บักเคนทะลุมิติตอนที่105-107

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (105)

          “ผมคิดไว้จะนำพระโอรสไปให้ไกลแสนไกล ไปในดินแดนที่คนคาดไม่ถึง ไม่ใช่ออสเตรียแน่นอน เพราะพระประยูรญาติของพระโอรสอยู่ที่นั้น อาจจะมีคนตามไปรังควานพระโอรสได้ จะทำให้พระโอรสไม่มีวันดำรงชีวิตโดยสงบได้ ดังนั้น ผมคิดจะให้พระโอรสลืมฐานันดรซะ ให้เป็นคนธรรมดา มีชีวิตเรียบง่ายทำงานหาเลี้ยงชีพไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับการเมือง คุณซิลแวงส์คิดว่าดีไหม” “เป็นความคิดที่เข้าท่าทีเดียว และคุณเคนจะให้พระโอรสไปอยู่ไหนครับ” ซิลแวงส์ถามบักเคน

“ผมจะให้พระโอรสไปอยู่ที่เยอรมัน น่าจะดี” “วิเศษไปเลย ผมมีเพื่อนรักอยู่ในเยอรมัน เขาเป็นลูกชายเจ้าของร้านซ่อมนาฬิกา ให้พระโอรสเปลี่ยนชื่อและไปเรียนรู้การซ่อมนาฬิกา และเปิดร้านซ่อมนาฬิกาน่าจะเป็นหนทางที่จะทำให้พระโอรสมีความสงบ  ในชีวิตได้อย่างวิเศษ”

          งั้นพวกเราก็ไปเลย เพราะบิดาได้ฝากบอกคุณเคนต้องรีบช่วยพระโอรสก่อนที่ทหารทางการจะนำพระโอรสไปประหารชีวิต” ซิลแวงส์ ได้บอกบักเคน

“การช่วยพระโอรสแล้วพระธิดาที่ยังถูกคุมตัวในพระราชวัง (Tuilleries) พวกเราจะต้องวางแผนไปช่วยพระธิดาอย่างไรเพราะพระเจ้าหลุยส์และพระนางมารี อังตัวเนต ได้ฝากฝังพระโอรสกับพระธิดาให้ผมช่วยพาหลบหนี ผมว่าพวกเราต้องเดินทางไปยังเมืองมาเซย์ ก่อนที่จะไปช่วยพระโอรส” บักเคนบอก ซิลแวลส์

“ทำไมต้องไปเมืองมาเซย์ด้วยครับคุณเคน” “ผมต้องไปหารือกับเพื่อนฝูงเก่า ๆ ที่ยังอยู่ที่เมืองมาเซย์หลายคนทำงานอยู่ที่ผับ   เป็นเจ้าของกิจการ เป็นลูกเรือ และมีหน่วยงานลึกลับน่าจะช่วยเราให้สามารถช่วยพระโอรสกับพระธิดาหลบหนีได้สำเร็จ”

“อะไรกันคุณเคน ผมแปลกใจมาก ทำไมคุณเคนถึงทำตัวลึกลับ ผมนึกไม่ถึงเลย ครั้งแรกนึกว่าคุณเคนอยู่ตัวคนเดียว แต่พอฟังจากปากคุณเคน คุณเคนยังมีคนช่วยเหลือคุณเคนอยู่” 

          บักเคน นึกถึง แผนการนำพระโอรสหลบหนีออกจากฝรั่งเศส ซึ่งเขาไม่สามารถบอกซิลแวลส์ ถึงเรื่องราวสมาคมลับฟรีเมสันได้เพราะเขาได้ให้คำมั่นสัญญาไว้กับสมาคมแล้ว จะไม่เปิดเผยความลับใด ๆ เกี่ยวกับสมาคมเด็ดขาด เว้นแต่เขาคนนั้นจะเป็นสมาชิกสมาคม บักเคนวางแผนการณ์อาศัยสมาคมลับฟรีเมสัน   ที่โซฟี และโรแบสปิแยร์ เคยร่วมงานกันในการล้มล้างราชวงศ์     บูรบงส์ แต่คราวนี้ต้องอาศัยสมาคมลับฟรีเมสัน ที่ตนเองสังกัดอยู่ นำมาพระโอรสพระธิดาที่ตนเคยล้มล้างระบอบการปกครองนี้หลบหนีภัยการเมือง  

บักเคนคิดแล้วก็นึกเวทนาตัวเอง โชคชะตาดลบันดาล                เมื่อวานนี้ยังเป็นศัตรู แต่วันนี้ต้องนำลูกศัตรูหลบหนี เพื่อนที่กอดคอร่วมกันมากลับกลายเป็นศัตรู ทุกอย่างเกิดจากอำนาจและต้องการรักษาอำนาจ ชะตาชีวิตของคนช่างแปรผันรวดเร็วยิ่งนัก  ไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืน วันนี้เป็นมหามิตร พรุ่งนี้เป็นอภิมหาศัตรู    ทุกอย่างเกี่ยวกับมโนธรรม คุณธรรมประจำตนของมนุษย์ที่จะตัดสินดีชั่ว ตามสถานการณ์ที่แปรเปลี่ยนไป ชีวิตคนต้องดูกัน   ยาว ๆ ยิ่งกว่าละครชีวิตอีก เมื่อโรแบสปิแยร์ เป็นใหญ่ ก็มีเพียงสมาคมฟรีเมสันที่เขาไม่กล้ากวาดล้าง เพราะสมาคมฟรีเมสัน   เป็นสมาคมยิ่งใหญ่ ผลักดันให้เขาเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง ไม่ใช่สมาคมจาโกแบงส์ที่เขาสังกัดอยู่ตามที่ทุกคนเข้าใจ

          “เป็นอะไรไปครับคุณเคน เห็นเงียบ นั่งนึกอะไรอยู่ครับ”     ซิลแวลส์ ถามบักเคน

“อ๋อ เปล่าครับ ผมกำลังนึกแผนการพาพระโอรสกับพระธิดาหลบหนีครับ ต้องอาศัยเพื่อนที่เคยร่วมลงเรือลำเดียวกันมาหลายคนยอมตายแทนกันได้มาช่วยเหลือนำพระโอรสและพระธิดาหลบหนี” 

 “งั้นพวกเรารีบออกเดินทางเลย เพราะที่ร้านช่วงนี้ก็ขายไม่ดี พนักงานบางส่วนได้ขอลาออกกลับไปอยู่บ้าน เพราะได้ยินข่าวลือว่าทางการจะจับตัวไปประหารข้อหากระทำผิดขัดศีลธรรม เช่นการค้าประเวณี” ซิลแวลส์ ชักชวนบักเคนให้เร่งออกเดินทาง

บักเคนได้บอกซิลแวส์ บักเคนและซิลแวงส์ได้ออกเดินทางไปช่วยพระโอรสได้หลบหนี ทั้งสองมุ่งตรงไปยังเมืองมาเซย์  เพื่อพบกับเพื่อนฝูงเก่า ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ

          ระหว่างเดินทาง บักเคนกับซิลแวลส์ได้ข่าวใหญ่โด่งดังข้ามคืน มีคณะปฏิวัติซ้อนปฏิวัติรอบสอง งวดนี้ผู้นำปฏิวัติ ได้ทำการยึดอำนาจจากโรแบสปิแยร์ และให้ทหารที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับ โรแบสปิแยร์ ไปตรวจค้นที่พักของโรแบสปิแยร์ และให้จับกุม ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับโรแบสปิแยร์ เช่น แซงส์ จูสต์ พร้อมกับ  แซง จัสต์ ผู้ช่วยของโรแบสปิแอร์ ให้นำไปขังคุกเพื่อรอการพิจารณาลงโทษ และทำการยึดทรัพย์ของโรแบสปิแยร์ ทั้งหมด

รวมถึงมาตรวจค้นที่ร้านอาหารของบักเคนด้วย เพราะคณะกรรมการดิเร็กตัวร์ สงสัยว่าบักเคนเคยมีความสัมพันธ์อันดีกับโรแบสปิแยร์ อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวต่าง ๆ จึงได้ให้ทหารมาทำการค้นบ้านและห้ามเคลื่อนย้ายทรัพย์สินต่าง ๆ โดยอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของบักเคน และได้มีประกาศให้บักเคนไปรายงานตัวด่วน ถ้าไม่ไปให้ออกหมายจับ และถ้าขัดขืนการจับกุมให้ทำการสังหารทิ้งได้ ข่าวได้แพร่สะพัดไปทั่วยุโรป ถึงข่าวหนุ่มสยาม ที่สร้างสีสันให้กับประเทศฝรั่งเศส คาดว่าจะมีส่วนพัวพันกับการปฏิวัติฝรั่งเศส ในสมัยโรแบสปิแยร์ ได้ถูกออกหมายจับ

      บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (106)

นับเป็นข่าวดี ก่อนที่เกิดโศกนาฏกรรมหัวบักเคนต้องไปกระทบกับกิโยติน ก่อนที่ทหารจะเข้าค้นร้านอาหารประมาณ 1 ชั่วโมง บักเคนและซิลแวลส์ได้ออกเดินทางจากร้านอาหารไปยังเมืองมาเซย์  ระหว่างทางบักเคนได้ทราบข่าวว่า ประเทศฝรั่งเศส   มีการยึดอำนาจการปกครองอีกครั้ง และได้มีทหารบุกเข้ายึดร้านอาหารของบักเคนตามคำสั่งของคณะกรรมการดีเร็กตัวร์ เกิดการสู้รบระหว่างทหารของฝ่ายปฏิวัติและสมาชิกสมาคมจาโกแบงส์ และทหารที่นิยมโรแบสปิแยร์  เกิดการยิงกันไปทั่วกรุงปารีส

 เสียงปืนยิงต่อสู้ดังสนั่นหวั่นไหวทั่วทั้งปารีส ประกาศเคอร์ฟิวห้ามทุกคนถ้าไม่มีธุระจำเป็นห้ามออกจากบ้านหลังหกโมงเย็นถึงแปดโมงเช้า เพราะเป็นหน้าหนาวพระอาทิตย์ตกดินเร็ว   บ่ายสี่โมงก็มืดแล้ว และพระอาทิตย์จะขึ้นประมาณ 8 โมงเช้า ชาวบ้านทั่วทั้งปารีสตกอยู่ในความหวาดกลัว

          การกวาดล้างสมาชิกสมาคมจาโกแบงส์ ของคณะกรรมการดีเร็กตัวร์ ดำเนินไป มีการต่อสู้กันอย่างดุเดือด เพราะถูกจับได้ก็ตาย ทุกคนในสมาคมจาโกแบงส์ตัดสินใจยอมตาย หนึ่งชีวิตต้องแลกอย่างน้อยหนึ่งชีวิต ถ้าฆ่าฝ่ายตรงข้ามได้มากกว่าถือว่าเป็นกำไร ทั้งสองฝ่ายลากเอาปืนใหญ่และอาวุธถล่มใส่กันอย่างดุเดือด

“วี๊ด ……..ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ บึ้ม บึ้ม..ๆๆๆ เสียงปืนใหญ่            ยิงถล่มใส่กัน บ้านเรือนพังเสียหายมาก ผู้คนพากันอพยพออกจากปารีส หนีภัยสงครามกลางเมือง การต่อสู้เป็นไปได้สองวันเหตุการณ์ก็สงบ สมาชิกสมาคมจาโกแบงส์ถูกฆ่าตายเกือบหมดสมาคม ที่ถูกจับก็ถูกประหารด้วยกิโยติน และมีประกาศของผู้ก่อการปฏิวัติซ้อนปฏิวัติ ให้รางวัลแก่ประชาชนที่แจ้งเบาะแส   ว่าเพื่อนบ้านคนใด หรือใครก็ตามที่ต่อต้านปฏิวัติ หรือไม่กระตือรือร้นสนับสนุนการปฏิวัติ เพื่อรักษาความสงบในประเทศ ถ้ามีใครแจ้งตำรวจจะได้รับรางวัลเป็นขนมปังสิบห่อ ไข่ไก่   สองโหล ไวน์สองขวด ซึ่งคิดเป็นเงินก็จำนวนมากพอสมควร

          การตัดสินของศาลปฏิวัติยุคใหม่เพื่อให้การพิจารณาคดี                  มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น กระบวนการแตกต่างจากศาลธรรมดา เพราะมีการรวบรัดวิธีการพิจารณาคดี เมื่อมีคนฟ้องร้องและจับกุมผู้ถูกกล่าวหาได้ ผู้ถูกกล่าวหาจะถูกควบคุมตัว นักวิทยาศาสตร์ของฝรั่งเศส ลาวัวซิเย ก็ถูกพิจารณาคดี โดยศาลทำการไต่สวนเพียง สองนาที และตัดสินให้ประหารชีวิตด้วยกิโยตินหลังจากจบคำพิพากษา ชาวบ้านบางคนแอบนำมีดพกเข้าไปในศาลเมื่อถูกเพื่อนบ้านที่ไม่ชอบหน้า ไปแจ้งความว่าไม่กระตือรือร้นที่จะสนับสนุนการปฏิวัติ และถูกตำรวจจับไปดำเนินคดี ขณะที่ศาลกำลังอ่านคำพิพากษาชาวบ้านรู้ตัวดีว่าตนเองต้องถูกประหารชีวิตด้วยกิโยตินแน่นอน

ก่อนที่ศาลจะอ่านคำตัดสินเสร็จสิ้น ผู้ที่ถูกกล่าวหาชักมีดพกที่แอบนำเข้ามาในศาล เพื่อรับฟังข้อกล่าวหา แทงตัวตายคาศาล  เพื่อไม่ให้ตนเองต้องถูกตัดศีรษะ นับเป็นโศกนาฏกรรมสยองของประเทศฝรั่งเศสในยุคนี้

อาชีพเพชฌฆาต และผู้ช่วยเพชฌฆาตต้องทำงานหนักในการประหารชีวิตนักโทษทางการเมือง ทำให้ตำแหน่งเพชฌฆาต ผู้ช่วยเพชฌฆาตขาดแคลน มีการรับสมัครเพชฌฆาตและผู้ช่วยเพชฆาตเพิ่มขึ้น มีการสร้างเครื่องประหารกิโยติน เพื่อและขยายศาลจากคอมมูนปารีสออกไปยังหัวเมืองใหญ่ เพื่อดำเนินการพิจารณาคดีเพิ่มขึ้น ชาวบ้านทุกคนต้องตกอยู่ในความหวาดระแวง เมื่อพบหน้ากัน ทุกคนจะต้องทักทายกันด้วยประโยค

“คณะปฏิวัติจงเจริญ ท่านนำความผาสุกมาสู่ประเทศ” เพื่อให้ทุกคนได้รู้ว่าเป็นผู้สนับสนุนการปกครองของคณะปฏิวัติ ทุกคนต้องทักทายกันด้วยประโยคข้างต้น แม้แต่ใครแอบไปร่วมหลับนอนกับโสเภณี ยังต้องทักทายด้วยประโยค

“คณะปฏิวัติจงเจริญ ท่านนำความผาสุกมาสู่ประเทศ” โสเภณีที่ยึดอาชีพนี้ยอมถูกประหารด้วยกิโยตินดีกว่าอดตาย ยอมเสี่ยงภัยขายตัว ทำให้กิจการขายตัวได้ราคาดี เพราะคนมาเที่ยวต้องจ่ายค่าหลับนอนด้วยราคาแพง เพราะความเสี่ยงสูง ทั้งคนเที่ยวและอีตัวหลับนอนด้วยความเสียว ตื่นเต้น ความสุขปนกับความเสียวใน รสกาม และเสียวหัวขาดถ้ามีใครรายงานต่อตำรวจ นับเป็นรสชาติที่หาไม่ได้อีกแล้วในโลกนอกจากที่ฝรั่งเศสในยุคนี้ เพราะไม่รู้ว่า อีตัวหรือคนเที่ยวจะเป็นสายรัฐบาลหรือไม่ ดังนั้น ต้องผ่านผู้จัดการส่วนตัว หรือแมงดาที่เป็นหน่วยกล้าตาย คอยตรวจสอบผู้ที่มาเที่ยวกับโสเภณี และแมงดาที่ไม่ใช่เป็นคนของฝ่ายรัฐบาลได้กำชับอีตัวในสังกัด ขณะในการปฏิบัติกามกิจกับแขก เพื่อป้องกันถูกจับจากตำรวจที่ได้ยินเสียง หรือแขกนักเที่ยวปลอมตัวมา จึงต้องส่งเสียงครวญครางเป็น “ โอ๊ว คณะปฏิวัติจงเจริญ ท่านนำความผาสุกมาสู่ประเทศ”  แทนการสูดปากด้วยความเสียว

หนังสือพิมพ์ก็ถูกสั่งปิด เกือบทั้งหมด เพราะหนังสือพิมพ์เป็นต้นเหตุความวุ่นวายในบ้านเมือง สื่อถูกสั่งปิด ใบปลิว  ใบประกาศ ที่เคยเฟื่องฟูก็หายลงใต้ดินหมด พ่อค้าเร่ที่เคยเอาใบปลิวไปพิมพ์ยังประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เบลเยี่ยม เยอรมัน ก็ต้องงดกิจกรรม โรงพิมพ์ต่างแดน กิจการถึงกับสะเทือน การปฏิวัติซ้อนปฏิวัติ ได้สร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศฝรั่งเศส กิจการโรงพิมพ์ในประเทศทยอยปิดกิจการ มีหนังสือพิมพ์   เพียงไม่กี่ฉบับคณะปฏิวัติอนุญาตให้พิมพ์จำหน่ายได้ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่คณะปฏิวัติมีผลประโยชน์ทับซ้อน มีการรายงานข่าวความสำเร็จของคณะปฏิวัติ

การดำเนินคดี กับผู้ที่ต่อต้านด้วยความเฉียบขาด พ่อค้าที่ขึ้นราคาขนมปัง ก็ถูกตัดสินประหารชีวิตภายในหนึ่งนาที กระบวนการศาลยุติธรรมเป็นไปด้วยความรวดเร็ว เลือดแดงฉานไหลนองแผ่นดินฝรั่งเศส เพราะผลจากการปฏิวัติและการบ้าอำนาจของผู้ปกครอง

          คณะกรรมการดิเร็กตัวร์ ได้สั่งให้ทหารไปจับพลจัตวา นโปเลียนและขังไว้พร้อมตั้งข้อหาว่า พลจัตวานโปเลียนฆ่าประชาชนด้วยปืนใหญ่คราวประชาชนบุกพระราชวังพระราชวังตุยเลอรี ที่ใช้เป็นที่ประชุมชั่วคราว ชาวบ้านได้เดินขบวนมาประท้อง โรแบสปิแยร์ได้สั่งให้ พลจัตวานโปเลียนยกทหารไปล้อมปราบ 

พลจัตวา นโปเลียนได้สั่งให้ทหารเตรียมปืนใหญ่ 40 กระบอก ตั้งอยู่ตามจุดที่จะเข้าไปยังพระราชวังตุยเลอรี  และได้สั่งยินปืนใหญ่ถล่ม เมื่อประชาชนไม่เชื่อฟังและบุกเข้าไปยัง พระราชวังตุยเลอรี ที่คณะของโรแบสปิแยร์กำลังประชุมกันอยู่ พวกเดินขบวนเมื่อเห็นปืนใหญ่ตั้งอยู่ พวกมาถึงก่อนก็ลังเลใจ แต่พวกที่ตามมาก็ผลักดันให้พวกที่มาถึงก่อนบุกเข้าไปในพระราชวังตุยเลอรี นโปเลียนได้สั่งให้ยิงถล่มพวกที่ต่อต้านตายไปหลายคน พวกที่มาประท้วงต้องหนีตายกันจ้าละหวั่น นับเป็นครั้งแรกที่ใช้ยิงปืนใหญ่ถล่มพวกเดินขบวน นับตั้งแต่นั้นมา ขบวนประท้วงไม่กล้าเดินประท้วงไปอีกนาน

พลจัตวา นโปเลียนถูกขังได้สองสัปดาห์ มีเพียงบาร์บาร่านำอาหารไปเยี่ยมนโปเลียนทุกวัน  เป็นรักแท้ของบาร์บ่าร่าที่มอบให้นโปเลียน ที่นโปเลียนฉุดเธอออกจากความต่ำต้อย มาเป็นเมียน้อยนายพลหนุ่ม มีที่พัก มีอาหารพร้อมทหารรับใช้  ตอนนโปเลียนถูกจับเธอทุกข์ใจกับอนาคตที่เริ่มมืดมน หลังจากนั้นนโปเลียนก็ถูกปล่อยตัวเพราะ

นโปเลียนทำตามคำสั่งของโรแบสปิแยร์  สั่งยิงปืนใหญ่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา บาร์บาร่ามารอรับ นโปเลียน ณ ที่คุมขังเมื่อได้ทราบข่าวว่า นโปเลียนจะได้รับอิสระ ชีวิตของเธอเริ่มมองเห็นความหวังอีกครั้ง

               บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (107)

ศาลได้พิจาณาคดีโรแบสปิแยร์ แซงส์ จูสต์ พร้อมกับแอนโทนี่ ผู้ช่วยของโรแบสปิแอร์ และพวกรวม 91 คน สภาประชาชนได้ตัดสินให้ประหารชีวิตโดยให้ประหารชีวิตในอีกสามวันข้างหน้าขึ้นจำนวน 22 คน มีโรแบสปิแยร์ แซงส์ จูสต์ พร้อมกับ แอนโทนี่ โดย แซงส์ จูสต์ จะโดนประหารเป็นคนแรก

ในเรือนจำที่โรแบสปิแยร์ ถูกคุมขัง วันนี้อากาศช่างร้อน              อบอ้าวเป็นยิ่งนัก โรแบสปิแยร์มองดู แมลงสาบเดินกันให้ขวัก ส่วน แซงส์ จูสต์ นั่งอยู่ในห้องขังด้วยกัน กำลังสาละวนกับการร่างจดหมายขอความเป็นธรรมกับสมาชิกสภาคอมมูนที่ตัดสินประหารชีวิตเขา เพราะเขาเชื่อว่าสมาชิกสภาประชาชนเกือบทั้งหมดอยู่ข้างเขา แต่ถูกสถานการณ์ ในการประชุมคราวนั้นพาไป เป็นการตัดสินตามกระแส เมื่อกลับไปทบทวนอาจจะเปลี่ยนความคิด ไว้ชีวิตโรแบสปิแยร์

ในขณะที่ข่าว โรแบสปิแยร์ และกลุ่มสมาชิกจาโกแบงส์ถูกจับจะถูกประหารในอีกสามวันข้างหน้า เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วฝรั่งเศส

ที่ทำการสมาคมจาโกแบงส์ที่ทุกคนเข้าใจว่าล่มสลายไปแล้วหลังจากถูกเหล่าคณะปฏิวัติซ้อนปฏิวัติทำการกวาดล้าง                       เหล่าสมาชิกชั้นสูงที่ยังหลงเหลืออยู่ได้แอบหลบซ่อนจากภัยการเมือง และการถูกกวาดล้างได้ปรึกษาหารือกันเพื่อวางแผนช่วยเหลือ โรแบสปิแยร์ ให้รอดพ้นจากคมมีดกิโยติน เหล่าผู้นำระดับสูงได้มีคำสั่งให้รวบรวมปืนใหญ่นับร้อยกระบอกพร้อมกับเหล่าสมาชิกสมาคม จาโกแบงส์ที่ไม่เปิดเผยตัวและภักดีในตัวโรแบสปิแยร์ อีกจำนวนหนึ่งพร้อมกับทหารแนชนัลการ์ด (National Guards) บางส่วนประมาณ 5,000 คนได้เตรียมพร้อมจะบุกชิงตัวโรแบสปิแยร์ จากเรือนจำ ก่อนที่จะถูกประหาร เหล่าสมาชิกจาโกแบงส์ได้ทำการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายขึ้นในปารีสหลังจากโรแบสปิแยร์ ถูกจับและถูกนำไปคุมขังไว้ในเรือนจำ

สมาชิกสมาคมจาโกแบงส์มีการบุกเผาที่ทำการราชการหลายแห่งรอบกรุงปารีส ร้านค้าถูกปล้นถูกเผาหลายร้าน ความวุ่นวาย   ได้กำลังลุกลามถึงพระราชวังตุล์เยรีส์ ทหารที่เฝ้าระวังรักษาได้ถูกถอนกำลังบางส่วนเพื่อไปควบคุมสถานการณ์ที่กำลังวุ่นวายในปารีส 

ขณะที่สถานการณ์กำลังสับสนวุ่นวาย ได้มีกลุ่มชายลึกลับ            จากกองกำลังพิทักษ์ราชบัลลังค์ที่ยังภักดีพระเจ้าหลุยส์ กับพระนางมารี อังตัวเนต อาศัยจังหวะความวุ่นวายของสถานการณ์บ้านเมืองบุกเข้าไปในพระราชวัง ตุล์เยรีส์ เพื่อช่วยเหลือพระธิดาของพระเจ้าหลุยส์ กับพระนางมารี อังตัวเนต ถูกควบคุมตัวไว้เพียงพระองค์เดียวออกมาจาก พระราชวังตุล์เยรีส์ และได้นำพระธิดาหลบออกจากปารีสมุ่งหน้าสู่ออสเตรีย ให้รอดพ้นจากการประหารชีวิตไปได้

ส่วนบักเคนและซิลแวลส์ได้ออกเดินทางจากร้านอาหารไปยังเมืองมาเซย์ ในระหว่างทางข่าวโรแบสปิแยร์ ถูกจับและเกิดความวุ่นวายขึ้นในปารีส พระธิดาที่ถูกคุมตัวที่พระราชวังตุล์เยรีส์   ถูกกลุ่มชายลึกลับบุกเข้าไปชิงตัวพระธิดา ออกมาได้ทำให้บักเคนต้องหารือกับซิลแวลส์

“ท่านจะทำอย่างไรดี สงสัยพวกเราต้องเปลี่ยนแผนแล้ว ไม่รู้คนกลุ่มไหน บุกเข้าไปช่วยพระธิดากันแน่” บักเคนได้บอกกับ  ซิลแวลส์

“ผมคิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มคนที่ยังรักภักดีต่อพระเจ้าหลุยส์            กับพระนางมารี อังตัวเนต แน่นอน คงไม่มีกลุ่มใดบังอาจบุกเข้าไปในพระราชวัง เมื่อพระเจ้าหลุยส์ กับพระนางมารี อังตัวเนต ได้ถูกประหารชีวิตไปแล้ว ยังเหลือแต่พระธิดาและพระโอรส น่าจะเป็นข่าวดี ที่พระธิดาทรงมีชีวิตรอดจากการถูกประหารชีวิตไปได้”   ซิลแวลส์ ได้บอกอีกว่า

“ถ้าอย่างงั้นพวกเรารีบเดินทางไปยังร้านทำรองเท้าของพ่อผมเพื่อนำพระโอรสหลบหนีไปเยอรมันดีกว่า ไม่ต้องอาศัยเพื่อนของคุณเคนเพราะสถานการณ์กำลังสับสน ถ้าเราเดินทางไปมาเซย์   จะเสียเวลาช่วยพระโอรส นี่เป็นโอกาสทองของพวกเรา

“ก็ดีครับ” บักเคนได้บอกกับซิลแวลส์ และสองคนได้เดินทางไปยังร้านทำรองเท้าที่คุมขังพระโอรส เพื่อนำพระองค์เดินทางหนีไปเยอรมัน ไปใช้ชีวิตอยู่ถาวรในประเทศเยอรมัน โดยให้เป็นช่างซ่อมนาฬิกา สุดท้ายพระโอรสของพระเจ้าหลุยส์ กับพระนางมารี อังตัวเนต ได้เปลี่ยนชื่อพระองค์ ปลอมตัวเป็นสามัญชนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายอยู่ที่เยอรมันและบั้นปลายสุดท้ายของชีวิตได้เดินทางไปตั้งถิ่นฐานที่สวิสเซอร์แลนด์ เป็นเจ้าของร้านทำนาฬิกาวัยรุ่น ชื่อดังสืบต่อมาเท่าทุกวันนี้

การหลบหนีของพระโอรสได้มีบิดาของซิลแวลส์ และ                ซิลแวลส์ได้ร่วมเดินทางไปด้วยกัน ถึงประเทศเยอรมันโดยไม่มีการตรวจค้นแต่อย่างใด เพราะสถานการณ์วุ่นวายทหารเลยไม่ได้สนใจจะตรวจค้นอย่างจริงจัง เพราะไม่รู้ว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ เพราะการสู้รบของฝ่ายกบฏกับฝ่ายรัฐบาลยังไม่ปรากฏผลเด็ดขาด ทหารแบ่งออกเป็นสองฝ่าย นับเป็นโชคดีของพระโอรสที่ชะตาชีวิตยังไม่ถึงฆาต หลังจากช่วยพระโอรสหลบหนีได้แล้ว

ซิลแวลส์และบิดาก็ได้บอกบักเคนว่า “คุณเคน น่าจะลี้ภัยอยู่ที่เยอรมันกับพวกเราดีกว่านะ ไม่ต้องกลับไปฝรั่งเศสอีกแล้ว”

“ คุณเคนขอบคุณมากที่ผมช่วยผมรอดจากการถูกประหาร คุณเคนเป็นคนที่รักษาคำพูดที่รับปากพระบิดา” พระโอรสได้กล่าวขอบพระทัยในการช่วยเหลือของบักเคนและชักชวนให้บักเคนอาศัยอยู่กับตนที่เยอรมัน

“คุณเคนน่าจะอาศัยอยู่กับพวกเรา ผมก็ไม่มีใคร คุณเคนคงได้ยินข่าวคณะปฏิวัติได้ออกหมายจับคุณเคน สถานการณ์ที่ฝรั่งเศสก็มืดมน คุณเคนควรอยู่ที่เยอรมันนะครับ”

บักเคนได้บอกพระโอรสกับซิลแวลส์ว่า “ผมขอคิดดูก่อนว่าอนาคตจะทำอย่างไร ใจจริงอยากจะอยู่ที่เยอรมันกับพระองค์ แต่ผมขอคิดดูก่อนครับ อาจจะอาศัยเรือโดยสารกลับอยุธยา ผมคิดถึงแผ่นดินแม่ครับ อยากกลับไปเยี่ยมสักครั้งก่อนตายครับ และบางทีผมจะมาอาศัยอยู่เยอรมันกับพระโอรสหรือไม่ก็ไปอยู่อเมริกา ดินแดนแห่งเสรีภาพที่แผ่นดินยังกว้างใหญ่ ที่ผมสามารถไปใช้ชีวิตอยู่ที่โน่นโดยเสรีภาพครับ”

ซิลแวลส์พยายามชักชวนบักเคน “คุณเคนลองคิดดูอีกครั้งนะครับ ผมอยากให้คุณเคนอยู่ด้วยกันที่เยอรมัน คุณเคนก็เปิดร้านอาหารที่นี่ได้เหมือนกัน เ พราะที่เยอรมันยังไม่มีร้านอาหารเหมือนที่คุณเคนเปิดที่ฝรั่งเศส”