมาสู่ผลลัพธ์ที่เป็นเชิงบวก หากการกำจัดศัตรูช่วยป้องกันการนองเลือดได้ย่อมเป็นสิ่งที่เหมาะสม มาเคียเวลลี ไม่เห็นด้วยกับการเข่นฆ่าที่ปราศจากเหตุผล นั่นย่อมเห็นว่า ผู้นำที่ดีในมุมมองของมาเคียเวลลี คือผู้นำที่น่ายำเกรง มากกว่าผู้นำซึ่งเป็นที่รัก สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาอำนาจไว้ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม ไม่ต้องคำนึงถึงศีลธรรม หากสามารถรักษาอำนาจไว้ ถือเป็นสิ่งที่ยอมรับได้แม้มันจะโหดร้ายก็ตาม และการที่ คณะกรรมการดีเร็กตัวร์  ต้องการกำจัดตนคงจะเป็นด้วยเหตุผลทางการเมือง

ช่วงการเดินทางมีด่านตรวจอยู่หลายสิบด่านที่เรียกขบวนรถม้าที่บักเคนนั่งมาเพื่อขอตรวจค้น ร้อยโทลูคัส ได้เอาหนังสือ ของท่านนายพลนโปเลียนที่ให้มา ทำให้ผ่านด่านตรวจโดยไม่มีการค้นแต่อย่างใด

ตลอดการเดินทาง คณะของบักเคนจะเข้าพักในค่ายทหารที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของพลจัตวา นโปเลียนเพื่อลดทอนความยุ่งยาก ไม่อยากให้ข่าวรั่วไหลว่ามีนักโทษการเมืองอาศัยขบวนรถม้าหลบหนี