บักเคนทะลุมิติตอนที่145-146

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (145)

“โอโรคระบาดร้ายแรง บักเคนถึงกับพูดลอย ๆ ออกมา จีนเป็นต้นกำเนิด กาฬโรคที่ฆ่าคนเกือบค่อนโลก แต่มาวันนี้โควิทกำลังระบาดทั่วโลก ก็มีจีนเป็นต้นกำเนิดอีกแล้ว ไวรัสอู่ฮั่นหรือ โควิท 19 โรคระบาดร้ายแรงที่กำลังทำให้โลกปั่นป่วนอยู่ในช่วงนี้ ประวัติศาสตร์ย่อมซ้ำรอยเดิมเสมอ นอกจากการเมือง โรคภัยไข้เจ็บก็ซ้ำรอยได้เช่นกัน โรคระบาดที่โลกกำลังเผชิญ เพียงแต่เปลี่ยนชื่อโรคและความร้ายแรงที่เพิ่มมากขึ้น สองเหตุการณ์ของโรคระบาดเริ่มเกิดจากประเทศจีนก่อนค่อยแล้วแพร่กระจายไปทั่วโลก

“หมอผมขอถาม มันติดต่อกันได้อย่างไรบ้าง”

 นโปเลียนเกิดความสงสัย จึงสอบถามหมอฮาเนมานน์

ได้ครับท่าน “กาฬโรคติดต่อกันได้หมัดหนูมากัดคนแล้วปล่อยเชื้อกาฬโรค จะติดกันทางบาดแผล หรือทางผิวหนังที่ถลอกจากการเกาบริเวณที่ถูกหมัดหนูกัด  และอาจจะติดต่อโดยการสูดหายใจเอาละอองเสมหะที่มีเชื้อของผู้ป่วยที่ไอ จาม หรือจากสัตว์ที่มีเชื้อโรค เช่น แมว หายใจเอาเชื้อเข้าไปทางปาก จมูก”

          “คุณหมอแล้วป้องกันอย่างไร” นโปเลียนสอบถามหมอฮาเนมานน์

          “อย่าจับสัตว์ที่สงสัยว่ามีเชื้อกาฬโรค เห็นหนู หรือสัตว์ตายต้องใส่ถุงมือผ้าเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังสัมผัสกับเชื้อ ต้องกำจัดหนู โดยเฉพาะในบริเวณที่อยู่อาศัย และอย่างให้หมัดกัดตัวเรา”

“โรคนี้ช่างร้ายแรงมาก”

          ให้หยุดกองทหารนอกเมืองอย่าให้เข้ามาในเมือง และให้หมอทหารช่วยมารักษาชาวบ้าน ต้องให้สวมหน้ากากผ้าเพื่อป้องกันไม่ให้คนไข้จามใส่หน้าหมอที่รักษา หมอฮาเนมานน์ได้เตือน นโปเลียนให้สั่งให้หมอทหารทุกคนปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด

          การรักษาผู้ป่วยในเมืองจัฟฟาได้ดำเนินต่อไป ส่วนทหารนำโดยพลโท ฟรานซิส เวียร์ก็ไปช่วยชาวบ้านกำจัดหนูที่อาศัยอยู่ในเมืองจำนวนมากมาย และให้ชาวบ้านนำเสื้อผ้า ในบ้านมาต้มด้วยน้ำเดือด เพื่อฆ่าเชื้อ

          ***********************************

          “ตลกไหมกาเบียล พวกออกมารบกับพวกมัลลุค ยังไม่ได้ยิงมัลลุคให้สมใจ แต่สุดท้ายต้องมาไล่ฆ่าหนูที่จัฟฟา”  ทหารที่ได้รับคำสั่งให้ไปกำจัดหนูได้พูดกับเพื่อน “เอาน่าอย่าบ่นไปเลย เขาให้ฆ่าหนูก็ฆ่าหนู อย่าไปจับหนูละเดี๋ยวติดเชื้อ” เพื่อนทหารเตือนพลทหารกาเบียล 

“แล้วอีหนูละสนใจไหมเพื่อน ข้าชักสนใจทหารหญิงที่ชื่อวิเวียนแล้ว ซิหล่อนดูเซ็กซี่เป็นบ้าเลย”

“ดูสารรูปอย่างนาย หล่อนหรือจะสนใจนาย หล่อนมองให้นายพัน นายร้อยมากกว่านายที่เป็นเพียงพลทหาร”

“ไม่เกี่ยวกับยศโว้ยมันอยู่ที่คารมกับลีลามากกว่า วิเวียนเธอบอกกับข้าว่า เธอมาจาก กอลมาร์ (Colmar) สามีถูกเจ้าของที่ดินฆ่าตาย หล่อนเห็นรับสมัครที่ปารีส เพราะเพื่อนเอาข่าวไปบอกเลยมาลองเสี่ยงโชคดูเพื่อจะได้มีงานทำหล่อนไม่อยากอยู่กับเจ้าของที่ เพราะต้องไปสนองตัณหาเจ้าของที่ เป็นตาแก่จอมราคะ หล่อนโชคดี เพราะการทดสอบร่างกาย หล่อนสอบผ่าน เพราะก่อนจะมารบหล่อนกับสามีได้ทำงานในไร่สามีได้สอนการใช้ดาบ การยิงธนูให้กับหล่อนไว้ป้องกันตัว”  พลทหารนิโคล่าบอกกับเพื่อน

“แปลกแฮะเล่าได้ละเอียด นี่หรือสนใจข้าว่าโม้มากกว่า คนแค่สนใจทำไมรู้ละเอียดนัก” พลทหารกาเบียลบอกกับเพื่อน

“เออ หล่อนเล่าให้ข้าฟังตอนพักอยู่ที่ไคโร “

“แสดงว่ามีอะไรกันแล้วซิ”

“ลูกผู้ชายเขาไม่พูดให้ผู้หญิงเสียหาย” พลทหารนิโคล่าบอกกับเพื่อน

********************************************

          คนที่ติดเชื้อให้รักษาอยู่ในโรงพยาบาลสนามก่อนถ้าไม่มีอาการภายในเก้าวัน ก็ค่อยให้กลับ หมอฮาเนมานน์ บอกนโปเลียน

          ทหารที่ตั้งค่ายอยู่นอกเมือง บางส่วนได้แอบไปจับหนู เจอร์บัว หนูแห่งท้องทะเลทราย  กระโดดคล้ายกับจิงโจ้ หน้าตาดูคล้ายกับหนูผสมจิงโจ้แต่ตัวเล็กกว่ามาก มีขนสีน้ำตาลเหมือนหนูทั่วไป ขาหลังที่ยาวกว่าขาหน้าเพื่อใช้ในการเคลื่อนที่และบังคับทิศทางด้วยพู่หางที่สวยงาม มีหางที่ยาวใหญ่เมื่อเทียบกับตัวของมันเอง

ทหารที่ไปจับหนูเจอร์บัวได้ป่วยเนื่องจากถูกหมัดหนูกัด และลุกลามแพร่เชื้อให้กับทหารในค่ายหมอเสนารักษ์ต้องวุ่นวายกับการรักษาทหารที่ป่วยเป็นกาฬโรค จำนวนมาก อาการ ของผู้ป่วยเป็นกาฬโรค จะไข้เฉียบพลัน หนาวสั่น อ่อนเพลียอย่างรุนแรง บางรายก็ช็อค ปวดท้อง และอาเจียนเป็นเลือด มีฝีเริ่มปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วที่ขาหนีบหรือไม่ก็รักแร้ ฝีจะโตใหญ่จนมีขนาดเท่าแอปเปิ้ล ทหารบางคนฝีโตเท่าไข่ไก่  ฝีจะเริ่มแพร่และกระจายตัวไปทุกทิศทุกทางในไม่ช้า จะมีจุดดำหรือจุดแดงเข้มขึ้นที่แขนหรือต้นขาหรือที่อื่นๆ จากไม่กี่จุดก็จะกลายเป็นจุดจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น ฝีและจุดดำบริเวณเล็บมือ เล็บเท้า เป็นสัญลักษณ์แห่งความตายที่ใกล้เข้ามาคนไข้ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตในสองถึงเจ็ดวันหลังจากการติดเชื้อ

หมอฮาเนมานน์ ได้สังเกตว่า มีทหารบางคนเป็นฝีโตแต่เมื่อใช้เข็มดูดเอาหนองบริเวณที่เป็นฝีออกก็จะไม่เสียชีวิต จึงรู้วิธีรักษาให้ทำการดูดเอาหนองออก และให้ยาเท่าที่มีอยู่ จำนวนเตียงสนามไม่พอกับทหารที่ป่วย เนื่องจากไม่มียารักษาได้ ทำให้ทหารที่มารบต้องเสียชีวิต

          “จะตัดสินใจอย่างไรดีท่าน  การรักษาผู้ป่วยที่เมืองจัฟฟา ซึ่งเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาให้หายได้ ก็รุนแรงขึ้นเรื่อย ชาวบ้านตายเกือบจะหมดเมืองแล้ว แถมทหารก็มาป่วยด้วยกาฬโรคอีกจำนวนมาก เพราะแอบไปจับหนูที่คล้ายจิงโจ้” พลเอกบอร์นได้หารือกับนโปเลียน

          “เอาละผมตัดสินใจแล้ว เราจะออกเดินทางต่อไปตามเป้าหมายของเรา ทหารที่ป่วย ก็ทิ้งให้ทหารเสนารักษ์รักษา ส่วนทหารที่ไม่ป่วยก็ให้เตรียมสัมภาระเดินทางต่อ เป้าหมายเราเพื่อโจมตีข้าศึกไม่ใช่ภารกิจ รักษาคนป่วยด้วยมนุษยธรรม สุดท้ายทหารทั้งกองทัพจะมาติดเชื้อกับชาวบ้านด้วย มันไม่คุ้ม” นโปเลียนบอกกับพลเอกบอร์น

          ***********************************

          นโปเลียนได้ออกเดินทัพมุ่งหน้าไปยัง ชาม (Syria) การเดินทางผ่านไปด้วยดี

          เมื่อถึงเมืองชาม นโปเลียนได้สั่งทหารให้ทำการบุกยึดเมืองชาม โดยมอบหมายให้ พลเอกบอร์นเป็นผู้นำทัพเข้าโจมตีทหารของชาม ซึ่งทหารเมืองชามมีผู้ชายเพียงหยิบมือเดียว โดยกลยุทธ์ในการรบโดยใช้กองทหารตั้งขบวนเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ผลการสู้รบไม่นาน ทหารของเมืองชาม ก็ยอมแพ้

          นโปเลียนยึดได้เมืองชาม ก็ได้ยึดเสบียงจากเมืองชามและพักกองทหารได้พักผ่อนที่เมืองชาม 1 สัปดาห์เพื่อให้ทหารได้คลายเครียดจากการสู้รบและการเดินทาง ชาวบ้านเมืองชามส่วนมากจะเป็นผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่เพราะผู้ชายส่วนใหญ่เป็นทหารและเสียชีวิตในการสู้รบและผู้ชายบางส่วนก็ไปหางานทำในอียิปต์หรือไปทำงานที่เอเคอร์ (Acre)  จึงไม่ใช่เรื่องยากที่ทหารนโปเลียนจะได้ผู้หญิงเมืองชามเป็นภรรยาชั่วคราวพวกหล่อนก็ยินดี ที่ได้สามีเป็นทหารฝรั่งเศสเพื่อจะได้บุตรออกมา เพราะเมืองนี้ผู้หญิงมากกว่าผู้ชายหลายเท่า 

การเดินทางมาถึงเมืองชาม บักเคนถึงกันตะลึง เมืองทั้งเมืองมีแต่ผู้หญิงทั้งเด็ก หญิงสาว และคนแก่ มีผู้ชายเป็นส่วนน้อย “อาเมืองแม่หม้ายในฝัน” บักเคนถึงกับรำพึงออกมา ผู้หญิงเมืองชามมีรูปร่างหน้าตาดี บักเคนถึงกับฝันหวานว่าจะต้องมาให้ถึงเมืองชามให้ได้ไม่คืนใดก็คืนหนึ่ง

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (146)

          นโปเลียนได้ให้ทหารพักผ่อนในเมืองชาม ทหารทุกคนรู้สึกว่ามีความสดชื่น หลังจากรอนแรมในทะเลทรายมายาวนานห่างจากสตรี แต่เมื่อมาถึงเมืองชามได้ปลดปล่อยความเป็นชายอย่างเต็มที่  ผู้หญิงเมืองชามก็มีความยินดีที่มีผู้ชายจำนวนมาก มาพักอาศัยอยู่ในเมือง และเป็นทหารของนโปเลียน พวกหล่อนก็ฝันถึงอนาคตไปใช้ชีวิตที่ฝรั่งเศส น่าจะมีอนาคตมากกว่านี้ แต่พวกหล่อนไม่มีทางรู้ชะตาชีวิตในอนาคตว่า สามีชั่วคราวของพวกหล่อนจะได้มีโอกาสมารับพวกหล่อนไปใช้ชีวิตที่ฝรั่งเศสหรือไม่

          หลังจากพักผ่อนได้สองสัปดาห์นโปเลียนก็เคลื่อนทัพต่อ ผู้หญิงร้องไห้น้ำตาท่วมเมือง เพราะสามีชั่วคราวได้เดินทางออกไปรบ ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสพบกันอีกหรือไม่ คงเหลือแต่ทายาทที่จะลืมตาดูโลกในอนาคต เมืองนี้คงจะมีพลเมืองมีผมสีทอง สีน้ำตาลเกือบทั้งเมือง จะเป็นลูกครึ่งที่หล่อ และสวยจากยีนของพ่อ

          วันเคลื่อนพล ผู้หญิงมาโบกมือพร้อมกับเสียงร่ำไห้ดังระดม เป็นภาพที่ทหารของนโปเลียนสะเทือนใจ หลายคนไม่อยากจะเดินทางต่อ ไม่อยากไปทำสงครามที่ไม่มีที่สิ้นสุด อยากจะลงหลักปักฐานกับผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยา ถ้ามีโอกาส จะนำพวกหล่อนเดินทางไปใช้ชีวิตร่วมกันที่ฝรั่งเศส

          บักเคนก็มี ซูซาน่าหญิงสาววัยรุ่นชาวซีเรียมาส่ง บักเคนรู้จักซูซานน่า ในการเดินชมเมืองกับนโปเลียน หมอ ฮาเนมานน์ และพลเอกบอร์น หล่อนจ้องมองบักเคนตอนที่ขี่ม้าเข้าเมือง  แต่บักเคนไม่เห็น มาพบซูซานน่าอีกครั้ง ตอนซูซานส่งยิ้มให้กับบักเคน

บักเคนเห็นหญิงสาวท่าทางน่ารักยิ้มให้ แสดงว่าหล่อนสนใจในตนเองจึงบอกนโปเลียนว่าจะขอไปพบหญิงสาว นโปเลียนได้แต่ยิ้ม และบอก

“ตามสบายคุณเคนอย่าหลงสาวเมืองชามแล้วไม่ตามผมกลับอียิปต์นะ นโปเลียนได้บอกให้คนนำทางคนหนึ่งช่วยเป็นล่ามให้บักเคน หลังจากบักเคนเดินเข้าไปหาหญิงสาววัยรุ่นชาวซีเรีย หล่อนได้ทักบักเคน  “ไฮ ฮาวอาร์ยู” บักเคนถึงกับอึ้งที่หญิงสาวซีเรียสามารถพูดอังกฤษได้ บักเคนรีบบอกคนนำทางว่าไม่ต้องมาแปลแล้ว ตนสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ บอกให้ล่ามรีบตาม นโปเลียนไปดีกว่า ส่วนตนเองขอแค่ทักทายและก็จะตามไป

                   “โทษนะครับทำไมพูดภาษาอังกฤษได้ครับ” บักเคนถามหญิงสาวที่ตนเองสนใจ “แม่เคยไปทำงานกับนายฝรั่งและ แหม่มท่านเมตตาสอนภาษาอังกฤษให้” “ว๊าวดีจัง ผมแปลกใจมาก ที่เมืองแห่งนี้ยังมีคนพูดภาษาอังกฤษได้” 

          “ไม่ต้องแปลกใจค่ะ เพราะที่นี่มีนายฝรั่งเคยมาอาศัยอยู่  มาจากอังกฤษก่อนที่อพยพไปอยู่ที่เมือง เอเคอร์ (Acre) และเดินทางไปยังเซียร์ลาลีโอน เพื่อช่วยเหลือแรงงานทาสในดินแดนแถวนั้น”

          “แล้วคุณ เออ ! ”  “เรียกฉันว่า ซูซี่ก็ได้ค่ะ” 

          “ครับ คุณซูซี่ แล้วคุณซูซี่ไม่ตามนายนายท่านไปที่เซียร์ลาลีโอนหรือ”

          “ไม่ละค่ะ แม่ไม่ให้ไปค่ะ แม่ไม่เคยเดินทางไปไหนไกล” นอกจากอยู่ในเมืองแค่นั้น” ซูซี่บอกบักเคน

          “น่าสนใจมาก ฝรั่งทั้งสองมารณรงค์ให้คนเลิกซื้อทาส เลิกใช้แรงงานทาส  นายท่านทั้งสองเป็นผู้รณรงค์ให้ชาวอังกฤษเลิกซื้อทาส*

(ใน ค.ศ. 1807 ได้มีการตราพระราชบัญญัติการค้าทาส ซึ่งมีการยกเลิกการซื้อขายทาส และให้ทาสในเซียร์ลาลีโอนทุกคนในประเทศนี้กลายเป็นไท หลังจากเซียร์ลาลีโอนตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ : ผู้เขียน)

ขอโทษครับคุยกันตั้งนานยังไม่ทราบ ชื่อจริงเลย  “ฉันซูซาน่าก็ได้ค่ะ”  “นายแหม่มเป็นคนตั้งชื่อให้ค่ะ”

          “ยินได้รู้จักครับ ผมเคน มาจากสยามกับท่าน นโปเลียนครับ”

“ยินดีได้รู้จักค่ะว่างคุณเคนก็ไปเยี่ยมบ้านซูซี่ได้นะค่ะ จะได้ให้รู้จักกับคุณแม่” ซูซี่บอกบักเคน เหมือนกับบ่งบอกเป็นนัย ถ้าชอบหนูก็ขอหนูกับแม่ได้เลย

          บักเคนนึกในใจสาว เมืองนี้เปิดเผยยิ่งนัก ถ้าจะรักก็ไปพบแม่ได้ไม่ต้องเสียเวลาจีบให้ยุ่งยาก ดีกว่าเมืองไทยกว่าหนุ่มจะจีบสาวสักคนบางคนก็ถูกสาวหลอกไม่ตรงปก เสียเงินเสียทองไปมากมาย

          บักเคนได้นัดหมายกับซูซี่อีกสองวันจะไปเยี่ยมบ้าน ส่วนวันนี้ตนต้องไปกับนโปเลียนที่ศาลากลางของเมืองก่อน เพราะตนพักอยู่ที่นั้น

“ซูซี่ถ้าจะไปพบผมที่ศาลากลางเมือง ก็นำป้ายอนุญาตไปด้วยนะ” บักเคนมอบป้าย ที่นโปเลียนมอบให้มีลายมือชื่อนโปเลียนกำกับ ผมจะรออยู่ที่ศาลากลางเมือง แล้วผมจะได้มาพบกับแม่ซูซี่ “ แล้วบักเคนมอบป้ายแก่ซูซี่ไปพบกับตนได้ที่ศาลากลางเมือง

          “ได้ค่ะ อีกสองวันพบกันนะค่ะบาย” บักเคนหลังจากอำลาซูซี่หัวใจพองโตตัวเองพบสาวในดวงใจในต่างแดน สาวน้อยสวยใส ตรง

สเป็ค บักเคนรีบเดินตามนโปเลียนที่เดินล่วงหน้าไปชมเมืองก่อนหน้านั้น วันนี้เป็นวันที่บักเคนมีความสุขที่สุดอีกวันหนึ่ง ท้องฟ้าเป็นสีชมพู บักเคนเดินไปพร้อมกับฮัมเพลง รักครั้งแรกของวงชาตรี

          “ว่าอย่างไรคุณเคน พบกับหญิงสาวเป็นอย่างไรบ้าง สำเร็จไหม” นโปเลียนถามบักเคน “อะไรสำเร็จครับ  อ้าวคุณเคนชอบหญิงสาวคนที่คุณเคนขอผมไปพบ หน้าตาดีนะ ดูน่ารัก สำเร็จผมหมายความว่าจีบเขาสำเร็จไหม” นโปเลียนบอกบักเคน

          “มือระดับนี้แล้ว ไม่ผิดหวัง อีกสองวันจะไปหาแม่ของหล่อน ครับ บักเคนบอก”

          “รวดเร็วดีนี่คุณเคน ทหารต้องฉับไว มันต้องไปวันนี้เลยอย่าเสียเวลารอ” นโปเลียนบอกบักเคน

          “ไม่ได้ท่าน ผมไม่ใช่ปลากัด ที่จ้องตาแล้วเธอจะหลงและตั้งท้อง ผมนัดกับซูซี่แล้วอีกสองวันจะไปพบแม่ ผมนัดซูซี่ให้มาหารับที่จวนครับ” บักเคนอธิบายให้นโปเลียนได้ทราบ

          “อะไรปลากัด จ้องตา ตั้งท้องผมไม่เข้าใจ นโปเลียนถามบักเคน

 อ๋อเป็นสำนวนของสยาม ปลากัดตัวเมียมันมีไข่พร้อมผสมพันธ์  ถ้าไม่นำปลากัดตัวเมียมาเจอกันกับปลากัดตัวผู้แล้ว ผ่านไปสักระยะหนึ่งไข่ในท้องของตัวเมียจะฝ่อไป ท้องก็จะยุบเป็นปกติ ดังนั้นต้องให้ปลากัดตัวผู้และตัวเมียมาเจอกัน เพื่อทำการ Featuring ฟีสเจอร์ริ่ง (ผสมพันธ์) “ บักเคนอธิบายให้นโปเลียนได้เข้าใจ

 “หมายความว่าอีกสองวันคุณเคนจะ Featuring ฟีสเจอร์ริ่งใช่ไหม นโปเลียนถามแซวบักเคน

บักเคนถึงกับหน้าแดง ที่โดน นโปเลียนแซว  ลูกผู้ชายเขาไม่อาย จะนอนกับผู้หญิงต้องไม่ต้องอาย ชายชาติทหารต้องเปิดเผย ทำได้ทุกสิ่ง ขอให้ใช้จังหวะและโอกาส ทำงานให้เข้าตาเจ้านายก็พอ บางครั้งแค่เปิดประตูรถม้าให้นาย หรือนั่งหลับในที่ประชุม ก็ยังได้เลื่อนตำแหน่งเป็นใหญ่ได้ ขอให้มีฝีมือในการประสานงานและมีบารมีพอ นโปเลียนบอกกับบักเคน