บักเคนทะลุมิติตอนที่ 81-82

บักเคนทะลุมิติ ตอนที่ (81)

บริเวณท่าเทียบเรือ เลอ-อาฟร์ (Le Havre) ผู้คนวันนี้พลุกพล่านเป็นพิเศษ เสียงหวูดเรือ ดัง ปู๊น ปู๊น ปู๊น…. เรือหลายลำได้ออกจากท่ามุ่งสู่สหรัฐอเมริกา ผู้คนหอบลูกจูงหลานถือข้าวของพะรุงพะรัง ส่วนมากเป็นเสื้อผ้า รถม้าหลายสิบคันจอดเรียงราย กุลี กำลังเดินแบกลังสิ่งของจากรถม้าขึ้นสู่เรือ เสียงร้องไห้กระจองอแงของเด็ก ๆ
หลายครอบครัว กำลังลี้ภัยสงคราม และหลบหนีภัยการเมืองออกนอกประเทศ กองทหาร ทหารแนชนัลการ์ด ได้ตรวจตราอย่างเข้มงวดตามคำสั่งของท่าน โรแบสปิแยร์ ประธานสภาประชาชน ซึ่งได้มีคำสั่งให้จับตาคนที่มือรายชื่อและรูปถ่าย จำนวนนับร้อยคน ส่วนใหญ่จะเป็นขุนนางชั้นสูง พ่อค้าขายต่างประเทศ รวมถึงสมาคมต่าง ๆ ที่สร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยเฉพาะสมาคม จีรองแดงส์ โกรเดลิเยร์ สมาคมลับฟรีเมสัน ต้องจับตา เป็นพิเศษ
โรแบสปิแยร์ ได้มีหนังสือลับมาถึงผู้บังคับบัญชากองทหาร ทั่วประเทศ รวมถึงคณะกรรมการสอดส่องระดับจังหวัด ซึ่งคณะกรรมการสอดส่องมีอำนาจจับกุม คุมขัง ตรวจค้นได้ตลอดโดยไม่ต้องมีหมายค้น เพียงแค่สงสัยก็สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ คณะกรรมการสอดส่องนี้คือเครื่องมืออันทรงคุณภาพในการทำลายศัตรูทางการเมืองของท่านโรแบสปิแยร์ นอกเหนือจากทหารแนชนัลการ์ด ให้ตั้งด่านบริเวณพรมแดน เพื่อตรวจสอบคนที่มีรายชื่อและไม่รายงานตัว ได้มีคำสั่งเด็ดขาดให้จับกุมตัวมาสอบสวนที่คอมมูนปารีส
ช่วงบ่ายรถม้าจำนวนสองคัน คันแรกเป็นรถม้าโดยสาร ส่วนคันที่สองเป็นรถม้า บรรทุกสัมภาระ ปิดประทุนมิดชิดได้มาถึงท่าเทียบเรือ มีผู้โดยสารสี่คนได้เหมารถม้าเป็นพิเศษได้วิ่งเข้ามา ที่ท่าเทียบเรือ เมื่อรถม้าจอดสนิท รถม้าที่มีผู้โดยสาร ได้มีผู้โดยสารทยอยลงจากรถ โซฟีและลอร่าบุตรสาร บักเคน และปิแอร์ ทหารหลายนายรวมถึงเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการสอดส่อง ได้มองดูรถม้า ที่ปิดประทุนมิดชิด เมื่อรถม้าจอดสนิท ทหารได้เข้าล้อมรถม้าเอาไว้ แต่เมื่อเห็นปิแอร์ก้าวลงจากรถ
ทหารแนชนัลการ์ด เมื่อมองเห็นปิแอร์ ก็จำได้ว่าเป็นบุตรชายของท่าน โรแบส ปิแยร์ ผู้บังคับบัญชาได้ยกมือวันทายาหัตถ์ นายทหารที่ควบคุม พื้นที่ได้เดินตรงมาหา ปิแอร์
“สวัสดีท่านปิแอร์ ท่านจะเดินทางไปไหนครับ” เสียงของนายทหารถามปิแอร์
“ผมไม่ได้ไปไหน เดินทางมาส่งญาติกลับสหรัฐอเมริกา”
“ครับท่าน” นายทหารได้บอกปิแอร์
“เออ ประทานโทษครับท่านโรแบสปิแยร์ ได้มีคำสั่งผู้ที่มีรายชื่อตามภาพถ่าย ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ กระผมต้องขอประทานโทษด้วย ต้องขอตรวจสอบญาติของท่านพร้อมกับสิ่งของได้ไหมครับ มันเป็นคำสั่งที่เด็ดขาดครับ”
“อ๋อได้ซิ ญาติของท่านประธานสภาประชาชน ตกเป็นผู้ต้องสงสัย มันเป็นเรื่องประหลาดสิ้นดี” ปิแอร์ได้บ่นดังให้นายทหารและบักเคนได้ยิน
“คือว่า เป็นคำสั่งครับท่าน” “ได้ อยากตรวจก็เชิญ หรือถ้าสงสัยนักก็ควบคุมตัวผมกับคณะไปพบท่านประธานก็ได้นะ” ปิแอร์บอกอย่างท้าทาย
“ไม่ได้ครับท่าน ญาติของท่านจะเดินทางกี่คนครับ” เสียงนายทหารอ่อนลง
“เดินทางสองคน เป็นผู้หญิงทั้งคู่ เป็นญาติท่านประธาน จะเป็นพวกต่อต้านประธานสภาได้อย่างไร”
“ครับ ครับ งั้นก็เชิญครับ ไม่ต้องตรวจค้นครับ นายทหารได้ปล่อยให้คณะของปิแอร์ได้ผ่านไปขึ้นเรือ ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ ที่มองดูเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ บางคนก็เดินหลบเลี่ยง หลายร้อยคนที่เห็นเหตุการณ์ ต่างก็สงสัยว่าทำไมนายทหารถึงต้องพินอบพิเทา กับคนเพียงสี่คน ในขณะที่พวกตนถูกตรวจค้นอย่างละเอียด แทบจะแก้ผ้าตรวจ มันเป็นอภิสิทธิชนที่เกิดขึ้นท่ามกลางไฟสงครามและการปฏิวัติ
ที่คอมมูนปารีส ยามสายวันนี้ สายฝนได้ตกโปรยปรายพรำ ๆ มาตั้งแต่เมื่อคืน สลับกับเสียงฟ้าร้องดังครืน ครั่น สายฝนเหมือนกับหยดน้ำตาจากสวรรค์ ที่ได้หลั่งน้ำตาด้วยความเศร้าใจตลอดที่สวรรค์ได้ประทานชีวิตให้กับมนุษย์ ได้สร้างความดีจรรโลงโลกให้งดงาม แต่แล้วหลายพันชีวิตต้องมาสังเวยชีวิตกับอำนาจ และตัณหา โดยที่สวรรค์ไม่มีบัญชาให้ต้องมาดับสูญก่อนเวลาเลือด น้ำตา ดวงวิญญาณที่ปลิดปลงได้ฝากความอาฆาตแค้น คงเวียนวนอยู่ที่คอมมูนปารีสแห่งนี้
ที่บัลลังก์ศาลปกครองสูงสุด ท่านผู้พิพากษาได้นั่งรอคอย ท่านประธานสภาประชาชนที่กำลังจะมาถึง เพื่อที่จะได้เริ่มพิจารณาคดี ที่ศาลปกครองสูงสุดได้รับคำสั่งจากท่านประธานสภาประชาชนให้ดำเนินการพิจารณาคดี สมาคมจีรองแดงส์และแกนนำประชาชนจากเมืองต่าง ๆ บุกรุกพระราชวังตุล์เยรีส์ (Tuilleries) ทหารได้คุมตัวสมาชิกสมาคมจีรองแดงส์ เข้าสู่กระบวนการพิจารณา เสียงโซ่ข้อเท้าของแวร์จิโนด์ ยองซอนเน โกเดส์ และ บูโซต์ ดังกระทบกัน
สมาชิกจีรองแดงส์ เดินสู่หน้าบัลลังก์ด้วยแววตาสิ้นหวัง เหมือนกับรู้ชะตากรรมของตนเอง ในระหว่างรอคณะลูกขุนจำนวน 500 คน จากสภาประชาชนที่แต่งตั้งสมาชิกจากทุกสาขาอาชีพ มาเป็นลูกขุน เพื่อรับฟังคำให้การและตัดสินคดี โกเดส์ ได้เล่าความฝันเมื่อคืนด้วยเสียงเบา ๆ พอให้นักโทษการเมืองได้ยินเรื่องราว
“เมื่อคืนข้านอนไม่ค่อยหลับว่ะ คิดมากทั้งคืนเลย มาเผลอหลับเกือบย่ำรุ่ง ข้าฝันร้าย มีชายสองคนบอกว่าเป็นยมทูต มานำตัวข้าเดินทางไปด้วยเส้นทางที่มืดสลัวตลอด เดินไปตั้งนานพบแม่น้ำสายกว้าง เวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตา มีหินสีดำจำนวนมากโผล่พ้นน้ำ ข้าเห็นยมทูต ต้อนคนนับพันคนเดินลงไปในแม่น้ำ ข้ามองเห็นสายตาแต่ละคนมีแต่ความหวาดกลัว ข้าเลยมองหน้ายมทูตที่สีหน้าเฉยชาไร้ความรู้สึก ข้ารับรู้ด้วยกระแสจิต ยมทูตบอกว่า เอ็งต้องเดินลงแม่น้ำเพื่อไปสู่ยมโลกในวันพรุ่งนี้หลังจากถูกตัดหัวแล้ว”
โกเดส์ กล่าวต่อว่า “ข้าเลยสะดุ้งตื่น เหงื่อที่ท่วมตัวเลย มันเหมือนกับลางสังหรณ์ ที่บอกข้าวันนี้คงเป็นวันสุดท้ายของชีวิตข้าแล้ว เหลืออีกไม่กี่ชั่วโมงศีรษะข้าคงย้ายที่อยู่แน่นอน”
สีหน้าโกเดส์เต็มไปด้วยความหวาดกลัวกับคำพิพากษาที่จะมาถึงในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า เหล่าสมาชิกจารองแดงส์ ได้ฟังเรื่องราวของโกเดส์ ทุกคนสีหน้าไม่มีสีเลือด
บูโซต์ ได้เอ่ยปาก “ข้าก็ฝันร้ายเหมือนกัน ฝันเห็นดวงวิญญาณหลายร้อยดวงที่ตายด้วยคำสั่งของข้าได้มาทวงชีวิต บางคนมาด้วย สีหน้าเน่าเฟะ ตาถลน บางตนหิ้วหัวมาด้วย สีหน้าดวงวิญญาณมีแต่ความเคียดแค้น ดวงวิญญาณหลายดวงได้สาปแช่ง และบอกข้า ในฝัน ถึงเวลาของมึงแล้ว ที่จะต้องชดใช้กรรม พวกกูเป็นผีรุ่นพี่ จะมารอต้อนรับมึงที่กิโยติน”
ข้าเลยสะดุ้งตื่น บูโซต์ เล่าเรื่องจบ แวร์จิโนด์ ถึงกับฉี่ราด ด้วยความหวาดกลัวสุดขีดถึงชะตากรรมที่ใกล้เข้ามา

บักเคนทะลุมิติ ตอนที่ (82)

ศาลได้เปิดการพิจารณาคดีสมาคมจีรองแดงส์ และแกนนำประชาชนจากเมืองต่าง ๆ บุกรุกพระราชวังตุล์เยรีส์ (Tuilleries) เพื่อแย่งชิงตัวพระเจ้าหลุยส์ และได้ฆ่าทหารตายจำนวนมาก คณะลูกขุน ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ทั้งหมด 500 เสียง ตัดสินให้นักโทษการเมืองที่เป็นแกนนำ ต้องโทษประหารชีวิตด้วยเครื่องกิโยติน ทุกคนภายในคืนนี้เวลาตีสาม
สิ้นเสียงการอ่านคำพิพากษานักโทษการเมืองทุกคนถึงกับ เข่าอ่อนเป็นลม อุจจาระ ปัสสาวะเรี่ยราด แม้จะรู้ชะตาชีวิตดีก็ตาม แต่ความตายกำลังมาเยือนในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ร่างกาย เกิดอาการ
ช็อคสุดขีด สิ้นคำพิพากษา หัวหน้าเพชฌฆาต ชาร์ อ็งรี ซังซ็ง (Charles-Henri Sanson) ได้นำผู้ช่วยเพชฌฆาตมาหิ้วปีกนักโทษประหารทั้งหมดออกจากหน้าบัลลังก์ เพื่อไปดำเนินการตามกระบวนการประหารต่อไปที่ ปลาส เดอ ลา เรฟโวลลูซิย็อง
ก่อนการประหาร หัวหน้าเพชฌฆาต ชาร์ อ็งรี ซังซ็ง ได้นำนักโทษทั้งหมดไปยังโบสถ์ เพื่อทำพิธีสารภาพบาป และรับศีล มหาสนิท เพื่อให้ดวงวิญญาณที่กำลังจากโลกนี้ไปได้ไปอยู่กับพระผู้เป็นเจ้าในสรวงสรรค์ จะไปนรกหรือสวรรค์ สมาชิกสมาคม จีรองแดงส์ รู้คำตอบดี
เช้าวันรุ่งขึ้นที่ถนนย่านชองเอลิเสส์ ของปารีส ได้เกิดความวุ่นวายขึ้น มีขบวนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย Henri Poincare’ University, University Nancy 2, Unverisity Paul Verlanine- Metz และ I’Institut National Polytechnique De Lorraine และมหาวิทยาลัยตามหัวเมืองต่าง ๆ ได้นำประชาชนจำนวนมากถือป้ายผ้าและกระดาษ เขียนเรียกร้องให้สภาประชาชนได้จัดตั้งรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ขนมปังราคาแพง ความยากจนของประชาชน และขอให้เปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นประชาธิปไตย
ขบวนการประท้วง ได้ตั้งกลุ่มประท้วงที่ย่านชองเอลิเสส์ มีแกนนำนักศึกษาหลายคนได้ขึ้นพูดไฮปาร์ค การชุมนุมเป็นไปหลายวัน จากวันเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน พร้อมกับชาวบ้านที่รักประชาธิปไตย และเดือดร้อนจากการขาดแคลนอาหารได้เข้าร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก
โรแบสปิแยร์ ได้หารือลับกับสมาชิกสมาคมจาโกแบงส์ระดับสูงที่คอมมูนปารีส โดยไม่มีแซงส์ จูสต์ เข้าร่วมประชุม
โรแบสปิแยร์ ได้เอ่ยในที่ประชุม “สถานการณ์ตอนนี้ทำไมมันวุ่นวายขึ้นมาอีก ข้าได้มีคำสั่งแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 ถึงฉบับที่ 25 ให้ทุกคนอยู่ในความสงบห้ามก่อความวุ่นวายทางการเมือง ทำไมถึงมีประชาชนและนักศึกษาไม่เชื่อฟัง จะทำอย่างไรดีพวกท่าน มันต้องมีคนคอยยุยง สร้างสถานการณ์แน่นอนหรือว่าอย่างไร พวกเรา”
ซิลแวร์ สมาชิกสมาคมจาโกแบงส์จากเขตปารีส ได้เอ่ยปากบอกโรแบสปิแยร์ว่า
“เรียนท่านโรแบสปิแยร์ ผมเห็น กามีย์ ขึ้นพูดไฮปาร์ค ปลุกระดมประชาชน เพื่อล้มล้างพระเจ้าหลุยส์ หลังจากชัยชนะแล้ว กามีย์ ก็หายตัวไป ไม่มีบทบาทอะไรอีก แต่ผมมาเห็นอีกครั้ง ก็กำลังพูดปลุกระดม นักศึกษาประชาชนที่แถวถนนย่านชองเอลิเสส์ ให้สภาประชาชนคืนอำนาจให้ประชาชนเลือกตั้ง” อืมส์ กามีย์ น่าจะอยู่เบื้องหลังในการประท้วงครั้งนี้แต่ข้าว่ามันต้องมีอีกแน่นอน ท่านซิลแวร์ ไปออกคำสั่งให้คณะกรรมการสอดส่อง ส่งคนไปสืบดูซิว่าใครอยู่เบื้องหลังอีกบ้าง จะได้จับกุมตัวมาดำเนินคดีให้หมด”
“ครับท่าน”

เสียงวู๊ดเรือดังสามครั้ง ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด…. เป็นสัญญานเรือได้เคลื่อนออกจากท่าเทียบเรือ เลอ-อาฟร์ โซฟี และลอร่าได้โบกมือ อำลาบักเคน และปิแอร์ ที่มายืนส่ง น้ำตาของโซฟีได้ไหลด้วยความคิดถึงมิตรภาพ ระหว่างโซฟี บักเคน และปิแอร์ที่ได้ร่วมกันเรียกร้องเสรีภาพ การเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศฝรั่งเศส แต่บัดนี้เธอและลูกสาวต้องจากผืนแผ่นดินฝรั่งเศสตลอดกาล คงไม่มีโอกาสกลับมาเหยียบแผ่นดินแม่อีกแล้ว ผืนดินเฮติ คงคลุมหน้าเธอในอนาคต เหลือไว้แต่ภาพทรงจำแห่งการร่วมต่อสู้กันมาให้หวนรำลึกถึง
ลาก่อนดินแดนฝรั่งเศสอันเป็นที่รักยิ่ง ใจของโซฟีโบยบิน เร็วกว่าเรือ ใจได้ไปถึงเฮติแล้ว คิดถึงสามีและลูก โซฟีได้แต่นึก สามีและลูกคงเฝ้าตั้งหน้าตั้งตารอยคอยการกลับมาของเมียและแม่ ด้วยความห่วงใย เรือค่อย ๆ จางหายไปจากเส้นขอบฟ้า เหลือแต่ควันจากปล่องไฟของเรือสีดำที่ลอยขึ้นไปในอากาศ ก่อนจะจางหายไป
“กลับกันเหอะปิแอร์” บักเคนชักชวนปิแอร์ให้เดินทางกลับ ทั้งคู่ได้ขึ้นรถม้าโดยสาร สารถีได้ขับรถม้าออกจากท่าเทียบเรือ มุ่งหน้าสู่ ตลาดขายปลาอันเป็นที่พำนักของคนทั้งสองในระหว่างเดินทาง
ปิแอร์กับบักเคนได้สนทนากันฆ่าเวลา “ปิแอร์ท่านจะทำอะไรต่อไป จะไปช่วยพ่อของท่านบริหารบ้านเมืองหรือไม่ เพราะท่านมีอำนาจ บารมีล้นประเทศฝรั่งเศส” บักเคนเอ่ยปากถามปิแอร์
“คงไม่มั๊ง ผมเบื่อการเมือง อำนาจที่ได้มาไม่จีรัง การขึ้นสู่อำนาจนั้นยากยิ่ง แต่การรักษาอำนาจยากยิ่งกว่า”
ปิแอร์ได้กล่าวต่ออีกว่า “ผมไม่รู้ทำถูกหรือทำผิด ที่ได้ร่วมขบวนการฟรีเมสันกับพ่อ ล้มล้างระบอบการปกครองที่สร้างความไม่เท่าเทียมกันในสังคมฝรั่งเศส แต่สุดท้าย ก็ได้การปกครองที่ยิ่งแย่กว่า และมันเจ็บปวดมาก ที่ผู้ปกครองกลับเป็นพ่อของผม ท่านลืมอุดมการณ์ที่เคยให้ไว้กับสมาคมเสียสิ้น ว่าต้องการเปลี่ยนแปลง การปกครองเป็นประชาธิปไตย สร้างความเท่าเทียมกันในสังคม และคืนอำนาจให้กับประชาชน ได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม
แต่วันนี้พ่อของผมกลับมาตรวจสอบ กำจัดศัตรูทางการเมืองของท่าน โดยอ้างว่าเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ก็ไม่รู้ วันไหนจะตรวจสอบสำเร็จ และคืนอำนาจให้กับประชาชนตามวิถีทางประชาธิปไตย ความเสมอภาค ความยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ได้ห่างไกลจากความคิดของพ่อไปแล้ว” ปิแอร์ได้พูด ด้วยความน้อยใจให้กับบักเคน
บักเคนได้แต่ปลอบใจปิแอร์ และได้พูดถึงแนวคิดของ มาเคียเวลลี ให้ปิแอร์ฟัง “ช่างมันเหอะ จะดีจะชั่วก็พ่อเรา ท่านมีความคิดของท่านเอง ท่านเป็นผู้มีอำนาจต้องรักษามันต้องใช้ทุกวิถีทาง เพื่อรักษาอำนาจของท่านเอาไว้ให้ยืนยง พ่อท่านทำไปโดยไม่กลัวว่าจะต้องทำผิดบ้างถูกบ้าง บางครั้งท่านก็ใช้ประโยชน์จากการทำผิดนั้นด้วย”
บักเคนได้พูดต่อว่า “บางครั้งบางสิ่งบางอย่างที่คนภายนอกมองเห็นว่าดี แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่ได้ผลดีตามที่เห็น ในขณะที่ของที่ดูไม่ดีก็อาจจะใช้การได้ ดังนั้น พ่อท่านจึงไม่จำเป็นต้องเลือกแต่สิ่งที่ดี ๆ แต่ควรดูว่าสิ่ง ๆ นั้นเมื่อนำไปปฏิบัติแล้วได้ประโยชน์หรือไม่ เพราะเมื่อจุดหมายปลายทางหรือผลที่ได้มันได้ประโยชน์ จะถือว่าสิ่ง ๆ นั้นเป็นสิ่งที่ดี หลายครั้งผมสัมผัสได้ ก็ขอโทษด้วยนะปิแอร์ ผมเฝ้าสังเกตท่านประธานสภาประชาชน โรแบสปิแยร์ การแสดงออกของท่านแสร้งแสดงให้คนอื่นคิดว่าเป็นคนดี ด้วยวิธีการต่าง ๆ เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าการเป็นคนดีเสียเอง ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไร คนกลัวมากกว่าคนรัก เพราะความรัก อาจกลายเป็นความเกลียดได้ แต่ความกลัวนั้นจะไม่รักและ ไม่เกลียด” บักเคนกล่าวต่อว่า
“พ่อท่านถึงใช้อำนาจและความรุนแรงเพื่อให้ผู้อื่นกลัว ใครมีอำนาจย่อมเป็นผู้ถูกเสมอ แม้ชาวบ้านทั่วไปจะบอกว่าไม่ถูก แต่ท่านบอกว่าถูก ก็ต้องถูก ผู้มีอำนาจไม่ควรอยู่ที่ทางสายกลาง ผู้มีอำนาจไม่สามารถรับใช้พระเจ้า และซีซาร์ได้ในขณะเดียวกัน หรือไม่สามารถถือดาบกับไบเบิลได้พร้อม ๆ กันได้”
ปิแอร์ได้ฟังคำพูดของบักเคน ถึงกับอ้าปากค้าง ไม่นึกว่า บักเคนหนุ่มสยามจะเข้าใจปรัชญา มาเคียวเวลลี ได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าตนเองอีก
“ท่านไปรู้แนวคิดของ มาเคียวเวลลี มาจากไหนคุณเคน ช่างลึกซึ้งยิ่งนักผมเองยังนึกไม่ถึงเลยครับ” ปิแอร์บอกบักเคน
“อ๋อ ผมเคยได้เรียนรู้และสนทนากับท่านมงเตสกิเออ ก่อนมาพบกับปิแอร์ ไง จำไม่ได้หรือ ที่ผมเล่าให้ฟังนะ ตอนที่ปิแอร์ ช่วยผมจากเรือล่มในทะเล
“อ๋อจำได้ จำได้ ความคิดช่างลึกซึ้งยิ่งนัก ผมว่าคุณเคนน่าจะไปเป็นที่ปรึกษาของท่านพ่อนะ” ปิแอร์บอกบักเคน
“ไม่ล่ะ ผมไม่อยากเกี่ยวข้องกับการเมือง”
ปิแอร์ได้ถามบักเคนและชักชวนบักเคน “คุณเคนไปแสวงหาความหมายของชีวิตกับผมไหม ออกเดินทางไปรอบโลก อาจจะไปอินเดีย หรือบุกป่าอเมซอน เพื่อตามหาความหมายของชีวิต”
บักคนได้ฟัง นึกค่อนขอดปิแอร์อยู่ในใจ อะไรกันอีกวะ หาความหมายของชีวิตอะไรกันนักหนา ผจญภัยในเกาะร้าง สงครามการต่อสู้ เลือด น้ำตา ความพลัดพราก ยังไม่เข้าใจความหมายของชีวิตอีกหรือนี่ สงสัยคราวนี้คงต้องไปบวชเป็นฤาษี หรือเป็นโยคีแน่นอน
“คงไม่ล่ะเชิญปิแอร์ตามสบายครับ” ผมจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่แหละ ไม่ไปหาความหมายของชีวิต สำหรับผมมันเกินพอแล้วครับ ถ้าหาความหมายของชีวิตอีก คงต้องออกบวชแล้วล่ะ” บักเคนตอบปิแอร์ และเข้าใจความรู้สึกอันเจ็บปวดและเห็นใจในชะตากรรมของปิแอร์ที่ต้องการหลบหน้าพ่อ หลบหน้าสังคมฝรั่งเศส ด้วยความอับอาย ที่พ่อของเขาได้เปลี่ยนไป ด้วยความผูกพันทางสายโลหิต ลูกไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์พ่อได้ จะดีจะชั่วก็เป็นบุพการี ที่ให้กำเนิดมา จึงไม่มีทางเลือกในเมื่อไม่ต้องการแสวงหาอำนาจเช่นเดียวกับพ่อ ต้องตัดใจจากลาจากบุพการี เพื่อไม่ให้รับรู้ถึงเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต