บักเคทะลุมิติ ตอนที่ 87-88

บักเคนทะลุมิติ ตอนที่ (87)

ฤดูกาลผันเปลี่ยนไปรวดเร็ว บักเคน หลังจากทะลุมิติ ย้อนกาลเวลาสองรอบ รวมเวลาได้มาอาศัยอยู่ที่ฝรั่งเศส เกือบ 40 ปี แม้ความเป็นจริง จะผ่านไปเพียง 4 ปีเท่านั้น ฝรั่งเศสผ่านจากยุครุ่งเรือง สู่ความล่มสลายทางสังคม ผู้คนแตกแยกทางความคิด ชนชั้นล่าง ต้องการเปลี่ยนผ่านจากระบอบกษัตริย์ ไปสู่ประชาธิปไตย ชนชั้นสูง ขุนนาง ต้องการรักษาระบอบดั้งเดิม เพราะตนได้ผลประโยชน์มากมายมหาศาลต้องการรักษาฐานอำนาจเอาไว้ สุดท้าย ชนชั้นล่าง นำโดยสมาคมจาโกแบงส์ และสมาคมอื่น ได้ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองได้สำเร็จ ยึดอำนาจจาก ชนชั้นสูง แต่สุดท้ายความวุ่นวายก็ไม่สงบ มีการก่อการจลาจล ปล้นร้านขนมปัง เศรษฐกิจย่ำแย่ เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น โจรผู้ร้ายชุกชุม โรแบสปิแยร์ ผู้นำสมาคม จาโกแบงส์ ได้ทำการปฏิวัติ ซ้อนปฏิวัติ ยึดอำนาจมาสู่พวกตน และเริ่มกำจัดพวกที่คิดต่าง รวมถึงรักษาฐานอำนาจที่ตนยึดมาได้ ให้ยาวนานเท่าที่เป็นไปได้ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ ที่ชนชั้นล่าง และชนชั้นสูงบางส่วน ได้เริ่มต่อต้าน มีการสื่อสัญลักษณ์ ด้วยการชูนิ้ว 3 นิ้ว สื่อความหมายถึง เสรีภาพ อิสรภาพ ภราดรภาพ ตามแนวคิดของ รุซโซ กระแสชูสามนิ้วแพร่ไปทั่วฝรั่งเศส โรแบสปิแยร์ประธานสภาประชาชนได้ออกประกาศ ห้ามประชาชนชูนิ้วสามนิ้ว จะมีความผิดฐานต่อต้านอำนาจรัฐ

บักเคนเมื่อได้ทราบข่าวประกาศได้บอกพนักงานที่ร้านที่เป็นพนักงานเสิร์ฟ ทั้งสาวโคโยตี้ และหนุ่มหล่อล่ำ ห้ามชูสามนิ้ว ถ้าอยากจะชูนิ้วโดยไม่ผิดข้อห้าม ก็ให้ชูนิ้วกลางนิ้วเดียว จะไม่มีความผิด พนักงานสาว ๆ ฮือฮา ถึงวิธีเลี่ยงกฎหมาย สาวโคโยตี้ ชื่อคริสติน่า ได้ถามบักเคน “นายท่านคะ ประกาศห้ามชูสามนิ้วแล้วจะมีความผิด แล้วท่านให้ชูนิ้วกลางนิ้วเดียว หมายความว่าอะไรคะนายท่าน” บักเคนได้อธิบายความหมายของการชูนิ้วกลางเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยชาวโรมันเป็นเสมือนเครื่องรางต่อสู้กับคำสาปชั่วร้าย การชูนิ้วกลางนิ้วเดียวเป็นการแสดงสัญลักษณ์ต่อสู้กับเผด็จการ แต่บักเคนไม่ได้บอกความจริง ว่าการชูนิ้วกลางในอนาคตคือคำด่า หมายถึง อวัยวะเพศชาย
เสียงนกร้อง นอกหน้าต่างห้อง ปลุกบักเคนสะดุ้งตื่น จากหลับใหล จากฝันเป็นตุเป็นตะ และพยายามนึกทบทวนความฝัน มันก็ตรงกับประวัติศาสตร์ที่พระเจ้าหลุยส์ กับพระนางมารี อังตัวเนต ถูกประหารชีวิตด้วยเครื่องกิโยติน หลังจากตื่นนอน ได้ลุกมานั่งที่หน้าต่าง เหม่อมองทิวทัศน์ฝรั่งเศสยามเช้าที่เงียบสงบ จากประกาศเคอร์ฟิวทั่วฝรั่งเศส บักเคนนั่งเงียบ ๆ มองหมอก ยามเช้า เห็นแมลงสาบสองสามตัว กำลังไต่ที่ผนังกระจกเพื่อหาอาหารกิน บักเคนจำได้ว่าแมลงสาบ เป็นตัวการใหญ่ที่ทำให้เกิดโลกร้อนอย่างแท้จริง เพระหลังจากมันตายมันก็ปล่อยก๊าซมีเทน ถึง 18 ชั่วโมงและแมลงสาบทั่วโลกตดจะปล่อยก๊าซมีเทนมากถึง 20 % ของกาซมีเทนในโลก
บักเคนเห็นแมลงสาบหัวขาด แต่ยังมีชีวิตอยู่ได้เป็นอาทิตย์ แต่ในขณะที่มนุษย์โดนตัดหัวถึงตาย แมลงสาบเป็นแมลงที่อึดที่สุดในโลก คนที่ถูกกิโยติน ถ้าเป็นเสมือนแมลงสาบได้จะดีไม่น้อย จะได้เอาตัวที่ตัดมาต่อใหม่ บักเคนความคิดเปิดเปิงถึงพรรคการเมืองในเมืองไทยที่เรียกพรรคแมลงสาบ ทำไม่พรรคนี้ถึง ไม่ตายจากสังคมไทย เพราะมีการปรับตัว ขนาดโดนตัดหัว ชีวิตยังยืนยาว บักเคนเลยเข้าใจสัจธรรมทางการเมือง ว่าพรรคการเมืองที่ยืนยงต้องมีชีวิตเหมือนแมลงสาบ จะได้ยืนยาวแม้สถานการณ์จะไม่เอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับพรรคตน แต่ก็ยังสามารถดำรงชีวิตอยู่รอดได้ เพื่อรอวันเจริญเติบโตอีกครั้ง
เมื่อมองแมลงสาบที่กระจกหน้าต่าง ทำให้บักเคนหวนนึกถึงบ้านที่เมืองไทย ฉากการเมืองในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2553 บักเคนจำภาพได้ดี ตนเองก็เป็นคนหนึ่งที่ไปร่วมเรียกร้องประชาธิปไตย แถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แต่ก็โดนล้อมปราบ บักเคนเจอ แก็สน้ำตา น้ำตาไหล ปวดแสบมาก ต้องร้องหาคนช่วย บ้านเมือง ยิ่งเจริญความเหี้ยมโหดก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นกว่าฝรั่งเศสในยุคที่ตนหลงมาก ใกล้วันที่จะต้องไปทำอาหารให้กับพระเจ้าหลุยส์ กับพระนางมารี อังตัวเนตได้เสวย
บักเคนยิ่งตื่นเต้น เพราะทราบประวัติศาสตร์ดีว่า ตนเป็นคนสยามคนแรกที่ได้ไปทำอาหารรสเด็ดมื้อสุดท้ายให้กับสองพระองค์ได้เสวยก่อนจะถูกคำพิพากษาประหารด้วยเครื่องกิโยติน
บักเคนได้เฝ้ารอวันเข้าเฝ้า และคิดเมนูอาหารเด็ด เพื่อที่สองพระองค์จะได้ถูกปาก คงเป็นอาหารเลิศรสมื้อสุดท้ายของสองพระองค์แน่นอน บักเคนคิดในใจ
“เสด็จพี่เพคะ น้องหญิงฝันร้ายอีกแล้ว ฝันเห็นผู้ชาย คนเมื่อคืนมาทวงเพชรบลูไดมอนส์ อีกแล้วเพคะ”
พระเจ้าหลุยส์ ทรงรับฟังและก็นั่งนิ่ง
“ทำไมเงียบไปเพคะ” พระนางมารี อังตัวเนต ทรงถามพระเจ้าหลุยส์ ที่นั่งสนทนากับพระนางมารี อังตัวเนต
“อืมส์ น้องหญิงฝันร้ายเห็นคนมาทวงเพชรบลูไดมอนด์คืน ข้าก็ชักสงสัยวันที่พวกเราหนีออกจากพระราชวังตุล์เยรีส์ (Tuilleries) ท่านดูร็องบารงเดอเบรอเตย และแฟรเซน ได้บอก พวกเราให้ปลอมเป็นสามัญชน ห้ามสวมเครื่องประดับมีค่าทุกอย่าง แต่น้องหญิงยังฝ่าฝืนสวมสร้อยเพชรบลูไดมอนส์ ไปด้วยทำให้ ถูกจับได้ ข้าว่ามันชักแปลก ๆ นะ ยิ่งน้องหญิงมาฝันมีคนมาทวงเพชรบลูไดมอนด์คืน”
พระเจ้าหลุยส์ ทรงตรัสกับพระนางมารี อังตัวเนต “รึว่าเจ้าของมาทวงเพชรบลูไดมอนด์คืน”
พระนางมารี อังตัวเนต ได้บอกพระเจ้าหลุยส์ “ถ้าจะทวงก็ไปทวงกับโรแบสปิแยร์ ที่จับพวกเรามา มันสั่งยึดสร้อยเพชร บลูไดมอนด์ ไปเป็นของตนเองแล้ว”
พระนางมารี อังตัวเนต ทรงโบ้ยให้คนที่มาเข้าฝันไปทวงสร้อยเพชรบลูไดมอนด์คืนจากคนที่แย่งการครอบครองสร้อย จากพระนางไป
วันนี้บักเคนจะเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ และพระนางมารี อังตัวเนต ที่พระราชวังตุล์เยรีส์ (Tuilleries) บักเคนรู้สึกตื่นเต้น เป็นพิเศษ ครั้งแรกในชีวิต ที่จะได้ปรุงอาหารถวายกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศส รถม้าบรรทุกข้าวของ เครื่องปรุง สาว ๆ โคโยตี้ หลายคน และหนุ่มหล่อ ล่ำบึก ได้เดินทางรวมกับบักเคนเพื่อมาถวายพระเจ้าหลุยส์ พระนางมารี อังตัวเนต และพระโอรส และพระธิดา

บักเคนทะลุมิติ ตอนที่ (88)

ข่าวที่ประธานสภาประชาชน กองกำลังผสมพิทักษ์ ราชบัลลังก์ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (พรช.) และทหารผสม ออสเตรียและปรัสเซียได้บุกยึดเมืองอัลซาสไว้ได้ ทำให้โรแบส ปิแยร์ประธานสภาประชาชนถึงกับเครียดจัดล้มป่วย ผีซ้ำด้ามพลอย เกิดไทรอยส์เป็นพิษขึ้นมาอีกโรค ทำให้กล้ามเนื้อตาเป็นอัมพาต ทำให้ลูกตาทั้งสองข้างทำงานไม่ประสานกัน ต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล
ความวุ่นวายในประเทศ การบุกยึดเมืองอัลซาสของศัตรู การปิดล้อมฝรั่งเศสของอังกฤษ รวมถึงเลขาแอนโทนี่ ลีออง แซง จัสต์ ผู้ช่วยของโรแบสปิแอร์ ทำหน้าที่เลขาแทน แซงส์ จูสต์ ได้ถอนตัวจากสมาคมจาโกแบงส์ โดยครั้งแรก แซงส์ จูสต์ ได้ออกมาเรียกร้องสิทธิ เกย์ ทอม พวกรักร่วมเพศ โรแบสปิแยร์โกรธมาก ไม่เรียก แซงส์ จูสต์ มาใช้บริการ การแยกตัวของสมาชิกกลุ่มจาโกแบงส์เป็นครั้งที่สอง นำโดย จ๊ากส์ โรซ์ (Roux Jacques) ที่ไปจัดตั้งสมาคมราดิกัล ได้เรียกร้องให้ประธานสภาประชาชน จัดสรรที่ดินให้คนยากจน โดยแบ่งให้เท่า ๆ กัน จัดการกับพวกพ่อค้าฉวยโอกาส ให้ออกนโยบายคุมราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน ซึ่ง จ๊ากส์ โรซ์ (Roux Jacques) เป็นอดีตทหารบกยศร้อยโท เคยเป็นครูและบาทหลวง เข้าไปคลุกคลีกับกรรมกรในปารีสอย่างลึกซึ้ง ได้ต่อสู้เรียกร้องผลประโยชน์ให้กับกลุ่มกรรมกร จากชนชั้นนายทุน นายจ้างโรงงาน ได้สมัครเข้ามาอยู่กับสมาคมจาโกแบงส์ แต่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของสมาคมจาโกแบงส์ ได้ขอแยกตัวออกมาจากสมาคมจาโกแบงส์
การเรียกร้องของกลุ่มราดิกัล ในเรื่องนโยบายจัดสรรที่ดิน ทำกินให้กับคนยากจนเท่า ๆ กัน สมาคมจาโกแบงส์ก็ไม่เห็นด้วย และนโยบายควบคุมราคาสินค้า เพราะจะกระทบต่อการค้าเสรี แต่โรแบสปิแยร์ หลังจากนอนป่วยได้ทบทวนถึงข้อเรียกร้องของ สมาคมราดิกัล เพื่อให้สถานการณ์ไม่เลวร้ายมากกว่านี้ ในการต่อสู้กับศัตรูต่างประเทศ ทั้งศึกนอก และศึกในประเทศ จึงจำเป็นต้องรักษาความเป็นพันธมิตรว้ชั่วคราวกับกลุ่มราดิกัล จึงยอมออกนโยบายควบคุมราคาสินค้า ทำให้รักษาฐานเสียงของกลุ่มชนชั้นล่างไว้ได้
หลังจากออกจากโรงพยาบาล โรแบสปิแยร์ มีปัญหาในการมองเห็น มีดวงตาข้างขวาเพียงข้างเดียวที่ปรกติ ส่วนอีกข้าง เบนออกด้านนอก ระบบสมองเริ่มแปรปรวน ใครที่ทำความผิด เล็ก ๆ น้อย ๆ จนถึงความผิดอุกฉกรรจ์ หรือแม้แต่การใส่ร้าย ใส่ความโรแบสปีแยร์ ต้องถูกประหารโดยเครื่องประหารกิโยติน เขาคิดว่าสิ่งที่เขาทำเป็นสิ่งที่ถูกต้องดีงาม แต่คนอื่น ๆ เรียกช่วงเวลานี้ว่า ยุคแห่งความหวาดกลัว
หลังจากเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ กับพระนางมารี อังตัวเนต บักเคนได้สั่งห้ามสาวโคโยตี้ และหนุ่มหล่อห้ามพูดถึงการเมืองกับพระเจ้าหลุยส์ กับพระนางมารีอังตัวเนตเด็ดขาด ให้สาวโคโยตี้ เสริฟอาหารให้กับพระเจ้าหลุยส์ ส่วนหนุ่มหล่อล่ำให้เสริฟอาหารกับพระนางมารี อังตัวเนต เพียงอย่างเดียว เพื่อสร้างความเกษมสำราญแก่สองพระองค์ บักเคนได้ปรุงอาหารสุดฝีมือ โดยทำหอยนางรมยำราดไวน์ขาว เนื้อลูกแกะย่างราดซอสไวน์แดง ไก่ฟ้าภูเขาไฟ ลาบเป็ด ปลาแซลมอลนึ่งบ๊วย มีสาวโคโยตี้คอยเสริฟให้กับพระเจ้าหลุยส์ และหนุ่มหล่อล่ำ เสริฟอาหารให้กับพระนางมารี อังตัวเนต สองพระองค์และพระโอรส พระธิดา ทรงเจริญอาหารเป็นยิ่งนัก
พระเจ้าหลุยส์ ทรงเรียกให้บักเคนเข้าเฝ้า “เจ้าทำอาหาร สุดวิเศษเป็นยิ่งนัก ข้าไม่เคยลิ้มรสชาติอาหาร ทรงชมเชยรสชาติอาหารที่แสนโอชะด้วยฝีมือปรุงรสอาหารของบักเคน เจ้าเป็นคน ที่ไหน”
บักเคนได้ตอบพระเจ้าหลุยส์ “พระอาญามิพ้นเกล้ากระหม่อมเป็นชาวสยามพะยะค่ะ”
พระเจ้าหลุยส์ได้ตอบบักเคน “ไม่ต้องพูดราชาศัพท์กับข้าก็ได้ ข้าถูกปลดเป็นสามัญชนแล้ว พูดธรรมดาก็พอ อืมส์… ข้าก็ได้ยินเสด็จปู่พูดถึงราชทูตชาวสยาม ที่ชื่อโกษาปาน อยู่เหมือนกัน เจ้าคนเป็นสยามมีฝีมือปรุงอาหาร ไปเรียนทำอาหารจากที่ใด” พระเจ้าหลุยส์ถามบักเคน
“ผมไม่ได้เรียนทำอาหาร แต่ได้อาศัยอยู่กับเพื่อนที่เป็นกัปตันเรือ เขาเลิกอาชีพเป็นกัปตัน มาเปิดบาร์อโกโก้ที่เมืองมาเซย์ ผมก็เลยได้ไปช่วยเข้าครัวครับ” บักเคนไม่ได้บอกความจริงว่าตนเองเป็นพ่อค้าขายลาบเป็ดเก่าที่เมืองไทย บักเคนได้ตอบพระเจ้าหลุยส์
“แล้วเจ้าไปได้แนวคิดในการหาพนักงานเสิร์ฟสาวสวย หนุ่มหล่อจากที่ไหน มาเป็นพนักงานเสิร์ฟ ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าร้านอาหารในฝรั่งเศสจะมีพนักงานเสิร์ฟอาหารสาวสวย หนุ่มหล่อให้บริการ แนวคิดเจ้ายอดเยี่ยมมาก”
พระนางมารี อังตัวเนต ได้ยินบักเคนตอบพระเจ้าหลุยส์ จึงได้ถามบักเคน “เจ้าว่าอะไรนะ เพื่อนเจ้าเป็นกัปตัน แล้วมาเปิดร้านอาหารที่เมืองมาเซย์ เพื่อนเจ้าชื่ออะไร” บักเคนได้ตอบพระนางมารี อังตัวเนตว่า
“ชื่อ กัปตันจอนห์นี่ ครับ”
“โอ้พระเจ้าช่วย !! ฉันฝันเห็นเพื่อนของเจ้ามาทวงเพชร บลูไดมอนส์จากฉันหลายคืนติดต่อกัน” พระนางมารี อังตัวเนตตอบบักเคน
“พระองค์ว่าอะไรนะ ทรงฝันถึงกัปตันจอนห์นี่ หรือพะยะค่ะ” บักเคนลืมตัวเผลอพูดราชาศัพท์กับพระนางมารี อังตัวเนต
“ไม่ต้องพูดราชาศัพท์กับฉันก็ได้ พูดธรรมดาก็พอ” พระนางมารี อังตัวเนต บอกบักเคน
“ใช่ฉันฝันเห็นเพื่อนเจ้า มาทวงเพชรบลูไดมอนส์คืน ซึ่งก็ ตกลงซื้อขายรับเงินไปแล้ว ยังมาเข้าฝันทวงของคืนอีก” และกล่าวต่อไปว่า “เมื่อคุณเคนกลับไปเมืองมาเซย์ช่วยบอกกัปตันจอนห์นี่ ว่าเลิกมาทวงเพชรบลูไดมอนส์คืน ในความฝันจากฉันอีก เงินก็ได้ไปแล้ว ทองก็ได้ไปแล้ว”
บักเคนได้ยินว่ากัปตันจอนห์นี่ มาทวงเพชรบลูไดมอนส์ จากปากพระนางมารี อังตัวเนต ขนแขนสแตนอัฟขึ้นมาทันที
“เป็นอะไรคุณเคน ขนลุกเลยหรือ แค่ฉันฝันถึงเพื่อนคุณเคนนะ” พระนางมารีอังตัวเนต ถามบักเคน
“ครับ พระนาง กัปตันเสียชีวิตไปตั้งนานแล้วครับ”
“คุณพระช่วย เป็นอะไรตายหรือคุณเคน” พระนางมารี อังตัวเนต ถามบักเคน
“ผูกคอตายครับ”
“อะไรนะ ว่าใหม่ซิคุณเคน กัปตันเพื่อนคุณเคนผูกคอตาย ทำไมถึงต้องผูกคอตาย” พระนางมารี อังตัวเนต ถามบักเคนถึงสาเหตุที่กัปตันต้องผูกคอตาย
“ผมก็ไม่อยู่ในที่เกิดเหตุหรอกครับ ได้ยินแต่เขาเล่าว่า กัปตันตรอมใจที่ขายเพชรบลูไดมอนส์ให้พระองค์ เพราะกัปตันรักเพชรเม็ดนี้มาก อุตสาห์ไปให้ช่างฝีมือดีที่สุดที่สวิสเซอร์แลนด์ เจียระไนเพชรแล้วมาทำเป็นสร้อย แล้วพระนางก็ทรงได้ทราบข่าวก็ขอซื้อสร้อยจากกัปตันครับ จริง ๆ แล้วกัปตันไม่อยากจะขายสร้อยเส้นนี้ เพราะรักมาก แต่เมื่อต้องขายก็อาจจะทำใจไม่ได้ เลยผูกคอตายครับ” บักเคนเล่าให้พระนางมารีอังตัวเนตฟังตามที่ได้ยินมา
“โอ พระเจ้าช่วย สร้อยเส้นเดียวถึงกับผูกคอตายเลยหรือนี่” พระนางมารี อังตัวเนต บอกบักเคน ถ้ารู้อย่างนี้ฉันก็ไม่เอาสร้อยเส้นนี้แล้ว แต่ไม่รู้อะไรดลใจ ทำให้ฉันรักสร้อยเส้นนี้เหมือนกับกัปตัน แล้วชีวิตฉันจะเป็นอย่างไรหนอ หรือเป็นพรหมลิขิต ฉันยังจำได้วันที่ออกจากพระราชวังตุล์เยรีส์ (Tuilleries) แฟรเซนได้เตือนฉันห้ามใส่เครื่องประดับของมีค่า ให้ปลอมเป็นชาวบ้าน แต่ฉันฝืนคำเตือน แอบใส่สร้อยเพชรบลูไดมอนด์ติดตัว เพราะไม่สามารถจะทิ้งสร้อยเส้นนี้ได้ ฉันหลงรักสร้อยเพชรบลูไดมอนด์ มาก” พระนางมารี อังตัวเนต รำพึงรำพันเบา ๆ
แต่บักเคนได้ยินถึงกับขนแขนสแตนอัฟรอบสอง หรือเป็นอาถรรพ์สร้อยเพชรบลูไดมอนด์ จากคำสาปแช่งของกัปตัน บักเคนไม่ได้บอกพระนางมารี อังตัวเนต ว่ากัปตันได้สาปแช่งก่อนตายไว้ ใครเอาสร้อยเพชรบลูไดมอนด์ไป ขอให้มีอันเป็นไป บักเคนทราบดีว่าพระนางมารี อังตัวเนต ต้องสิ้นพระชนม์ด้วยเครื่องประหาร กิโยติน
การเรียกร้องของกลุ่มราดิกัลป์ ในเรื่องนโยบายจัดสรรที่ดินทำกินให้กับคนยากจนเท่า ๆ กัน ประธานสภาประชาชน จึงยอมออกนโยบายควบคุมราคาสินค้า ทำให้รักษาฐานเสียงของกลุ่มชนชั้นล่างไว้ได้ เป็นผลดีต่อประเทศฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก เพราะ สถานการณ์ในกรุงปารีสใกล้คับขัน หลังจากกองกำลังผสมพิทักษ์ราชบัลลังก์ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (พรช.) และทหารผสม ออสเตรียและปรัสเซีย ยึดป้อม แวร์ดัง จังหวัดอัลซาส เอาไว้ได้ เริ่มรุกคืบหน้าสู่กรุงปารีส
ประธานสภาประชาชนได้เรียกประชุมฉุกเฉินเป็นวาระเร่งด่วนเป็นพิเศษ แม้สุขภาพจะยังไม่ค่อยดีนัก สายตาก็ใช้ได้ เพียงข้างเดียว จึงได้มอบหมายให้ดันตุง เลขาธิการสมาคมจาโกแบงส์ ได้เป็นคนอ่านแถลงการณ์ เรียกร้องให้ชาวฝรั่งเศสเข้าร่วมต่อสู้ปกป้องเอกราชอธิปไตยฝรั่งเศส จากผู้ทรยศต่อแผ่นดิน และศัตรูหมายเลขหนึ่ง ออสเตรีย และปรัสเซีย คำแถลงการณ์
“พี่น้องชาวฝรั่งเศสอันเป็นที่รักยิ่ง พวกเราต้องสามัคคีกัน ร่วมกันจับอาวุธเข้าต่อสู้กับผู้รุกรานแผ่นดินแม่ของพวกเรา ศัตรูได้มาถึงหน้าบ้านของพวกเราแล้ว ถ้าเราไม่สู้ ก็จะไม่มีแผ่นดินให้ ยืนหยัด จงร่วมแรงร่วมใจต่อสู้เพื่อลูกหลานชาวฝรั่งเศสทั้งมวล”
ประธานสภาโรแบสปิแอร์ ได้มีคำสั่งด่วนให้รับสมัครอาสาสมัครชาวบ้าน ที่เต็มใจปกป้องอธิปไตย ชาวบ้านรากหญ้า กรรมกร ชาวไร่ชาวนา ได้แห่กันมาสมัครถึง 60,000 คน เพื่อไปรบปกป้องอธิปไตยของชาติ และได้รวมพลเคลื่อนทัพไปยังที่ราบสูง วาลมีย์ เพื่อต่อต้านทหารออสเตรีย ปรัสเซีย และชาวฝรั่งเศส ที่ทรยศต่อแผ่นดินเกิด