บักเคนทะลุมิติตอนที่ 175-176

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (175)

“ท่านครับมีคนมารอพบท่านมาตั้งนานแล้ว” พลเอกกาลีเบอร์ได้บอกกับนโปเลียน

“ผมทราบแล้ว ไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยนำมาพบผมที่เรือนพักรับรองแล้วกัน และให้บอกคุณเคนด้วย ให้มาพบผมพร้อมกับแขกที่มารอพบผม”

“ได้ครับท่าน”

หลังจากสนทนากับพลเอกกาลีเบอร์จบ นโปเลียนก็เดินไปยังรถม้าปิดประทุน ที่พลเอกกาลีเบอร์ได้เตรียมไว้รอนโปเลียน โดยมีรัสตัมยืนรออยู่หน้ารถม้า

“เชิญนายท่านขึ้นรถ” รัสตัมได้ผายมือและก้มหัวให้นโปเลียนพร้อมกับเชิญนโปเลียนขึ้นรถรัสตัมก็เป็นสารถีขับรถม้ามุ่งตรงไปยังจวนที่พัก

เฟาเรส หลังจาก จากนโปเลียนจากไปรบหลายเดือน หล่อนต้องอยู่คนเดียว อย่างอ้างว้าง เมื่อได้ยินข่าวว่านโปเลียนเดินทางกลับมา และวันนี้นโปเลียนจะมาหาหล่อน ก็แต่งตัววับ ๆ แวม ๆ เพื่อปลุกใจนโปเลียน เสื้อผ่าอกเห็นเนินอกอวบอิ่มขาวสล้าง วันนี้หล่อนต้องให้นโปเลียนจัดเต็มให้เธอหลังจากไม่พบกันนานหลายเดือน เฟาเรสรู้สึกว่า เนื้อตัวเร่าร้อนเป็นพิเศษที่จะพบกับนโปเลียน หล่อนถึงกับเผลอเอานิ้วมือขึ้นมาดูดเมื่อคิดถึงนโปเลียน

เสียงรถม้าดัง ทำให้เฟาเรสถึงกับเก็บอาการไม่อยู่ หล่อนรีบเปิดหน้าต่างดูว่า เสียงรถม้าของใครที่กำลังมา เมื่อเฟาเรสเห็นเป็นรถม้าเปิดประทุน หล่อนถึงกับวิ่งออกจากเรือนไปรอต้อนรับนโปเลียนถึงหน้าประตู

“ท่านขา ….คิดถึงจังเลย….” เฟาเรสส่งเสียงออดอ้อนฉอเลาะ

นโปเลียนเดินเข้าไปในบ้าน โดยมีเฟาเรสเดินเกาะแขนและเอาตัวเบียดกับนโปเลียน

รัสตัมเมื่อเห็นเฟาเรสวิ่งออกมารับนโปเลียนก็ส่งสายตามองไปทางอื่น ไม่ได้สนใจที่จะมองเฟาเรสแต่อย่างใด

“รัสตัมเจ้าไปพักผ่อนได้ไม่ต้องดูแลเฟาเรสจะรับผิดชอบต่อและอย่าลืมไปบอกคุณเคนด้วยให้มาพบผมตอนเช้า”

“ได้ครับนาย” รัสตัมตอบนโปเลียน

“เป็นอย่างไรยอดยาหยี คิดถึงพี่ไหม” นโปเลียนถามเฟาเรส

“คิดถึงตลอดเวลา ทั้งยามหลับและยามตื่น ยามค่ำคืนก็สวดมนต์อธิษฐานให้พี่กลับมาอย่างปลอดภัย” เฟาเรสออดอ้อน

“เดี๋ยวพี่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วเราค่อยมานั่งคุยกัน”

“ได้ค่ะ เดี๋ยวจะไปเตรียมน้ำให้อาบนะค่ะ ขอจุ๊บทีให้หายคิดถึง” เฟาเรสได้จูบแก้มนโปเลียนและก็รีบไปเตรียมน้ำให้นโปเลียนได้อาบ

 “หลังจากลงแช่ในอ่างอาบน้ำระหว่างนโปเลียนกับเฟาเรส โดยมีเฟาเรสถูหลังให้กับนโปเลียน

“ท่านขาไปรบเป็นอย่างไรบ้าง”

          “อืมส์ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พี่ต้องถอยทัพกลับมา”

          “การรบก็มีแพ้ชนะ น้องดีใจที่พี่กลับมา วันหน้าพี่ต้องชนะศึกแน่นอน” เฟาเรสพูดปลอบประโลม นโปเลียน

เฟาเรสได้ถูแผ่นหลังอันบึกบึนของนโปเลียนและใช้หน้าอกอวบคลึงกับแผ่นหลังของนโปเลียน  พร้อมกับสร้างความผ่อนคลายให้กับนโปเลียนด้วยการถามคำถาม

          “ท่านค่ะขอถามหน่อยลูกสัตว์ประเภทไหนที่จับยากที่สุดเลย”

เฟาเรสถามนโปเลียน

          “ลูกหมู มันวิ่งไม่ให้จับ” นโปเลียนได้ตอบเฟาเรส

          “ไม่ใช่ค่ะท่าน ลูกหมูยังจับได้ถ้าวิ่งเร็วกว่า”

          “เอ้าให้ตอบอีกรอบถ้าตอบถูกจะมีรางวัลใหญ่ให้ค่ะ”

          “รางวัลอะไร”

          “ไม่บอก ตอบให้ถูกก่อน”

          “น่าจะเป็นลูกกระทิงแดง เพราะมันดื้อ วิ่งไปมาจับยากจะจับมันก็จะขวิดเอาถึงแม้ไม่ยังไม่เขา” นโปเลียนตอบเฟาเรส

          “อุ๊ยๆ เก่งจัง อย่างนี้ต้องให้รางวัลใหญ่แล้ว” เฟาเรสตอบด้วยนัยน์ตาเป็นประกายวาว

          “ไหนรางวัลใหญ่” นโปเลียนได้ถามเฟาเรส

มือของเฟาเรสก็จับกุมน้องชายนโปเลียนที่ผงาดแข็งแกร่งเตรียมสู้ศึกแล้วค่อย ๆ ก้มลงงับน้องชายนโปเลียนให้หายไปในปากของหล่อน และใช้ลิ้นตวัดเลียไปมาทำให้นโปเลียนถึงกับเสียวซ่านในรสชิวหาของเฟาเรส  “อา  ช่างเบาสบายจังนี่หรือคือรางวัลใหญ่” นโปเลียนถึงกับพึมพำออกมา

“เป็นอย่างไรบ้างค่ะ รางวัลถูกใจไหม” เฟาเรสถามนโปเลียน

          “มันน่าจะเมื่อย และเหนื่อยเพิ่มขึ้นนะเฟาเรส “ พูดจบนโปเลียนก็หันตัวและจับคางเฟาเรสขึ้นพร้อมกับประกบจูบไปที่ปากของเฟาเรส  ลิ้นตวัดพันกันอย่างดูดดื่ม มือนโปเลียนก็โลมไล้ไปทั่วเลือนร่างของเฟาเรส ส่วนเฟาเรสเมื่อมือนโปเลียนลูบไปยังจุดสงวนหล่อนถึงกับบิดตัวด้วยความเสียวซ่านส่ง เสียงอู้อี้ในลำคอ ในขณะเดียวกัน มือของหล่อนก็จับกุมน้องชายนโปเลียนที่ผงาดแข็งแกร่งเตรียมสู้ศึกใต้สะดือเต็มที่

นโปเลียนต้องถอนริมฝีปากออก “ไปนอนบนเตียงกันดีกว่าที่รัก”

          เมื่อขึ้นบนเตียง เฟาเรสได้บรรจงจูบน้องชายนโปเลียนอย่างแผ่วเบา สลับกับงับน้องชายนโปเลียนให้หายไปในปากของหล่อน อีกครั้งหลังจากนโปเลียนได้ตอบคำถามถูกต้องและใช้ลิ้นตวัดเลียไปมาทำให้นโปเลียนถึงกับเสียวซ่านในรสชิวหา         

เฟาเรสเมื่อทำให้นโปเลียนได้เสร็จกิจในปาก หล่อนก็บีบนวดให้กับนโปเลียน

“สบายไหมท่าน” เฟาเรสถามนโปเลียน

“สบายดี สักพักพี่จะให้เธอถึงสวรรค์กับพี่”

“ได้ค่ะท่าน สงครามใต้สะดือระหว่างนโปเลียนกับเฟาเรสเปิดศึกกันหลายยก เฟาเรสถึงกับหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

เสียงระฆัง และเสียงสวดดังมาตอนรุ่งสาง ทำให้นโปเลียนต้องรีบลุก จากที่นอน ส่วนเฟาเรสนอนหลับเป็นตายหลังจากหล่อนไปสวรรค์หลายรอบ

พระอาทิตย์ส่องแสงในยามเช้า วิถีชีวิตคนไคไรได้เริ่มขึ้น

ผู้คนได้ออกจากบ้านไปที่ตลาด เสียงคนเริ่มส่งเสียงดัง เฟาเรสก็ได้ตื่นขึ้นมา

          “ท่านทำไมตื่นเช้าจังค่ะ”

          “มันเป็นความเคยชินที่ต้องตื่นตอนเช้ามาสูดอากาศยามเช้า ทำให้สดชื่น” นโปเลียนได้บอกกับเฟาเรส

          “เดี๋ยวน้องจะไปเตรียมอาหารให้ท่าน” เฟาเรสได้ออกไปทำภารกิจส่วนตัว นอกเรือนแล้วก่อไฟต้มน้ำ และทำอาหารเช้าให้กับนโปเลียน

          ทั้งคู่ได้ทานอาหารเช้าด้วยกัน เป็นขนมปังกับไข่ต้ม ทานกับ ฟูลมาดัมมัส ( Ful medames) เครื่องจิ้มที่ทำจากถั่วผสมกับน้ำมันมะกอก น้ำมะนาวและกระเทียม และนมแพะ

          หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จนโปเลียนก็ได้แต่งตัวเต็มยศเพื่อรอพบแขกที่จะมาพบในเช้านี้พร้อมกับบักเคน

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (176)

          เสียงรถม้าดังใกล้เข้ามา เฟาเรสได้เปิดหน้าต่างมองดู “ท่านค่ะ รถม้ากำลังมา น่าจะเป็นแขกของท่าน เดี๋ยวเฟาเรสขอตัวไปในห้อง เพื่อให้ท่านได้พูดคุยกับแขกนะค่ะ”

          เฟาเรสรู้จักการวางตัว หล่อนได้เดินเข้าไปในห้องนอน ปล่อยให้

นโปเลียนรอรับแขกเพียงผู้เดียว

          รถม้าได้มาหยุดรัสตัม ได้เปิดประตูรถม้า มีอาดัมและบักเคนลงมาจากรถและเดินมายังเรือนของนโปเลียน

          นโปเลียนได้เดินออกไปรับ “สวัสดีท่านอาดัมไม่ได้พบกัน ลมอะไรหอบท่านมาถึงอียิปต์” นโปเลียนส่งเสียงทักทาย

          “สวัสดีท่านนโปเลียน ยินดีที่ท่านเดินทางกลับมาโดยปลอดภัย  ผมดีใจที่ได้พบท่านอีก ผมมารอพบท่าน  ว่าง ๆ ได้ไปสำรวจเมืองไคไรระหว่างรอท่านเดินทางกลับ” อาดัมบอกกันนโปเลียน

          “ทำไมท่านต้องเดินทางเสี่ยงอันตรายมาพบผมถึงอียิปต์ ทำไมไม่รอพบผมที่ปารีส หรือเมืองใดก็ได้ ต้องลำบากเดินทางมาถึงอียิปต์” นโปเลียนได้เอ่ยขึ้น

          “ไม่เป็นไร ผมยินดีมาพบท่าน ถ้าไม่พบท่านผมก็ยังไม่เดินทางกลับ”

          “ขอบใจ ท่านมีเรื่องอะไรที่ต้องพบผมให้ได้” นโปเลียนถามด้วยความสงสัย

          “มีเรื่องลับมาก ที่ผมต้องเสี่ยงเดินทางมาพบท่าน”

          “งั้นก็ไปคุยที่ห้องรับรอง”

          “คุณเคนก็ไปด้วย เราคุยกันสามคนก็พอ”

          “รัสตัม เจ้ายืนรักษาการณ์อยู่หน้าประตูบ้าน ถ้าใครมาพบ บอกให้รอ ห้ามให้เข้ามาโดยเด็ดขาด” นโปเลียนบอกรัสตัม

          “ได้ครับนายท่าน”

          “ไปพวกเราไปที่ห้องรับรองของผม” นโปเลียนได้เชิญอาดัมกับบักเคนโดยนโปเลียนได้เดินนำทั้งสองไปยังห้องรับรองของนโปเลียนที่เป็นห้องแยกต่างหาก อยู่ปีกด้านซ้ายของตัวบ้าน

          เมื่อเข้าไปในห้องรับรองบักเคนถึงกับตะลึง เมื่อมองเห็นภายในห้องมีวัตถุโบราณของอียิปต์วางอยู่หลายร้อยชิ้นวางอยู่ในตู้  ไม้ หลังโต๊ะทำงานของนโปเลียน มีทั้งหน้ากากทองคำ ของฟาโรห์  สร้อยคอทองคำหลายเส้น  ทองคำแท่งหลายร้อยก้อน แหวนทองคำประดับเพชร  เพชรอีกหลายร้อยลูก และอัญมณีอีกนับไม่ถ้วน

          “โอ พระเจ้า ทองคำ มากมาย” บักเคนถึงกับอุทานออกมา

          “ทรัพย์สมบัติฟาโรห์ นี่เป็นเพียงส่วนน้อย เจ้าเมืองอียิปต์นำมามอบให้ตอนที่พวกเรามาถึงไคโร” นโปเลียนบอกกับบักเคน

          “ช่างมากมายในสายตาของผมครับท่านนโปเลียน เกิดมาไม่เคยเห็นอัญมณีมากมายขนาดนี้” บักเคนบอกกับนโปเลียน

          “คุณเคนอย่าเพิ่งตื่นเต้นนี่เป็นเพียงส่วนน้อย” อาดัมบอกกับบักเคน ที่เกิดมาไม่เคยเห็นทรัพย์สมบัติมากมายขนาดนี้ในบ้านคนมาก่อน

          คำพูดของอาดัม ทำให้บักเคนนึกถึงนักการเมืองกับข้าราชการหลายคนอาจจะมีทรัพย์สมบัติมากมายกว่านี้ แต่ตนไม่เคยเห็น ไม่รู้เขาได้ทรัพย์สมบัติเหล่านั้นจากที่ใด

          “เอาละ เรามาพูดกันดีกว่า ว่าทำไมท่านอาดัมถึงเดินทางรอนแรมในทะเลเพื่อมาพบผม” นโปเลียนได้ถามอาดัม

          “ได้ครับท่าน คุณเคนคงจะเคยจะบอกท่านว่าผมเป็นหัวหน้าสมาคมอิลลูมินาตี”

          “ใช่คุณเคนเคยบอกผม ผมยังบอกให้คุณเคนว่าถ้ามีโอกาสจะเชิญคุณอาดัมมาพูดคุยด้วย แต่ไม่นึกว่าจะมาพูดคุยไกลถึงอียิปต์ มันคงจะเป็นเรื่องสำคัญมากแน่นอน” นโปเลียนบอกกับอาดัม

          “ใช่ครับท่าน ถ้าไม่เป็นเรื่องใหญ่ผมคงไม่ต้องออกมาเอง หรือไม่ก็ให้ท่านเดินทางกลับฝรั่งเศสแล้วผมค่อยไปพบท่าน แต่มันเป็นเรื่องลับและรอไม่ได้ ผมจึงตัดสินใจเดินทางมาพบท่านด้วยตนเอง”

          “สรุปแล้วเป็นเรื่องอะไรที่ทำให้คุณอาดัมถึงกับต้องเดินทางมาพบผม”

          “ท่านคงทราบคณะกรรมการดิเร็กตัวร์ ได้สนับสนุนท่านมารบที่อียิปต์ เพราะเขาไม่ชอบท่าน เขาต้องการเขี่ยท่านออกนอกวงโคจรในการบริหารประเทศ สภาพเศรษฐกิจ ภายในฝรั่งเศสกำลังย่ำแย่  ผมมาที่นี่ก็ได้รับทราบการแพร่ระบาดของกาฬโรค  อีกไม่นานคงจะระบาดไปทั่วยุโรปแน่นอน”

          “แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับผมคุณอาดัม เป็นเรื่องของคณะกรรมการดิเร็กตัวร์ ผมเป็นทหารต้องทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา เขาบอกให้ผมมารบสู้ศึกผมก็ต้องมาตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา” นโปเลียนได้ตอบอาดัม

          “เอ้อ มันอย่างนี้นะท่านขอพูดตรง ๆ ผมได้รับการไหว้วานจาก พ่อค้า เจ้าของที่ดินที่ได้รับผลกระทบจากคณะกรรมการดิเร็กตัวร์ และพ่อค้าที่ทำธุรกิจไร่อ้อยอยู่ที่ละตินอเมริกาและพ่อค้าใน

หลุยเซียนาที่สนับสนุนโทมัสเจฟเฟอร์สัน และเจมส์ เมดิสัน ได้ส่งตัวแทนมาหารือกับผมให้เฟ้นหาผู้นำฝรั่งเศสที่เหมาะสมขึ้นมาปกครองแทนคณะกรรมการดิเร็กตัวร์ โดยยินดีสนับสนุนทุกอย่างทั้งเงินทองและกำลังคนโดยให้มอบอำนาจสิทธิขาดให้ผมตัดสินใจได้เต็มที่ ผมในฐานะตัวแทนของสมาคม สมาคมอิลลูมินาตี ที่ต้องการจัดระเบียบโลกใหม่ คิดว่าท่านเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในยุโรป พ่อค้าทุกชาติในยุโรปได้หารือกันและเห็นพ้องต้องกันว่าท่านเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดที่จะทำให้การค้าขยายไปทั่วโลก” อาดัมพยายาโน้มน้ามนโปเลียน

          “ผมเป็นเพียงทหารไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการค้า ผมพยายามหารือกับคุณเคนบ่อย ๆ บอกตรงนะคุณอาดัมผมทำสงครามกับอังกฤษ จักรวรรดิออตโตมันก็รบไม่ชนะ ผมจะมีปัญญาขยายการค้าไปทั่วโลกได้อย่างไร”

          “ไม่เป็นไรท่าน นายทหารทั่วโลกไม่เคยทำการค้า บางคนเคยเป็นแค่นายหน้า แต่เขาก็บริหารประเทศได้ขอให้มีอาวุธ และกองทัพสนับสนุน  มีคนเก่ง ๆ อาสามาทำหน้าที่นี้ ท่านไม่ต้องห่วง สมาคมอิลลูมาติจะอยู่เบื้องหลังให้ท่านเอง ท่านไม่ต้องห่วง ขอเพียงแค่ท่านรับปากก็พอ” อาดัมบอกกับนโปเลียน

          “เออ ว่าอย่างไรคุณเคน ในสิ่งที่คุณอาดัมบอก”

          “ผมว่าท่านก็รับปาก ผมเชื่อว่า สมาคมอิลลูมาติ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว คุณอาดัมถึงกับรอนแรมมาพบท่าน พวกเขาคงจะเตรียมการทุกสิ่งไว้พร้อมแล้ว” บักเคนบอกนโปเลียนตามความคิดของตน

          “ผมขอคิดสักคืนพรุ่งนี้ผมจะให้คำตอบ”  เอาละผมจะแนะนำให้รู้จักกับภรรยาของผมที่อียิปต์”  ผมของตัวสักพัก นโปเลียนได้ลุกขึ้นและเดินไปเคาะห้องที่เฟาเรสได้อยู่ในห้อง “เฟาเรสออกมาพบหน่อย แขกพี่มาหาจะได้แนะนำให้รู้จัก”