บักเคนทะลุมิติตอนที่ 153-154

บักเคนทะลุมิติ ตอนที่ (153)

นโปเลียนได้จ้องมองแผนที่ และธงสัญลักษณ์ปักเรียงรายอยู่ตามแนวเมือง ผมจะให้พันเอก เจนัวร์ เป็นทัพหน้านำทหารม้าบุกเข้าโจมตีเมือง ส่วนพลโท ฟรานซิส เวียร์ ให้นำทหารราบสนับสนุน พันเอกเจนัวร์ พลโท อเล็ก คุมปืนใหญ่ ให้ตั้งยิงสนับสนุนปีกซ้าย ส่วน พลตรี โรเบอร์โต ให้สนับสนุนปีกขวา ส่วนพลเอกบอร์นให้นำทหารปืนใหญ่ไปกับผม กับผมจะบุกตรงกลาง คอยยิงสนับสนุน ในการบุกของผม ทั้งสามหน่วยต้องทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นสูตรการรบของนโปเลียน ทหารราบ ทหารม้า และทหารปืนใหญ่ จะทำการรบไม่ได้ถ้าขาดอันใดอันหนึ่งไปเสีย และทั้งสามหน่วยต้องช่วยเหลือกัน ผมมอบให้ร้อยโทลูคัส เป็นผู้ต่อเชื่อมและควบคุมระบบโทรเลขให้ทหารทั้งสามหน่วยได้ใช้ติดต่อสื่อสารกัน อย่างใกล้ชิด ส่วนคุณเคนขอให้อยู่กับท่านเกลแบร์แล้วกัน พวกเราจะเริ่มบุกตอนย่ำรุ่ง นโปเลียนบอกกับนายทหารทุกคนถึงแผนยุทธการโจมตีเมืองที่กำหนดขึ้นโดย

นโปเลียน

*********************************

อีกมุมหนึ่ง เซอร์ ซิดนีย์ สมิท (Sir Sydney Smith) และ อะห์มัดปาชา อัล-ญาซาอิร (Ahmad Pasha Al-Jasaar) ผู้บัญชาการทหารออตโตมันประจำเมืองเอเคอร์ (Acre) ได้วางแผนป้องกันการโจมตีของนโปเลียน ทั้งสองฝ่ายได้จัดกองกำลังผสมขึ้นมา โดยอาศัยปืนใหญ่ของอังกฤษที่มีอานุภาพมากกว่าปืนใหญ่ของฝ่ายออตโตมัน ส่วนทหารของฝ่ายออตโตมันเป็น ทหารเจนิสซารี่ (Janissaries) ที่ชำนาญในการรบ ที่อยู่ภายใต้สังกัดสองหมื่นนาย

“ท่านเซอร์ มีความเห็นอย่างไรที่นโปเลียนจะยกทัพโจมตีเมืองตอนย่ำรุ่ง” อะห์มัดปาชา หารือกับ ท่านเซอร์ซิดนีย์

“นโปเลียนเป็นคนเก่ง วางแผนการรบเก่งมาก ชอบใช้กลยุทธ์ใช้ทหารจำนวนมาก โจมตีกองกำลังที่มีกำลังพลน้อยกว่า แต่คราวนี้นโปเลียนคงนึกไม่ถึงว่า พระเจ้าจอร์จที่สาม ทรง ให้ความสำคัญกับเมืองเอเคอร์ (Acre) มาก ทรงตรัสย้ำให้ผมหยุดนโปเลียนให้ได้ ไม่ให้เดินทัพต่อไปยังอินเดีย พระองค์ส่งทหารชำนาญการรบ และอุปกรณ์ เช่นปืนใหญ่ รุ่นใหม่ๆ เข้ามาสนับสนุนการรบในครั้งนี้”

“ผมคิดว่านโปเลียนคงพ่ายแพ้ในการศึกครั้งนี้คงได้บทเรียนเจ็บปวดกลับฝรั่งเศสแน่นอน” อะห์มัดปาชา ได้ลูบหนวดที่ยาวเหมือนกับบอกว่าเสร็จแน่ นโปเลียนคราวนี้

ทั้งสองได้ปรึกษาหารือกันร่วมกันวางแผน เพื่อหยุดยั้งนโปเลียนให้ได้ หลังจากได้รับทราบข่าวนโปเลียนยกทัพใกล้ถึงเมือง คาดว่าอีกไม่เกินสองสามวัน นโปเลียนคงยกทัพบุกโจมตีเมืองแน่นอน

สองวัน นโปเลียนได้ให้ทหารพักผ่อน อย่างเต็มอิ่ม นโปเลียนได้ขี่ม้าคู่กับพลเอกบอร์นและเกลแบร์ โดยมีรัสตัม คอยขี่ม้าตามอารักขา ส่วนบักเคน หลังจากเกลแบร์ได้ให้ทหารนำของฝากที่ซูซี่ฝากมาให้ บักเคนได้เปิดดูของฝากที่ซูซี่ฝากมาให้บักเคน เป็นสร้อยเทอร์ควอยซ์มีคุณสมบัติในการป้องกันดวงตาชั่วร้าย เพื่อให้บักเคนได้สวมไว้ป้องกันตัวและเป็นตัวแทนของเธอที่ตั้งใจร้อยกำไลด้วยหัวใจเพื่อคนที่ตนรัก และยังเป็นวัฒนธรรมของเปอร์เซีย

“ซู่ซี่เป็นอย่างไรบ้างหนอ”

บักเคนเริ่มคิดถึงวันชื่นคืนสุขอันแสนสั้นที่อยู่ร่วมเรียงเคียงหมอนกับซู่ซี่ รอให้หน่อยนะที่รัก สองเราจะคงจะได้อยู่ร่วมกันที่ฝรั่งเศส

“คิดอะไรอยู่หรือคุณเคน”

“ผมคิดเรื่อยเปื่อยครับท่าน คิดถึงอนาคต ครับท่านนายพลบอร์น”

“ผมยังติดใจไม่หาย ที่คุณเคนบอกว่าพระเยซู เสด็จไปศึกษาต่อที่ตักศิลา มันจริงหรือเท็จคุณเคน ถ้าจริงจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ศสนาจักรเลยนะคุณเคน”

“ผมก็ไม่ทราบมันมีบันทึกที่สยาม ผมเองก็สนใจอยากไปดูให้รู้จริงว่าจริงหรือเท็จครับท่านนายพล”

“มันเป็นเรื่อง จริงหรือเท็จ ผมเองก็สนใจนะคุณเคน” พลเอกบอร์นบอกกับบักเคน

“แต่วันนั้นผม เห็นท่าน นโปเลียนไม่ได้สนใจเรื่องนี้มาก สงสัยท่านคงไม่เชื่อ เลยตัดบทไป” บักเคนบอกกับพลเอกบอร์น

“ทหารต้องมีหลักฐานชัดเจน เรื่องเกี่ยวกับศาสนา มันเป็นประเด็นละเอียดอ่อน ท่านนโปเลียนไม่อยาก ยุ่ง เพราะถ้าเกิดความขัดแย้งทางความคิดเกี่ยวกับเรื่องศาสนามันได้ไม่คุ้มเสีย” พลเอกบอร์นบอกบักเคน

“อืมส์” บักเคนเลยนึกถึงนักการเมืองสยามที่เป็นนักพูดแรงบันดาลใจที่คนติดตามมากมาย เอ่ยชมว่านักการเมืองเป็นคนที่มีจิตใจดี เป็นกันเอง รักธรรมชาติ รักษาป่าไม้ แต่สื่อเอาไปโจมตีนักการเมืองท่านนั้นด้วยอคติ ผลนักพูดสร้างแรงบันดาลใจต้องถูกถล่มยับ เพราะมีหลายคนไม่ชอบนักการเมืองท่านนั้น ซ้ำร้าย นักการเมืองบอกว่าไม่เคยรู้จักนักพูดสร้างแรงบันดาลใจมาก่อน การเมือง ศาสนา และเรื่องเพศเป็นความคิดเห็นที่ไม่ควรนำมาเป็นประเด็นในการสนทนา

วันใกล้ทำสงครามเผด็จศึกใกล้เข้ามา ทหารหน่วยสอดแนมทั้งสองฝ่ายต่างดำเนินกลยุทธ์เพื่อสืบข่าวทั้งสองฝ่าย เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตน ตามกลยุทธ์ของซุนวู รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง

เสียงเพลง ลามาร์แซแยช (La Marseillaise) บรรเลงโดยกองดุริยางค์ เสียงแตรดังลั่นเป็นสัญญานเคลื่อนทัพของนโปเลียน ทหารพร้อมธงปลิวไสว ทหารนโปเลียนในชุดสีน้ำเงินเข้ม ได้เคลื่อนพลออกศึก ทหารม้า ปืนใหญ่ที่ลากด้วยม้าได้เคลื่อนพล กองคาราวานอูฐที่มีปืนครก ที่นักวิทยา ศาสตร์ได้ดัดแปลงขึ้นมาด้วยการไปหลอมปืนใหญ่ที่เมืองบัสรา (Basra) เพราะปืนใหญ่มีไม่เพียงพอ

นโปเลียนไม่สามารถขอปืนใหญ่เพิ่มเติมจากทางปารีสได้ในการที่จะบุกไปช่วยสุลต่าน ทิปโพที่แคว้นไมซอร์ เพราะไม่ได้ข่าวคราวจากทางฝรั่งเศส ตั้งแต่นโปเลียนออกเดินทางมายังเมืองเอเคอร์ (Acre) ถูกอังกฤษควบคุม น่านน้ำทะเลอาหรับ และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อังกฤษหลังจากจมกองเรือรบ ฝรั่งเศสเกือบหมดเกลี้ยง เหลือเพียงไม่กี่ลำและ พลเอกมีโนได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ นับเป็นความพ่ายแพ้ของนโปเลียนในศึกยุทธนาวี

นโปเลียนต้องส่งพิราบสื่อสารไปหา ชาร์แห่งเปอร์เซียให้ส่งปืนใหญ่ ที่นักวิทยาศาสตร์และทหารปืนใหญ่ช่วยกันค้นคว้าวิจัย ปืนครกขึ้นมาได้สำเร็จ ที่โรงหล่อปืนใหญ่ ในเมืองบัสรา (Basra) ที่ ชาร์ (Fath-Ali Shah Qajar) แห่งเปอร์เซียได้เห็นชอบ และขอให้นโปเลียนได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตปืนใหญ่ให้ นโปเลียนได้ตอบตกลงและส่งทหารกับนักวิทยาศาสตร์ไปถ่ายทอดการสร้างปืนใหญ่และปืนครกให้ เพราะปืนครกเป็นปืนที่ขนาดเล็กเคลื่อนย้ายสะดวก ชาร์ได้ทำการส่งมอบปืนครกให้กับ นโปเลียนเพื่อทดลองใช้ในการทำสงครามกับอังกฤษ

บักเคนทะลุมิติ ตอนที่ (154)

บักเคนสนทนากับพลเอกบอร์น สักพัก นโปเลียนก็ลงจากหลังม้าและเดินเข้ามายังหน้าจวน ที่บักเคนสนทนากับพลเอกบอร์น ที่รีบลงจากหลังม้าและมาสนทนากับบักเคนก่อนด้วยความสงสัยในเรื่องที่ได้ยินก่อนหน้านี้

“สวัสดีคุณเคน คุยอะไรกันกับกันท่านนายพล” นโปเลียนถามด้วยความสงสัย

“เรื่องประวัติการศึกษาของพระเยซู ครับท่านนโปเลียน”

“ยังไม่จบอีกหรือคุณเคน อย่าไปขุดค้นหาความจริงให้มากนัก เรื่องบางเรื่อง ก็ปล่อยให้กาลเวลาจัดการเรื่องราวด้วยตัวเอง เพราะถ้าเรามุ่งไปสนใจมาก มันไม่เกิดผลดี เพราะทุกคนเกิดไม่ทัน ไม่มีหลักฐานชี้ชัด เรื่องประวัติศาสตร์ แล้วแต่ใครจะเขียน ใครจะเล่าเรื่อง ประวัติศาสตร์เขียนโดยผู้ชนะ ทุกคนเป็นคนดีแต่ใครจะดีมากดีน้อย อย่าไปสนใจอดีตให้มากนัก อย่าไปโศกเศร้า แล้วดื่มเหล้าเมามายว่าเป็นโศกนาฏกรรม แล้วแต่คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ถ้ามีผลประโยชน์มาก ก็เป็นคนดี ถ้าไม่มีผลประโยชน์ ก็เฉย แต่ถ้าขัดผลประโยชน์ ก็เป็นคนไม่ดี สิ่งที่ควรจะสนใจคือ วันนี้ และอนาคตจะทำอย่างไร พวกเราจะไปต่อไม่รอแล้วนะ กับการช่วยเหลือจากราชสำนักฝรั่งเศส” นโปเลียนร่ายยาวให้บักเคนกับพลเอกบอร์นฟัง

“ครับท่าน ท่านนโปเลียน ท่านพูดถูก” คุณเคนมองความวุ่นวายในฝรั่งเศสอย่างไร แตกต่างจากสยามไหม” นโปเลียนสอบถามความเห็นบักเคน

“ปัญหาความวุ่นวายในฝรั่งเศสเพราะกฎหมายหรือระเบียบ ใช่บังคับไม่เท่าเทียมกัน ท่านก็ทราบดี ชนชั้นสูง ขุนนาง นักบวชไม่ต้องเสียภาษี การใช้สิทธิใช้เสียง ก็แบ่งออกเป็นสามชนชั้นแล้วนับจำนวนชนชั้น ชนชั้นสูง นักบวชในศาสนาจักร เมื่อยกมือโหวตก็ชนะเสมอ เพราะชนชั้นล่าง ชนชั้นรากหญ้าต่อให้รับเลือกเข้าไปเท่าใด ก็มีเสียงเพียงหนึ่ง เสียง การออกกฎหมาย ระเบียบ ชนชั้นสูง ขุนนาง พ่อค้าร่ำรวย และนักบวชย่อมชนะเสมอ ในระบอบประชาธิปไตย อำนาจสูงสุดต้องอยู่กับประชาชนทุกคน ทุกคนมีสิทธิมีเสียงเพียงหนึ่งเสียงเท่านั้น ชองส์ ฌาคส์ รุสโซ่บอกว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน รัฐบาลที่ดีต้องมาจากประชาชน รัฐบาลต้องสัญญากับประชาชนว่าจะดูแลให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข ถ้ารัฐบาลไม่ทำตามสัญญาประชาชน มีสิทธิล้มล้างรัฐบาลได้ สิ่งที่ รุสโซ่เห็นมันสอดคล้องกับความเห็นของวอลแตร์ เสรีภาพและอิสรภาพเป็นของมนุษย์ทุกคน รัฐบาลที่ดีต้องให้เสรีภาพแก่ประชาชน ประชาชนต้องมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน ประชาชนเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ บนพื้นฐานการยอมรับซึ่งกันและกัน และนำกฎนั้นมาใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

คนในประเทศจะยินดีที่รักษากฎและยอมรับกฎที่ใช้กับทุกคน เป็นความยินดี ไม่ใช่การบังคับ การที่คณะกรรมการดิเร็กตัวร์ที่ครองอำนาจปัจจุบัน หรือ โรแบส ปิแยร์ ที่ถูกกิโยติน ประหาร เกิดจากการยึดอำนาจและใช้ไม้แข็งมาปราบประชาชน ย่อมเกิดความขัดแย้งในกลุ่มคนที่ถูกล้อมปราบ ดังนั้นคณะกรรมการดิเร็กตัวร์ อ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง มีตัวแทนเลือกเข้ามา แต่ไม่ได้ลงสมัครและผ่านการรับเลือกตั้ง มันไม่ใช่ประชาธิปไตยแต่เป็นเผด็จการแล้วครับ”

“ท่านจำได้ไหม แผนยุทธศาสตร์ 20 ปีที่ เน็กแกร์เสนอท่าน มันคือเผด็จการชัดๆ ในการกล่าวอ้างว่าวางยุทธศาสตร์พัฒนาฝรั่งเศส ไม่มีที่ไหนครองอำนาจยาวนานขนาดนั้น มันคือรูปแบบเผด็จการซ่อนรูป ที่ใดมีเผด็จการไม่ว่าจะซ่อนรูป หรือไม่ซ่อนรูป จะทำให้ประเทศเสื่อมถอย ดังนั้นท่านต้องให้ ความเท่าเทียมและความเป็นธรรม”

“ความเป็นธรรม เกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง การได้รับความช่วยเหลือ การจัดสรรทรัพยากรที่รัฐจัดสรรให้ต้องเท่าเทียมและเป็นธรรม เช่นการกระจายความช่วยเหลือชาวบ้านจากภัยธรรมชาติ ต้องมีความเป็นธรรม ไม่ใช่จะช่วยเหลือเพียงจุดใดจุดหนึ่งที่มีผลประโยชน์แฝงเร้น เช่นความนิยม หรือสิ่งแลกเปลี่ยนต่อรัฐบาลท้องถิ่นในคะแนนเสียง และตัวแทนรัฐจะเลือกจะช่วยเหลือบางคน แต่บางคนก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือและอีกสิ่งหนึ่งต้องสร้างระเบียบหรือกฏ ให้คนที่ร่ำรวยน้อยที่สุดหรือคนจนจริง ๆ คนพิการ คนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากการช่วยเหลือจากรัฐบาล” บักเคนพูดยาว ถึงแนวคิดให้นโปเลียนฟัง

“น่าสนใจมากคุณเคน ผมเข้าใจแล้วความวุ่นวายในฝรั่งเศสเกิดจากความไม่เท่าเทียมและความไม่เป็นธรรม ทำให้ประชาชนที่ยากจนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม”

“ยังมีอีกครับท่าน มงเตสกิเออร์ เน้นต้องมีการถ่วงดุลอำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ การคัดเลือกคนเข้ามาทำหน้าที่ ต้องผ่านการคัดเลือกอย่างเป็นธรรม ต้องมีการคัดเลือกจากประชาชนทุกทุกกลุ่มเป็นผู้คัดเลือก ซึ่งการคัดเลือก ต้องได้รับความเป็นธรรมตั้งแต่การคัดเลือกคณะกรรมการที่มีหน้าที่ตัดสินผู้ที่ทำหน้าที่ ไม่ใช่ คณะกรรมการดิเร็กตัวร์ เป็นผู้คัดเลือกทั้งหมด จะหาความชอบธรรมได้อย่างไร”

บักเคนบอกกับนโปเลียน และพลเอกบอร์น ที่ตั้งใจฟัง ส่วนรัสตัมเมื่อได้ยิน ถึงกับยิ้มและยกนิ้วให้บักเคน

“แล้วคุณเคนมองว่าจะแก้ปัญหาความวุ่นวายฝรั่งเศสได้อย่างไร” พลเอกบอร์น สอบถามเพราะชักชอบแนวความคิด เสมอภาคและเป็นธรรมในสังคมที่บักเคนเสนอ

“ต้องให้มีการเลือกตั้ง ตัวแทนจากทุกจังหวัด จากทุกแคว้น เป็นตัวแทนประชาชน เข้ามาทำหน้าที่ ทุกคนต้องผ่านกระบวนการเลือกตั้ง การแสดงวิสัยทัศน์ ความคิดเห็น ให้ประชาชนได้รับทราบว่าได้รับเลือกตั้งแล้วจะเข้าไปทำอะไรบ้าง

ไว้กลับไปฝรั่งเศสผมจะเชิญคุณเคนไปเป็นที่ปรึกษาของผมในคณะกรรมการดิเร็กตัวร์” นโปเลียนบอกบักเคน

“ด้วยความยินดีครับ แล้วท่านอย่าลืมตามที่รับปากกับผม ผมถูกคณะกรรมการดิเร็กตัวร์ ยึด ร้านอาหารของผมไว้ ท่านต้องให้มีการปล่อย ผมจะได้ทำธุรกิจต่อ” บักเคนบอกนโปเลียน

“ได้ผมกลับไปจะคุยให้ คุณเคนไม่ต้องกังวลใจเรื่อง เล็กน้อย แค่นี้”

การเดินทัพของกองทัพฝรั่งเศสกำลังมุ่งสู่เมือง เมืองเอเคอร์ (Acre) เป็นทิวแถว ประชาชนได้ปิดบ้านและหลบหนีออกนอกเมือง เพราะไม่อยากถูกลูกหลง