บักเคนทะลุมิติตอนที่ 193-194

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (193)

ทุกคนเมื่อได้ยินอาดัมพูดถึงกับพยักหน้าสนับสนุนในแนวคิดของอาดัม ส่วนบักเคนกลับคิดไปถึงคลองกระของสยาม  มีความก้าวหน้าในการเริ่มขุดมีเพียงแค่เปลี่ยนชื่อเป็นคลองไทยแค่นี้เอง โครงการคลองกระ หรือคลองไทย กินเวลายาวนานกว่า สามร้อยห้าสิบปี คนคิดจะศึกษาเป็นผีไปหลายรอบโครงการก็ยังไม่เริ่ม แนวคิดเริ่มตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเพื่อเชื่อมอ่าวไทยกับอันดามัน คงเป็นไปได้แค่ความฝัน การขุดคงยังไม่มีการขุดกันจริงจัง คลองสุเอซที่นโปเลียนมาเริ่มศึกษาเพื่อที่จะขุด ได้เริ่มแนวคิดหลังคลองไทย แต่โครงการคลองสุเอซ กลับขุดเรียบร้อยสร้างรายได้มหาศาลให้กับอียิปต์

          “คุณเคนคิดอย่างไรกับแนวคิดขุดคลอง” ผมเห็นด้วยครับท่าน สมัยสมเด็จพระนารายณ์ ก้ทรงมีดำริว่าจะขุดคลองเชื่อมทะเลเหมือนกัน เพื่อเรือสินค้าจะได้เดินทางมายังสยามได้รวดเร็วไม่ต้องเสียเวลาเดินทางอ้อมช่องแคบมะละกา”

“ผมเห็นด้วยกับรัฐบาลสยามถ้าขุดคลอง สินค้าจากยุโรปจะไปยังเอเชีย จีนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น การค้าจะขยายตัวมาก” อาดัมสนับสนุนแนวคิดการขุดคลองของสยาม

“แล้วสยามเริ่มขุดคลองยัง” เกลแบล์ถามบักเคน

“ยังครับ”

“ทำไมไม่ขุดคลองเมื่อมีแนวคิดดี ๆ อย่างที่คุณอาดัมกล่าวไว้ ถ้าสยามขุดคงร่ำรวยเป็นมหาอำนาจมากกว่านี้” เกลแบร์ถามด้วยความสงสัย

“ผมคิดว่าถ้าขุดคลองกลัวจะเป็นการแบ่งแยกดินแดนของสยามและต่างชาติสนับสนุนไม่ให้ขุดกลัวเสียผลประโยชน์การเดินเรือครับท่านเกลแบร์”

“ผมว่าคนที่คิดแค่นี้ มีความคิดตื้นเขิน ใครจะโง่ให้เงินสนับสนุนไม่ให้ขุด ถ้าเขาจะให้เงินสู้บุกมายึดสยามยังง่ายกว่า เพราะการให้เงินสนับสนุนไม่ให้ขุดคลองไม่มีวันจบสิ้น ผมว่าคนเสนอความเห็นว่าต่างชาติให้เงินสนับสนุนเป็นพวกไร้สาระสิ้นดี”

“ส่วนกลัวการเสียดินแดนถ้าถูกแยกเป็นสองฝั่ง ผมคิดว่าไม่นะ ยกเว้นคนฝั่งคลองอีกฝั่งเขาไม่ได้ผลประโยชน์หรือมีความเป็นอยู่ย่ำแย่กว่าเดิม ถ้าเขามีรายได้ดี กินดีอยู่ดี คงไม่คิดแยกตัวออกห่างจากสยามแน่นอนคุณเคน ต้องมีการศึกษาก่อนขุดคลองอย่าด่วนคิดไปเอง คนส่วนใหญ่ไม่ชอบคิดชอบแต่พูด” เกลแบร์บอกกับบักเคน

“ผมเห็นด้วย อย่างที่ท่านนโปเลียนเคยบอกกับผม คนเราชอบตัดสินไปเสียทุกอย่าง โดยไม่ได้ดูที่ไปที่มา หาเหตุหาผลมารองรับ สู้ตัดสินใจพูดออกไปเลยโดยไม่ดูข้อมูล เพราะการพูดเป็นเรื่องง่าย จะถูกหรือผิด เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะถือว่าไม่ใช่เรื่องของตน เหมือนท่านนโปเลียนว่าไว้” อาดัมสนับสนุนความคิดของเกลแบร์

“ครับท่าน”

“ผมขอถามนายท่าน ได้ไหม ผมอยากทราบว่าท่านจะขุดคลองที่ท่านมาสำรวจหรือไม่ และต้องศึกษาเหมือนกับท่านเกลแบร์เสนอหรือไม่” รัสตัมถามนโปเลียนด้วยความสงสัย

“ผมศึกษาข้อดีข้อเสียของการขุดคลอง แล้วผมตัดสินใจเลย ไม่ถามความเห็นชาวบ้าน เพราะถามไปไม่มีประโยชน์ต่อฝรั่งเศสผมขุดเลยถ้าผมยังยึดครองอียิปต์ต่อ  การถามความเห็นทำให้ล่าช้า ร้อยคนร้อยความคิด เสียงส่วนใหญ่ใช่ว่าจะถูกต้องเสมอไป นโปเลียนพูดเป็นลาง เหมือนกับว่าจะไม่ได้ยึดอียิปต์ต่อไป

บักเคนนึกในใจนี่มันเผด็จการชัด ๆ ไหนว่าชาวบ้าน มีเสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ ในการแสดงออก ทำไมนโปเลียนถึงตัดสินใจคนเดียว โดยไม่ฟังความเห็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ บักเคนนึกเปรียบเทียบกับความคิดแบบเผด็จการคอมมิวนิสต์ ในยุคต่อมาที่ทำลายสิ่งแวดล้อมจนหายนะมาถึงทุกวันนี้เพราะความคิดของคนเพียงคนเดียวที่ทำลายระบบนิเวศน์ไม่ทักท้วงและไม่ศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้านฟังแต่ปรึกษาของตนเพียงอย่างเดียว แตกต่างจากนโปเลียนอย่างสิ้นเชิง

บักเคนจำได้เคยได้อ่านบันทึกที่เติ้งเสี่ยวผิงสรุปบทเรียนภายหลังการพัฒนาไปสู่ความทันสมัย ที่ประธานเหมาเจ๋อตงตัดสินใจไปโดยไม่ศึกษาถึงผลดีผลเสียอย่างแท้จริง

“คุณเคนทำไมถึงเงียบ” นโปเลียนถามบักเคน

“ผมคิดถึงสิ่งที่ท่านพูด ต้องคิดก่อนหาข้อมูล ผมขอเล่าเรื่องที่ผมเคยอ่านบันทึกในสยามเรื่อง การมุ่งแต่ผลเพียงด้านเดียว มันอาจจะส่งผลอย่างร้ายแรงตามมาอย่างไม่คาดคิดครับท่าน”

“น่าสนใจคุณเคน” เกลแบร์ได้บอกกับบักเคน

“เรื่องมันเป็นอย่างไรไหนลองเล่าให้ฟังหน่อย” อาดัมบอกกับบักเคน

“มันเป็นโครงการที่ผู้นำของประเทศต้องการพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรือง ปราบศัตรูที่เป็นภัยต่อมนุษย์ และพืชผลการเกษตรจึงคิดโครงการกำจัดสัตว์สี่ประเภทที่แพร่เชื้อโรค ยุง หนู แมลงวัน และนกกระจอกขึ้นมา”

“ผมสมมติว่าผู้นำชื่อ เหมาเจ๋อตงก็แล้วกัน ท่านคิดและเชื่อที่ปรึกษาไปเองว่านกกระจอกบ้าน คือตัวการสำคัญ ในการกัดกินธัญพืชของเกษตรกร ทำให้ผลผลิตเสียหายนกกระจอกบ้านเพียงตัวเดียวกินข้าวเปลือกถึง 4.5 กิโลกรัมต่อปี ถ้ามีนกกระจอกบ้าน 1 ล้านตัวถูกกำจัดจะมีข้าวเพียงพอสำหรับชาวบ้านถึง 60,000 คน เหมาเจ๋อตุงจึงสั่งให้ชาวบ้านเข้าร่วมโครงการกำจัดนกกระจอกบ้าน”

“โดยให้เป็นวาระแห่งชาติ ร่วมกันสังหารนกกระจอกบ้านล้างเผ่าพันธุ์ มีการฆ่านกกระจอกบ้านด้วยทุกวิธีทาง ยิง ดักลอบ ใช้ยาพิษ ตีเกราะ เคาะกระทะ หม้อ เพื่อส่งเสียงดังให้นกบินขึ้นฟ้า ให้นกบินอยู่บนท้องฟ้าตลอดเวลาไม่ให้บินลงมาสู่พื้นดิน ทำให้นกอ่อนเพลียและตายจากการบินไม่หยุดพัก สงครามล้างเผ่าพันธุ์นกกระจอกทำทั่วแผ่นดิน ผลทำให้นกกระจอกบ้านตายไปถึง 1000 ล้านตัว สัตว์ที่ถูกให้กำจัดในวาระแห่งชาติในลำดับต่อมา ทั้ง หนู แมลงวัน ยุง ถูกฆ่าสังหารมากมายมหาศาล หนู 1500 ล้านตัว แมลงวัน 100 ล้านกิโลกรัม และยุง 11 ล้านกิโลกรัม”

บักเคนเล่าต่อไปว่า “ผลกระทบจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์สัตว์สี่ประเภท เกิดความอดอยากครั้งยิ่งใหญ่”

“อ้าว ฆ่านกกระจอกบ้าน ยุง หนู แมลงวัน แล้วทำไมอดอยากในเมื่อไม่มีศัตรูทำลายพืชผลการเกษตร” เกลแบร์สงสัยถามบักเคน

“เหรียญมีสองด้าน  ผลที่เกิดขึ้นก็มีทั้งดีและไม่ดี นกกระจอกบ้านหายไป มันทำลายห่วงโซ่อาหาร เมื่อไม่มีนกคอยกินแมลง ทำให้แมลงศัตรูพืชขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตั๊กแตนที่กัดกินข้าวเสียหาย เพราะไม่มีนกคอยกินตั๊กแตน” บักเคนอธิบายให้เกลแบร์เข้าใจ

          ฝูงตั๊กแตนแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วไปทั่วประเทศฝูงตั๊กแตนมืดฟ้ามัวดิน เวลาบินท้องฟ้ามืดมิด ได้ลงกินผลผลิตของชาวบ้านทำให้ชาวบ้านต้องอดอยากหิวโหย อดอาหารเสียชีวิตเกือบห้าสิบล้านคนเนื่องจากความอดอยาก เพราะความคิดเพียงคนเดียวทำลายห่วงโซ่ธรรมชาติ เมื่อประธานเหมาได้คิดก็สายไปเสียแล้ว เพราะนกกระจอกบ้านไม่มีเหลืออยู่มากพอที่จะกำจัดแมลงศัตรูพืช”

          “อืมส์ น่าคิดการมุ่งกำจัดศัตรูพืชลืมนึกถึงห่วงโซ่ธรรมชาติ มันส่งผลร้ายแรงขนาดนี้เลยหรือ”  นโปเลียนถามบักเคน

          “ครับท่านนโปเลียน การพัฒนาต้องมองทั้งสองด้าน ต้องศึกษาคิดให้รอบคอบก่อน ของทุกอย่างในโลกนี้มีประโยชน์ ทั้งหมด ถ้าไม่มีประโยชน์มีแต่โทษเพียงอย่างเดียว ธรรมชาติคงไม่สร้างสรรค์ขึ้นมาในโลกใบนี้หรอกท่าน เพียงแต่พวกเราไม่ทราบประโยชน์ของมันแค่นั้นเอง” บักเคนสรุปให้ทุกคนฟัง

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (194)

“คุณอาดัมนอกจากมาพบผมเพื่อสำรวจแนวขุดคลองมีอะไรอีกไหม” นโปเลียนถามอาดัม

“มีครับ ท่านยังจำที่ผมถามท่านได้ไหม ผมจะกลับฝรั่งเศสส่งภรรยาท่านกับภรรยาคุณเคนก่อนแล้วผมจะกลับเยอรมัน”

“จำได้” นโปเลียนบอก

“ ผมคิดว่ากลับไปวันนี้ผมคงต้องเดินทางจากไคโรเพื่อไปยังท่าเรืออาบูร์กี แล้ว เพื่อจะได้ออกเดินทางผมทราบจากร้อยโทลูคัส บอกผม ว่าพันเอกหญิงโคลเอ้จะเดินทางไปร่วมกัน”

“ไม่ใช่คุณอาดัม ผู้พันโคลเอ้ เปลี่ยนให้ผู้พันนาตาช่าเดินทางแทน” นโปเลียนบอกกับอาดัม  

“ผู้พันนาตาช่าคือใครครับ”

“ทหารหญิงเหลนของ โจนออฟอาร์ค” (Joan of Arc)” บักเคนตอบแทน

“ครับ ยินดีผมไม่มีปัญหาใครก็ได้ที่ร่วมเดินทางกลับผม”

ท่านนโปเลียน ท่านรู้จัก แกรนด์วิเซียร์ ยุโซฟ ปาชาแม่ทัพของออตโตมันไหมครับ” อาดัมถามนโปเลียน

“ไม่ทราบประวัติโดยแน่ชัด แต่สุลต่านซาลิมที่ 3 ทรงไว้วางพระทัย” นโปเลียนบอกกับอาดัม

“ใช่ครับ แต่สายผมที่อยู่ในวังสุลต่านบอกว่า ตอนนี้หารม้าเจนิสซารี่ (Janissaries) ที่พ่ายแพ้ต่อท่านได้ไปกดดันสุลต่านซาลิมที่3 ให้ปรับปรุงกองทัพจักรวรรดิเสียใหม่ เพราะเห็นประสิทธิภาพอาวุธปืนใหญ่ของฝรั่งเศสทรงอานุภาพ  การรบเกิดความสูญเสียอย่างหนัก สุลต่านเห็นพ้องให้ปรับปรุงกองทัพแบบอังกฤษผสมฝรั่งเศส โดยจะจัดทัพเลียนแบบท่าน ที่เน้นทหารปืนใหญ่ให้มีบทบาทมาก ถ้าหากไม่ให้ประเทศล่มสลาย สุลต่านกับเสนาบดีเห็นพ้องต้องกันกับการเสนอของ ท่านนายพล มูฮัมหมัด อะห ม่ารู่ (สีแดง)  ผู้นำทหารม้าเจนิสซารี่ แต่ท่านนายพล อะห ม่ารู่อยากจะควบคุมกองทัพทั้งหมด ไม่เฉพาะแค่เพียงทหารม้า แต่สุลต่านซาลิมทรงไม่ยอม ทรงมอบอำนาจสั่งการทหารแก่ แกรนด์วิเซียร์ ยุโซฟ ปาชาแทน” อาดัมอธิบายให้นโปเลียนได้ทราบสถานการณ์ปัจจุบัน

“แล้วในอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้น ในจักรวรรดิออตโตมัน” เกลแบร์สอบถามกับอาดัม

“จากสายผมรายงาน น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในจักรวรรดิออตโตมัน แน่นอนถ้าเกิด แกรนด์วิเซียร์ ยุโซฟ ปาชา รบแพ้ท่าน นโปเลียนในศึกใกล้จะปะทุ”

“เชื่อมั่นได้มากน้อยเพียงใด สายข่าวกรองของท่าน”

“ผมคิดว่าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะมีความขัดแย้งลึกๆ ระหว่าง แกรนด์วิเซียร์ ยุโซฟ ปาชา กับนายพล อะห ม่ารู่ ตามที่ผมบอก ถ้า แกรนด์ วิเซียร์ ยุโซฟ ปาชา แพ้ศึกท่าน นายพล อะห ม่ารู่ คงทำการปฎิวัติแน่นอน เพราะ นายพล อะห ม่ารู่ ได้ร่วมมือกับอังกฤษ ต้องการกำจัดท่าน และสุลต่านซาลิมที่ 3 เพราะเตรียมข้อหาให้สุลต่านและ แกรนด์ วิเซียร์ ยุโซปปาชาไว้เรียบร้อยแล้ว นายพลอะห ม่ารู่ ได้ไปขอรับการสนับสนุนจาก ไซคุลอิสลาม” อาดัมอธิบายให้นโปเลียนฟัง

พลทหารนาธาเนียล และบักเคนพอฟังก็มีสีหน้าไม่เข้าใจ “คุณอาดัม แกรนด์ วิเซียร์ มันชื่อคน หรือตำแหน่ง” บักเคนสงสัย

“เป็นตำแหน่ง หัวหน้าดิวานครับ” อาดัมอธิบายให้บักเคน

“ผมก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ดิวานนี่ตำแหน่งอะไร”

“หัวหน้ารัฐบาล”

“แล้วไซคุลอิสลามคือชื่อคน ยศ หรือตำแหน่ง” บักเคนถามต่อด้วยความสงสัย

“ตำแหน่งเทียบเท่ากับ แกรนด์ วิเซียร์ ครับ” อาดัมบอก

“อ้าว ผมงงไปหมดแล้ว ดิวานกับ แกรนด์ วิเซียร์ คือตำแหน่งเดียวกัน ทำไมมีชื่อเรียกไม่เหมือนกัน แล้วใครใหญ่กว่า”

“ ดิวานคือผู้นำทางบริหาร ส่วนไซคุลอิสลาม เป็นตำแหน่งทำหน้าที่ดูแลกิจกรรมทางศาสนาอิสลาม แต่ที่มีอิทธิพลจริง ๆ น่าจะผู้นำกองทหารแจนิสซารี่ ที่จะมีอิทธิพลแท้จริง เพราะบางยุคมีอิทธิพลถอดถอนแต่งตั้ง สุลต่านได้” อาดัมอธิบายให้บักเคนเข้าใจระบบการปกครองของจักรวรรดิออตโตมัน

บักเคนฟังแล้วถึงกับอึ้งเหมือนกับหน่วยงานทางทหารของสารขัณฑ์ ที่ผู้บัญชาเหล่าทัพ ทั้งสามเหล่าทัพ รวมถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุดโดยเฉพาะผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่น่าจะเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดเพราะบังคับบัญชาทุกเหล่าทัพ  แต่แท้ที่จริงแล้วผู้มีอิทธิพลปฏิวัติล้มล้างรัฐบาลได้แก่ทหารบก เหมือนกับกองทหารม้าเจนิสซารี่ที่มีอิทธิพลสูงสุดของออตโตมัน

“โอคุณอาดัมรู้ลึกรู้ ละเอียดมากการข่าวของคุณอาดัมนี่สุดยอดจริงเลย” บักเคนชมเชย

“รู้เขารู้เรารบร้อยครั้ง ก็ชนะร้อยครั้ง”  อาดัมบอกกับบักเคน

“ท่านนโปเลียน ถ้าท่านจะขุดคลอง  ที่อียิปต์ ท่านจะหาทุนที่ไหนมาขุดเมื่อการเงินของฝรั่งเศสยังย่ำแย่” อาดัมถามนโปเลียนตรงๆ

“ผมยังคิดไม่ออกคุณอาดัม ผมเคยบอกคุณเคนไปว่าอยากจะเชิญคุณอาดัมมาให้คำปรึกษาผมในหลายเรื่อง  เรื่องขุดคลองนี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ผมอยากจะขอปรึกษา ไม่ทราบเป็นความลับหรือไม่ถ้าเป็นความลับก็ไม่ต้องตอบ ไว้ค่อยบอกผมเป็นการส่วนตัว

“ไม่ละท่าน ไม่มีความลับ ความลับคือต้องรู้คนเดียวถึงว่าความลับแต่ถ้ารู้สองคนมันก็ไม่ใช่ความลับครับ เพราะถึงอย่างไรมันก็ไม่ลับ อยู่ดี ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งเอาไปพูดมันจะเป็นความลับได้อย่างไร ความลับกับของลับเหมือนกันครับ ถ้าอยากบอกความลับ ให้มองของลับ นั่นแหละคือความลับ ว่าใหญ่หรือเล็ก” อาดัมบอกเป็นปริศนา

“ยิ่งฟังยิ่งงงคุณอาดัม” เกลแบร์บอกกับอาดัม

“ที่ผมบอกว่าไม่ใช่ความลับถ้าท่านยึดครองอียิปต์ท่านจะขุดผมขอรับหน้าที่ขุดได้ไหมท่าน ขอให้ท่านมอบสัญญาให้ผม ผมรับผิดชอบเอง” อาดัมบอกกับนโปเลียน

“ไม่มีปัญหา ผมเป็นคนพูดตรง ๆ นะคุณอาดัม ผมไม่อาย ผมยังไม่รู้เลยว่าจะยึดครองอียิปต์ได้ยาวนานแค่ไหน อียิปต์อาจจะเป็นเอกราช หรืออยู่ภายใต้การยึดครองของอังกฤษ หรือชาติใดผมไม่รู้ แล้วคุณอาดัมจะมาเสี่ยงขุดคลองเพื่ออะไร” นโปเลียนถามด้วยความสงสัย

“เสี่ยงมากได้มากครับท่าน การเมืองกับการค้าแยกกันครับ ใครจะครองอียิปต์ รัฐบาลไหนมาปกครองอียิปต์พ่อค้าเขาไม่สนใจเขาหาผู้มีอำนาจได้ครับท่าน ผมไม่ห่วง สัญญาที่ผมได้จากท่านผมก็จะเอาสัญญาไประดมทุนจากพ่อค้าทั่วยุโรป และในอียิปต์รวมถึงข้าราชการระดับสูงทั้งในยุโรป อเมริกาและอียิปต์ให้มาร่วมทุน แบ่งปันผลประโยชน์กัน ไม่ใช่ผมได้คนเดียว ทุกคนเป็นหุ้นส่วน ท่านมองเห็นเรือต้องแล่นผ่านเก็บรายได้จากค่าผ่านทาง ทุกคนก็มองออกเหมือนกัน มองเรื่องการค้าไม่ได้มองเรื่องอำนาจ ที่ใครจะยึดแผ่นดินได้มากกว่ากัน แต่มันขาดเงินแรกเริ่มที่จะลงทุน เมื่อผมระดมทุน จะมีพ่อค้าไหนหรือข้าราชการคนใด จะยอมให้เงินที่ตนลงทุนไปถูกยึด อย่างน้อยรัฐบาลที่ปกครองอียิปต์ก็จะได้ผลประโยชน์จากเรือแล่นผ่านเหมือนกัน ผมคิดไปไกลกว่านั้น สัมปทานเก็บค่าผ่านเรือ อาจจะไม่จีรัง ผมต้องดูเงื่อนไขสัมปทาน อย่างน้อย 99 ปี ผมคงตายไปแล้ว ไม่รับทราบอะไรด้วย แต่คนที่ถือหุ้นต่อจากผมก็ไม่เสียผลประโยชน์ อีกอย่างมันต้องมีความเจริญบริเวณแนวคลองแน่นอน ผมจะสร้างเมืองตามแนวคอง  สร้างบ้านเรือนขาย ทำการค้าทำตลาดแค่นี้ก็กำไรมหาศาลแล้ว และทำการผลิตน้ำจืดขายให้กับเมืองตามแนวคลอง ท่านก็ทราบดีว่าบริเวณนี้คือทะเลทรายน้ำจืดหาลำบาก ผมได้คุยนักวิทยาศาสตร์ของท่านถึงแนวคิดผลิตน้ำจืดแล้ว ซึ่งค้นพบจากการเดินทัพร่วมกับท่าน ในเรื่องขาดแคลนน้ำ นักวิทยาศาสตร์คิดค้นการผลิตน้ำจาก แก้วทรงโค้ง กลั่นน้ำจากใบไม้ ถ้าผมทำให้ใหญ่ขึ้นกลั่นน้ำทะเลจากแก้วทรงโค้งจำนวนมาก มันจะผลิตน้ำได้มากมาย ผมจะขายน้ำจืดแก่เมืองที่ผมสร้างขาย” อาดัมบอกแนวคิดของตนออกไป

“บักเคน รัสตัม นาธาเนียล เกลแบร์ ถึงกับอ้าปาก ตกตะลึงในแนวคิดของอาดัม สุดยอดพ่อค้า มีเพียงบักเคนที่เข้าใจในแนวคิดของผู้นำสมาคมอิลลูมินาติ ถ้าไม่เจ๋งจริงคงกุมโลกทั้งโลกในระบบเศรษฐกิจไม่ได้

“สุดยอดจริง ๆ คุณอาดัม” นโปเลียนตาเป็นประกายเมื่อมองเห็นเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่จะทำให้ฝรั่งเศสเป็นมหาอำนาจในเวลาต่อมา น่าจะมาจากสมองพ่อค้าด้วย  ในการหาทุน คิดค้นอาวุธ พัฒนาเทคโนโลยี สร้างคนให้มีระเบียบวินัย จะสร้างชาติเป็นมหาอำนาจได้ นโปเลียนคิดในใจ