บักเคนทะลุมิติตอนที่108-110

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (108)

โรแบสปิแยร์ ถูกคุมขังในเรือนจำ ขณะที่ฝนตกหนักอย่างกับฟ้ารั่ว โดยตกไม่หยุดก่อนถึงวันรุ่งขึ้น ลานประหารชีวิต โรแบส ปิแยร์ ได้ถูกน้ำท่วมเพราะระบายน้ำไม่ทัน หลังจากร่างจดหมาย   ขอความเป็นธรรมเสร็จแล้วได้ยื่นให้กับ แซงส์ จูสต์ ได้อ่านตรวจทานเป็นครั้งสุดท้าย เพราะในวันรุ่งขึ้นจะต้องส่งจดหมายให้กับคณะปฏิวัติก่อนจะประหารชีวิต จะได้ยื่นจดหมายต่อคณะ ก่อการเพื่อให้ระงับการประหารชีวิตตนเองออกไปก่อน ให้ทำการไต่สวนคดีใหม่”

“ท่านผมว่าไม่มีประโยชน์หรอกท่าน ยังไงเขาก็ไม่ฟัง ไม่อ่านจดหมายที่ท่านเขียนขอความเป็นธรรมแน่นอน เมื่อพวกเขาตั้งใจ จะประหารชีวิตท่านอีกสองวันข้างหน้า เสียเวลาเปล่าท่านโรแบส ปิแยร์” แซงส์ จูสต์ ได้บอกกับโรแบสปิแยร์ ถึงอนาคต อีกสองวันจะเป็นวันสุดท้ายที่พวกเขาจะได้มีโอกาสเห็นพระอาทิตย์เป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต ตอนนี้ได้แต่นั่งรอเวลาเพื่อสู่แดนประหาร เพื่อจะได้ยุติชีวิตในที่คุมขัง”  แซงส์ จูสต์ พูดบอกโรแบสปิแยร์ อย่างกับคนปลงตกในชะตาชีวิตของตน

ส่วนโรแบสปิแยร์ ยังทำใจกับอำนาจวาสนาที่ตนครอบครองไม่ได้ ไม่นึกว่าจะผันแปรในชั่วเวลาไม่กี่อึดใจจากผู้มีอำนาจสูงสุดในฝรั่งเศส แค่ชี้นิ้วเอ่ยปาก ชีวิตคนก็ต้องสังเวยเครื่องประหาร   กิโยติน แต่ตอนนี้ตนเองกับตกเป็นนักโทษเสียเอง นึกแล้วโรแบส ปิแยร์ เกิดความเครียดจัด เดินวนไปเวียนมาเหมือนเสือติดจั่น รอวันถูกคนนำไปฆ่า ทำให้อารมณ์สุดท้ายของโรแบสปิแยร์ เกิดความเครียดขึ้นสูงสุด เมื่อนึกถึงชะตาชีวิตตนเองเริ่มหดสั้นเข้า

แสงทองจับขอบฟ้าวันใหม่ หลายชีวิตได้เริ่มต้นวันใหม่             ด้วยความหวัง สัตว์หลายชีวิตเพิ่งลืมตาดูโลก เพื่อเผชิญกับโลก            ใบใหญ่ ที่เป็นเปรียบเสมือนกับโรงละครโรงใหญ่ หนอนหลายตัวที่ขยันได้คืบคลานออกหากินใบไม้ตั้งแต่เช้า นับเป็นสิ่งดี แต่อีกมุมหนึ่งนั้น ชีวิตของหนอนก็สั้นยิ่งนัก หนอนที่ขยันออกหากิน  แต่เช้าตรู่ ก็ไม่ได้มีชีวิตยืนยาวพ้นรุ่งเช้าวันนี้ เพราะถูกนกที่ออกหากินแต่เช้าจับกินเป็นอาหาร เป็นสัจธรรมของธรรมชาติ เช่นเดียวกับโรแบสปิแยร์ เสียงไก่ขัน ชะตาชีวิตของตนก็ใกล้หมดลมหายใจ เข้าไปทุกที

สองวันผ่านไปด้วยความรวดเร็ว ผู้ช่วยเพชฌฆาตและ                กองทหารของฝ่ายปฏิวัติได้มานำตัว โรแบสปิแยร์ และแซงส์ จูสต์ ออกจากห้องขังเพื่อนำไปขึ้นเกวียนบรรทุกนักโทษเพื่อนำไปประหารที่ลานประหาร ปลาส เดอ ลา เรฟโวลูซิยง ในระหว่างที่ผู้ช่วยเพชฌฆาตและกองทหารคุมตัวโรแบสปิแยร์ และแซงส์ จูสต์ไปยังลานประหาร

สมาชิกสมาคมจาโกแบงส์ที่ได้วางแผนบุกปล้นชิงตัว                  โรแบสปิแยร์ และแซงส์ จูสต์ ได้ทำการยิงใส่ทหารที่มาคุมตัว               โรแบสปิแยร์ เกิดการต่อสู้ตะลุมบอน เสียงปืนกึกก้อง ปัง ปัง ปัง…… ปัง. ๆๆๆ ปัง……………

และมีเสียงตะโกน ของพวกที่มาชิงตัวได้ร้อง “โรแบสปิแยร์จงเจริญ” ทหารหลายสิบนายถูกยิงล้มลง ขณะที่พวกที่มาปล้นตัว      โรแบสปิแยร์ก็ถูกยิงเสียชีวิตหลายคน

ปัง ปัง ปัง……..ๆๆๆๆ โรแบสปิแยร์ ทนเห็นทหารและสมาชิกสมาคมจาโกแบงส์ต้องมาต่อสู้กันเพื่อตน จึงไปแย่งปืนจากทหารที่กำลังสู้รบเพื่อตัดสินใจยุติชีวิตของตน เพราะไม่อาจทนเห็นคน ในชาติต้องมาต่อสู้กันและเป็นการต่อสู้ที่ไม่รู้จบ

          จากการตัดสินใจยุติชีวิตของโรแบสปิแยร์ โดยแย่งปืนทหารเพื่อนำปืนมาปลิดชีวิตตนเองและกระสุนปืนเกิดลั่นก่อนทำให้ลูกปืนเฉี่ยวกรามด้านซ้ายของโรแบสปิแยร์ไป เลือดจากรอยกระสุนปืนเฉี่ยวไหลเป็นทาง “โอ๊ย ๆๆ ………….” เสียงโรแบสปิแยร์ร้องลั่น

เมื่อกระสุนเฉี่ยวกรามด้านซ้ายเลือดไหลไม่หยุด ผู้ช่วยเพชฌฆาตได้หยิบผ้ามาทำการห้ามเลือดและเรียกทหารเสนารักษ์ให้ช่วยเอาผ้าพันแผลพันโรแบสปิแยร์ เสียงร้องของโรแบสปิแยร์ทำให้พวกสมาคมจาโกแบงส์ที่มาช่วยโรแบสปิแยร์ตกใจ เมื่อได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของโรแบสปิแยร์ ตกใจได้หลบหนีเกือบหมด ทิ้งเพียงร่างไร้วิญญาณของเพื่อนที่ถูกยิงเสียชีวิตไว้ใกล้ลานประหาร

          หลังจากเหตุการณ์ต่อสู้แย่งชิงตัวประกันจบสิ้นลง                      การประหารก็ดำเนินต่อไป แต่ฝูงชนได้หลบหนีไม่อยู่รอดู                  การประหารชีวิต เพราะกลัวถูกลูกหลงจากการต่อสู้ของทั้งสองฝ่าย ผู้ช่วยเพชฌฆาตได้นำแซงส์ จูสต์ ขึ้นแท่นประหารเป็นคนแรก แซงส์ จูสต์ ได้เดินตรงไปยังเครื่องประหารกิโยตินด้วยท่าที  ไม่สะทกสะท้าน และได้เอ่ยคำพูดสุดท้ายออกมา

“ใครที่ทำปฏิวัติครึ่ง ๆ กลาง ๆ เท่ากับขุดหลุมฝังตัวเอง” และผู้ช่วยเพชฌฆาตได้นำเชือกมามัดข้อมือไว้และให้ศีรษะแซง จูสต์ อยู่ใต้ใบมีด หัวหน้าเพชฌฆาตให้สัญญาณปล่อยใบมีดลงมา ศีรษะของแซงส์ จูสต์ ได้หลุดออกจากบ่าพร้อมกับวิญญาณได้หลุดลอย ออกจากร่างเหลือไว้เพียงความทรงจำ

ต่อจากนั้นเพชฌฆาตได้นำตัวโรแบสปิแยร์ขึ้นสู่แท่นประหาร ผู้ช่วยเพชฌฆาตได้เอาผ้าพันแผลออก โรแบสปิแยร์ ร้องด้วยความเจ็บปวดจากการถูกดึงผ้าพันแผลออก และหัวหน้าเพชฌฆาตได้ให้สัญญาณปล่อยใบมีดลงมา วิญญาณของโรแบสปิแยร์ ได้หลุดออกจากร่างตามแซงส์ จูสต์ ไปอีกคน การประหารชีวิตดำเนินต่อไป จนครบ 22 คน เลือดไหลลองเต็มคูที่ขุดเพื่อรองรับเลือดนักโทษ นักประหารไหลลงสู่สระที่เก็บเลือดนักโทษจำนวนมาก

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (109)

 หลังจากส่งพระโอรสที่เยอรมัน บักเคนได้ไปท่องเที่ยวป่าดำ ของเยอรมัน โดยรู้ว่าตนเองถูกหมายหัวจากคณะปฏิวัติ คณะกรรมการดิเร็กตัวร์จัดการส่งวิญญานของโรแบสปิแยร์หลุดลอยจากร่าง สมาคมสมาคมจาโกแบงส์ที่ยังมีกองกำลังที่ไม่เปิดเผยตัว อีกจำนวนมาก และคณะกรรมการดีเร็กตัวร์ ที่ทำการปฏิวัติซ้อนปฏิวัติ เริ่มสืบหาว่า คนสยามจะอยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ความวุ่นวายในฝรั่งเศสหรือไม่ เพราะเห็นในการต่อสู้ แม้จะเป็นเพื่อนลูกชายของ โรแบสปิแยร์ก็ตาม แต่ชายชาวสยามก็คงเข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในการปฏิวัติฝรั่งเศส ชนชั้นผู้นำของสมาคมเชื่อว่าต้องมีใครหนุนหลังบักเคน พาพระโอรสและพระธิดาหลบหนี ดังนั้นถ้าบักเคนมีส่วนเกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ ทำให้พระโอรสและพระธิดาไม่ต้องโดนประหาร

บักเคนดื่มด่ำกับธรรมชาติที่ป่าดำหลายสัปดาห์เริ่มมีความเบื่อ เพราะชีวิตไม่เคยหยุดนิ่ง จึงคิดออกเดินทางเพื่อไปพบกับ อาดัม ไวส์เฮาฟท์ (Adam Weishaupt) ซึ่งบักเคนเคยพบและร่วมสนทนากับโซฟีคราวก่อนปฏิวัติฝรั่งเศส การเดินทางไปพบกับอาดัม ไวส์เฮาฟท์ มีซิลแวงส์เป็นผู้ร่วมเดินทาง 

อาดัม ไวส์เฮาฟท์ เคยเป็นสมาชิกสมาคมฟรีเมสัน แต่ความเห็นไม่ตรงกัน เพราะสมาคมฟรีเมสันไม่ยอมรับความคิดของเขา จึงแยกตัวออกมาจัดตั้งสมาคมเอง เป็นสมาคม อิลลูมาติ เป็นสมาคมลับ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1776 ที่เมืองอิงก็อลชตัท แคว้นบาวาเรีย โดยมีโครงสร้างและระดับเฉกเช่นเดียวกับฟรีเมสัน แต่ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความเชื่อของเขาเอง มีจุดมุ่งหมายต่อต้านความงมงาย (superstition) ต่อต้านลัทธิหมิ่นประมาท (obscurantism)  ต่อต้านอิทธิพลของศาสนาในชีวิตผู้คน รวมถึงต่อต้านการใช้อำนาจรัฐในทางผิดแรกเริ่มใช้สัญลักษณ์เป็นนกฮูกแห่งอะธีนาเป็นสัญลักษณ์องค์กร

การเดินทางในเยอรมันราบรื่นดี เพราะอิทธิพลของคณะกรรมการดีเร็กตัวร์ยังแผ่มาไม่ถึง บักเคนได้พบกับ อาดัม ไวส์เฮาฟท์ ที่บ้านพักอันเร้นลับ ที่ก่อนจากกันที่ฝรั่งเศส อาดัมแอบนำแผนที่บ้านตนเองให้กับบักเคน โดยบอกว่าถ้ามีปัญหาอะไรให้มาพบได้ทุกเมื่อ  “สวัสดีคุณเคน ลมอะไรพัดคุณมา ตอนนี้ชักจะโด่งดังใหญ่แล้วนะ ดังไปถึงอเมริกา” อาดัมเอ่ยปากทักทายบักเคน “ก็ลมแห่งความคิดถึง บักเคนตอบกับและบอกอาดัม เพื่อนร่วมทางที่มาด้วยคือ ซิลแวงส์ ที่เป็นผู้นำพระโอรสหลบหนีจากฝรั่งเศส “ ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณ ซิลแวงส์” เช่นกันครับ คุณอาดัม มาเข้าไปคุยกันในห้องดีกว่า คุยข้างนอกไม่ปลอดภัย 

บักเคนสนทนากับอาดัม โดยมีซิลแวงส์รับฟังด้วย ส่วนมากเป็นเรื่องสัพเพเหระ และเรื่องความวุ่นวายในฝรั่งเศส “ได้ยินข่าวว่าคุณเคนจะกลับไปฝรั่งเศสใช่ไหม” อาดัมถามบักเคน

**************************************

อีกมุมหนึ่งในฝรั่งเศส กลุ่มคนห้าคนของคณะกรรมการดีเร็กตัวร์ กำลังนั่งประชุมในห้องสีหน้าเคร่งเครียด การประชุมพูดถึงสภาพเศรษฐกิจของฝรั่งเศสที่กำลังทรุดหนัก เอ็มมานูเอล ได้กล่าวว่า “เรียนคณะกรรมการบริหารฝรั่งเศสที่เคารพทุกท่าน ตอนนี้สถานการณ์บ้านเมืองวุ่นวาย ตามที่ทุกท่านทราบดีอยู่แล้ว ความหิวโหยของคนยากจน การเจ็บไข้ได้ป่วยจากการขาดอาหารทั่วฝรั่งเศส ราคาขนมปังที่สูงขึ้นแทบทุกวัน  การเก็บเกี่ยวธัญพืชที่ก็ไม่ได้ผล”

“ผมได้ยินข่าวว่ามีชายจากประเทศสยามที่ชื่อบักเคน มาทำพิธีแห่นางแมวทำให้ลูกเห็บยักษ์ตกทั่วแคว้น พืชผลเสียหายหนัก เป็นการทำพิธีที่วิปริตที่ไม่เคยเกิดขึ้นในฝรั่งเศสมาก่อน ผลจากการทำพิธี ทำให้ให้ผลผลิตไม่ดีมาหลายปี เห็นว่ามีการออกหมายจับ คนสยามแล้ว” 

“ใช่ผมก็ได้ยินข่าว ทำพิธีที่ไม่เคยทำมาก่อนในประเทศของเรา อาจจะเกิดอาเพศ ทำให้การเก็บเกี่ยวไม่ได้ผล สมควรจับตัวมาประหารด้วยกิโยติน” โรเฌ่ร์ ดือโกส์ ได้พูดสนับสนุน

โฌแซฟ ซีแยส์ หนึ่งในสมาชิกของคณะกรรมการคณะกรรมการดีเร็กตัวร์ ได้พูดเสริมว่า “ สภาพอากาศผิดปรกติจากการแห่นางแมว เกิดลูกเห็บตกหนัก อากาศแปรปรวนหนาวจนสัตว์และผู้คนล้มตาย ทำให้แผ่นดินไหว และภูเขาไฟ ที่ลากีและกริมสวอทน์ เกิดประทุขึ้นมาอีกสาเหตุคงเกิดจากไอ้คนสยามมาทำพิธีประหลาด ทำให้เกิดอาเพศ บ้านเมืองวุ่นวาย

ถ้าบ้านเมืองสงบศึกแล้วต้องตามหาไอ้คนสยาม ตามหาให้ทั่วฝรั่งเศส ถ้าหลบหนีไปประเทศไหนในยุโรป ก็จะต้องตามตัวให้เจอ แต่ถ้าหลบหนีไปประเทศสยามก็ต้องไปตามจับเพื่อให้มารับโทษที่ฝรั่งเศสให้ได้  และถ้าได้ยินข่าวว่าไอ้คนสยาม หลบหนีกลับประเทศสยาม  ถ้าสยามไม่ยอมส่งตัวจะส่งกองกำลังไปยึดประเทศสยาม” การประชุมหาแพะรับบาปซึ่งก็คือบักเคน โดยคณะกรรมการไม่เคยคิดว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากคุณภาพการเก็บเกี่ยว ดินไม่มีปุ๋ย การเก็บเกี่ยวที่ไม่มีประสิทธิภาพ สภาพอากาศผิดปกติจากกระแสน้ำอุ่นไหลมาพบกับกระแสน้ำเย็น ทำให้เกิดปรากฏการณ์ ความแห้งแล้ง ปรากฏการณ์ เอลนีโญ

ระบบการขนส่งที่ไม่เพียงพอทำให้อาหารขาดแคลน ในเมืองใหญ่ เพราะการขนส่งจากชนบทของฝรั่งเศสทำไม่ได้ สภาพถนนที่ทรุดโทรม การขนส่งยากลำบาก และโจรผู้ร้ายชุกชุมดักปล้นสินค้าที่ขนส่งเป็นประจำ ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการล้มละลายอย่างสิ้นเชิงของรัฐจากค่าสงครามที่ผ่านมาจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่จ่ายในการเข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามปฏิวัติอเมริกาของฝรั่งเศส ภาระของสังคมที่เกิดขึ้นจากสงครามรวมถึงหนี้สงคราม การเก็บภาษีไม่เพียงพอเพื่อหาเงินมาชำระหนี้

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (110)

ผมมาหาคุณอาดัม เพราะอยากปรึกษาว่าผมจะกลับฝรั่งเศส บักเคนเดินทางมาหาอาดัมโดยมีซิลแวงส์เป็นผู้นำทาง อาดัมถามเหตุผลที่บักเคนต้องกลับไปฝรั่งเศส

ตอนที่พักอยู่ที่ป่าดำผมได้รับจดหมายเชิญให้ไปปรึกษาหารือ”  “จดหมายจากใคร”

อาดัมถาม “จดหมายจากนายทหารหนุ่มอนาคตไกล”

บักเคนตอบ “รู้ได้อย่างไรว่าจะเป็นทหารอนาคตไกล คุณเคนรู้จักเขามาก่อนหรือ” ซิลแวงส์ที่ร่วมสนทนาด้วยเอ่ยปากถามบักเคน “เปล่าไม่รู้จักมาก่อน เคยได้ยินแต่ชื่อ” บักเคนตอบ  แต่เขาใช้ทหารคนสนิทมาพบผมที่ป่าดำชื่อโจอาคิม มูราท์ ใครกัน อาดัมพยายามซักไซ้บักเคน “พลจัตวานโปเลียน” บักเคนตอบ

“โอ้มายก๊อตนายพลที่โด่งดังของฝรั่งเศส” ทำไมคุณเคนถึงดังขนาดนี้ขนาดนายพลหนุ่ม ถึงกับรู้จักคุณเคนด้วย เขาหาคุณเคนพบได้อย่างไร ในดินแดนแถบป่าดำ”  อาดัมพยายามคาดคั้น บักเคนเหมือนน้ำท่วมปาก จะอธิบายอย่างไรดีเพราะตนเองรู้จัก นโปเลียนเป็นอย่างดี ในฐานะที่นโปเลียนเป็นผู้สร้างจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ของยุโรปหลังจากโรแบสปิแยร์สิ้นชีวิต

บักเคนทราบดีเพราะครูสอนสมัยเรียนชั้นมัธยมต้นสมัยเรียนที่ดอนมดแดง วันนี้นโปเลียนถึงกับให้ทหารคนสนิทมาเชิญตัวขอพบ  พร้อมจดหมายที่นโปเลียนเขียนถึงบักเคน

บักเคนบอกว่า ทหารคนสนิทเขาหาผมพบเพราะเขามีสายรายงานข่าวตั้งแต่ผมพาองค์ชายหลบหนีจากฝรั่งเศส เขาให้คนสะกดรอยตาม โดยที่ผมไม่รู้ตัว และทหารที่มาได้บอกว่า นอกจากสะกดรอยแล้วยังลอบให้การคุ้มครองผมกับพระโอรสในการเดินทางออกจากฝรั่งเศส

แม้ว่านโปเลียนจะไม่ชอบพระเจ้าหลุยส์แต่ความผิดไม่ควรครอบใส่พระโอรสของพระเจ้าหลุยส์ ทหารคนสนิทยังบอกว่า นโปเลียนไปสังเกตการณ์ตอนที่ผมนำชาวบ้าน แม่ค้าตลาดปลาลุยไปจับพระนางมารี อังตัวเนต ทหารเขาบอกว่า ครั้งแรก เห็นผมจะไปฆ่าพระนางมารี อังตัวเนตแต่กลับเปลี่ยนใจหันกลับมาช่วยพระนาง นโปเลียนเลยชอบที่ผมรู้จักแยกแยะไม่เหมาว่าทุกคนเป็นคนไม่ดี หรือคนดี แต่ใช้ความคิดวิจารณาณ ความคิดของผมมันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศฝรั่งเศส

“เรียนคุณเคน ผมเพิ่งทราบชื่อคุณเคนจากหมายจับของคณะปฏิวัติคณะกรรมการดีเร็กตัวร์ ผมประทับใจในความกล้าหาญของคุณเคนมากและทราบแนวคิดของคุณเคนในการทำการค้าที่แปลกใหม่  แนวคิดการทำการค้าของคุณเคนน่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศฝรั่งเศส ผมเลยอยากทำความรู้จักเป็นการส่วนตัว และหวังว่าคุณเคนคงตอบรับมิตรไมตรีของผม ผมขอให้สัญญาในนามชายชาติทหาร ในส่วนของหมายจับและการยึดทรัพย์ ถ้ามีโอกาสผมจะช่วยคุณเคนเอง

พลจัตวา นโปเลียน โบนาปาร์ต”

โอกาสอย่างนี้ถ้าบักเคนไม่ตอบรับ ก็ต้องเรียกควายว่าพี่ แต่บักเคนไม่รู้จะเอาเหตุผลอะไรมาอธิบายให้อาดัมและ ซิลแวงส์เข้าใจในสิ่งที่ตนรู้และเข้าใจถึงสิ่งใหญ่ในอนาคตของโลก

หลังจากบักเคนเอาจดหมายที่ นโปเลียนเขียนให้ อาดัมดู อาดัมได้แต่พยักหน้าเข้าใจและบอกบักเคนว่าผมจะไปกับคุณเคน ผมมีเพื่อนอยู่ในฝรั่งเศสอีกหลายคน ถ้าไปขอความช่วยเหลือคงไม่มีปัญหาอะไร อาดัมยังคงปิดความลับไม่ให้ซิลแวงส์ได้รู้ว่า ตนเองคือหัวหน้าสมาคมอัลลูมาติ ที่มีบทบาทกุมเศรษฐกิจทั้งโลก เพราะอาดัมคือชาวยิวที่อยู่ในเยอรมัน ที่ต่อไปจะกุมระบบเศรษฐกิจของทั้งโลก คนที่เป็นสมาชิกล้วนแล้วแต่มหาเศรษฐี ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี

อดีตประธานาธิปดี จอห์น อดัมส์ โทมัส เจฟเฟอร์สัน เจมส์ มอนโร เคยพูดคุยกับ อาดัม ไวส์เฮาฟท์ โดยเฉพาะ โทมัส เจฟเฟอร์สัน เคยดื่มเหล้าสนทนาการปกครองกับบักเคนที่ปารีสมาแล้ว โทมัส เจฟเฟอร์สัน เคยส่งจดหมายเชิญบักเคนไปเยี่ยมที่สหรัฐอเมริกา แต่บุญบักเคนไม่ถึง เกิดเหตุการณ์ติดพันในฝรั่งเศสเลยไม่ได้ไปเยี่ยมเยียน โทมัส เจฟเฟอร์สัน

บักเคน อาดัม และซิลแวงส์ใช้เส้นทางที่ไม่มีใครค่อยใช้เดิน ระหว่างเดินทาง ทั้งสามคนจะพักที่พักของสมาชิก อัลลูมาติ ที่พักแต่ละที่จะเป็นบ้าน คนร่ำรวยในแต่ละพื้นที่ ทำให้บักเคนและ ซิลแวงส์ไม่ค่อยได้รับความลำบากในการเดินทาง ทั้งคู่เดินทางรอนแรมหลายวันส่วนใหญ่กลางวันจะพักผ่อนส่วนกลางคืนค่อยเดินทางท่ามกลางอากาศหนาวเพราะปลอดคน อากาศหนาวและเส้นทางเปลี่ยว ทำให้การเดินทางราบรื่น หลังจากเดินทางเข้าเขตชายแดนฝรั่งเศส บักเคนได้ตรงไปยังบ้านที่นโปเลียนได้เขียนแผนที่ให้ เพราะเป็นสถานที่ติดต่อ ซึ่งบ้านของนโปเลียน เป็นเพียงบ้านไม่ใหญ่โตมากแต่มีรั้วรอบขอบชิดไม่ไกลจากโบสถ์ประจำเมืองตูลูส ซึ่งนโปเลียนได้วาดแผนที่ให้รายละเอียดชัดเจน

          หลังจากเดินทางมาถึงเเมืองตูลูส “ท่านมาพบใคร ชายชราหลังงองุ้ม เดินงก ๆ เงิ่นๆ มาเปิดประตูพร้อมกับถามบักเคน บักเคนได้ตอบชายชรา ผมมาแจ้งข่าวว่าอีกสองวัน อีกาจะมาฟักไข่ที่นี่ในช่วงเช้าก่อน 8 โมงเช้า” 

ซิลแวงส์ได้ยินก็ทำสีหน้างง อีกาจะมาฟักไข่ทำไมที่นี่ แต่อาดัมได้ยินก็ไม่แปลกใจเพราะมันเป็นรหัสลับที่สมาคมฟรีเมสัน อัลลูมาติ หรือหน่วยงานทางทหารใช้ติดต่อสื่อสารเพื่อป้องกันไส้ศึกปะปนเข้ามา

          หลังจากพูดคุยกับชายชราเรียบร้อยบักเคนได้ออกมาพร้อมกับอาดัมและซิลแวงส์ “เราจะไปไหนต่อ อีกสองวันอีกาถึงจะมาฟักไข่”  ก็ไปหาที่พักแถวกระท่อม ผมได้ติดต่อ คนรู้จักให้มาพบที่โบสถ์ไม่ไกลจากบ้านของนโปเลียน อาดัมได้บอกบักเคนและซิลแวงส์

          สองวันผ่านโดยไร้เรื่องราว วันนี้เป็นวันที่ อีกาจะมาฟักไข่ บักเคนได้เตรียมตัวไปพบกับนโปเลียน เมื่อถึงบ้านบักเคนได้ไปเคาะประตู  “ก๊อก ก๊อก ๆ สักพักชายชราคนเดิมก็เดินออกมาเปิดประตู “อีกามาฟักไข่แล้ว ขอเชิญพวกท่านเข้าไปข้างใน”

          เชิญทุกท่าน นโปเลียน มาในชุดดูเนี้ยบเหมือนจะออกไปข้างนอก นโปเลียนเดินมาหาบักเคนพร้อมกับจับมือบักเคน ยินดีได้พบทุกท่าน นโปเลียนค่อยจับมืออาดัม บักเคนเลยบอกนโปเลียน “นี่คุณอาดัม” “ยินดีได้รู้จักครับ” นโปเลียนเอ่ยปากทักทาย และนโปเลียนก็จับมือ ซิลแวงส์  “ยินดีต้อนรับครับ” “เช่นกันครับท่าน” ซิลแวลส์เอ่ยปากตอบ หลังจากทักทายกันพอหอมปากหอมคอ นโปเลียนได้เชิญพวกบักเคนไปพูดคุยกันต่อในห้องรับแขก ส่วนชายชราเมื่อนำพวกบักเคนเข้ามา ก็เดินหายไปหลังบ้าน สนทนากันได้สักพัก ก็มีทหารหนุ่ม สองนายถือ ชา กาแฟ พร้อมขนมคุกกี้มาเสริฟบักเคนทุกคน และก็ถอยออกไปจากห้องรับแขก

          “ขอบใจมากคุณเคนที่มาเยี่ยมเยียน ผมนึกว่าคงไม่มีโอกาสได้พบคุณเคนอีกแล้ว เพราะคุณเคนกับผมไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่คุณเคนยังเชื่อใจคนของผม และให้เกียรติมาเยี่ยมถึงบ้าน ทำตัวให้สบายนะครับ” นโปเลียนเอ่ยถาม บ้านหลังนี้ยินดีต้อนรับคุณเคน

          “ขอบคุณมากครับ ผู้หมวด บักเคนเผลอตัว เรียก พลจัตวา

นโปเลียนจะออกไปข้างนอกหรือครับ” บักเคนถามนโปเลียนเพราะสงสัยว่านโปเลียนแต่งตัวดี เหมือนจะออกไปข้างนอก “เปล่าผม รอพบคุณเคนตามนัดหมาย ผมแต่งตัวแบบนี้เสมอ โรงเรียนทหารสอนและได้รับการปลูกฝังจากคุณพ่อ เพราะคุณพ่อให้ความสำคัญกับการแต่งตัวมากต้องสง่างาม ต้องวางตัวให้ดี แม้ท้องจะหิวก็ตาม”

“อ๋อ แล้วผู้หมวด คืออะไร” นโปเลียน เก็บความสงสัยไม่ไหวสอบถามบักเคน

บักเคนได้ฟังนโปเลียนบอกถึงกับอึ้งกิมกี่ การเป็นคนชั้นสูงต้องแต่งตัวดีแม้ท้องจะหิว ภาพลักษณ์ของบุคคลอยู่ที่การแต่งตัว ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง สังคมมองตรงนี้ ซึ่งแตกต่างจากบักเคนลูกชาวไร่ ขอให้มีเสื้อผ้าใส่ก็พอ บักเคนไม่เคยนึกไปไกลเหมือน นโปเลียน “โทษครับครับ ผมปากไว เรียกตำแหน่งท่านผิดไปครับ อ๋อ ผู้หมวด คือยศทางทหารครับ ท่านเป็นนายพล ต้องเรียกท่านเป็นท่านนายพล แต่ผมปากไม่ดี ดันไปเรียกท่านเป็นผู้หมวดเหมือนกับลดยศท่านครับ เพราะท่านยังดูหนุ่มมาก ๆ แต่เป็นถึงนายพล บักเคนพูดขอความเห็นใจในความเปิ่นของตน ที่เรียกชั้นยศผิด

นโปเลียนเงียบเพราะสงสัยยศทางทหารของฝรั่งเศสไม่น่าจะมี แล้วผู้หมวดเป็นชั้นยศไหน “หมวดนี้คือชั้นยศใดคุณเคน”

          “อ๋อ หมวด ก็เรียกชั้นยศแบบรวม ร้อยตรี ร้อยโทครับ ส่วนร้อยเอกก็เรียกผู้กอง”  “ง่ายดี ผมจะนำไปใช้บ้าง” พลจัตวา นโปเลียนบอกบักเคนอย่างไม่ถือสา