บักเคนทะลุมิติตอนที่ 85-86

บักเคนทะลุมิติ ตอนที่ (85)

หลังจากการประหารเจ้าหญิงแห่งลอมบาลล์ เค้าท์ แห่ง แมร์ซี อาร์จองโต บารอน แห่งเบอซองวาล ดยุค แห่งควงยี โยลองด์ เดอ โปลาสตรงเคานท์เตส แห่งโปลินยัก รวมถึง กามีย์ และไบยี ชีวิตด้วยกิโยตินผ่านพ้นไป ที่แดนประหาร ปลาส เดอ ลา เรฟโวลลู ซิย็อง ยามค่ำคืน มีเสียงหมาจิ้งจอกส่งเสียงหอนโหยหวนเย็น ยะเยือกยิ่งนัก นกเค้าแมว ตาโตยืนเกาะกิ่งต้นมะฮอกกานี ที่เรียงราย รอบแดนประหาร มองไปที่เครื่องประหารกิโยติน เหมือนกับเป็นทูตที่มารับดวงวิญญาณของนักโทษการเมือง
ยามค่ำคืนที่แดนประหารดูน่ากลัว ข่าวลือแพร่สะบัดไปทั่วปารีส ว่ามีคนเห็น ลูกไฟ สีนวล ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นดวงวิญญาณ ที่ถูกเครื่องกิโยตินประหาร ลอยไปมา แถวแดนประหารปลาส เดอ ลา เรฟโวลลูซิย็อง ชาวบ้านหลายคนเห็นผู้หญิงหัวขาด เดินถือหัวตัวเองเดินไปมา บางคนเจอกับตัว เห็นผู้หญิงที่คาดว่าจะเป็นเจ้าหญิงแห่งลอมบาลล์ เดินมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม ชาวบ้าน ลือว่า เห็นเจ้าหญิงถือศีรษะและพูดว่า
“ข้าไม่ผิด ข้าจะแก้แค้นคนที่ทำร้ายข้า” คนที่พบถึงกับจับไข้ ผมทั้งศีรษะร่วงเกือบหมด บางคนก็เห็นเจ้าหญิงที่ถือหัวที่เปลี่ยนจากใบหน้าสะสวยเป็นหนอนไต่คลานยั้วเยี้ยเต็มศีรษะ กลิ่นซากศพตลบอบอวลไปทั่วแดนประหาร ชาวบ้านถึงกับฉี่ราดด้วยความกลัว
การประหารชีวิตก็ดำเนินต่อไปเกือบทุกสัปดาห์ เครื่องประหารกิโยตินบั่นศีรษะนักโทษการเมืองทุกสัปดาห์ มากบ้าง น้อยบ้าง แล้วแต่ลูกขุนพิจารณา มีเพียงส่วนน้อยที่รอดชีวิตจากการถูกบั่นศีรษะ แต่ก็ถูกลงโทษให้ไปทำงานหนักที่เทือกเขาแอลป์ นักโทษการเมืองสิ้นชีวิตที่นี่เพราะทนกับอากาศหนาวเหน็บ การทำงานหนัก วันละ 14 ชั่วโมง และการรับประทานอาหารเพียงแค่เศษขนมปังกับซุปใส ทำให้ร่างกายอ่อนแอต้องตายลง นักโทษหลายคนที่ถูกส่งตัวมารับโทษทำงานหนัก นึกว่าจะรอดตายจากเครื่องประหารกิโยติน แต่เมื่อเจอกับโทษทำงานหนัก เลยได้คิดว่า กลัวศีรษะหลุดจากบ่าเพียงไม่กี่นาทีและก็ไม่รับรู้อะไร ดวงวิญญาณหลุดออกจากร่าง
แต่การทำงานหนักที่เทือกเขาแอลป์ เป็นนรกบนดินยิ่งกว่าโดนประหารชีวิต ถ้ารู้ก่อนหน้านี้ขอเลือกโดนประหารด้วยกิโยตินดีกว่าต้องมาทำงานหนักและก็ตายเหมือนกัน แต่เป็นการตายที่ทรมานกว่าโดนประหาร
สถานการณ์การเมืองของฝรั่งเศสตกสู่ยุควุ่นวายยิ่งกว่า การปกครองของพระเจ้าหลุยส์ การประท้วงต่อต้าน ก่อวินาศกรรม เกิดเกือบทุกหัวเมือง ทำให้ท่านประธานสภาประชาชนได้ประกาศกฎอัยการศึก (La Loi Martiale) บังคับใช้ เป็นครั้งแรกของโลก ยุคใหม่ ต่อจากนั้นหลายประเทศก็ยึดเป็นแฟชั่น ประกาศกฎอัยการศึกเพื่อปราบปรามคนที่คิดเห็นต่าง เช่น สหรัฐอเมริกา ได้ประกาศกฎอัยการศึก เพื่อปราบคูคลักแคลน กฎอัยการศึกในประเทศอียิปต์ กฎอัยการศึกในอินเดีย กฎอัยการศึกในเยอรมัน เพื่อเตรียม การจัดตั้งระบอบเผด็จการแบบเบ็ดเสร็จของฮิตเลอร์ มีการออกกฎหมายให้ยึดทรัพย์ศาสนาโรมันคาธอลิค และให้ยกเลิกนิกาย ต่าง ๆ ในศาสนาคาธอลิค และบังคับให้นักบวชคาธอลิค สาบานตนต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งพระสันตะปาปา ได้ทรงออกมาประนาม ว่าทำไม ศาสนจักรต้องมาขึ้นอยู่กับฆราวาส ผิดประเพณีที่สืบทอดกันมา
นอกจากนี้ ยังมีประกาศให้นักบวชที่ไม่มีเขตสังฆมณฑลสังกัด หรือไม่มีวัดสังกัด จะต้องถูกจับสึกหมด เพราะถือว่าไม่มีประโยชน์ต่อประเทศ
นอกจากนี้ ยังยกเลิกการเก็บภาษีเกลือให้เป็นของรัฐ ประกาศยุบมณฑล ให้ตั้งเป็นจังหวัด แบ่งการปกครองเป็นส่วนภูมิภาค โดยท่านประธานสภาประชาชนได้มีแนวคิดที่ต้องแบ่งแยกมณฑลเป็นจังหวัด โดยแต่ละจังหวัดต้องมีพื้นที่ใกล้เคียงกัน และต้องมีศูนย์การปกครองอยู่ในใจกลางเมือง เพื่อป้องกันการปฏิวัติซ้อนปฏิวัติ มีการออกกฎหมายห้ามการชุมนุมและตั้งกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ซึ่งส่งผลต่อความเข้มแข็งของสหภาพแรงงานของฝรั่งเศส ถึงทุกวันนี้
ขณะที่บักเคนกำลังวุ่นวายกับร้านอาหารที่ขายดีเป็นเทน้ำ เทท่า บ่ายวันหนึ่งบักเคนได้รับจดหมายนายทหารที่ขี่ม้านำจดหมายมายื่นให้
“สวัสดีคุณเคน ผมนายทหารสังกัดหน่วยรบพิเศษ ได้นำจดหมายจากท่านประธานสภาประชาชนมามอบให้ครับ” เสียงนายทหารพูดกับบักเคน
“ครับ ท่านรู้จักผมได้อย่างไร” บักเคนถามนายทหาร ด้วยความสงสัย
“ฮะ ฮะ ฮะ… เป็นคำถามที่ตลกที่สุดเลยคุณเคน ทำไม่ผมจะ ไม่รู้จักว่าใครคือคุณเคน หน้าตากับสีผม ก็ไม่เหมือนกับคนอื่น ๆ ทำไมถึงจะแยกไม่ออก” นายทหารหัวเราะและตอบบักเคน
“โทษทีผมลืมไป นึกว่าผมเป็นฝรั่ง เห็นมีคนผิวสีดำมากมาย นึกว่าท่านจะดูไม่ออก” บักเคนบอกนายทหาร
“เอ้า ๆ จดหมาย เปิดอ่านซะ ผมรอฟังคำตอบอยู่ เพื่อจะได้ไปรายงานท่านประธาน” นายทหารได้บอกบักเคน
ในขณะเดียวกันบักเคนได้ยื่นมือไปรับจดหมายและก็นึกในใจ เสร็จแน่กูมีจดหมายมาเรียกตัว กูต้องโดนกิโยติน หรือไม่ก็ทำงานหนัก บักเคนนึกไปต่าง ๆ นา นา กูจะเจรจาต่อรองอย่างไรดีหนอ ถึงจะไม่โดนกิโยติน หรือทำงานหนัก
สาวโคโยตี้กับร้านอาหาร ต้องเป็นของใคร รัฐจะยึดร้านเป็นของแผ่นดินไหม ตัวเองจะทำอย่างไรกับร้านอาหาร บักเคนนึกมโน ไปเรื่อย ในขณะที่ยังไม่ได้เปิดอ่านจดหมาย และนึกว่าท่านประธานลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับปิแอร์แล้ว วันนี้จดหมายมรณะได้มาถึงที่แล้ว บักเคนถึงกับหน้าซีด
“เป็นอะไรคุณเคน หน้าตาเมื่อกี้ยังดูดี แต่ทำไมคราวนี้มันถึง ดูซีดครับ”

บักเคนทะลุมิติ ตอนที่ (86)

นายทหารชักสงสัย ถึงใบหน้าของบักเคนทำไมมันซีดเร็ว แค่บอกว่ามีจดหมายมาถึง “เปล่า ไม่มีอะไรครับ” บักเคนบอกนายทหาร
พร้อมกับฉีกจดหมายอ่าน “เรียนคุณเคน ผมขอโทษด้วยที่ไม่ได้ไปร่วมงานเปิดร้านอาหารคุณเคน ได้ข่าวว่าร้านอาหารกิจการรุ่งเรือง ผมก็ดีใจด้วย ที่เขียนจดหมายและฝากให้นายทหารเอามาให้คุณเคน เพราะพระเจ้าหลุยส์และพระนางมารี อังตัวเนต ได้ยินกิตติศัพท์อาหารของคุณเคน ในเรื่องรสชาติอาหารแปลก ข่าวโด่งดังไปทั่วปารีส พระองค์เลยอยากลิ้มลองรสชาติดูหน่อย ผมจึงขอให้คุณเคนพร้อมกับผู้ช่วยคุณเคน มาทำอาหารให้พระเจ้าหลุยส์ กับพระนางมารี อังตัวเนต ทานสักมื้อ และผมก็ถือโอกาสเชิญ คุณเคนมาสาธิตทำอาหารให้ผมกับคณะรับประทานด้วยที่คอมมูนปารีส หวังว่าคุณเคนคงไม่ขัดข้อง จะเดินทางมาวันไหนให้บอกนายทหารที่นำจดหมายมาได้เลย ผมจะได้เตรียมการทางนี้ คิดถึงเสมอ โรแบสปิแอร์ ประธานสภาประชาชน”
หลังจากอ่านจดหมายจบ บักเคนถอนหายใจเฮือก พร้อมกับคิดในใจ นึกว่าจดหมายทำให้ใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม เมื่ออ่านจดหมายจบ ค่อยยังชั่ว บักเคนได้บอกนายทหารที่รอฟังคำตอบว่า
“ด้วยความยินดีครับ ให้ไปเรียนท่านผมขอเวลาสองสัปดาห์เพื่อเตรียมการก่อนเดินทาง 3 วัน จะส่งข่าวให้ท่านทราบครับ ขอบคุณมากครับ”
นายทหารได้ควบม้ากลับไปปารีส ส่วนบักเคน หลังจากผ่านนาทีสยองขวัญก็ได้กลับเข้าไปที่ร้าน เพื่อจัดแจงสั่งพนักงาน อีกสองสัปดาห์ทางร้านจะเข้าไปทำอาหารถวายพระเจ้าหลุยส์ และพระชายา รวมถึงทำอาหารให้ประธานสภาประชาชนได้ลิ้มลองฝีมือการทำอาหารอีสานรสชาติถึงใจของบักเคน
การดำเนินพิจารณาคดี นักโทษการการเมืองของสภาประชาชน ดำเนินไปอย่างเข้มข้น มีนักโทษการเมือง จากกลุ่มการเมืองต่าง ๆ ถูกจับมาดำเนินคดี หลายร้อยคน และในการประชุมสภาประชาชน ในเรื่องสภาวะเศรษฐกิจ ฝรั่งเศส และการห้ามตั้งสหภาพแรงงาน การตัดสินใจพิมพ์ธนบัตรเพิ่ม เข้าไปในตลาดเพื่อเพิ่มเงินในตลาด และเพื่อหยุดสถานการณ์วุ่นวายปั่นป่วนในปารีส
โรแบสปิแยร์ ได้พูดต่อที่ประชุมว่า “ข้าขอเสนอให้ประกาศเคอร์ฟิวห้ามประชาชนออกนอกบ้านหลังเวลาสี่ทุ่ม ถึงตีห้า ทั่วประเทศ เพื่อจะได้ควบคุมพวกที่เคลื่อนไหว ยามกลางคืน ห้ามออกนอกบ้านโดยเด็ดขาด และข้ายังมีรายชื่อพวกที่ต้องสงสัยจะต่อต้านการปฏิวัติอยู่ในมือแล้ว”
เมื่อพูดเสร็จก็ยกสมุดรายชื่อขึ้นโชว์ให้สมาชิกสภาปฏิวัติได้รับทราบ นี่คือของจริงนะ ข้าลงลายมือชื่อรับรองเรียบร้อย”
ได้สร้างความฮือฮาให้กับสมาชิกสภาปฏิวัติ ซึ่งโรแบสปิแยร์อยากจะสร้างศักยภาพ และขู่สมาชิกสภาประชาชนให้เกรงกลัว แต่ในมุมหนึ่งนั้นก็เป็นผลสะท้อนกลับต่อท่านประธานสภาประชาชนอย่างมาก รายชื่อผู้ต้องสงสัยเปรียบเหมือนระเบิดเวลาที่จะถูกจุดเมื่อเวลาเหมาะสม ซึ่งอำนาจทำลายล้างจะสูงมาก
ท้องฟ้ายามเช้าที่สลัว ถนนหนทางเงียบสงบ เพราะประกาศเคอร์ฟิวของประธานสภาประชาชน ทำให้ประชาชนไม่กล้าออกจากบ้าน ตั้งแต่เวลาสี่ทุ่ม ถึงตีห้า เมฆดำคลุมทั่วท้องฟ้าพระราชวังตุล์เยรีส์ (Tuilleries) แสงเทียนจากโคมไฟถูกจุด พระเจ้าหลุยส์ ทรงนั่งสนทนากับพระนางมารี อังตัวเนต อยู่สองพระองค์เงียบ ๆ ในขณะที่คนอื่น เช่น เจ้าหญิงแห่งลอมบาลล์ เค้าท์แห่ง แมร์ซี อาร์จองโต บารอน แห่งเบอซองวาล ดยุค แห่งควงยี โยลองด์ เดอ โปลาสตรงเคานท์เตส แห่งโปลินยัก ถูกทหารนำตัวไปฟังคำพิพากษาแล้ว ก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย
พระนางมารี อังตัวเนต ทรงเอ่ยกับพระเจ้าหลุยส์ “เสด็จพี่ เพคะ น้องสงสัยทหารนำตัวคนสนิทของหม่อมฉันกับเสด็จพี่ ไปแล้ว ไม่เห็นกลับมาเลยเพคะ หรือว่าทหารจะปล่อยตัวกลับไปบ้านแล้ว ให้เหลือเรากับพระโอรส”
“ไม่ใช่อย่างนั้นน้องหญิง ข้าได้ข่าวไม่ค่อยค่อยจะดี เจ้าหญิงแห่งลอมบาลล์ ทรงถือหัวพระนางเดินเรียกร้องขอความเป็นธรรม ที่แดนประหาร ทหารที่ควบคุมเราสนทนากัน คนที่ทหารนำไป ถูกประหารชีวิตทั้งหมด เจ้าหญิงกลายเป็นผีหัวขาด ทรงโกรธแค้นที่ถูกประหาร ได้ปรากฏกายออกมาหลอกหลอนชาวบ้าน” พระเจ้าหลุยส์ทรงตรัสกับพระนางมารี อังตัวเนต
“โอ้พระเจ้าช่วย เจ้าหญิงจากพวกเราไปแล้ว พระนางทำผิดอะไรถึงถูกประหาร” พระนางมารี อังตัวเนต ทรงถามพระเจ้าหลุยส์ ด้วยความไร้เดียงสา
“นางทำผิดอย่างมหันต์ที่เป็นเชื้อพระวงศ์ ไม่ได้เป็นสามัญชน การต่อสู้กันทางการเมือง ไม่ใช่แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร แต่เป็น แพ้เป็นกบฏ ชนะเป็นเจ้า ประวัติศาสตร์เขียนโดยผู้ชนะ พวกเราจากกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ในยุโรป เพียงเอ่ยวาจา ยุโรปก็สั่นสะเทือน สามารถบงการให้ใครมีชีวิตอยู่หรือตายได้ แต่วันนี้พวกเราจากเจ้าชีวิต คือนักโทษรอวันประหาร เป็นสัจธรรมชีวิต น้องหญิง พี่ก็ไม่รู้ว่าศีรษะของพี่จะตั้งอยู่บนคอได้นานอีกแค่ไหน”
“ว๊าย… เสด็จพี่ ทรงตรัสอะไรกันเนี่ย น้องหญิงกลัวเพคะ น้องยิ่งฝันไม่ค่อยดีอยู่ด้วย เพคะ” พระนางมารี อังตัวเนต ทรงตรัสบอกพระเจ้าหลุยส์
“ความฝันของน้องหญิงฝันไม่ค่อยดีเป็นอย่างไร” “น้องหญิงฝันเห็นผู้ชาย น้องรู้สึกคุ้น ๆ มาทวงเอาเพชรบลูไดมอนด์คืน ซึ่งน้องหญิงก็ได้จ่ายเงินให้กับคนที่เอามาขายแล้วนี้ เขาก็เต็มใจขายเพชรบลูไดมอนด์ให้กับน้องหญิง โดยท่านเค้าท์ ฮาน แอกเซล เดอ เฟอร์เสน ได้จ่ายเงินจ่ายทองจำนวนมหาศาลสำหรับเพชร บลูไดมอนส์แล้ว น้องก็สงสัยได้เงินไปแล้ว ยังหน้าด้านมาเข้าฝันทวงเพชรบลูไดมอนด์คืนอีก”
หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำอาหาร บักเคนหลังจากสั่งการลูกน้องในร้านให้ปิดร้านเร็วขึ้นหลังสองทุ่มเพราะประกาศเคอร์ฟิว บักเคนได้เข้านอนเร็วเผลอหลับไปเพราะความอ่อนเพลีย บักเคนหลับฝันเห็นกัปตันจอนห์นี่ ได้มาเข้าฝัน กัปตันได้ทักทายบักเคนในฝันว่า
“สบายดีไหมคุณเคน กิจการร้านอาหารที่เปิดก็รุ่งเรืองดีนะ ข้าเอาใจช่วย ดลใจให้คนอยากมาร้าน ข้าอยากจะบอกคุณเคน หลังจากตายไปแล้ว ดวงวิญญาณข้ายังไม่ได้ไปเกิด ข้าเฝ้ารอวัน ล้างแค้น พระนางมารีอัง ตัวเนต อยู่ ข้าไปเข้าฝันนางทวงเพชร บลูไดมอนด์คืน อีกไม่นานนางจะต้องหัวขาด ฮะ ฮะ ฮะ.. ฮะ..” เสียงกัปตันหัวเราะด้วยความสะใจในฝัน
บักเคนได้ถามกัปตันด้วยความเคยชินเพราะตอนที่อยู่ ดอนมดแดง บักเคนชอบเล่นหวย “กัปตันเลขงวดนี้มีอะไรเด่น”
กัปตันได้ถามกลับ “เลขเด่นอะไร ไม่เข้าใจ”
“อ๋อ เลขนำโชคน่ะ” บักเคนได้บอกกัปตัน
“ข้าไม่รู้ แต่ข้าเห็นเลข 1 6 กับ 0 ไม่รู้เลขหมายถึงอะไร 16 อาจจะหมายถึง พระเจ้าหลุยส์ ส่วนเลข 0 คือ สูญสิ้นก็ได้ ฮะ ฮะ…” เสียงกัปตันหัวเราะในฝัน
บักเคนได้สะดุ้งตื่น หลังจากฝันเป็นตุเป็นตะ และพยายามนึกทบทวนความฝัน มันก็ตรงกับประวัติศาสตร์ที่พระเจ้าหลุยส์ กับพระนางมารี อังตัวเนต ถูกประหารชีวิตด้วยเครื่องกิโยติน ด้วยนิสัยเคยชิน บักเคนได้ถามกัปตัน เรื่องตัวเลขนำโชค บักเคนได้แต่หัวเราะให้กับตัวเอง กูจะไปซื้อเลขที่ไหนกันวะ นี่มันเป็นโลกอดีต คนฝรั่งเศสเขาไม่เล่นหวยเหมือนเมืองไทย