บักเคนทะลุมิติตอนที่ 83-84

บักเคนทะลุมิติ ตอนที่ (83)

เช้าวันศุกร์ ที่ศาลากลางคอมมูนปารีส คนมาติดต่อราชการมีเพียงสองสามราย ปิแอร์และบักเคนได้นั่งรถม้าจากตลาดค้าปลา เพื่อมาพบกับท่านโรแบสปิแยร์ ตั้งแต่เกิดการปฏิวัติซ้อนปฏิวัติ พ่อลูกคู่นี้ไม่มีโอกาสได้เจอกันอีก เนื่องจากภารกิจและหน้าที่ของประธานสภาประชาชนมีภารกิจวุ่นวายยุ่งยิ่งนัก ปิแอร์ได้ขอพบกับท่านประธานสภาประชาชน กับหน้าห้องเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีมาก
“สวัสดีครับ ช่วยไปเรียนท่านประธานด้วยครับว่า ปิแอร์ และคุณเคนขอเข้าพบครับ” ปิแอร์ได้บอกกับหน้าห้อง
“ประทานโทษได้มีหนังสือนัดขอเข้าพบท่านไหมครับ” เสียงหน้าห้องตอบปิแอร์
“ไม่ได้นัดครับ พอดีมีเรื่องจะเรียนให้ท่านทราบครับ ช่วยกรุณาไปเรียนท่านด้วยว่า ผมปิแอร์บุตรชายท่านขออนุญาตเข้าพบสัก 10 นาทีจะได้ไหม” สีหน้าของหน้าห้องถึงกับตกใจ เมื่อได้ยินคำบอกของปิแอร์ว่าเป็นบุตรชายท่านประธาน ซึ่งตนเองไม่เคยได้รู้มาก่อน เนื่องจากเพิ่งเข้ามาทำงานเป็นหน้าห้องของท่าน
“ขอประทานโทษครับ ที่ผมไม่ทราบว่าท่านเป็นบุตรชายของท่านประธาน กรุณารอสักครู่นะครับ ผมจะไปเรียนท่านให้ครับ” เสียงหน้าห้องบอกปิแอร์และบักเคน
แล้วก็รีบลุกจากโต๊ะเดินเข้าไปในห้องทำงานของท่านประธานสภาประชาชน สักพักก็เดินออกมา “ท่านบอกว่าให้รอสักสิบนาทีแล้วค่อยเข้าพบครับ”
หน้าห้องได้บอกปิแอร์และบักเคน ท่านกำลังติดเซ็นเอกสารด่วนครับ
“ขอบคุณครับ” ปิแอร์และบักเคนได้เดินไปที่หน้าต่างและมองดูถนนหน้าคอมมูนปารีส ใบไม้กำลังร่วงหล่น ฤดูใบไม้ร่วงกำลังจะมาเยือน วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามกาลเวลาเป็นนิจนิรันดร ไม่เคยแปรผัน เวลาไม่เคยเดินช้า เดินเร็ว ทุกวินาทีเท่าเทียมกันเสมอ ต่างกับจิตใจมนุษย์แปรเปลี่ยนได้ทุกวินาที เมื่อวานทำเพื่อแผ่นดิน แต่วันนี้ทำเพื่อรักษาอำนาจ อนาคตคือสิ่งที่ยังมาไม่ถึง เสียงปิแอร์ถอนหายใจเมื่อนึกถึงความเปลี่ยนแปลงของบิดา ทำไมนะอำนาจช่างมีพลังลึกลับมากมายขนาดนี้
“นึกอะไรอยู่หรือปิแอร์” เสียงบักเคนเอ่ยปากทำลาย ความเงียบ
“อ๋อ ไม่มีอะไร ผมกำลังมองดูใบไม้ร่วงจากต้นไม้ลอยลงสู่พื้นดิน ชีวิตคนเราช่างสั้นนักเหมือนกับใบไม้ที่แตกใบอ่อน กิ่งก้านแผ่ไปศาล ยอดไม้พุ่งสู่ฟ้า เมื่อเวลาผ่านไป ใบไม้ก็โตเต็มใบ สุดท้ายก็แห้งเหี่ยวร่วงหล่นไปตามเวลา จากผืนดินขึ้นสู่ท้องฟ้า สุดท้าย ก็ร่วงลงสู่พื้นดิน เป็นเศษใบไม้รอวันเปื่อยสลาย” ปิแอร์ได้บอก บักเคนเป็นปรัชญาชีวิต
“ใช่ครับ ผมไม่นึกว่าปิแอร์ ไม่ได้นับถือเซ็นแต่มีความคิดแบบเซ็นด้วย”
ปิแอร์บอกบักเคน “ผมสงสารคุณพ่อน่ะ เมฆหมอกลอยมาบดบัง ทำให้นกยังบินหลงทางกลับรังไม่ถูก ภาระและหน้าที่ความรับผิดชอบอันมากมายมหาศาล การรักษาอำนาจ มิจฉาทิฎฐิ ย่อมทำให้คุณพ่อหลงทางในกับดักความคิดได้ ทำอย่างไรถึงจะเตือนสติท่านได้ ให้ท่านหันกลับมาพิจารณา ความเป็นไปด้วยความ เป็นจริง”
บักเคนได้บอกปิแอร์ “คงยากนะ คุณพ่อน่ะเป็นคนฉลาด ถ้าท่านเชื่ออะไรแล้ว คงยากที่จะเปลี่ยนความคิดของท่าน”
ปิแอร์ได้แต่ถอนหายใจ เสียงหน้าห้องได้เอ่ยปากบอกบักเคนและปิแอร์ “ท่านประธานให้เข้าพบได้ครับ เชิญครับ”
ปิแอร์และบักเคนได้เดินไปที่ประตูและเปิดประตูห้องเข้าไป
“อ้าวคุณเคนเองหรือ สบายดีไหม ไม่ได้พบกันนานแล้วนะ” เสียงโรแบสปิแยร์ เอ่ยทักทายบักเคน
“สบายดีครับท่าน” “มีอะไรหรือลูกถึงมาพบพ่อวันนี้” โรแบสปิแยร์ทักปิแอร์
“ผมจะมาลาคุณพ่อออกไปแสวงหาความหมายของชีวิตครับ” “อ้าวยังแสวงหาความหมายในชีวิตยังไม่พออีกหรือ มาช่วยพ่อทำงาน เพราะพ่อช่วงนี้งานยุ่งมาก คนไว้ใจก็ไม่ค่อยมี ลูกมาช่วยงานพ่อดีกว่า พ่อจะให้เจ้าคุมคณะกรรมการสอดส่องและ คุมคอมมูนปารีส กระทรวงต่างประเทศ จะได้แบ่งเบาภาระของพ่อ คุณเคนด้วย มาช่วยงานผม ผมจะแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายกำกับนโยบายคุมนโยบายทั้งประเทศ ความคิดคุณเคนแปลกใหม่น่าสนใจ” โรแบสปิแยร์ บอกบักเคน
คำพูดของโรแบสปิแยร์ ตำแหน่งงานที่โรแบสปิแยร์เสนอให้ปิแอร์และบักเคน หลายคนในสมาคมใฝ่ฝันอยากจะได้ เป็นได้เพียงแค่ความฝัน ไม่มีสิทธิ์จะไขว่คว้า อำนาจวาสนาหล่นทับปิแอร์ ที่เป็นบุตรชายไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับบักเคน อำนาจวาสนา หล่นทับตีนบวม เป็นเงื่อนไขยากปฏิเสธ โรแบสปิแยร์ นึกไม่ถึง สิ่งที่ตนเสนอให้เพื่อนของบุตรชายได้เหาะข้ามคนหลายสิบคน ที่จ้องตำแหน่งนี้อยู่
“ขอบคุณครับท่าน เป็นความเมตตาที่มอบให้กระผม กระผมขอประทานโทษที่ทำให้ท่านเคืองใจ กระผมมิบังอาจรับตำแหน่ง ที่ท่านมอบให้ได้ครับ” บักเคนบอกโรแบสปิแอร์
“อะไรนะ ไหนพูดใหม่ซิ เจ้าพูดอะไรออกมา” โรแบสปิแยร์เอ่ยด้วยความตกใจ ไม่นึกไม่ฝันว่าหนุ่มสยามจะปฏิเสธตำแหน่งที่ตนเองเสนอให้
“ขอบคุณในความเมตตาครับท่าน ผมมิบังอาจรับตำแหน่ง อันยิ่งใหญ่ได้ครับ ผมไม่มีความสามารถปานนั้น ผมเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาครับ ไม่รู้เรื่องการบริหาร การจัดการทางการเมือง งานระบบราชการครับท่าน ผมรู้แต่ไถนา เลี้ยงควาย หาแย้ หาไข่มดแดงทำอาหารครับ” บักเคนตอบปฏิเสธโรแบสปิแยร์ อีกครั้ง
แต่ในใจกลับระทึก หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพลที่ถูกสามเณรตีก่อนเพล กลัวโรแบสปิแยร์โกรธ จะสั่งให้ทหารนำตนเองออกไปกุดหัวด้วยเครื่องประหารกิโยติน เนื่องจากขัดใจท่านประธาน เพราะคำพูดของท่านประธานคือกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม
วันนี้ท่านประธานอารมณ์ดีเป็นพิเศษ “พิลึก เพิ่งเคยเห็น เจ้าเป็นคนแรกของโลก ที่ปฏิเสธตำแหน่งที่ทุกคนใฝ่ฝันอยากได้ตำแหน่ง แล้วคุณเคนจะทำอะไรต่อไป อย่าบอกนะจะไปแสวงหาความหมายของชีวิตเช่นเดียวกับบุตรชายข้า” โรแบสปิแยร์ เอ่ยปากดักคำพูดของบักเคน
“เปล่าครับท่าน ผมคงอยู่ที่ตลาดค้าปลา คงเปิดร้านขายอาหาร เช่น ปลาเผา กุ้งเผา หอยเผา ครับ”
บักเคนตอบโรแบสปิแยร์ “อะไรนะ ว่าใหม่ซิ เจ้าเสียสติไปแล้วหรือนี่” เสียงอุทานของโรแบสปิแยร์ ด้วยความตกใจกับความคิดของบักเคน
“ผมจะเปิดร้านอาหาร ผมคิดชื่อร้านเอาไว้แล้วครับ “เคนหอยเผา แซ่บ ซี๊ด คูณสอง”
“ฮะฮ้า ฮะ ฮะ ฮะ… ฮะ” โรแบสปิแยร์ หัวเราะลั่น กับความคิดของบักเคน “คุณเคนจะเปิดร้านอาหาร ไหนลองบอกซิ ร้านอาหารของคุณเคนน่ะนอกจากชื่อ ประหลาดแล้วมีอะไรเด่น ไอ้หอยเผา ปลาเผา ใคร ๆ ก็ทำได้ ร้านคงเจ๊งแน่นอน ใครจะไปกิน” โรแบส ปิแยร์ สบประมาทบักเคน
“ร้านผมน่ะท่าน อาหารไม่แปลกแตกต่างจากร้านอื่น ทั่วฝรั่งเศส แต่ไม่มีที่ไหนตั้งชื่อร้านชื่อร้านจะสะดุดหูแล้ว ผมจะให้สาวโคโยตี้ที่สวย ๆ และหนุ่ม ๆ หน้าตาดี เป็นนักกีฬามาเป็นคน เสริฟอาหารครับ ส่วนสาวโคโยตี้นอกจากเต้นเรียกแขกเข้าร้าน ทุก 15 นาทีแล้ว จะมาช่วยเสริฟอาหารครับ” บักเคนบอกโรแบส ปิแยร์ โดยมีปิแอร์นั่งฟังเงียบ พร้อมกันนึกความคิดพิสดารของเพื่อน ที่มีความคิดประหลาดตั้งแต่ที่เมืองมาเซย์แล้ว เปิดร้านเหล้า มีสาวอโกโก้มาเต้นรูดเสา แล้วจะมาเปิดร้านอาหารมีสาวโคโยตี้และหนุ่ม ๆ หน้าตาดี เป็นนักกีฬา มาเป็นคน
เสริฟอาหาร
“อืมส์ น่าสนใจมาก เป็นความคิดเข้าท่า ไว้เปิดร้านเมื่อไหร่ ก็ส่งข่าวมา จะไปอุดหนุน แล้วหนุ่ม ๆ หน้าตาดี คุณเคนหามา จากไหน”
บักเคนได้บอกโรแบสปิแยร์ ว่า “ผมคิดเอาไว้ จะไปซื้อพวกทาส ที่หุ่นกำยำ แข็งแรง กล้ามเป็นมัด ๆ มาเป็นคนเสริฟ และ รับสมัครหนุ่มหน้าตาดีจาก อิตาลี สเปน เบลเยี่ยม สวิส ครับ”
“โอ… สุดยอด ความคิดคุณเคนนี่ ถ้ามาเป็นผู้อำนวยการ ฝ่ายกำกับนโยบายคุมนโยบายทั้งประเทศ ที่ตั้งให้ประเทศฝรั่งเศสคงยิ่งใหญ่ยิ่งกว่านี้” โรแบสปิแยร์ บ่นเสียดายความคิดดี ๆ ของ บักเคน และนึกว่าร้านอาหารเคน หอยเผา แซ่บ ซี๊ด คูณสอง คงเรียกแขก สาวแก่ แม่หม้ายที่ร่ำรวย พวกชอบไม้ป่าเดียวกัน มากินอาหารที่ร้านนี้ จนร้านแทบแตกแน่นอน

บักเคนทะลุมิติ ตอนที่ (84)

โรแบสปิแยร์ ได้สนทนากับบักเคนและปิแอร์พอสมควร ปิแอร์และบักเคนได้ขอลากลับ โรแบสปิแอร์ ได้ถามถึงอนาคตของปิแอร์อีกครั้ง
“จะไปแสวงหาความหมายในที่ใด ไม่เปลี่ยนใจจะมาทำงานกับพ่อหรือ”
ปิแอร์ได้บอกพ่อ “ผมคงจะออกเดินทางไปอินเดีย เพื่อไปทิเบต ไปฝึกการสงบจิตใจ และก่อนไปขอฝากคุณเคนให้พ่อช่วยดูแลด้วย”
โรแบสปิแยร์ ก็ได้รับปากจะดูแลร้านบักเคนไม่ให้นักเลง หรือขุนนางมารบกวน
“ขอบคุณคุณพ่อมาก ผมคุยกับคุณเคนแล้ว คุณเคนเขา ไม่สนใจการเมือง และรับราชการ อยากจะเป็นพ่อค้าเล็ก ๆ ทำมาหาเลี้ยงชีพอย่างพอเพียง”
ปิแอร์ได้ขอบคุณคุณพ่อ ส่วนบักเคนได้ขอบคุณเช่นกัน
“ขอบพระคุณท่านมากที่เมตตากระผม ถ้ามีอะไรจะให้รับใช้ ผมยินดีทำให้สุดชีวิต ยกเว้นการเมืองกับรับราชการครับ”
โรแบสปิแยร์ ได้บอกบักเคนว่า “ไว้เปิดร้านข้าจะไปอุดหนุน”
ทั้งคู่ก็ได้ออกจากศาลาคอมมูนปารีสเดินทางไปกลับยังตลาดปลา หนึ่งสัปดาห์ต่อมาปิแอร์ และบักเคน ได้เดินทางไปยังท่าเทียบเรือ เลอ-อาฟร์ (Le Havre)
“คุณเคนจากกันคราวนี้ ผมคิดว่าคงไม่กลับมาฝรั่งเศสอีกแล้ว ผมรู้ชะตากรรมคุณพ่อดี ท่านเปลี่ยนไปมาก อำนาจและการยกยอปอปั้นของคนรอบข้าง ทำให้ท่านหลงตัวเอง และการตัดสินความผิดของคนที่ท่านกล่าวหาว่าเป็นศัตรูของท่าน ตามความรู้สึกเพียงเชื่อว่าเขาน่าจะเป็นศัตรู ทำให้เขาต้องถูกประหารชีวิตโดยที่ไม่มีการสอบสวนว่าทำผิดจริงหรือไม่ ผมขอบใจมากที่คุณเคนแนะนำหลักศาสนาพุทธ ทำให้ผมสนใจและศรัทธาในพระพุทธศาสนา จึงอยากจะไปเรียนรู้กับแหล่งที่กำเนิดศาสนาพุทธ ผมจำคำคุณเคนได้เสมอ ใดใดในโลกล้วนแปรเปลี่ยน ดุมล้อหมุนล้อเกวียน ยังวนเวียนซ้ำเสมอ คงเป็นเรื่องกรรมเวร สักวันมันคงจะย้อนกลับมาเกิดกับท่าน ซึ่งผมทนดูและรับรู้ไม่ได้ จึงตัดใจไปแสวงหาเส้นทางแห่งความสงบที่อินเดีย
สามเดือนผ่านไป บักเคนได้เปิดกิจการ “เคนหอยเผา แซ่บ ซี๊ด คูณสอง” ไม่มีแม้แต่เงาของท่านประธานสภาประชาชน โรแบส ปิแยร์ มาร่วมงานเปิดร้านตามที่ได้รับปากเอาไว้ แต่บักเคนก็ไม่ได้สนใจ กับดีเสียอีกที่ไม่มีการเมืองมาวุ่นวายในร้านอาหาร ลูกค้าส่วนใหญ่ ได้แก่ ขุนนาง พ่อค้าที่มีฐานะ คุณหญิง คุณนาย ได้มาทานอาหารที่ร้านบักเคน อาหารร้านบักเคน รสชาติแปลกใหม่เพราะบักเคนปรุงอาหารรสจัดซาบซ่าน ซึ่งคนฝรั่งเศสไม่เคยชิมรสชาติถึงใจมาก่อน ปลาแซลมอลย่าง ราดไวน์ขาว กุ้งมังกร ผัดพริกไทดำราดด้วยเหล้า XO แถมทำอาหารพิเศษ เนื้อแกะ อบไวน์แดง ทำให้กิจการร้านอาหารรุ่งเรืองมาก
บักเคนถึงกับต้องไปหา แลงมาเซย์ ผู้จัดการบาร์อโกโก้ที่เมืองมาเซย์ เพื่อให้ช่วยคัดสาว ๆ จากทางร้านมาเต้นโคโยตี้และเสริฟอาหาร
อำนาจของซิลแวร์ ที่ได้รับมอบหมายจากท่านประธานสภา ได้เพิ่มมากขึ้น การกำจัดคนที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นปฏิปักษ์กับท่านประธานสภา ทำให้ซิลแวร์ ได้ให้คณะกรรมการสอดส่อง ออกหมายเรียกให้อดีตนายกเทศมนตรีไบยี ที่ได้ลาออกจากตำแหน่งทางการเมือง อาศัยที่เมือง นังต์ (Nantes) อย่างเงียบเพียงคนเดียว และ มากีส์ เดอ ลา ฟาแยตต์ ให้มารายงานตัวภายใน 2 วัน ซึ่ง มากีส์ เดอ ลา ฟาแยตต์ ได้มารายงานตัวตามคำสั่งและถูกกักตัว
ส่วนไบยี ไม่มารายงานตัว คณะกรรมการสอดส่องได้ออกไปติดตามจับกุมตัวเพื่อมารับโทษ เมื่อ ลาฟาแยตต์ ได้มารายงานตัว ต่อคณะกรรมการสอดส่องได้ ถูกกักตัวร่วมกับพระเจ้าหลุยส์ พระนางมารี อังตัวเนต พระโอรส และพระธิดา ท่านเค้าท์ แห่ง แมร์ซี อาร์จองโต โดยมีเจ้าหญิงแห่งลอมบาลล์ บารอน แห่งเบอซองวาล ดยุค แห่งควงยี รวมถึงโยลองด์ เดอ โปลาสตรง กับเคานท์ เตสแห่งโปลินยัก พระราชวังตุล์เยรีส์ (Tuilleries)
ส่วน ดูร็องบารงเดอเบรอเตย และแฟรเซน ถูกนำไปกักตัวไว้ที่ เฟรซ์เกียนา อาณานิคมของฝรั่งเศส ร่วมกับนักโทษการเมือง อื่น ๆ อีกประมาณ 20,000 คน ซึ่งก็ไม่มีใครได้กลับฝรั่งเศสอีกเลย นักโทษส่วนใหญ่เสียชีวิตเพราะขาดอาหารตายและเป็นโรคระบาด
ปี ค.ศ. 1791 วันพฤหัสที่ 12 ศาลประชาชนได้เปิดการพิจารณาคดี ผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง โดยมีท่านเค้าท์ แห่ง แมร์ซี อาร์จองโต เจ้าหญิงแห่งลอมบาลล์ บารอนแห่งเบอซองวาล ดยุค แห่งควงยี โยลองด์ เดอ โปลาสตรงเคานท์เตส แห่งโปลินยัก รวมถึง กามีย์ และไบยี ที่คณะกรรมการสอดส่องไปจับตัวมาในฐานไม่มารายงานตัวตามคำสั่งของท่านประธานสภา คณะลูกขุนได้ตัดสินให้นักโทษการเมืองและผู้ที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการเมือง ต้องโทษประหารชีวิตด้วยเครื่องกิโยตินทุกคน
หัวหน้าเพชฌฆาต ชาร์ อ็งรี ซังซ็ง (Charles-Henri Sanson) ได้นำผู้ช่วยเพชรฆาตมาหิ้วปีกนักโทษประหารทั้งหมดออกจากหน้าบัลลังก์ เพื่อไปดำเนินการตามกระบวนการประหารต่อไป
“ข้าไม่ยอม ข้าไม่ได้ทำผิดอะไร ข้าถูกปรักปรำ เสียงร้องตะโกนของเจ้าหญิงแห่งลอมบาลล์ ได้ร้องใส่คณะลูกขุนและท่านประธานโรแบสปิแยร์ ที่นั่งเป็นประธาน
“เงียบเดี๋ยวนี้ เสียงประธานได้ตวาดเจ้าหญิงแห่งลอมบาลล์ เจ้าถูกถอดฐานันดรแล้ว อย่ามาเอะอะโวยวายในนามของประชาชนฝรั่งเศส คำพิพากษาได้สิ้นสุดลงแล้ว ถ้าร้องโวยวายจะเฆี่ยนก่อนค่อยประหาร
ที่ปลาส เดอ ลา เรฟโวลลูซิย็อง คืนวันศุกร์ที่ 13 เป็นวันแห่งการประหารชีวิต เจ้าหญิงแห่งลอมบาลล์ ร่วมกับนักโทษการเมือง เค้าท์ แห่ง แมร์ซี อาร์จองโต บารอน แห่งเบอซองวาล ดยุค แห่งควงยี โยลองด์ เดอ โปลาสตรงเคานท์เตส แห่งโปลินยัก รวมถึง กามีย์ และไบยี ซึ่งการประหารชีวิตในวันศุกร์ ท่านประธานสภา ได้มีความเชื่อตามตำนานเก่าแก่ ที่พระเจ้าฟิลิปที่ 4 แห่งฝรั่งเศส ทำการจับกุมตัวบรรดาอัศวินเทมพลาร์ชาวฝรั่งเศสจำนวน หลายร้อยคนไป ก่อนจะนำตัวไปทรมานและสังหาร เพื่อนำทรัพย์สินของพวกเขามาเป็นของฝรั่งเศส ซึ่งการประหารนักโทษการเมืองในวันนี้ จะทำให้ความรุ่งเรืองกลับมายังฝรั่งเศสอีกครั้ง เหมือนเช่นในอดีตที่ผ่านมา และอีกความเชื่อหนึ่ง เป็นวันที่ องค์พระเยซู ได้รับประทานอาหารมื้อสุดท้าย (The Last Supper) ในการทานอาหารมื้อนั้นมีผู้ร่วมรับประทานอาหารกับพระองค์ 13 คน ก่อนที่พระองค์จะถูกนำตัวไปตรึงบนไม้กางเขน ในวันศุกร์ประเสริฐ (Good Friday)