บักเคนทะลุมิติตอนที่139-140

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (139)

          ผมขอตัวก่อนนะท่าน องค์ชาร์ท่านกลับมาจากห้องน้ำแล้ว ราฮิมก็เดินไปรวมกลุ่มกับอุลามาที่นั่งสนทนากันสีหน้าเคร่งเครียด แม้การแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจแต่บรรดาอุลามากลับไม่สนใจการแสดงโดยเฟาเรส พวกเราสนทนาถึงอนาคตของอียิปต์ว่าจะเป็นอย่างไร

***********************************************

          งานเลี้ยงได้จบลงด้วยความชื่นมื่นแต่ไม่มีใครรู้ว่าหัวใจของ

นโปเลียนนั้นร้อนรุ่ม แม้การแสดงจบเฟาเรส จะลงจากเวทีมานั่งกับ

นโปเลียน เป็นเพื่อนคุยกับชาร์แห่งเปอร์เซีย เพื่อให้บรรยากาศไม่เคร่งเครียด ส่วนชาร์ก็ติดใจทหารหญิงที่มาต้อนรับ ซึ่งทหารที่มาคอย

เสิร์ฟ ไวน์ให้กับองค์ชาร์คือ ทหารฝรั่งเศส หล่อนเป็นแม่หม้ายสามีเสียชีวิตในการรบ ที่เฮติ หล่อนเล่นหูเล่นตา เวลามาเสิร์ฟไวน์ ทำให้ชาร์แห่งเปอร์เซียถึงกับอดใจไม่ไหวดึงเธอมาหอมแก้ม

“ชื่ออะไร”

“มาเรียเพค่ะ”

“ทำไม่ได้มาที่อียิปต์ด้วย เป็นอะไรกับนโปเลียนหรือเปล่า” ชาร์สงสัย

“ไม่ค่ะ หนูเป็นทหารหญิง ท่าน นโปเลียนให้มาคอยบริการท่านเพค่ะ” มาเรียตอบ ชาร์

“อะไรฝรั่งเศสมีทหารเป็นผู้หญิงด้วยหรือ เพิ่งเคยได้ยิน”

“ท่านนโปเลียนเปิดโอกาสให้ผู้หญิงมาสมัครเป็นทหารได้ ท่านตั้งกองร้อย น้ำหวานเพค่ะ”

          “เจ้าว่าอะไรนะ กองร้อยน้ำหวาน คืออะไร”

          “อ๋อ กองร้อยน้ำหวานคือทหารหญิงที่ฝึกหนักเหมือนกับทหารชาย หญิงปืน ขี่ม้า ยิงปืนใหญ่ การต่อสู้ด้วยมือเปล่า การต่อสู้ด้วยดาบ” มาเรียตอบชาร์

          เจ้าว่าอะไรนะทหารหญิงฝึกเหมือนทหารชาย เป็นไปได้อย่างไร ช่างวิเศษและแปลกประหลาดยิ่ง ที่ฝรั่งเศสให้ทหารหญิงมาร่วมรบด้วย”

 มาเรียก็ไม่อาย นั่งบนตักชาร์แห่งเปอร์เซียเหมือนกับนังแมวยั่วสวาทโยกสะโพกไปมาบนหน้าขาของชาร์ ซึ่งชาร์ไม่เคยพบมาก่อนในชีวิต เพราะประเพณี ผู้หญิงจะแสดงอะไรประเจิดประเจ้อมากไม่ได้ แต่หล่อนไม่กลัว เพระไม่มีอะไรที่จะเสียอีกแล้ว ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด

หลังงานเลี้ยง ชาร์แห่งเปอร์เซียได้ขอตัวเธอจากนโปเลียนเพื่อไปร่วมหลับนอน ซึ่งเธอก็ยินดี ด้วยอารมณ์เปลี่ยวเหงา และคนที่เธอได้ร่วมหลับนอนด้วยคือ กษัตริย์แห่งเปอร์เซีย       นับว่าเปลี่ยนจากสามัญชน เป็นทหารที่เสี่ยงชีวิตในการรบ ถ้าเกิดพระองค์ติดใจนำไปชุบเลี้ยง หรือสถาปนา เป็นพระสนมเท่ากับชีวิตนางถูกหวยครั้งใหญ่ในชีวิต  เหนือกว่าคนแห่งเปอร์เซียมากมาย หล่อนได้สนองตอบชาร์แห่งเปอร์เซียอย่างถึงใจ ทำให้ชาร์แห่งเปอร์เซียถึงกับติดใจในรสสวาทที่หล่อนปรนเปรอให้ สาวฝรั่งเศสที่แตกต่างจากสาวเปอร์เซีย ด้วยท่าพิสดาร การใช้เนยทาทั่วตัวชาร์และหล่อนก็ค่อย ๆ บรรจงใช้ลิ้นเลียทั่วตัวชาร์ ทำให้ชาร์ถึงกับครางออกมาด้วยความเสียวซาบซ่าน

********************************

           แสงอาทิตย์วันใหม่ ส่องฟ้าอียิปต์ วันที่ ณ  สนามกลางเมือง กองทหารนโปเลียนจำนวน 3 หมื่น 5 พันคน พร้อมนักวิทยาศาสตร์ ได้มารอประชุมอย่างเป็นทางการ กองทหารพร้อมปืนยาว ได้ยืนเรียงรายกัน เพื่อฟังโอวาทของนโปเลียนที่จะกล่าว ภาพรวมของการมาที่อียิปต์ เป็นการประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในประเทศอียิปต์

          “สวัสดีทหารผู้กล้าหาญทุกท่าน พวกท่านได้จากบ้านเมืองที่รักยิ่งมายังที่แสนไกล ทำสงครามแห่งศักดิ์ศรีเพื่อประเทศฝรั่งเศสอันเป็นที่รักของพวกเราทุกคน รัฐบาลฝรั่งเศสไม่มีสิ่งใดจะให้พวกท่านดีกว่านี้อีกแล้ว ความอดอยากและการกล้าหาญของพวกท่าน เป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญยิ่ง แต่ความกล้าหาญและความอดทนไม่สามารถนำเกียรติยศและความรุ่งโรจน์มาได้”

“ ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงได้นำพวกท่านมายังแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลกแหล่งหนึ่ง ในที่วัฒนธรรมรุ่งเรืองมากว่า ห้าพันปี ที่นี่ พวกท่านจะได้พบกับเกียรติยศ ชื่อเสียง ความรุ่งโรจน์และความมั่งคั่งสมบูรณ์ ถ้าพวกท่านอยากได้ความสำเร็จโดยที่ไม่ต้องทำงานหนัก ก็เหมือนการหวังผลในฤดูเก็บเกี่ยวโดยที่พวกท่านไม่ได้ปลูกอะไรเลย ดังนั้นพวกเราต้องต่อสู้กับความร้อน ความเหนื่อยยาก ไปสู่ความสำเร็จ”

          “ข้าพเจ้ายินดีที่ในกองทัพของเรามีทหารหญิงที่กล้าหาญมาร่วมรบ ในบ้านเมืองเรา หรือในทุกที่ในยุโรป ดูถูกสตรีว่าเป็นคนหรือไม่ เป็นคำดูถูกศักดิ์ศรีของ สตรี ที่เป็นเพศแม่ ที่มีความกล้าหาญไม่ยิ่งหย่อนกว่าผู้ชาย ผมจึงให้ความเท่าเทียมกัน ในศักดิ์ศรี ความเสมอภาค พวกท่านที่เป็นทหารหญิงคือวีรสตรีกลุ่มแรกของโลกที่มาร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารหาญ เป็นความภูมิใจในความเท่าเทียมกันที่ผมต้องกล่าวชื่นชม  ชัยชนะคือสิ่งที่ยอดเยี่ยม แต่ถ้าพวกท่านต้องการจะประสบความสำเร็จในการรบ เคล็ดลับคือการเรียนรู้ที่จะรับมือกับความล้มเหลว เพราะไม่มีใครที่เป็นผู้ชนะตลอดกาล”

ผมมีข่าวร้ายที่ต้องแจ้งให้กับพวกเราทุกคน ทหารเรือของเราได้ต่อสู้อย่างสมศักดิ์ศรี แต่เราได้สูญเสียทหารที่กล้าหาญไปในการรบทางเรือ กองเรือของเราถูกทำลายไปเกือบหมด เราต้องเข้าใจว่าบางครั้งคนเราก็สามารถผิดพลาดกันได้ ให้พวกท่านเข้าใจว่าการผิดพลาดไม่ใช่สิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับความสำเร็จ แต่เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ ผมจะไม่ให้ความผิดพลาด ที่เกิดขึ้นมาบั่นทอนจิตใจของพวกเรา  ยิ่งเรา อ่อนแอ ปัญหาต่างๆ จะยิ่งได้ใจ ยิ่งปัญหายิ่งใหญ่ เรายิ่งต้องอาศัย ใจที่ใหญ่กว่ามัน ทหารที่รักทุกท่าน พวกเราต้องรวมใจเป็นหนึ่งมุ่งสู่ชัยชนะในการรับครั้งนี้

“สำหรับนักวิทยาศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักชีววิทยา พวกท่านได้ร่วมเดินทางไกลมาร่วมกับผม ผมต้องชื่นชมในความวิริยะอุตสาหะที่พวกท่านต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ ที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศของเรา ขอให้พวกท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจในการศึกษาค้นคว้า ขอให้พวกท่านประสบความสำเร็จเพราะธรรมชาติไม่เคยสร้างอะไรที่ไม่มีหน้าที่ของมัน ธรรมชาติไม่เคยสร้างอะไรที่ไร้ประโยชน์ ดังนั้นพวกท่านจะต้องมองให้ออกถึงประโยชน์ของธรรมชาติ พืชพันธ์ที่พวกท่านได้พบ จะมีสิ่งใดเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้าง ขอให้ท่านจะค้นหาให้ได้ความจริงออกมา”

“เราจะต้องทำการรบต่อไป เราจะบุก ชาม (ซีเรียในปัจจุบัน) (Syria) รอมัลลาฮฺ (Ramallah)  ปาเลสไตน์ กาซ่า และ จัฟฟา (Jaffa) เอเคอร์ (Acre) อิสราเอล เราจะมีพันธมิตรร่วมรบคือเปอร์เซีย เพื่อที่พวกเราจะได้ลงเรือที่ เอเคอร์แห่งนี้ “

“สำหรับเมืองเอเคอร์ พระเจ้าอเลกซานเดอร์มหาราชได้ทรงยึดครองและนำกองทัพไปยังแคว้นไมซอร์ พวกเราจะต้องตามรอย อเล็กซานเดอร์มหาราช ต้องประสบชัยชนะดังเช่นพระองค์เคยทำสำเร็จมาแล้ว ขอให้พวกท่านร่วมแรงร่วมใจกัน” 

“นโปเลียนจงเจริญ ไชโย ไชโย ไชโย” หลังนโปเลียนกล่าวสุนทรพจน์จบ ทหารที่มารับฟังโอวาท ก็ตะโกนสดุดีนโปเลียน

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (140)

          ห้าวันหลังจากการกล่าวสุนทรพจน์ของนโปเลียน กองทหารฝรั่งเศสได้ออกเดินทางเพื่อไปยึดครองเมืองชามการเดินทางการเดินทัพ ได้แบ่งทหารเป็นหมวดหมู่ ให้เดินทัพทีละกองพล กองพลแรกนำโดยนโปเลียน เกลแบร์ บักเคน และทหารหญิง ทหารปืนใหญ่ ทหารราบบางส่วน ส่วนกองพลที่สอง ให้พลเอกบอร์น เป็นผู้ควบคุมทัพ กองพลที่สาม ให้ พลโท ฟรานซิส เวียร์ เป็นผู้ควบคุม และ กองพลที่สี่ มีพลโท อเล็ก และนักวิทยาศาสตร์ร่วมขบวน การเดินทางช่วงแรก จะเดินตามริมแม่น้ำไนล์ แต่มีช่วงหนึ่งที่ต้องเดินทัพตัดตรงไปยังเมืองชาม นโปเลียนไม่ได้สั่งการให้ทหารได้เตรียมน้ำดื่มให้พอเพียง สำหรับการเดินทัพผ่านทะเลทราย กองคาราวานอูฐ ที่ขนเสบียงอาหาร ปืนใหญ่ขนาดเล็ก ๆ เดินเรียงรายสุดลูกหูลูกตา ผ่านเนินทราย สลับกับไม้พุ่ม บางแห่ง  การเดินทัพช่วงเช้า อากาศเย็นสบาย ๆ แต่พอสายๆ อากาศเริ่มร้อนอบอ้าว ทหารที่นำน้ำดื่มติดตัวมา ก็ยกดื่มดับกระหาย น้ำดื่มเริ่มหมด อากาศยิ่งทวีความร้อนอบอ้าวมากขึ้น ทหารหน่วยแรก จะพบบ่อน้ำก็จะตักน้ำใส่กระติกไว้ บ่อน้ำไม่สามารถรองรับทหารจำนวนนับหมื่นนายได้ ทหารกองพลสุดท้าย ที่เดินตามมา เมื่อถึงบ่อน้ำ ก็พบเพียงบ่อน้ำแห้งผาก เพราะทหารหน่วยก่อนหน้านั้น ได้ตักน้ำไปจนหมด

“น้ำข้าต้องการน้ำ ไม่มีแหล่งน้ำเลย มีแต่ผืนทราย” ทหารที่เพิ่งมาถึงบ่อน้ำ หลายคนเริ่มกระหายน้ำ “ทุกคนเดินต่อไปอดทนอีกนิด จะมีโอเอซีสอยู่ข้างหน้า จะมีน้ำเพียงพอ” เสียงนานทหารที่ควบคุมการเดินทัพได้ร้องบอกทหารที่เริ่มหิวน้ำ มีทหารหลายนายเป็นลมเพราะอากาศร้อน และขาดน้ำ “ทหารเป็นลมท่าน ใครมีน้ำเหลือ นำมาให้ทหารจิบหน่อย”

“น้ำหมด” “ร้อนโว้ย”  “ร้อนชิบหาย”  “ยังกับตกนรกทั้งเป็น ร้อน ๆ” เสียงทหารเริ่มโวยวาย ระเบียบวินัยเริ่มไม่มี ความกระหายได้ทำให้ทหารขาดระเบียบวินัย พากันส่งเสียง  “ไอ้สารเลว ไอ้พวกเห็นแก่ตัว ตักน้ำไปหมด ไม่เหลือให้คนข้างหลัง” ทหารเริ่มก่นหน้าทัพที่ไปก่อนหน้า

ใครมีน้ำเหลือบ้างว่ะ หิวน้ำโวย  ทหารหลายนายเริ่มคุ้มคลั่ง “ปัง ปัง ปัง” ทหารบางนายยกปืนแล้วยิงปืนขึ้นสู่ท้องฟ้า

“ทุกคนดู โอข้างหน้ามีน้ำ ข้าเห็นน้ำสีน้ำเงิน อยู่ข้างหน้า” ทหารบางคนเริ่มมองเห็นน้ำอยู่บนท้องฟ้า เป็นปรากฏการณ์ ภาพลวงตา

          “ข้าเห็นป่าไม้เขียว เห็นน้ำด้วย” หลายคนร้องออกมา”  “ใช่แน่นอน น้ำ น้ำอยู่ข้างหน้า ทหารเริ่มออกวิ่งไปหาแหล่งน้ำ”

          นักวิทยาศาสตร์ที่ร่วมขบวนมา เกสพาร์ด มอนจ์ (Gaspard Monge)  ได้ร้องตะโกน“หยุด ทหารอย่าวิ่ง จะให้ท่านช็อค

“หยุดให้โง่ ข้าเห็นน้ำ ข้าจะต้องได้ดื่มก่อนใคร ฮะฮ้า น้ำโว้ย เสียงทหารส่งเสียงตระโกนแล้ววิ่งไปหาน้ำ แต่เมื่อวิ่งเข้าไป น้ำที่เห็นก็ค่อยถดถอยหนี “ เฮ้ย น้ำหนีได้โว้ย เมื่อกี้เห็นอยู่ตรงนี้ ทำไมน้ำหนีได้ว่ะ โอย ข้าหิวน้ำ น้ำ” เสียงทหารเริ่มเสียงหายไปแล้วล้มเป็นลมแดด เพราะขาดน้ำ

          ครุยส์ (Claude) นักเคมีที่โด่งดัง ได้เดินมาถาม เกสพาร์ด  “มันเกิดอะไรขึ้น ทหารวิ่งไปหาน้ำแล้วไม่มีน้ำมีแต่ผืนทรายแห้งผาก” อ๋อ เป็นปรากฏการณ์ภาพลวงตา (Mirage) สาเหตุเกิดจากแสงสะท้อนที่ผิวทราย หักเหผ่านชั้นบรรยากาศที่มีความหนาแน่นไม่เท่ากันเข้าสู่ตา”  “อา เข้าใจแล้ว แสดงว่าทหารเจอภาพลวงตาว่ามีแหล่งน้ำอยู่ใช่ไหม”ครุยส์ ถาม

เกสพาร์ด “ใช่ แต่สังเกตดี ๆ นะ แถวนี้ มีโขดหินลาดเอียงมากมาย อีกทั้งต้องเป็นหินไม่มีรู แสดงว่าบริเวณพื้นตรงฐานของหินอาจจะมีน้ำ เพียงแต่ต้องขุดลงลึกไป ถ้าพบความชื้นและชั้นหินให้ขยายปากหลุมสัก 30 เซนติเมตร แล้วรอสักสามสิบนาที ก็จะมีน้ำซึ่งออกมา ก็นำน้ำไปต้มก่อนเพื่อฆ่าเชื้อ”

“ช่างเป็นความรู้ เดี๋ยวต้องไปบอกท่านพลโท อเล็ก ให้สั่งการกับทหารที่กำลังคลุ้มคลั่งให้หาที่พักบริเวณนี้แถวโขดหิน”

“ทหารหยุดพัก และให้ขุดหลุมดินขึ้นมาบริเวณโขดหินแล้วรอสักพักจะมีน้ำซึมออกมา ให้นำน้ำไปต้มก่อนดื่ม” เสียงพลโท

อเล็กร้องบอกทหาร “ทุกคนต้องอยู่นิ่ง ๆ ต้องสงวนพลังงานไว้ ถ้าไม่เคลื่อนไหวจะไม่ค่อยหิวน้ำ ให้อดทนเอา สักพักจะมีน้ำดื่มไหลออกมา”

          “ครับท่าน พวกเราหยุดพัก หาร่มไม้ โขดหิน สงวนพลังงานเอาไว้” 

“อย่าให้ร่างกายถูกแดดเผาจะทำให้เสียน้ำ” เกสพาร์ดกล่าวย้ำ และก็ได้หยิบ น้ำที่ใส่ในขวดแก้วทดลองออกมาจิบ แล้วแจกจ่ายให้กับเพื่อนนักวิทยาศาสตร์ และให้ทหารที่เป็นลมเพราะขาดน้ำ

กองพลของพลโทอเล็ก ได้สั่งให้ทหารพักคลายร้อนการเดินกลางทะเลทรายกลางวันเป็นการคิดผิดมหันต์ของนโปเลียน

 เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงทหารที่ขุดหลุมก็ได้น้ำซึมออกมาแล้วก็นำไปต้มฆ่าเชื้อ แล้วแบ่งกันจิบเพียงคนละนิดหน่อย ทุกคนรอให้พระอาทิตย์ตกดินค่อยออกเดินทางต่อ

เกสพาร์ดสนทนากับครุยส์และพลโทอเล็ก  มากับท่านนโปเลียนคราวนี้ได้ประสบการณ์มากมาย เมื่อกลับไปฝรั่งเศสจะให้ช่างทำการหล่อแก้วให้เป็นรูปโค้งเมื่อให้น้ำได้หยดลงมาได้ เพระผมสังเกตเห็นต้นกระบอกเพชรมีหนามที่ปลายใบ เพื่อเก็บไอน้ำ ดังนั้นผมจะทำฝาแก้วเป็นรูปโค้งเพื่อเป็นจุดศูนย์รวมน้ำ โดยให้สังเกตตรงไหนของทะเลทรายมีพุ่มไม้ ใบไม้ ให้นำใบไม้ จากต้นเด็กออกมา แล้วขุดหลุมโยนใบไม้ลงไปในหลุม โดยต้องขุดหลุมให้ลึกจนเจอความชื้นในใต้ดินแต่ต้องขุดกลางแดดห้ามขุดในร่มเด็ดขาด เพราะจะทำการกลั่นน้ำออกมา โยนพืชใบเขียวใดๆก็ได้ลงไปในหลุมให้เต็ม ให้เต็มหลุม วางกระป๋อง หรืออะไรก็ได้ที่ใส่น้ำลงไปในหลุมให้อยู่ตรงจุดศูนย์กลางพอดีนำฝาแก้วพลิกให้ส่วนโค้งตรงกลางลงข้างล่างตรงกับกระป๋องหรือขวดแก้ว แล้วเอาดินกลบทับรอให้พระอาทิตย์ส่งความร้อนลงมาที่หลุมและในกระบวนการนี้เองการระเหยจะเกิดขึ้นและความชื้นใดๆก็ตามที่ระเหยจากดินหรือใบไม้จะไม่สามารถระเหยไปในอากาศได้เพราะมันจะติดอยู่ที่ฝาแก้วสุดท้ายมันจะจับตัวเป็นหยดน้ำและไหลลงแก้วไปในที่สุด”

“ยอดเยี่ยมมากท่าน สมแล้วที่นโปเลียนให้ท่านร่วมเดินทางมาครั้งนี้ด้วย เพื่อนผมที่ฝรั่งเศส นิโคล่า อัปแปร์ (Nicolas Appert) ได้คิดค้น อาหารที่บรรจุในขวดโหล ปิดปากขวดด้วยจุกก๊อกให้สนิทแล้วซีลด้วยขี้ผึ้งอีกรอบนำไปต้มในน้ำร้อนจนกว่าอาหารจะสุก วิธีนี้จะทำให้สามารถเก็บอาหารไว้ได้เป็นปี ๆ แต่อาหารจะเสียถ้าฝามีรอยรั่วให้อากาศเข้าไปได้ ท่านลองชิมอาหารที่ผมนำมาไหม  แต่รสชาติอาจจะไม่เท่าอาหารปรุงสุกใหม่แต่จะลดภาระเรื่องเสบียงอาหารไปได้มาก”

“วิเศษ สุดยอดมาก ทำไมท่านไม่นำเสนอนโปเลียน”

พลโทอเล็ก ถามเกสพาร์ด “

ผมก็พยายามเสนอท่านแล้ว แต่ท่านบอกติดงานยุ่ง ไว้มีเวลาว่างกว่านี้ ค่อยคุยกัน ผมก็เลยเฉยๆ ขวดน้ำอาหารกระป๋องผมนำติดตัวมาด้วย เพื่อฉุกเฉินจะได้ทานได้ในทะเลทราย”

“นำติดตัวมามากไหม ผมนำติดตัวมาประมาณ 20 ขวด เป็นอาหาร 15 ขวด น้ำ 5 ขวด” ดี ไว้พบนโปเลียนผมจะนำความคิดไปเสนอท่าน เพราะเราประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ และเสบียงอาหารในการออกรบ ต้องไปปล้นเสบียงชาวบ้านที่เราไปยึดครองถ้าเรามีเสบียง น้ำจะลดปัญหาในส่วนนี้ไปได้มากมายมหาศาลเลย”

พลโทอเล็กบอกกับเกสพาร์ด