บักเคนทะลุมิติตอนที่ 161-162

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (161)

“มีปืนใหญ่หลายร้อยกระบอกเรียงรายอยู่ใกล้กับที่เดิมที่รบกันครั้งก่อน ผมขออนุญาตนำระเบิดไประเบิดปืนใหญ่นะครับท่าน และขอตัดการติดต่อกับท่าน” พันเอกเจนัวร์รายงานนโปเลียน

“ได้เลย ผมจะส่งทหารตามไปรับท่าน เมื่อท่านนำบอลลูนลงระมัดระวังด้วย ให้ลอยขึ้นไปสูงกว่านี้อีก เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิด” นโปเลียนได้สั่งการบอกกับพันเอกเจนัวร์

“ร้อยโทลูคัสเปิดก๊าซเต็มที่เพื่อให้บอลลูนลอยสูง ขึ้นไปอีก และบังคับทิศทางให้ทางปืนใหญ่ของอังกฤษผมจะระเบิดปืนใหญ่”

“ได้เลยครับ” ร้อยโทลูคัสได้เร่งก๊าซเต็มที่ บอลลูนเริ่มลอยสูงขึ้นไปอีก

 ทหารอังกฤษหลายนาย ได้ชี้นิ้วไปยังบอลลูน “ดูนั่นวัตถุประหลาดกำลังตรงมาที่เรา” ทหารอังกฤษที่ไม่เคยเห็นบอลลูนมาก่อนในชีวิตรีบร้องออกมา

“ทุกคนเตรียมยิง” ร้อยเอกแซมได้ร้องสั่งทหารราบที่ยืนอารักขาปืนใหญ่ ทหารอังกฤษนับร้อยนายได้ยกปืนไรเฟิลขึ้นประทับบ่าและเล็งไปยังบอลลูนบนฟ้า เมื่อบอลลูนได้เริ่มลอยเข้ามาหา

          “ยิงได้ ปัง ปัง ปัง ปังๆๆๆๆๆ ปัง ปังปังๆๆๆ ปัง ปังๆๆ “เสียงปืนไรเฟิลดังกึกก้องดังไปไกล เกิดเสียงก้อง ปืนนับร้อยกระบอกระดมยิงขึ้นฟ้า เพื่อสอยบอลลูนให้ตกลงมา  ปืนไรเฟิลรัศมียิงหวังผลไม่เกิน 90 เมตร เมื่อนำไปยิงบอลลูนที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า จึงเท่ากับยิงเป้าสะอาดแต่ผลที่เกิดขึ้นไม่คาดคิด “โอ๊ย ทหารหลายนายได้ล้มลง “โอ๊ยข้าถูกยิง”

เป็นผลมาจากกระสุนปืนที่ยิงขึ้นฟ้าเมื่อหมดแรงขับก็ตกลงมายังพื้นโลก กระสุนได้ตกใส่ทหารอังกฤษที่ระดมยิงบอลลูน

          “หยุด อย่ายิง”  เสียงของพันโทโอลิเวอร์ได้ตะโกนบอกทหารที่ยิงปืนใส่บอลลูน

          เวลาเดียวกันนั้น บนท้องฟ้า บอลลูนได้ลอยมาตรงกับปืนใหญ่ พันเอกเจนัวร์ได้โยนระเบิดมือลงมา บึ้ม บึ้ม…. ระเบิดได้ตกลงใส่ทหารอังกฤษ  “โอ๊ย ระเบิดบางลูกได้ตกใส่ปืนใหญ่ของอังกฤษอย่างแม่นยำ บึ้ม บึ้ม บึ้ม.ๆ บึ้มๆ บึ้มๆ ไฟได้ลุกโชนขึ้นเมื่อระเบิดตกใส่ปืนใหญ่ได้เกิดระเบิดอย่างต่อเนื่องจากกระสุนปืนใหญ่ที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทหารอังกฤษตายเกลื่อน เสียงพันโทโอลิเวอร์ได้ร้องตะโกน “ ทุกคนรีบหลบ”  ระเบิดจากพันเอกเจนัวร์ได้ทำให้ ทหารอังกฤษ ตกอยู่ภาวะระส่ำระสาย

 หลังจากพันเอกเจนัวร์ได้ทิ้งระเบิดลงมาใส่ทหารอังกฤษ นโปเลียนได้สั่งให้ทหารปืนใหญ่เคลื่อนทัพเข้าไปใกล้ทหารปืนใหญ่อังกฤษ แล้วสั่งระดมยิงใส่ทหารปืนใหญ่อังกฤษ

          “ยิงได้ หวีด บึ้ม บึ้ม…..บึ้ม ๆๆๆๆกระสุนปืนใหญ่ ของนโปเลียนได้ระดมยิงใส่ทหารอังกฤษ

          พันโทโอลิเวอร์ได้สั่งการให้ปืนใหญ่อังกฤษยิงตอบโต้ “พลปืนจุดชนวน”  บึ้ม บึ้ม บึ้ม บึ้ม ปืนใหญ่ห้าร้อยกระบอกได้ระดมยิงอย่างต่อเนื่อง กระสุนปืนใหญ่ฝ่ายอังกฤษตกใส่ทหารม้า ปืนใหญ่ของฝรั่งเศส  หวี๊ด บึ้ม บึ้ม ๆๆๆ……….บึ้ม ร่างของทหารฝรั่งเศสกระเด็นขึ้นฟ้า พร้อมกับร่างกายแหลกเหลว  “โอ๊ย “  อ๊ากซ์ๆๆๆๆ ทหารฝรั่งเศสถูกปืนใหญ่ล้มตายเป็นใบไม้ร่วง

“ผมว่าไม่ค่อยดีแล้วนะ ท่านนโปเลียนปืนใหญ่ฝ่ายอังกฤษมากกว่าเราหลายเท่า เราเสียเปรียบมาก แม้ว่าจะมีบอลลูน แต่พันเอกเจนัวร์ได้นำระเบิดไปแค่สองร้อยลูก อีกสักพักก็หมด ให้ทหารราบและทหารม้าบุกเข้าไปโจมตีฐานปืนใหญ่ฝ่ายอังกฤษดีกว่า” พลเอกบอร์นได้เสนอแนะ

นโปเลียน

          “สั่งการให้ พลโท ฟรานซิส เวียร์ นำทัพบุกเข้าไปทำลายปืนใหญ่ได้เลย ส่วนพลโท อเล็ก  ให้นำทหารม้า ระวังทหารม้า เจนิสซารี่ (Janissaries)  มันจะบุกโจมตี ถ้าบุกก็ให้สกัด เอาไว้ส่วนพลตรี โรเบอร์โต ให้บุกจัดการทหารราบอังกฤษ” นโปเลียนได้บอกกับทุกคน

          “คุณเคนกลัวไหม” นโปเลียนถามบักเคน

          “ถ้าผมบอกว่าไม่กลัว ก็ถือว่าผมโกหก ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมออกมาร่วมรบแท้จริง ผมไม่รู้ว่าจะรอดชีวิตหรือไม่” บักเคนบอกนโปเลียน ในขณะเดียวกันบักเคนก็สวดมนต์ในใจขอให้หลวงปู่รอด วัดทุ่งศรีเมือง ช่วยดลบันดาลให้อยู่รอดปลอดภัย

“ คุณเคนไปอยู่กับหน่วยเสนารักษ์จะปลอดภัยกว่า” นโปเลียนบอกบักเคน

“ไม่ครับผมจะสู้เคียงข้างกับท่าน” บักเคนบอกนโปเลียน

“ระวังตัวเอาไว้ เอาปืนนี่ไปใช้ป้องกันตัว” นโปเลียนได้มอบปืนพก ติดตัวให้บักเคนไว้ใช้ป้องกันตัว

“ไม่ต้อง ผมขอใช้ปืนไรเฟิล ดีกว่าปืนพกท่าน นโปเลียนเอาไว้ใช้ดีกว่า”

การสู้รบเป็นไปอย่างดุเดือด ระเบิดของพันเอกเจนัวร์ได้ทิ้งใส่ปืนใหญ่และทหารอังกฤษได้หมดลงด้วยความรวดเร็ว บอลลูนตรวจการณ์ทำได้เพียงดูการสู้รบของทั้งสองฝ่ายที่เป็นไปอย่างดุเดือด พันเอกเจนัวร์ได้เห็นจำนวนปืนใหญ่ ฝ่ายอังกฤษตั้งเรียงราย แนวนอน ประมาณ 600 กระบอก และทหารฝ่ายอังกฤษ รวมกับทหารม้าเจนิสซารี่ (Janissaries) มีประมาณ สี่หมื่นนาย ส่วนทางฝรั่งเศสมีทหารที่มารบอยู่ไม่เกินสองหมื่นนาย ปืนใหญ่ 100 กระบอก ด้วยอัตราส่วนของทหารและจำนวนปืนใหญ่ ที่ต้องสู้กัน หนึ่งต่อหก ช่างแตกต่างกันมากมาย

“อืมส์ ลูคัส ผมว่าฝ่ายเราน่าจะพ่ายแพ้ต่ออังกฤษแน่นอน อาวุธของฝ่ายนั้นประสิทธิภาพดีกว่า และจำนวนทหารที่มากกว่า  ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าอังกฤษจะทุ่มมากมายขนาดนี้” พันเอกเจนัวร์ได้บอกกับร้อยโทลูคัส

บังคับบอลลูนให้ลอยกลับไปทางเดิมที่เรามา”  พันเอกเจนัวร์ได้บอกร้อยโทลูคัส

“ได้ครับท่าน”

บอลลูนได้ลอยออกไปแล้วเริ่มโค้งลอยกลับไปในทิศทางที่มา เพราะกระแสลมได้เปลี่ยนทิศ จากพัดเข้าหากองทหารอังกฤษกลับพัดตรงกันข้าม ไปยังทิศทางที่ กองทัพนโปเลียนได้เดินทัพมา ร้อยโทลูคัสได้บังคับให้บอลลูนลอยไปอย่างช้าๆ  บอลลูนได้เริ่มเปลี่ยนเส้นทางนิดหน่อยตามกระแสลมที่พัด ทหารม้านโปเลียนจำนวน สองกองร้อยได้ควบม้าตามบอลลูนไปอย่างใกล้ชิด เมื่อปลอดภัยจะได้นำบอลลูนกลับมา

“บุกเข้าไปทหารจัดการปืนใหญ่ให้สิ้นซาก” เสียงพลโท ฟรานซิส เวียร์ได้ตะโกนสั่งการ ปืนใหญ่อังกฤษให้ยิงถล่มปืนใหญ่อังกฤษ พลโท ฟรานซิส เวียร์ ลืมนึกไปว่า ยังมีกองทหารม้า เจนิสซารี่ (Janissaries) นำโดย อะห์มัดได้รับมอบหมายให้ซ้ำเดิมถ้าทหารฝรั่งเศสริ่มมีเค้าลางความพ่ายแพ้ เมื่อทหารฝรั่งเศสเริ่มบุกเข้ามา  อะห์มัดได้สั่งให้ทหารม้าเข้าตะลุมบอน “บุกเข้าไป” เฮ้ เฮ้ เฮ ฆ่ามัน เสียงตะโกนเป็นภาษาอาหรับดังลั่นท้องทะเลทราย

“ทหารติดดาบปลายปืน เตรียมสู้ ตะลุมบอน” พลโทฟรานซิส เวียร์ได้ตะโกน สลับกับอะห์มัดที่ได้ให้ทหารม้าเจนิสซารี่เข้าโจมตีกองทหารฝรั่งเศส

บักเคนทะลุมิติ  ตอนที่  (162)

การสู้รบเป็นไปด้วยความดุเดือด เลือดไหลนองทะเลทรายย้อมผืนทรายแดงฉาน

ฝ่ายอังกฤษได้เป่าแตรให้สัญญานให้ ทหารอังกฤษ เตรียมสู้รบกับทหารราบของฝรั่งเศส  “พวกเราบุกเข้าไป”

พันโทโอลิเวอร์ได้สั่งพลทหารที่กำลังจุดชนวนปืนใหญ่ “ยิงได้” หวีด บึ้ม บึ้ม….. ปืนใหญ่สามร้อยกระบอกระดมยิงทหารนโปเลียน กระสุนปืนใหญ่ตกด้านหน้ากองทหารของนโปเลียน ควันฟุ้งกระจาย  “โอ๊ย “  อ๊ากซ์ๆๆๆๆ ทหารฝรั่งเศสถูกปืนใหญ่ล้มตายเป็นใบไม้ร่วง ทหารเสนารักษ์ ของฝรั่งเศส รีบนำเกวียนไปบรรทุกทหารที่ได้รับบาดเจ็บไปรักษา กระสุนปืนใหญ่ หนึ่งลูก ตกใส่เกวียนทหารเสนารักษ์ บึ้ม  ร่างทหารฝรั่งเศสฉีกขาดกระเด็นขึ้นฟ้า ทหารที่ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตทันที

ทหารม้าเจนิสซารี่ ได้ทีรีบบุกไปสู้รบระยะประชิดกับทหารของ พลโทฟรานซิส เวียร์ “ปัง ปัง ปัง ๆๆๆๆ ปัง ๆๆๆ เสียงปืนไรเฟิล ดังก้อง “ปัง ปัง ปัง ๆๆๆๆๆ” ทหารติดดาบปลายปืน ทหารทั้งสองฝ่ายได้ควบม้าเข้าประทะกัน ดาบปลายปืน ดาบยาวของทหารม้าเจนิสซารี่ ได้ฟันถูกทหารฝรั่งเศส ตกม้าเสียชีวิต “อ๊ากซ์” เสียงร้องตะโกน เสียงร้องครวญ “โอย ช่วยข้าที ข้าถูกม้าเหยียบ” เสียงทหารฝรั่งเศส พยายามพูดแต่ไม่มีเสียงออกมา และสิ้นใจ ม้าหลายตัวได้เหยียบย้ำบนร่าง ทหารฝรั่งเศสต้องเสียชีวิต ทหารฝรั่งเศสอีกนายหนึ่งตกจากหลังม้า ได้ประสบการณ์ที่น่าอนาถมาก ม้าของฝ่ายตนได้ตกใจ ขี้รดใส่ร่างกายทหารที่ได้รับบาดเจ็บไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ ต้องตายในกองขี้ม้าเหม็นคลุ้ง

 การสู้รบระยะประชิด ทหารฝรั่งเศสได้ใช้ดาบ แทงทหาร เจนิสซารี่ตกจากหลังม้า “โอ๊ย.. ม้าของทั้งสองฝ่ายได้วิ่งเหยียบร่างทหารม้าเจนีสซารี่ที่เคราะห์ร้าย  “โอ๊ย โอ๊ย ม้าเหยียบ สักพักเสียงก็เงียบไป ” ทหารอังกฤษบนหลังม้าได้หยิบปืนพกและจ่อยิงทหารเจนีสซารี่ที่เคราะห์ร้าย “ปัง” 

“เฮ้ ทำไมยิงฝ่ายเดียวกัน” ทหารอังกฤษบนหลังม้านายหนึ่งสงสัย”  “ข้าช่วยสงเคราะห์ให้ไม่ต้องทรมาน” ทหารที่ยิงตอบหน้าตาเฉย “ไป พวก ไปจัดการทหารฝรั่งเศสพวกนั้นต่อ”

การเป็นมิตรหรือเป็นศัตรูสามารถเปลี่ยนได้ในทุกวินาที ทหารอังกฤษเป็นพันธมิตรกับจักรวรรดิออตโตมัน แต่ถ้าผู้บังคับบัญชาให้หันปืนและยิงทหารม้าเจนีสซารี ทหารอังกฤษก็ไม่ลังเลยใจ ถึงแม้ว่าจะร่วมรบมาด้วยกันก็ตาม  ทหารอังกฤษที่ยิงทหารม้าเจนีสซารี่ ก็ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว การช่วยให้หายทรมานด้วยการยิงเพื่อให้หายทรมานไปเฝ้าพระเจ้า จะเป็นการกระทำถูกหรือผิด ไม่มีใครตัดสินใจได้ มนุษย์ธรรม หรือเมตตาธรรม เป็นสิ่งยากตัดสิน แม้คำสอนทุกศาสนา จะสอนให้คนรักกัน ช่วยเหลือกัน แต่สุดท้ายก็ต้องมาเข่นฆ่ากัน โดยไม่มีเรื่องโกรธเคืองกันมาก่อน

“บึ้ม บึ้ม…ๆๆๆ กระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายอังกฤษได้ยิงถล่มเข้าไปตรงกลาง วงในขณะที่การตะลุมบอนระหว่างทหารม้าเจนีสซารี่กับทหารม้าฝรั่งเศส  ร่างกายทหารฝรั่งเศสในชุดสีน้ำเงิน กระจายแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี “โอ๊ย โอ๊ย….. ม้า หลายสิบตัวล้มลง ทหารทั้งสองฝ่ายที่กำลังตะลุมบอน ถูกปืนใหญ่ทหารอังกฤษเสียชีวิต

“พลโทฟรานซิส เวียร์ ถูกยิงเสียชีวิต” เสียงทหารฝรั่งเศสร้องตะโกน มีใครอยู่ใกล้ไหม เรียกทหารเสนารักษ์ให้มาช่วยนำร่างทหารที่ได้รับบาดเจ็บในการรบออกไปหน่อยๆ เสียงร้องตะโกนของทหารฝรั่งเศส

บนท้องฟ้า พันเอกเจนัวส์ ได้มองภาพที่น่าสยดสยอง หลายสิบชีวิต ต้องแหลกเหลว เพราะกระสุนปืนใหญ่ของทหารอังกฤษ “มันบ้าไปแล้วพวกอังกฤษยิงถล่มไม่ได้ดูเลยว่าฝ่ายของตนกำลังสู้กับฝรั่งเศสอยู่”  เสียงบ่นของพันเอกเจนัวส์ กับร้อยโทลูคัส

“ผมว่าอังกฤษจงใจมากกว่า ต้องการกำจัดทหารม้าเจนีสซารี่เพื่อพวกตนจะได้ลดทอนศัตรูในอนาคต เพราะต่อไปอังกฤษต้องแย่งยึดครองดินแดนแถบนี้อยู่แล้ว ทหารอังกฤษเห็นอยู่ว่าพันธมิตรของตนยังรบพัวพันอยู่จงใจยิงปืนใส่เข้าใส่” ร้อยเอกลูคัส ตอบพันเอกเจนัวร์

การรบทวีความดุเดือด นโปเลียนสั่งให้ปืนใหญ่ดวลกับปืนใหญ่อังกฤษ นโปเลียนนำปืนใหญ่มาทั้งหมด 3,000 กระบอกจากฝรั่งเศส และปืนใหญ่ก็ติดตั้งบนเรือรบส่วนใหญ่ และถูกฝรั่งเศสจมเรือรบเกือบหมด นายพลมีโนได้รับบาดเจ็บ 

นโปเลียนนำปืนใหญ่ลงจากเรือที่อาวอาบูรกีร์ ลงมาเพียง 1,000 กระบอก ปืนใหญ่ส่วนมากก็ตั้งอยู่ตามเมืองต่าง ๆ และบางส่วนก็เสียหายหลังจากการสู้รบ นโปเลียนนำปืนใหญ่มารบที่เมือง เอเคอร์เพียง ห้าร้อยกระบอก  และก็ชำรุดเป็นจำนวนมาก รอให้ สุลต่านเปอร์เซีย ส่งปืนใหญ่มาสนับสนุน แต่ก็ไร้วี่แวว นโปเลียนเหลือปืนใหญ่ที่ใช้การได้เพียง 100 กระบอก แต่อังกฤษมีปืนใหญ่รุ่นใหม่ที่ประสิทธิภาพดีกว่ามากมาย จำนวน 300 กระบอกที่ส่งมาไว้รบกับนโปเลียนโดยเฉพาะ

“บุกเข้าไปฆ่าให้หมด เสียงร้องตะโกนของ อะห์มัด ตะโกนบอกทหารม้าให้รีบบุกฆ่าทหารฝรั่งเศส ปืนใหญ่อังกฤษยิงถล่มไม่หยุด บึ้ม บึ้ม….ๆ ๆ “โอ๊ย อ๊ากซ์ ปืนใหญ่ของฝรั่งเศสเริ่มยิงห่างขึ้น บึ้ม. ฝรั่งเศสสูญเสียอย่างหนัก

“ไม่ไหวแล้วท่านผมคิดว่าถอยทัพดีกว่า มิฉะนั้นกองทัพละลายแน่ เพราะข้าศึกบุกหนักเหลือเกิน นโปเลียนได้สั่งให้ถอยทัพ

“สั่งการให้ถอยทัพ ให้ และหน่วยเสนารักษ์ถอนทัพก่อน ให้ทหารปืนใหญ่ ตรวจสอบเหลือปืนใหญ่ที่ยังใช้งานได้กี่กระบอก ให้ยิงสกัด แล้วให้ทหารราบถอยทัพ ตามด้วยทหารม้า ให้ทหารม้าคุ้มครองทหารปืนใหญ่ “ นโปเลียนสั่งการ

คุณเคนและท่านเกลแบร์ ให้ถอนทัพไปพร้อมกับทหารเสนารักษ์ และให้หน่วยทหารม้าตามไปรับพันเอกเจนัวร์และร้อยโทลูคัส

พลตรีโรเบอร์โต ท่านอยู่คุมปืนใหญ่พร้อมกับผม เราจะถอนทัพเป็นหน่วยสุดท้าย นโปเลียนได้บอกพลตรีโรเบอร์โต “ปืนใหญ่ของฝรั่งเศสตอนนี้เหลือเพียง 30 กระบอกได้ตั้งเรียงรายเป็นหย่อม โดยมีทหารราบยืนล้อมรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า สามชั้น และมีทหารม้าคอยสนับสนุนอยู่ภายใน

ปืนใหญ่อังกฤษเริ่มเคลื่อนเข้ามา ฝรั่งเศสเริ่มยิงปืนใหญ่

 “พลปืนจุดชนวนได้ หวีด หวีด บึ้ม บึ้ม….. การสาดกระสุนปืนใหญ่เข้าใส่ทหารอังกฤษเพื่อ สกัดกั้น ไม่ให้ทหารม้าและทหารอังกฤษไล่ตามทหารฝรั่งเศสที่กำลังถอยทัพ  ดังสนั่นทะเลทราย ฝุ่นทรายฟุ้งกระจาย  ทหารม้าของอะห์มัดได้สั่งให้หยุดไม่ตาม เมื่อเห็นทางฝรั่งเศสเริ่มถอยทัพ

“ท่านนายพลเหลือกระสุนปืนใหญ่อีกมากไหม” นโปเลียนถามพลตรีโรเบอร์โต

“ไม่มากครับเหลือไม่เกินสามสิบนัด”

“เอาละเรายิงเท่าที่จำเป็น ค่อยๆเคลื่อนพลถอยทัพ “ นโปเลียนสั่งการ

ทหารปืนใหญ่อังกฤษเมื่อเห็นฝรั่งเศสเริ่มถอยทัพก็หยุดยิง เพียงแต่คุมเชิง การรบของทั้งสองฝ่ายก็ยุติลง พร้อมกับความพ่ายแพ้ของนโปเลียน