บักเคนทะลุมิติตอนที่197-198

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (197)

          บักเคนนั่งนึกทบทวนคำถามของอาดัม  ถ้าลูกค้าคือปลาและนก ถ้า เราคือนายพราน  และคนตกปลา จะทำธุรกิจแบบนายพรานหรือคนตกปลา  ทำธุรกิจแบบนายพราน คือยิงนกแบบซุ่มยิง  ถ้ายิงถูกนก นกก็ตาย เหมือนกับลูกค้าซื้อของ  แต่ถ้ายิงไม่ถูก นกเมื่อได้เห็นนายพรานยกปืนประทับ พร้อมยิง  นกจะตกใจบินหนี ถ้าเป็นนายพรานใช้ธนู หรือปืนยิงนก เหมือนกับพ่อค้าที่ขายของตีหัวเข้าบ้านขายได้ครั้งเดียว ลูกค้าจะไม่กลับมาซื้ออีกและจะบอกเพื่อน อย่ามาซื้อของร้านนี้ ไม่เข้าร้านอีก เหมือนกับนกที่เห็นปืนหรือธนูนายพรานก็จะบินหนี เพราะเจ้าของร้านขายของหลอกลวง 

ส่วนการทำธุรกิจแบบตกปลาบักเคนคิดมันน่าจะเป็น การอ่อยเหยื่อให้ลูกค้าติดใจ กลับมาใช้บริการเรื่อย ๆ ขายได้บ้างไม่ได้บ้างก็ไม่เป็นไร ขาดทุนเพื่อกำไรในวันหน้า เหมือนปลาที่ฮุบเหยื่อแต่ไม่ติดเบ็ด ก็จะหวนกลับมาอีก การทำธุรกิจแบบเงียบ ไม่โวยวาย น่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง บักเคนสรุปในใจ

          ความคิดของอาดัมช่างลึกซึ้งนัก  “คุณอาดัมผมขอถามหน่อยครับ ผมคิดว่าการทำธุรกิจแบบชาวประมง การตกปลาน่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้องใช่ไหมครับ”  บักเคนถามอาดัม

          “ใช่ครับคุณเคน การทำธุรกิจแบบตกปลา เหมือนชาวประมงจะทำให้ธุรกิจเรายั่งยืน บางครั้งได้บ้าง ขาดทุน แต่สุดท้ายก็กำไร แม้จะกำไรน้อยแต่กำไรได้บ่อย ๆ การทำธุรกิจควรทำแบบตกปลาครับ”

          “อ๋อ ผมเข้าใจแล้ว ผมมีความฝัน ทำอย่างไรผมถึงจะฝันเป็นจริง บักเคนถามอาดัมถึงการทำฝันให้เป็นจริง”

          “น่าสนใจคุณเคนทุกคนต้องมีความฝัน แต่คนส่วนใหญ่ไม่ถึงฝันที่ตนตั้งไว้ เพราะประตูความฝันในชีวิตของคนเราไม่ใช่ประตูวิเศษ หากเราไม่ลงมือเปิดประตูเอง ประตูนั้นจะปิดตายไปตลอด เราต้องการให้ประตูแห่งความสำเร็จทำได้ตามฝัน และประตูเปิดออกด้วยการออกแรงดึงหรือผลักด้วยตัวเอง”

          “คนส่วนใหญ่มักฝันใหญ่เกินไป การฝันใหญ่จะสิ้นเปลืองพลังงานความคิดมาก ในสิ่งที่ตนยึดมั่นอยากจะทำจริง ๆ พอทำได้สักพักก็จะสงสัยว่าตนเองทำได้จริงหรือ  ตนเองฝันใหญ่ไปหรือเปล่า เริ่มมองหาทางแก้ตัว และคิดว่าตนคงไปไม่ถึงฝัน คิดแล้วก็บั่นทอนกำลังใจ และคิดว่าคนรอบข้างจะคิดอย่างไรถ้ารู้ว่าตนมีความฝันอันยิ่งใหญ่ บางคนก็ดูถูก หัวเราะเยาะ ว่าฝันเพ้อเจ้อ ทำให้ล้มเลิกความฝัน ในทางกลับกัน คนที่ประสบความสำเร็จตามฝันที่สิ่งตั้งใจ คือฝันเพียงสิ่งเดียวและทำตามความฝัน”

“ผมจึงบอกว่าฝันที่ทุกคนคิดฝันใหญ่ไม่ใช่ความฝันของตนเอง แต่เป็นความฝันของคนอื่น ที่มาพูดให้เราคิดตามและเชื่อทำตามความฝันที่คนอื่นบอกให้เราฝัน”

          อาดัมบอกต่อไปว่า “คนส่วนใหญ่ไม่ทำตามความฝันของตน เพราะคิดว่าฝันของตนไม่มีโอกาสเป็นจริงได้แน่ และคิดว่าตนเองทำไม่ได้ ขาดเวลา ขาดความกล้า จะหาเหตุผลมาแก้ตัวตามที่ผมบอกไปแล้ว ขาดความมุ่งมั่นที่แท้จริงที่จะทำตามความฝัน”

“ สิ่งที่สำคัญความฝันที่สำเร็จต้องสร้างความตื่นเต้นว่าถ้าทำแล้ว จะทำให้เรามีความสุข ถ้าเราตามความฝัน เพราะเป็นฝันที่ไม่ใช่ความฝันเพื่อเราคนเดียวแต่เพื่อประโยชน์ของคนอื่น อย่างเช่นคุณเคนนำปฎิวัติ คุณเคนฝันอยากจะให้ฝรั่งเศสเป็นประชาธิปไตย คุณเคนได้ทำตามความฝันและคนฝรั่งเศสคนอื่นก็ได้ประโยชน์ในความฝัน ทำให้ทุกคนมีความสุขในฝันของคุณเคนที่ลงมือทำ” อาดัมบอกกับบักเคน

“ผมอยากเล่าเรื่องผึ้งและแมลงวันสัตว์สองตัวตกลงไปในขวดพร้อมกัน  ผึ้งพยายามหาทางออกโดยการบินวนไปมาอยู่ที่ก้นขวดและพยายามออกแรงต่อยขวดอย่างแรง เพราะเชื่อว่า ขวดจะแตก แต่ไม่นานมันก็หมดแรงตายอยู่ที่ก้นขวดขณะที่แมลงวันบินวนอยู่หลายรอบ ก็พบว่ารอบๆ เป็นกำแพงหนา มันจึงเลือกที่จะบินขึ้นไปด้านบน จนพบกับทางออกที่ปากขวด  ดังนั้นแมลงวันจึงบินหาทางออกได้เพราะการค้นหาทิศทางออกทุกทาง ผมจึงอยากบอกคุณเคน การต่อสู้ที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ อย่าทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดไปกับทางเลือกที่ผิดหรือแนวคิดที่ผิด  เพราะไม่ว่าพยายามมากเพียงใดก็ไม่มีวันประสบความสำเร็จ” อาดัมบอกกับบักเคน

          “น่าสนใจมากครับคุณอาดัม  ผมจะกลับไปทบทวนดูครับ

“คุณเคนต้องทำงานที่มีคุณค่าและมีความหมายต่อชีวิตของคุณเคนนะครับ”  อาดัมบอกกับบักเคน

“ขอบคุณมากครับ ผมฝากซูซี่ให้คุณอาดัมช่วยดูแลด้วยครับ ผมต้องอยู่กับนโปเลียนทุกข์ก็ทุกข์ด้วยกัน สุข ก็สุขด้วยกัน ผมจึงกลับฝรั่งเศสด้วยไม่ได้ในตอนนี้”บักเคนบอกอาดัม

“ไม่ต้องเป็นห่วงคุณเคน  คุณเคนห่วงตัวเองดีกว่า ผมจะออกเดินทางในเร็ววันนี้ เพราะศึกใหญ่ใกล้เข้ามา คุณเคนอย่าลืมย้ำท่าน นโปเลียนให้เตรียมพร้อมอย่าประมาท โอกาสดีไม่มาหลายหน ทหารจักรวรรดิออตโตมันที่จะบุก ให้ท่านทำสงครามให้ชนะสร้างชื่อเสียง ผมกลับถึงเยอรมัน ผมจะช่วยสร้างฐานการเมือง ให้กับท่านนโปเลียน จะประชาสัมพันธ์ถึงการทำสงครามชนะของท่านต่อจักรวรรดิออตโตมัน  ผมจะทำท่านจะเป็นวีรบุรุษของชาวฝรั่งเศสที่ทุกคนเรียกร้องท่านในฐานะวีรบุรุษ “ อาดัมบอกกับบักเคน

“โอ การตลาดการเมืองมีมาตั้งแต่สมัยนโปเลียน” บักเคนอุทานออกมา

หลังจากทั้งสองแยกย้ายกันบักเคนได้กลับไปหาซูซี่ ยังที่พักก่อนที่ทั้งสองต้องแยกจากกัน

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (198)

นโปเลียนเมื่อกลับมาถึงที่พักได้นั่งนึกทบทวนในสิ่งที่ตนได้ฟังอาดัมบอก ได้ตกลงใจทำศึกกับออตโตมันให้ระบือลือลั่นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวฝรั่งเศสที่รู้เรื่องราวในการต่อสู้กับจักรวรรดิออตโตมัน

“คิดอะไรหรือพี่ เฟาเรสถามนโปเลียน ผมตัดสินใจแล้ว ให้ผู้พันหญิงนาตาช่า นำน้องเดินทางไปไปรอผมอยู่ที่ฝรั่งเศสไปกับเรือของคุณอาดัมที่จะออกเดินทางในเร็ววันนี้”

“พี่ไม่ไปฝรั่งเศสพร้อมกันน้องหรือค่ะ”

“พี่ยังไม่พร้อม ต้องทำศึกก่อน เพราะมีศึกใกล้เข้ามาแล้วหลังจากเสร็จศึก พี่จะรีบตามไป ไม่ต้องเป็นห่วง” นโปเลียนบอกกับเฟาเรส”

“ก็ได้ระวังตัวด้วยนะค่ะ น้องเป็นห่วง ” เฟาเรสบอกกับนโปเลียนด้วยความห่วงใย

******************************************

ฟ้าวันใหม่ เริ่มต้น นโปเลียนได้ตื่นแต่เช้า อ่านหนังสือเป็นกิจวัตรทุกเช้า นโปเลียนอ่านทบทวนกลยุทธ์การรบของมองโกล  ซึ่งตนต้องวางแผนเตรียมรับศึก จักรวรรดออตโตมันที่มาทางเรือ โดยนึกทบทวนในสิ่งที่อาดัมได้บอกให้มาคิด ต้องมีจุดหมายในใจ ต้องรบจนกว่าชนะมีความฝันของตนเอง ไม่เห็นประโยชน์ตน  มีความถ่อมตน เน้นให้โอกาสแก่ทุกคนได้แสดงความสามารถออกมา  มีความเชื่อใจในผู้ใต้บังคับบัญชา  ในการแสดงความสามารถ ต้องทำเป็นตัวอย่างออกรบร่วมกันทุกข์ สุขร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชา เห็นประโยชน์ของฝรั่งเศสเป็นที่ตั้ง และตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เข้าใจความแตกต่างของทหารที่หลากหลายทั้งที่เป็นชาวฝรั่งเศส ลูกหลานชาวสยาม ทหารจากเมืองขึ้น มากจากหลากหลายความคิด ยอมรับความต่างความคิด แต่ไม่แตกแยก

นโปเลียนยอมรับว่าความคิดของอาดัมด้านธุรกิจสามารถนำมาประยุกต์ทางการรบได้  แต่ต้องประยุกต์ให้เหมาะสม ส่วนการวางแผนการรบ นโปเลียนได้เอาถ่านมาขีดบนโต๊ะ ถึงแผนการรบ กลยุทธ์ดาวกระจายของมองโกล ที่จะให้ปืนใหญ่ริมฝั่งยิงถล่มเรือของจักรวรรดิที่พยายามยกพลขึ้นบก ถ้ายกพลขึ้นบกได้ก็จะให้ทหารม้าเข้าโจมตีและถอยกลับ  ส่วนทหารราบเตรียมรบประจัญบาน

รัสตัมได้ตื่นแต่เช้ามาคอยอารักขานโปเลียน “คิดอย่างไรกับแผนการรบที่ผมวาดบนโต๊ะ” นโปเลียนถามรัสตัม

“ผมว่า แผนใช้ได้ ท่านน่าจะปล่อยให้ทหารออตโตมันกับอังกฤษ ขึ้นมาบนฝั่งหมดก่อน เพราะพวกเขาเดินทางมาไกลย่อมอ่อนล้า แล้วค่อยซ้ำเติม” รัสตัมบอกกับนโปเลียน

“ความคิดเจ้าไม่เลว สมกับเป็นทหารเก่า” นโปเลียนกล่าวชมรัสตัม

ดวงตระวันอยู่เหนือ ยอดอินผาลัม นโปเลียนได้บอกให้เฟราเรสเก็บของ ให้เรียบร้อยจะมีทหารหญิงมารับเพื่อเดินทางไปขึ้นเรือที่อ่าวอาบูรกีร์ ทั้งคู่ได้ร่ำ ลากัน ก่อนจะแยกจากกันด้วยอาวรณ์ นโปเลียนได้นำรัสตัมไปยังค่ายทหารที่ไคโร เพื่อเรียกประชุมทหารถึงแผนการรบที่จะมีขึ้น

ที่ห้องประชุมนโปเลียน นั่งหารือกับ เกลแบร์ พลเอกกาลีเบอร์  พันตรีเอ็ดเวิร์ดจากหน่วยทหารช่าง ร้อยเอกโจซัวร์ ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการรบที่เมืองเอเคอะ ร้อยโทเดนนิส และนายทหารอีกหลายสิบนายได้เข้าร่วมประชุมถึงแผนการรบ

“ตามที่คุณอาดัมได้มาแจ้งผมถึงแหล่งข่าว สุลต่านซาลิมได้ร่วมมือกับอังกฤษ โดยอังกฤษให้กองทัพเรือนำทหารจักรวรรดิออตโตมันมาบุกโจมตีเรา ผมได้ตัดสินใจแล้ว จะให้ทหารปืนใหญ่ โดยการนำของผู้พัน เจนัวร์ ยิงถล่มกองเรืออังกฤษ ก่อน แล้วปล่อยให้ทหาร ออตโตมัน ขึ้นฝั่งมา ผมจะให้ผู้พันอาร์รอน ผู้พันโคลเอ้ และร้อยโทลูคัสนำทหารเข้าโจมตี ทหารออตโตมัน ส่วนการรบประชิด ให้ทหารทุกท่านที่เข้าร่วมประชุมเตรียมไปแจ้งหน่วยของท่านให้ทำการรบประจัญบาน หน่วยไหนฆ่าหรือจับ ทหารออตโตมันได้จะเลื่อนยศให้  ผมต้องการจับเป็นให้ได้มากที่สุดเพื่อการต่อรองกับฝ่ายออตโตมันและอังกฤษ” นโปเลียนแจ้งต่อที่ประชุม

“ทำไมท่านต้องจับเป็นทหารออตโตมันด้วยท่าน”  เกลแบร์ถามด้วยความสงสัย

“ทหารที่มารบส่วนใหญ่เป็นทหารใหม่ ถ้าเราจับเป็นมาก ก็สามารถใช้ต่อรองทางการเมือง” ได้ นโปเลียนบอกต่อไปว่า “ ถ้าเราฆ่าเขาทุกอย่างมันก็จบ แต่ถ้าจับเป็นมันจะส่งผลต่อครอบครัวของทหารที่ถูกจับ พวกเขาก็จะกดดันฝ่ายออตโตมันให้ลูกหลานเขามีชีวิตอยู่ ครอบครัวทุกครอบครัว มีความห่วงใยทุกคน ถ้าพวกเขาเสียชีวิตอย่างมากก็ร้องไห้เสียใจ แต่ถ้าพวกเขายังมีชีวิตอยู่ตกเป็นเชลยครอบครัวจะกดดันรัฐบาลออตโตมัน” นโปเลียนบอกกับที่ประชุม

“ผมเห็นด้วยกับท่านนโปเลียน” พลเอกกาลีเบอร์กล่าวสนับสนุนนโปเลียน

“เมื่อทุกคนไม่มีความเห็นต่าง ๆ ผมจะใช้แนวรบ ที่บนจะวาดบนกระดานไม้ให้พวกท่านได้ทราบ” นโปเลียนได้หยิบเอาถ่านมาวาดรูปสมอภูรบ เป็นรูปอ่าว และกองเรือออตโตมัน และเรือเล็ก ที่จะยกพลขึ้นฝั่ง  “ผมจะใช้แผน กลยุทธ์ดาวกระจายของมองโกล ที่จะให้ปืนใหญ่ริมฝั่งยิงถล่มเรือของจักรวรรดิที่พยายามยกพลขึ้นบก ก็จะปล่อยให้ยกพลขึ้นบก ถ้ายกพลขึ้นบกได้ก็จะพยายามจับเป็นให้ได้มากที่สุด พวกนี้เป็นทหารใหม่ไม่มีประสบการณ์รบมากกว่าพวกเรา”

“ทำไมท่านต้องจับเป็นเชลยให้ได้มากผมไม่เข้าใจ” เกลแบร์เกิดความสงสัย

  “ผมต้องการให้ทหารที่จับได้เป็นสิ่งแลกเปลี่ยนกับจักรวรรดิออตโตมัน ผมเพิ่งคิดได้ถึงคำพูดของคุณอาดัมเรื่องผลประโยชน์ เราต้องได้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการรบครั้งนี้ให้ได้มากที่สุด การรบบางครั้ง คือการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ เหมือนกับการค้า “

“ผมเข้าใจแล้วครับท่าน นโปเลียน” เกลแบร์ได้บอกกับนโปเลียน

“ผมขอมอบหมายให้พลเอกกาลีเบอร์เป็นรองแม่ทัพ ร่วมกับพลเอกมีโนหลังจากเลิกประชุมให้ท่านนายพลกาลีเบอร์ไปเตรียมตัวเดินทางไปสมทบกับพลเอกมีโนที่เมืองอเล็กซานเดรีย”

“ครับท่านนโปเลียน”

หลังจากเลิกประชุมทุกคนแยกย้ายไปปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย