บักเคนทะลุมิติตอนที่129-130

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (129)

นโปเลียน ขี่ม้าชมสฟิงซ์ ที่หมอบเฝ้าอยู่กับปิระมิดคูฟู และชมดูปิระมิดของคาเฟร ปิระมิดของเมนคูเร ที่ตั้งไม่ห่างกันมาก

นโปเลียนสอบถามมูซาว่า “ปิรามิดทั้งสอง พวกขุดสมบัติ ได้ขุดค้นไหม”

“ขุด ครับ”

นโปเลียนได้ให้มูซานำไปสำรวจทางเข้าปิรามิดทั้งสองแคบ เหมือนกับปิรามิดคูฟู นโปเลียนเลยเกิดความไม่สนใจ ได้ขี่ม้าไปดูพื้นที่รอบ ๆ  ปิรามิดแทน เพื่อรอเวลาจะได้ไปนอนในปิรามิดในคืนนี้ตามที่บอกกับทุกคน

“ใครจะเข้าไปนอนบ้าง” นโปเลียนถาม มูซา บักเคน และบูชาร์ด

“ไม่ละครับท่าน ผมกลัว เสียงตุ๊กแก” บักเคนตอบนโปเลียน

“แล้วเจ้าละ มูซา”

“ผมก็ไม่ มันวังเวง นอนคงไม่หลับ ขอนอนรอท่านข้างนอกแถวต้นอินทผาลัมดีกว่า”

          “เจ้าละ บูชาร์ด”  “ผมก็ไม่ ขอนอนกับคุณเคนและมูซากับทหารดีกว่า”

          “ตามใจ เราจะไปนอนคนเดียว”

“บูชาร์ดมองเห็น และเอ่ย “ใครควบม้าตรงมาดูไม่ชัด”

สักพักก็มีทหารควบม้าเข้ามา “เรียนท่านนายพล ตอนนี้กองเรืออังกฤษกำลังถล่มทัพเรือเราครับท่าน”

“เจ้าว่าอะไรนะกองเรืออังกฤษโจมตีทัพเรือหรือ แล้วผลเป็นอย่างไร”

“ไม่ทราบครับผม ท่านนายพลมีโนให้ผมมารายงานท่าน”

“ไปพวกเรากลับ” นโปเลียนบอกทุกคน และควบม้ากับกรุงไคโร ส่วนบักเคนก็เปลี่ยนจากอูฐเป็นม้า รีบควบตามนโปเลียนมุ่งตรงไปยังศาลากลางเมือง

        ***********************************

          “เป็นอย่างไรบ้างท่านนายพลมีโน ผลการรบเป็นอย่างไร เราสูญเสียมากไหม”

          “เรียนท่าน นโปเลียนจากรายงานการสู้รบเราสูญเสียเรือไปสองร้อยลำ ครับท่าน”

          “โอ พระเจ้าทหารที่เสียชีวิตจะต้องไม่ตายฟรี ท่านนายพลมีโน ท่านจงเตรียมตัวและท่านเป็นผู้บัญชาการรบทางทะเลไปตามล่ากองเรืออังกฤษและทำลายมันซะ”

          “กองเรืออังกฤษมากันทั้งหมดเท่าไหร่” นโปเลียนถาม

          “จากรายงานทหารที่ชายหาดเรือรบอังกฤษประมาณ 30 ลำครับท่าน”

“โอ เรือรบ 30 ลำจมเรือพวกเราไปสองร้อยลำ มันช่างน่านัก” นโปเลียนพึมพำ บอกให้เรือที่เหลือ ออกไปตามล่าเรืออังกฤษเดี๋ยวนี้

“ครับท่านนโปเลียน ผมจะไปเตรียมตัวและออกล่ากองเรืออังกฤษ”

“พลเอกกาลีเบอร์ ท่านรักษาการณ์อยู่ที่กรุงไคโร และให้ท่านแจ้งนักเคมี นักชีววิทยา ให้สำรวจพันธ์พืชต่อไปทั่วอียิปต์ ส่วนนักโบราณคดี ให้ไปสำรวจ มหาปิรามิดกีซ่า ที่ผมเพิ่งกลับมา ผมคิดว่า พวกหัวขโมยมันสำรวจไม่หมด ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมาก ถ้าค้นพบอะไรเราจะนำกลับฝรั่งเศส  โดยการสำรวจให้บูชาร์ดเป็นหัวหน้าสำรวจ ส่วนพลเอกบอนท์ให้ไปเตรียมทหารปืนใหญ่ ทหารราบ ทหารม้าให้พร้อม และให้แจ้ง หมอฮาห์เนมานน์ ให้ไปกับพวกเรา เราจะบุกตามล่ามูแรด และอิบบราฮิมที่ซีเรีย

  พลเอกมีโน ได้รายงาน นโปเลียน

“ท่านครับคณะกรรมการดีเร็กตัวร์ ส่งข่าวมาว่า เนื่องจากท่านมีภารกิจต้องยึดอัฟริกาให้ได้ จึงส่ง ให้กับฌอง-บัพติส เกลฺแบร์ มาช่วยทหาร พร้อมกับทหารและปืนใหญ่จำนวนหนึ่ง”

          “ดีแล้ว ท่านเกลฺแบร์ จะมาถึงเมื่อไหร่ คงจะเร็ว ๆ นี้”

“ ดีอย่างนั้นท่านนายพลมีโน ท่านจงลาดตระเวน ค้นหากองเรืออังกฤษและ ถ้าพบเรือของ ท่านเกลฺแบร์ ก็ให้กำลังส่วนหนึ่งเข้าคุ้มครองท่านมายังอ่าวอาบูกีร์ 

“ได้ครับท่าน นโปเลียน”

          *****************************************

          หลังจากสั่งการเสร็จ นายพลนโปเลียนก็กลับจวนที่พักและพบกับเฟาเรส “เป็นอย่างไรท่าน เหนื่อยไหม ถ้าเหนื่อยเดี๋ยวหนูจะบีบนวดคลายเมื่อยให้” เฟาเรสบอกกับนโปเลียน

          “เฟาเรส เราจะเดินทางไปซีเรีย เพื่อไปทำสงครามและถ้าสงครามสงบจะตามเราไปอยู่ที่ปารีสไหม” นโปเลียนหยั่งเชิงถามเฟาเรส

          “อยากไป แต่ไม่คุ้นชินกับวัฒนธรรมของบ้านท่าน ขออยู่ที่ไคโรดีกว่า ท่านกลับไปฝรั่งเศสแล้วจะกลับมาอียิปต์อีกไหม”

          “กลับซิ แต่เรื่องชวนให้ไปอยู่ที่ปารีส ยังมีเวลา เธอก็คิดทบทวนให้ดี อย่ารีบร้อนตัดสินใจ ด้วยความสัตย์จริงผมอยากให้เฟาเรสไปกับผม เพราะผมมีบ้านอยู่ที่ปารีสและที่มาเซย์ ลองคิดทบทวนดูให้ดี ผมรักคุณมาก อยากจะให้ไปอยู่ปารีส ไปถ่ายทอดวัฒนธรรมการเต้นระบำหน้าท้องที่ฝรั่งเศส ใช้ชีวิตที่ฝรั่งเศสดีกว่าอยู่ที่อียิปต์ ที่ฝรั่งเศสเสรี เปิดกว้าง และจะนำไปดินแดนโลกใหม่ ถ้าผมยึดครองได้”

ต่อมาสเปนได้ยกดินแดนหลุยส์เซียน่าให้กับฝรั่งเศสในยุคที่นโปเลียนปกครอง

          “แล้วท่านจะออกเดินทางไปซีเรียเมื่อไหร่ น่าจะอีกสองสามวันขอเตรียมกองทัพเสบียงให้พร้อม และผมก็รอพบท่านเกลฺแบร์ ที่กำลังเดินทางมา ถ้ายังไม่พบท่านเกลแบร์ ก็ยังคงต้องรอ” นโปเลียนบอกเฟาเรส

                        *********************.*********

ท้องทะเลสีคราม  ฟองคลื่นเป็นริ้วขาวกระจายตามการแล่นของเรือ เกลฺแบร์ ได้รับคำสั่งของ คณะกรรมการดิเรกตัวร์ ให้มาช่วยนโปเลียนทำสงครามที่อัฟริกา เกลฺแบร์ จำใจต้องเดินทางมา ใจจริงแล้วไม่อยากจะมาอียิปต์เพราะเป็นดินแดนที่ล้าหลัง

หลังจากรอนแรมในทะเลมาเกือบเดือน เกลฺแบร์ไม่ได้ทราบข่าว รัฐบาลออตโตมาน อังกฤษ รัสเซีย ได้จับมือเป็นพันธมิตร เพราะเรือของ เกลแบร์ออกเดินทางมาก่อนหน้า เพียงสามวัน ก็เกิดเหตุการณ์ของสามชาติรุมกินโต๊ะฝรั่งเศส

เกล์แบร์ได้แวะที่เกาะมอลต้าเพื่อนำแพทย์สนามที่หมอลาเรย์ได้ฝึกอบรมขึ้นเรือมาด้วย

อีกด้านหนึ่งพลเอกมีโน เมื่อได้รับคำสั่งจากนโปเลียนก็จัดเรือรบที่เหลือทั้งหมด ออกมาตามหากองเรืออังกฤษเพื่อแก้แค้นที่ถูกโจมตี จนเรือรบฝรั่งเศสจมและเสียหายสองร้อยลำ กองเรือรบของนายพลมีโนได้ตระเวนทั่วน่านน้ำแต่ไม่พบกองเรืออังกฤษแต่อย่างไร และภารกิจที่ได้รับมอบหมายคือรอคุ้มครอง เกลแบร์ที่กำลังเดินทางมาอียิปต์

“ผู้การมีเรือมุ่งตรงมาทางนี้” เรือชาติไหนดูให้ดี

“เรียนท่านเกลแบร์มีกองเรือกำลังมุ่งมาทางนี้”  ผู้การรายงานตามที่ได้รับแจ้งจากทหารที่อยู่บนเสากระโดงเรือส่องกล้องไปรอบๆ

“เรือของชาติไหน อังกฤษหรือเปล่า ถ้าอังกฤษบอกให้เรือทุกลำเตรียมอาวุธให้พร้อม เพื่อกองเรืออังกฤษจะโจมตีพวกเรา”

“ได้ครับท่าน”  ผู้การรับคำสั่งของเกลแบร์

“พวกเราเตรียมปืนใหญ่กราบเรือทั้งสองฟาก เตรียมอาวุธให้พร้อม”

“ได้ครับผู้การ

          บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (130)

“ผู้การผมเห็นธงเรือแล้ว เป็นเรือของพวกเรา”

“เรียนท่านเกลแบร์ เป็นกองเรือฝรั่งเศสครับท่าน”

“ดีงั้นส่งสัญญานธง  (รหัสสัญญานมอร์ส) ออกไปว่าเป็นเรือฝรั่งเศสเหมือนกัน”

สักพักเรือของนายพลมีโน ก็ยกสัญญานธงตอบกลับมา ก็แล่นมาจอดข้างกราบเรือของเกลแบร์

“สวัสดีท่านเกลแบร์ การเดินทางราบรื่นดีไหม” พลเอกมีโนถามข่าวคราวเกลแบร์

          “ก็สบายดีแต่ผมเมาเรือตลอดหลังจากออกจากฝั่ง เป็นทหารบกไม่ใช่ทหารเรือ”

“ มีข่าวอะไรบ้างไหมที่ฝรั่งเศส ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ประชาชนก็ให้การสนับสนุนรัฐบาลดี” เกลแบร์บอกพลเอกมีโน

“แล้วทางอียิปต์เป็นอย่างไรบ้าง มีข่าวบ้างไหม”

“ตอนนี้กำลังแย่ กองเรือถูกทัพเรืออังกฤษ ประมาณ 30 ลำโจมตีที่ฐานทัพอ่าวอาบูกีร์เรือฝ่ายเราจมไปสองร้อยลำ ท่าน นโปเลียนให้ผมนำทัพเรือออกค้นหา กองเรืออังกฤษ และคอยต้อนรับท่านด้วย”

“ขอบคุณไม่ต้อง ผมจะเดินทางไปที่ฐานทัพอ่าวอาบูกีร์ พร้อมกับหมู่เรือที่ผมนำมา 5 ลำ ผมคุ้มครองตนเองได้ ท่านไปลาดตระ เวนตามหากองเรืออังกฤษดีกว่า เพราะมันเป็นภัยต่อการลำเลียงสินค้าจากอียิปต์สู่ฝรั่งเศส ผมขอแยกตัวเพื่อเดินทางต่อ”

 เกลแบร์บอกพลเอกมีโน “แล้วพบกันที่ไคโรนะท่านนายพล” เกลแบร์กล่าวย้ำอีกครั้ง

“ได้ครับท่าน ขอให้พระผู้เป็นเจ้าคุ้มครองท่านเดินทางปลอดภัย” พลเอกมีโนอวยพรเกลแบร์ และหันหัวเรือออกเพื่อตามหากองเรือของอังกฤษต่อไป

*************************************

“ท่านนายพลเนลสัน ท่านคิดว่ากองเรือฝรั่งเศสจะตามหาเราไหม” นาวาเอกจอห์น ฟิลลิป ผู้การเรือหลวง ลอนดอน กล่าวกับลอร์ด เนลสัน  กองเรืออังกฤษประกอบด้วยเรือรบจำนวน 30 ลำได้ถล่มเรือรบฝรั่งเศสจม ศักยภาพทางเรือของอังกฤษยิ่งใหญ่ จนยึดครองได้เกือบทั่วโลก ได้รับสมญานามว่าดินแดนพระอาทิตย์ไม่ตกดิน ดินแดนเกือบทั่วโลกต้องตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ

ยุทธนาวีระหว่างฝรั่งเศสกับอังกฤษคือศึกชี้ชะตาอนาคตอียิปต์และดินแดนตะวันออกกลาง เอเชียเป็นผลต่อเนื่องจากศึกทางเรือ

“ผมคิดว่าต้องตามหาพวกเราแน่นอน เขาคงแค้นที่เราจมเรือรบของพวกเขาร้อยกว่าลำและเสียหายอีกจำนวนหนึ่ง เป็นใครก็ต้องล้างแค้นคืนแน่ ผมคิดจะกำจัดกองทัพเรือฝรั่งเศสให้หมดไปจากน่านน้ำ เพื่อตัดกำลังไม่ให้ฝรั่งเศสส่งทหารไปแผ่อิทธิพลในอัฟริกา และค่อยล้อมปราบ นโปเลียน

เมื่อนโปเลียนไม่มีกองทัพเรือ ทหารของนโปเลียนก็จะโดดเดี่ยวอังกฤษและออตโตมันค่อยตามทำศึกกับนโปเลียน คราวนี้

นโปเลียนไม่มีโอกาสได้กลับปารีสแน่นอน คงจะทิ้งชีวิตไว้ที่อียิปต์”  ลอร์ด เนลสันบอกกับผู้การฟิลลิป

“ดีครับ ผมอยากจะทำศึกให้สมศักดิ์ศรีกับกองเรือฝรั่งเศสอยู่พอดี เพราะคราวถล่มอ่าวเหมือนกันการฝึกซ้อม ฝรั่งเศสไม่ได้เตรียมตัว แต่เมื่อเขาตามหาเราเขาคงเตรียมตัวมาดี ศึกคราวนี้สนุกแน่”

“อย่าประมาทผู้การ เราไม่รู้ว่านโปเลียนจะให้ใครเป็นแม่ทัพทางเรือ นโปเลียนคงจะไม่มาทำศึกเอง” ลอร์ด เนลสันคาดการณ์ แล้วก็เป็นจริง

“ผู้การ ผู้การ มีเรือกำลังแล่นมาทางทิศตะวันออก กำลังมุ่งตรงมาทางนี้” พลทหารเรือที่ยืนอยู่บนป้อมเสากระโดงเรือรายงานผู้การ

“  รีบไปรายงานต้นเรือ ให้แจ้งข่าวแก่เรือรบทุกลำให้เตรียมพร้อมประจัญบานน่าจะเป็นกองเรือฝรั่งเศสแน่” ผู้การฟิลลิป บอก ทหารเรือทุกคน

“ครับท่านผู้การ”  เรือของลอร์ดเนลสันได้ส่งสัญญาธงให้เรือรบทุกลำในหมู่เรือได้ทราบให้เตรียมพร้อมเพื่อโจมตีเรือข้าศึก

          “ผู้การ เห็นธงแล้ว เป็นเรือฝรั่งเศสจริงด้วยท่าน”

“รีบไปรายงานท่านลอร์ดเนลสันว่าพบกองเรือฝรั่งเศสแล้ว”

“ผู้การ กองเรือฝรั่งเศสแปรรูปขบวนแล้ว”

          “ผู้การฟิลลิป เราต้องเปลี่ยนรูปแบบการรบเสียใหม่ แทนที่จะตั้งแถวสาดกระสุนเหมือนกับที่เราเคยทำมาในการรบทางเรือทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมจะเสี่ยง จัดทัพเรือเป็นสองแถวแล้วแล่นเข้าหาทัพเรือฝรั่งเศสเป็นมุมฉาก โดยแถวบนจะตัดผ่านหลังเรือธงของฝ่ายฝรั่งเศส เพื่อบังไม่ให้เรือลำต่อมามองเห็นธงสัญญาณ และแถวที่สองตัดผ่านส่วนกลาง เพื่อตัดขาดส่วนกลางของแถวออกจากส่วนล่าง หลังจากนั้นทั้งสองแถวจะทำการโอบล้อมเพื่อจัดการเรือที่อยู่ตรงกลางที่ถูกตัดขาดก่อน เพื่อสร้างความเสียหายให้กับกำลังหลักของฝรั่งเศส”

          “เป็นความคิดที่ดีแต่มันอันตรายมากนะท่านเรือลำแรกของสองแถวต้องเสียสละถูกปืนใหญ่ของข้าศึกแน่นอน” นาวาเอกฟิลลิป บอก ลอร์ดเนลสัน

          “ก็ใช่ตามที่ผู้การว่า ผู้การสั่งให้พลสัญญานธงแจ้ง ผมจะไปบัญชาการที่เรือหลวงลิเวอร์พูลเอง ผมจะคุมแถวแรกแล้วผู้การคุมแถวสอง” ลอร์ดเนลสันบอกกับผู้การฟิลลิป”

          “ท่านมันอันตรายมาก โอกาสถูกยิงไม่ต่ำกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ การจะยิงปืนใหญ่ในทะเลให้แม่นนั้น จะต้องเข้าในธรรมชาติของคลื่นในทะเลช่วงนี้คลื่นลมแรงการจะจุดชนวนปืนใหญ่ได้สอดคล้องกับการโยนตัวของเรือ มันอยู่ที่ประสบการณ์ในการบังคับบัญชาเรือ ผมเป็นผู้การเรือเหมือนกับท่านเมื่อ อายุ 23 ปีถึงตอนนี้ประสบการณ์ผมมากพอที่จะอ่านคลื่นออก สามารถสั่งให้จุดชนวนปืนใหญ่ได้ดีกว่าทางฝ่ายฝรั่งเศส แต่สำหรับกองเรือของนโปเลียนไม่ได้มีประสบการณ์ในการรบทางทะเลมากกว่าพวกเรา เราถล่มเรือที่อ่าว ก็บ่งบอกถึงประสบการณ์ในการจอดเรือ ไม่มีการวางกำลังลาดตระเวน เพื่อเตรียมภัย แสดงว่าไม่ได้มีความชำนาญในการรบทางทะเล โอกาสที่จะยิงพลาดหรือโดนจุดสำคัญของเรือจึงมีน้อย” ลอร์ดเนลสันบอกกับผู้การฟิลิป

          “ถ้าไม่ลองเสี่ยงดู เราก็ไม่สามารถกำจัดทัพเรือฝรั่งเศสในคราวนี้ได้ อย่างไรก็ต้องลองเสี่ยง ผมตันสินใจแล้ว ผู้การไม่ต้องห้าม ”

          “ขอให้พระผู้เป็นเจ้าคุ้มครองท่าน” ผู้การฟิลลิป

          เมื่อผมขึ้นบัญชาการที่เรือธงลิเวอร์พูลให้สั่งการให้ผู้การเรือทุกลำมีอำนาจตัดสินใจด้วยตนเองไม่ต้องรอฟังคำสั่งผมหรือจากผู้การให้มีอิสระในการตัดสินใจโดยมีเป้าหมายเดียวคือเอาชนะฝรั่งเศสให้ได้และให้ยกเลิกการติดต่อสื่อสารด้วยสัญญาณธง ให้สังเกตแต่เพียงธงเรืออังกฤษเท่านั้น” ลอร์ดเนลสันได้สั่งการผู้การฟิลลิป

 “เรือหลวงลิเวอร์พูลเตรียมประจัญบาน ใช้ความเร็วสูงสุด “

ลอร์ดเนลสัน สั่งการให้พลยิงเริ่มจุดชนวนปืนใหญ่ “ยิงได้ “ยิง” หวี๊ด บึ้ม ๆ หวี๊ด บึ้ม ๆ บึ้ม ๆ กระสุนปืนใหญ่จากปากกระบอกปืนบนเรือหลวลิเวอร์พูลระดมยิงใส่เรือรบฝรั่งเศส ปืนเรือจำนวน 8 กระบอกระดมยิงพร้อมกัน ปืนบนเรือหลวงลิเวอร์พูลกระหน่ำยิงเรือรบฝรั่งเศส

กองเรือฝรั่งเศสแปรรูปขบวนเรือเป็นเส้นตรงเข้ามา หากองเรืออังกฤษ  สองฝ่ายกระหน่ำยิงปืนใหญ่เข้าใส่กัน บึ้ม ๆ หวี๊ด บึ้ม ๆ บึ้ม ๆ

“ท่านลอร์ดเรือฝรั่งเศสถูกปืนเข้าไปแล้วหนึ่งลำ”  “ดีมาก” เตรียมจุดชนวนชุดสอง “ยิงได้ บึ้ม ๆ หวี๊ด บึ้ม ๆ บึ้ม ๆ ลูกปืนใหญ่จากฝ่ายอังกฤษ  ที่มีประสบการณ์และประสิทธิภาพดีกว่า ฝ่ายฝรั่งเศส

เรือรบอังกฤษได้ยิงถูกเรือทางฝ่ายฝรั่งเศสทยอยจมไปทีละลำ ส่วนทางอังกฤษได้เสียเรือรบ “เรือหลวงยอร์ค เรือหลวงบริสตอล เรือหลวง เชพฟิลส์ ที่ถูกปืนใหญ่ฝ่ายฝรั่งเศสจมในยุทธการครั้งนี้